ภารกิจขโมยใจ ผจญภัยต่างโลก - ตอนที่ 1 ตกหลุมรักศัตรูหัวใจ (1)
การตายของซูม่าน ทำให้ภารกิจของซูหว่านสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี นางกับซูรุ่ยนำกำลังคนมาหยุดยั้งการก่อกบฏของหลิ่วเสวียน แต่ก็มิได้รีบเร่งที่จะกำจัดเขา
“หลิ่วเสวียน เจ้าต้องมีชีวิตอยู่ เจ้าควรจะได้เห็นอนาคตของแคว้นนี้ที่จะดีขึ้นเรื่อยๆ ด้วยตาของเจ้าเอง”
ซูหว่านกับซูรุ่ยไม่สนใจราชบัลลังก์แต่อย่างใด เมื่อเสร็จสิ้นภารกิจและฝากฝังทุกอย่างเรียบร้อย ทั้งสองก็ถอยออกจากโลกภารกิจ…
โลกแต่ละใบล้วนมีวิถีทางของตนเอง ซึ่งแคว้นหลวนเฟิ่งก็จะค่อยๆ เปลี่ยนแปลงไปในที่สุด
เมื่อกลับถึงห้วงกาลอวกาศที่สาบสูญ เยี่ยซินกำลังยิ้มตาหยี รออยู่ข้างกายซูหว่าน
ซูหว่านมักจะรู้สึกถึงลางร้ายเสมอเมื่อถูกจ้องมองโดยเยี่ยซิน
“บททดสอบกำหนดเป็นปลายเดือน”
เยี่ยซินยกมือขึ้นวาดกลางอากาศ เครื่องสื่อสารของเธอพลันปรากฏรายชื่อผู้เข้าร่วมทดสอบขึ้นทันที โดยมีสามโควต้าในแต่ละแผนก
“ค่ะ”
เยี่ยซินชี้ไปยังแผนกฟื้นฟูเขตแดนที่อยู่แถวแรก “ซูรุ่ยคนนั้น ก็คือคนในครั้งที่แล้วสินะ”
เยี่ยซินหมายถึงภารกิจช่วยเหลือที่ซูหว่านเพิ่งทำล่าสุด
“อืม”
ซูหว่านพยักหน้า “ทำไมหรอคะ มีปัญหาอะไรหรือเปล่า”
“พวกเธอ…เป็นอะไรกัน”
สายตาของเยี่ยซินจ้องมองไปยังใบหน้าของซูหว่าน “ซูหว่าน เธอควรจะรู้นะว่า บททดสอบในครั้งนี้สำคัญมาก และไม่มีแผนกไหนกล้าทำผิดแม้แต่นิดเดียว”
“อืม ฉันรู้แล้วว่าคุณต้องการจะสื่ออะไร”
เมื่อได้ยินคำพูดของเยี่ยซิน ซูหว่านก็เข้าใจความหมายของเยี่ยซินในทันที เธอก็เป็นเฉกเช่นเดียวกับสวี่เช่อที่ไม่อยากนำพาอันตรายใดๆ มาสู่แผนกของตน
“เมื่อถึงเวลา สวี่เช่อจะปิดผนึกความทรงจำของเขาเอง เยี่ยซิน คุณก็สามารถปิดผนึกความทรงจำของฉันได้ ฉันไม่มีทางละทิ้งหน้าที่เพราะเรื่องส่วนตัวหรอก” ซูหว่านพูดเสียงเบา
เยี่ยซินพยักหน้า “เรื่องนี้ฉันจะหาวิธีจัดการเอง อืม ยังมีเวลาอีกพักใหญ่กว่าจะถึงปลายเดือน เธอทำภารกิจต่อเถอะ”
“รับทราบค่ะ”
เมื่อเยี่ยซินจากไป ซูหว่านก็กระพริบตาปริบๆ ถ้าเทียบอัตราส่วนของระยะเวลาในห้วงกาลอวกาศที่สาบสูญที่เหลืออยู่ก่อนทำการทดสอบแล้ว ตนน่าจะยังทำภารกิจเล็กๆ ได้อีกสักสี่ถึงห้าภารกิจ
ซูหว่านเปิดเครื่องสื่อสารดู จากนั้นจึงทำการตัดภารกิจที่ใช้เวลานานเกินไปออก แต่เมื่อเธอเหลือบไปเห็นชื่อภารกิจหนึ่งเข้าโดยบังเอิญ เธอก็อึ้งอยู่สักพัก…
โห มีภารกิจที่พิสดารขนาดนี้ด้วยหรือ
รับแล้ว!
ณ โลกภารกิจ…
ซูหว่านเชื่อมต่อเข้ากับโลกภารกิจ
เมื่อลืมตาขึ้นก็พบว่าตนกำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ยาวตรงระเบียงทางเดินของโรงพยาบาล
ดูเหมือนว่าเจ้าของร่างเดิมจะนั่งหลับอยู่ตรงนี้
“คุณเสียวหว่านคะ รอนานแย่เลย”
พยาบาลร่างเล็กคนหนึ่งก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้ม เธอยื่นน้ำแร่ขวดหนึ่งให้ซูหว่าน
“ทำไมคุณไม่ไปรอในห้องทำงานของคุณหมอก่อนล่ะคะ การผ่าตัดในครั้งนี้ คุณหมอกู้น่าจะต้องใช้เวลาอีกราวสองชั่วโมงเลยนะคะ”
กู้ซูสิง พระเอกของโลกใบนี้ และศัลยแพทย์ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในโรงพยาบาลเอกชนแห่งนี้
“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันรอเขาอยู่ตรงนี้ดีกว่า”
ซูหว่านยิ้มให้พยาบาลตัวน้อย จากนั้นจึงเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ยาวและหลับตาพักผ่อนต่อ…
การเป็นศัลยแพทย์ทำให้กู้ซูสิงมีนิสัยเข้มงวดเป็นพิเศษ เขาใช้ชีวิตอย่างมีระเบียบ ค่อนข้างรักสะอาด ทั้งยังเป็นคนแข็งกระด้างและดื้อรั้นเป็นอย่างยิ่ง
ถึงแม้ว่าเขาจะเป็นผู้ชายที่น่าเบื่อและหัวโบราณเช่นนี้ ทว่าด้วยใบหน้าหล่อเหลาราวเทพบุตรผู้สูงสง่า โดยเฉพาะยามที่สวมเสื้อกาวน์สีขาวของหมอแล้ว ก็สามารถฆ่าสาวๆ นับหมื่นพันได้ในเวลาไม่กี่วินาที
เจ้าของร่างเดิมของซูหว่านนั้นเป็นคนไข้ของกู้ซูสิงมาก่อน ทั้งสองรู้จักกันตอนที่เสียวหว่านกำลังทำสงครามเย็นกับเซียวชิง แฟนหนุ่มของตน ช่วงนั้นเสียวหว่านมักจะอารมณ์ไม่ดี โชคดีที่เธออยู่ในโรงพยาบาลจึงได้เห็นเทพบุตรในดวงใจทุกวัน แม้ว่าเทพบุตรแสนเย็นชาคนนั้นจะไม่เคยพูดคุยกับเธอเลย แต่เขาก็คืออาหารตาของเธอ แค่เพียงได้มองนิดมองหน่อย อารมณ์ก็พอจะดีขึ้นบ้าง หุๆ
ดังนั้นช่วงที่อยู่ในโรงพยาบาล ชีวิตในแต่ละวันของเสียวหว่านจึงผ่านไปได้ด้วยการมองดูเทพบุตรคนนั้น พอมองนานเข้า เธอก็อดไม่ได้ที่จะนำแฟนหนุ่มแสนธรรมดาของตนไปเทียบกับเทพบุตร…
เทียบหน้าตา? เหอะ เทียบกันไม่ได้อย่างสิ้นเชิง
เทียบรายได้? แน่นอนว่าเงินเดือนของเทพบุตรต้องเกินกว่าหมื่นหยวน ส่วนเงินเดือนของหนุ่มธรรมดาที่บ้านนั้น เดือนหนึ่งก็แค่สามพันหยวน แถมยังต้องเสียค่าเช่าห้องอีกหนึ่งพันแปดร้อยหยวน
เทียบการฝึกอบรมและความรู้ เทพบุตรเขาจบมหาวิทยาลัยแพทย์ชื่อดังจากต่างประเทศ ส่วนมหาวิทยาลัยจอมปลอมชั้นสามของหนุ่มธรรมดานั้น เอาไว้เทียบกับโรงเรียนชั้นนำในประเทศเถอะ
แม่เจ้า เราควรพอใจในสิ่งที่มีอยู่ ไม่ควรนำมาเปรียบเทียบกัน!
ทว่าสิ่งที่ทำให้ร่างเดิมกลุ้มใจมากที่สุดก็คือ ตอนที่เธออยู่ในโรงพยาบาลนั้น เซียวชิงไม่เคยมาเยี่ยมเธอเลยสักครั้ง นั่นทำให้เธอยิ่งรู้สึกอ่อนเพลียละเหี่ยใจกับแฟนหนุ่มของตน เมื่อได้ออกจากโรงพยาบาล เธอจึงขอเลิกกับเซียวชิงทันที
หลังจากที่เลิกรากัน เซียวชิงก็มาตามตื้อเธออีกสองสามครั้ง กระทั่งครั้งหนึ่ง ขณะที่เธอกำลังไปตรวจตามที่หมอนัด เซียวชิงก็สะกดรอยตาม และดึงเธอไว้เพื่อไม่ให้เธอจากไป
ในขณะนั้นเอง กู้ซูสิงที่เพิ่งเลิกงานเดินผ่านมาเห็นเข้าพอดี อาจเป็นเพราะไม่อยากให้คนไข้ของตนถูกตามตื้อ กู้ซูสิงจึงทำเรื่องที่ไม่เคยทำมาก่อน คือการเข้าไปยุ่งเรื่องของคนอื่น
“เห็นหรือยัง? นี่ไงแฟนใหม่ของฉัน กู้ซูสิง! เซียวชิง นายส่องกระจกดูตัวเองหน่อยเหอะ นายมีตรงไหนเทียบเขาได้บ้าง เพราะงั้น…นายตัดใจเสียเถอะ!”
เสียวหว่านฉวยโอกาสคล้องแขนกู้ซูสิง ตีแสกหน้าเซียวชิงเข้าเต็มๆ ทำร้ายจิตใจกันนับสิบเท่า
ชายหนุ่มธรรมดามาพบเจอกับเทพบุตรกู้ซูสิงผู้เย็นชา พับผ่า มีแต่ต้องถอยกับถอยเท่านั้น!
เมื่อเห็นว่าไม่มีทางได้คืนดีกันอีก เซียวชิงผู้สิ้นหวังก็นำเงินเดือนทั้งหมดของตนไปซื้อเหล้าในผับ และเนื่องจากเขาดื่มมากเกินไป ขณะกำลังขับรถกลับบ้าน เซียวชิงฝ่าไฟแดงและถูกรถสปอร์ตคันหนึ่งที่ขับมาด้วยความเร็วชนเข้าอย่างจัง…
หลังจากเซียวชิงฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง เขาก็พบว่าร่างกายของตนนั้นไม่สู้ดี...
เขาตายแล้ว
ไม่สิ พูดให้ถูกก็คือ ร่างกายของเขาถูกวินิจฉัยว่าตายแล้ว ทว่าวิญญาณของเขากลับไปสิงอยู่ในร่างของคนขับสาวผู้ก่อเหตุคนนั้น
คนขับสาวผู้นี้เป็นหญิงสาวร่ำรวย นามว่าเซียวฉิง และอีกสถานะของเธอก็คือ…
คู่หมั้นของกู้ซูสิที่หมั้นหมายกันตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดา!
ไม่ผิด เซียวฉิง (เซียวชิง) คือนางเอกของโลกใบนี้
ซูหว่าน “…..”
พล็อตเรื่องพิสดารแบบนี้ ต่อให้ซูหว่านเมาขนาดไหน ก็คงไม่มีทางที่จะเลือกมาทำภารกิจ แต่โลกแบบนี้ก็น่าสนใจมากมิใช่หรือ
ซูหว่านทำการวิเคราะห์พล็อตเรื่องจากความทรงจำของร่างเดิมอีกครั้ง ตอนนี้เซียวชิงได้เกิดใหม่เป็นเซียวฉิงแล้ว และได้พบกับกู้ซูสิงในห้องผู้ป่วยของโรงพยาบาลแล้วด้วย
เซียวชิงย่อมจดจำหนุ่มเย็นชาหน้าขาวที่แย่งแฟนสาวของตนเองได้ แต่ที่น่าเศร้าก็คือ ในตอนนี้เขากลับกลายเป็นคู่หมั้นของศัตรูหัวใจตนเองไปได้!
อีกทั้งยังเป็นคู่หมั้นที่ถูกรังเกียจอีก!
แม่เจ้า แกเนี่ยนะรังเกียจข้า ควรเป็นข้ามากกว่าที่รังเกียจแก
แกก็แค่หน้าขาว จะภูมิใจอะไรนักหนา ข้าในตอนนี้ก็สวยขาวรวยเหมือนกัน เอ่อ หล่อสง่ารวยต่างหาก!
คอยดูก็แล้วกัน ข้าได้ออกจากโรงพยาบาลไปแปลงเพศเรียบร้อยเมื่อไหร่ ข้าจะมาแย่งสาวสวยข้างกายแก…
เมื่อมีแรงบัลดาลใจที่ดีเช่นนี้ เซียวชิงจึงอยู่ในห้องวีไอพีของโรงพยาบาลในสถานะของเซียวฉิงต่ออย่างสบายใจ…
บ่ายสามโมง
กู้ซูสิงเดินออกจากห้องผ่าตัดด้วยความอ่อนล้า เมื่อกลับมาถึงหน้าห้องทำงานบนชั้นสาม ก็เห็นซูหว่านนั่งหลับอยู่บนเก้าอี้ยาวตรงระเบียงทางเดินจากระยะไกล
“เสียวหว่าน?”
กู้ซูสิงอดไม่ได้ที่จะก้าวเข้าไป ก่อนยกมือผลักไหล่ของซูหว่านเบาๆ
“อา?”
ซูหว่านตื่นขึ้นอย่างสะลึมสะลือ เมื่อได้เห็นใบหน้าที่สง่างามทว่าเย็นชาของกู้ซูสิง ก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มบางๆ ให้เขา “หมอกู้ กลับมาแล้วหรอคะ”
“อืม คุณมาหาผมหรอ” กู้ซูสิงจ้องมองซูหว่านพลางพูดเสียงเรียบ
“เอ่อ ค่ะ”
ซูหว่านค่อยๆ ลุกขึ้นยืน “ครั้งก่อนหมอกู้ช่วยฉันไว้มาก ฉันเลยอยากเลี้ยงขอบคุณหมอ!”
ครั้งก่อน?
กู้ซูสิงขมวดคิ้วเล็กน้อย เห็นได้ชัดว่าเขาลืมเรื่องราวในครั้งก่อนที่ตนเองจับพลัดจับผลูโผล่มาแกล้งเป็นแฟนของเสียวหว่านไปหมดแล้ว
“คุณเสียว ความจริงผม…”
“หมอกู้คะ! หมอกู้!”
ในตอนนี้เอง พยาบาลร่างเล็กวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามา และร้องเรียกกู้ซูสิง
“มีอะไรกัน เสี่ยวซย่า”
กู้ซูสิงรู้จักพยาบาลน้อยคนนี้ดี เธอเป็นพยาบาลพิเศษในห้องผู้ป่วย เซียวฉิง
“หมอกู้คะ คุณขึ้นไปดูคุณเซียวหน่อยดีกว่า ไม่รู้ว่าเธอถูกอะไรกระตุ้นมา ถึงได้เปลี่ยนเป็นหุนหันพลันแล่น พวกเราพยายามยังไงก็ไม่มีใครเกลี้ยกล่อมเธอได้เลย!”