ภารกิจขโมยใจ ผจญภัยต่างโลก - ตอนที่ 8 อุ้มท้องหนีรักมหาเศรษฐี (8)
ภายในตึกระฟ้าของสมาคมตู้ซื่อ
ตู้เฉินนั่งอยู่บนเก้าอี้หมุนของตนพร้อมกับสายตาที่มองไปยังใบหน้าของพี่ชายที่กล่าวด้วยท่าทางที่เคร่งขรึมขณะที่กำลังพูดความจริงที่ปรากฏอยู่บนจอฉายภาพ ถึงแม้ว่ามันจะดูน่าเหลือเชื่อไปหน่อย แต่นั่นก็ทำให้คุณชายรองตู้เชื่อไปแล้ว
ถูกต้องแล้วล่ะ ในสายตาของตู้เฉินแล้วตระกูลของเขาไม่ได้ด้อยเรื่องไอคิวเลยแม้แต่น้อย เพราะเลยไม่มีอะไรให้ต้องกังวลไหมล่ะ?
ดังนั้นแล้วเพราะอายุมากแล้วจึงไม่กล้าที่จะสารภาพรักกับหญิงสาวที่อยู่เพียงชั้นมัธยมปลาย และเมื่อคำนึงถึงอณุสัญญาระหว่างประเทศจึงไม่กล้าที่จะขอยื่นคำร้องขอแต่งงานได้ เรื่องนี้สำหรับเขาแล้วนั้นมันเป็นเรื่องที่ไม่ใช่ปกติทั่วไป
เพราะฉะนั้น พี่ใหญ่รู้จักกับซูหว่านก่อนเขาเสียอีก? อีกทั้งซูหว่านเองก็ไม่รู้จักพี่ใหญ่เลยงั้นเหรอ?
แต่ว่า……
ถึงแม้จะรู้สึกว่าเรื่องราวความเป็นมาควรจะเป็นอย่างนั้น แต่ถึงอย่างไรซะตู้เฉินก็ยังรู้สึกว่าเรื่องนี้มีอะไรไม่ชอบมาพากลอยู่เช่นกัน ~
เวลานี้ นักข่าวเองก็ตกตะลึงกับคำพูดที่ตรงไปตรงมาของคุณชายใหญ่ตู้ และเป็นครั้งแรกที่นักข่าวยื่นไมค์ไปตรงหน้าของซูหว่าน “คุณหนูซูหว่านคะ จากข้อมูลที่เราได้มาคือเมื่อสองเดือนก่อคุณมีการวางแผนเตรียมตัวที่จะแต่งงานกับคุณชายตู้ แล้วเพราะเหตุผลอะไรคะที่ทำให้คุณเลิกรากับคุณชายตู้ก่อน อีกทั้งยังเลือกที่จะอยู่กับคุณตู้หัน? ”
เห็นได้ชัดว่าซูหว่านนั้นไม่มีประสิทธิภาพมากพอที่จะเผชิญหน้า นักข่าวจึงรีบที่จะเงยหน้าขึ้นและยิงคำพูดออกไปอย่างรวดเร็ว
“เรื่องบางเรื่อง ฉันเองก็ไม่อยากเปิดเผลต่อหน้าสาธารณะชน”
ซูหว่านหันหน้าไปเผชิญกับกล้องที่กำลังจับใบหน้าของเธออยู่ จากนั้นเธอจึงค่อยๆ เอียงคอเล็กน้อยพร้อมกับปัดผมที่ปรกอยู่ตรงหน้าผาก และเป็นท่าที่น่าถ่ายรูปมากที่สุด? หืม? “เป็นซูเสี่ยวหว่านเต็มตัวแล้ว! ”
นักข่าว “คุณหนูซูไม่เต็มใจพูดเหรอคะ? ไม่อยากพูด? หรือว่า…..ไม่กล้าที่จะพูดกันแน่? ”
เมื่อนักข่าวหญิงเห็นว่าไม่ยอมที่จะตอบคำถามเธอก็เริ่มต้อนให้จนมุม นักข่าวที่จะไม่ฉวยโอกาสกดดันผู้สัมภาษณ์ไม่ใช่นักข่าวที่ดี
เมื่อได้ยินคำถามที่ไม่รู้จักจบของนักข่าวหญิง ซูหว่าสนจึงหัวเราะออกมา และกวาดสายตามองไปยังนักข่าวหญิงคนนั้น และเป็รอีกครั้งที่เธอเปิดปากที่จะพูด “เรื่องไม่ดีของครอบครัว พวกคุณกดดันฉันขนาดนี้ ถ้าหากว่าฉันไม่ตอบคำถามที่พวกคุณถามคงจะมีคนคิดว่าฉันมีเรื่องที่ปิดบังเอาไว้ใช่ไหม? สือยวี่เจีย นักข่าวสือ ตัวคุณเองเคยถูกใส่ร้ายไหม? คุณเคยรู้สึกว่ามีเรื่องบางเรื่องที่มันยากที่จะพูดไหม? ”
เมื่อสือยวี่เจียได้ฟังคำพูดของซุหว่านสีหน้าของเธอก็ค่อยๆ เปลี่ยนไป
ถูกต้องแล้วล่ะ เมื่อสักครู่ที่ซูหว่านจ้องมองเธอนั่นก็เพื่อที่จะดูบัตรประจำตัวนักข่าวของเธอ
สือยวี่เจีย “แย่แล้ว ดูเหมือนว่าฉันจะทำผิดกับคุณนายของตระกูลตู้ไม่พอใจเข้าให้แล้ว นี่ฉันจะโดนลอบฆ่าไหมเนี่ย? ฉันกลัวจังเลยค่ะ หัวหน้าคะ ฉันอยากกลับบ้าน ~”
สีหน้าของนักข่าวหญิงเต็มไปแสดงออกเหมือนอยากจะร้องไห้เต็มทน ซูหว่านยกมือขึ้นกวักเรียกพ่อบ้านหุ่นยนต์ของคฤหาสน์ให้มาหา “ทุกคนคงจะทราบดีนะคะว่าตู้หันมีความสามารถในการสร้างหุ่นยนต์ที่มีความอัจฉริยะสูงจนสำเร็จ หุ่นยนต์ทุกตัวที่อย่างภายในคฤหาสน์แห่งนี้คุณชายตู้เป็นคนออกแบบเองกับมือทั้งหมด หุ่นยนต์พวกนี้ไม่ได้เป็นหุ่นยนต์ที่คอยเอาไว้ใช้ทำงานบ้านอย่างเดียว โดยที่ไม่ได้ข้องเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัว แต่พวกเขาสามารถเปิดฟังก์ชั่นได้ตลอดทั้งวัน เมื่อค้นพบว่ามีสิ่งแปลกปลอมหรือคนแปลกหน้าภายในคฤหาสน์พวกมันจะรายงานให้ทราบในทันที”
หลังจากที่ทุกคนได้ฟังคำกล่าวของซูหว่านแล้วไม่เพียงแต่คนที่อยู่ภายในคฤหาสน์ แต่คนที่กำลังรับชมอยู่ก็พากันตกใจเช่นเดียวกัน
และคนที่ตกใจมากที่สุดนั่นก็คือตู้เฉิน เขาไม่เคยรู้มาก่อนเลยด้วยซ้ำ!
ในขณะเดียวกันนั้นเอง มือทั้งสองข้างของตู้เฉินก็เริ่มสั่นเทา ทำไมหุ่นยนต์ที่อยู่ในบ้านถึงมีฟังก์ชั่นแบบนี้กันได้? เหตุใดพี่ใหญ่ถึงไม่บอกกับตน?
ซูหว่านพูดเรื่องนี้ขึ้นมาเพราะอะไรกันแน่?
หรือว่า……
ทันใดนั้นตู้เฉินก็นึกถึงคำพูดของซูหว่านที่เพิ่งถามออกไปเมื่อสักครู่นี้ได้ “คุณเคยถูกใส่ร้ายไหม? คุณเคยรู้สึกว่ามีเรื่องบางเรื่องที่มันยากที่จะพูดไหม? ”
เป็นอย่างที่คาดเอาไว้ เพราะต่อมาซูหว่านจึงออกคำสั่งและที่หน้าอกของหุ่นยนต์ตัวนั้นก็มีจอภาพปรากฏออกมา บนจอภาพเป็นฉากที่เกิดขึ้นในห้องโถงนี้เมื่อกว่าสองเดือนก่อน
ในตอนนั้นซูหว่านถือกล่องแพทย์และวางลงข้างๆ ตัวหลิงลี่ด้วยสีหน้าที่เรียบเฉย พร้อมกับเอ่ยถามเบาๆ ออกไปว่า “เสี่ยวเทียนเทียน คุณแม่ไปไหนล่ะ? นี่เธออยู่กับแม่ตลอดเลยเหรอ?”
“นี่เธอถามทำไม? เสี่ยวเทียนเทียนนี่เป็นคำที่เธอควรเรียกอย่างนั้นเหรอ? เธอมันจิ้งจอกเจ้าเล่ห์! ที่ตั้งใจเป็นเมียน้อยแล้วทำให้ครอบครัวของคนอื่นต้องมาแตกหักกัน แบบนี้เธอมีสิทธิ์อะไรมาเรียกชื่อของฉันห้ะ? ”
หลังจากได้ฟังเด็กชายแล้วซูหว่านถึงกับหน้าซีด “คำพูดพวกนี้ใครเป็นคนสอนหนู? คุณแม่ใช่ไหม? ความจริงแล้วเธอเป็นใครกัน? เธอต้องการจะเอายังไง? ฉันไม่ใช่เมียน้อย ฉันกับคุณตู้เรารักกัน”
“เมียน้อยทุกคนก็พูดว่าตัวเองเป็นรักแท้กันทั้งนั้นแหล่ะ”
หลังจากที่ฟังซูหว่านกล่าวจบ เด็กชายก็หน้าเปลี่ยนเป็นขาวซีด หลังจากนั้นดวงหน้าที่ยังอ่อนวัยก็แสดงออกด้วยความเย็นชาและกล่าวว่า “เธอพอมีความรู้อยู่บ้างก็รีบออกไปจากที่นี่ซะ อย่าโลภกับสิ่งที่ไม่ใช่ของๆ เธอ ถ้าไม่อย่างนั้นล่ะก็……ถ้าหากว่าเกิดอะไรขึ้นกับพ่อแม่ที่โลภของเธอล่ะก็ ถ้าถึงตอนนั้นแล้วมาเสียใจทีหลังก็คงไม่ทันแล้วล่ะ! ”
ในตอนนั้นเสี่ยวเทียนเทียนนั้นได้เคยคุกคามซูหว่าน เขาต้องการจะขู่ซูหว่านเพื่อที่จะให้ซูหว่านจากไป แต่สุดท้ายก็เห็นซูหว่านทนอยู่ และไม่ไปไหน เขาจึงจัดการลงมือกับซูเจี้ยนจวินและภรรยาของเขา
จอภาพที่กำลังฉายอยู่ในขณะนั้นซูหว่านแสดงสีหน้าอย่างไม่อยากจะเชื่อ “เธอยังเป็นแค่เด็กทำไมถึงได้พูดแบบนี้? เธอ……”
ซูหว่านยังไม่ทันได้พูดจบ ทันใดนั้นเสี่ยวเทียนเทียนที่อยู่บนโซฟาก็มีสีหน้าที่เปลี่ยนไปพร้อมกับแย่งเอากล่องแพทย์ในมือของซูหว่านไปแล้วเทกล่องทั้งหมดลงบนร่างกายของตัวเอง
“ฮือฮือฮือ น้าซู ผมก็แค่อยากกินพุดดิ้ง คุณไม่ให้ผมก็ไม่เป็นไร แล้วทำไมถึงเอาของพวกนี้มาเทลงที่ตัวผมแบบนี้ด้วย แล้วอีกอย่างเสี่ยวเทียนเทียนเองก็ไม่ใช่ว่าไม่มีแม่ที่คอยสั่งสอน เสี่ยวเทียนเทียนเองก็มีคุณพ่อ มีคุณแม่นะ”
ซูหว่าน “……”
นี่มันอะไรกัน?
ในขณะที่ซูหว่านกำลังตกตะลึงอ้าปากค้างกับเหตุการณ์เมื่อสักครู่อยู่ ทันใดนั้นร่างเพรียวก็พุ่งเข้ามาพร้อมกับใบหน้าที่เย็นชา “ซูหว่าน! นี่คุณทำอะไร? ”
“คุณพ่อครับ”
เมื่อได้เห็นพ่อ เสี่ยวเทียนเทียนก็ทำสีหน้าน้อยใจพร้อมกับร้องไห้ทั้งน้ำมูกน้ำตาเลอะเปื้อนเต็มใบหน้าพร้อมกับโผเข้ากอดผู้เป็นพ่อ “เสี่ยวเทียนเทียนไม่ใช่ว่าไม่มีแม่คอยสั่งสอนนะ ทำไมคุณน้าพูดกับผมแบบนี้ เสี่ยวเทียนเทียนเสียใจนะครับ! เดิมทีแล้วเสี่ยวเทียนเทียนชอบคุณน้ามากเลยนะครับ แต่นับจากนี้ไปผมจะไม่ชอบเธอแล้ว”
“อาเฉิน อาเฉิน มันไม่ใช่อย่างนั้นนะ! ”
ซูหว่านที่ได้เห็นทั้งด้านขาวและด้านดำของเสี่ยวเทียนเทียนก็ตื่นตระหนกและมือก็รีบคว้าเอาแขนเสื้อของตู้เฉินเพื่อที่จะอธิบายให้เขาได้ฟัง
และอีกทั้งเสี่ยวเทียนเทียนที่ตอนนี้อยู่ในอ้อมอกของผู้เป็นพ่อรับรู้ได้ถึงระยะห่างที่ซูหว่านเข้าใกล้ตู้เฉินก็ทำตัวสั่นพร้อมกับซีหน้าที่ขาวซีดซบเข้ากับอกของตู้เฉิน
เมื่อได้เห็นว่าซูหว่านขู่ลูกขอนตนให้ตกใจ ตู้เฉินก็หน้ามืดตามัวชักสีหน้าใส่ “ออกไป อย่ามาแตะต้องฉัน! ”
“ตู้เฉิน นี่คุณไม่เชื่อฉันอย่างนั้นเหรอ? เขากำลังโกหก ที่เขาพูดทั้งหมดคือคำโกหก! ”
เมื่อได้ยินคำพูดที่แสนเย็นชาของตู้เฉินก็ทำให้ซูหว่านถึงกับนิ่งอยู่กับที่ ในเวลานี้เธอทำได้เพียงออกมาแสดงถึงความบริสุทธิ์ของตัวเธอเอง แต่ทว่า……
“เขาเพิ่งจะอายุเพียงห้าขวบนะซูหว่าน ทำไมเธอได้ใส่ร้ายเด็กแบบนี้ นี่เธอคิดว่าฉันจะเชื่อเธออย่างนั้นน่ะเหรอ? ”
นั่นน่ะสินะ ใครจะเชื่อว่าเด็กอายุห้าขวบจะมีแผนการแบบนี้ได้ล่ะ?
ถ้าไม่ได้เห็นกับตาของตัวเองหรอเจอกับตัวเองก็ไม่มีใครเชื่อ
เมื่อคลิปวิดีโอได้จบลงทุกคนต่างก็นิ่งงันเหมือนคนโง่ ในช่วงระยะเวลาหนึ่งที่ว่าคุณชายรองตู้ได้มีลูกชายอยู่หนึ่งคนนั้นทุกคนต่างก็รู้กัน แต่มันก็เป็นเรื่องปกติที่คนเราจะแต่งงานมีภรรยาและมีลูก
แต่ทุกคนต่างก็คิดว่าตู้เฉินยังโสด ในตอนที่หลิงซีเย่ว์ได้จากไปแล้วก็มีสื่อเคยสัมภาษณ์ตู้เฉิน เขาเพียงแต่พูดว่าทั้งคู่มีนิสัยใจคอที่เข้ากันไม่ได้จึงเลิกรากัน
สิ่งที่เรียกว่า “การเลิกรา” นี้ทุกคนเข้าใจกันว่าเป็นการ “หย่าร้าง” และนับตั้งแต่นั้นมาตู้เฉินเองก็ไม่ได้ออกมาอธิบายอะไรอีก สำหรับเขาแล้วการยุติความสัมพันธ์กับหลิงซีเย่ว์เพียงฝั่งเดียวนั้นเป็นเรื่องที่ง่ายมาก แค่เพียงในตอนนั้นเขายังไม่เจอคนที่เหมาะสม เรื่องทั้งหมดก็เลยยืดเยื้อกันออกไปอีก
“นักข่าวสือ ตอนนี้คุณมีความเห็นว่ายังไงบ้าง? ”
ในขณะที่ทุกคนกำลังตกอยู่ในความเงียบนั้น เป็นซูหว่านเองที่เป็นคนเริ่มเปิดบทสนทนา
เมื่อได้ยินคำถามจากซูหว่าน สือยวี่เจียก็ถามกลับไปว่า “นี่คือความจริงเหรอ? ”
“นี่ขนาดคุณได้เห็นกับตาแล้วคุณยังไม่เชื่ออีกเหรอว่านี้เป็นความจริง แล้วคนที่ไม่ได้เห็นด้วยกับตาตัวเองทั้งหมดล่ะ”
เมื่อกล่าวถึงตรงนี้ ซูหว่านจึงมองไปที่กล้องแล้วยิ้มอย่างขมขื่น “ฉันเคย……รักคุณตู้เฉินมาก รักถึงขนาดยอมตายแทนเขาได้ ดังนั้นหลังจากที่พ่อแม่ของฉันรับเงินจากคุณตู้และพาฉันไป ฉันเคยคิดฆ่าตัวตาย แต่ก็ไม่สำเร็จ”
นี่เป็นเรื่องเดิม ซูหว่านถือโอกาสที่อยู่ต่อหน้าทุกคนแบบนี้แก้ไขและยืนยันเรื่องทั้งหมด เธอนั้นไม่ใช่เมียน้อย เธอไม่ใช่ผู้หญิงที่ร้ายกาจและไม่ได้ตั้งใจที่จะทำให้ความรักของใครต้องพัง
เธอก็แค่รักจนตัวเองต่ำต้อยและอ่อนแอเพียงเท่านั้น
“หลังจากที่ย้ายบ้าน ฉันก็กลายเป็นคนเก็บตัว ขี้อาย และไม่ชอบมีปฏิสัมพันธ์กับคนอื่น ฉันกลัวว่าคนของตระกูลตู้จะหาพวกเราเจอ แต่ฉันก็ยังหวังว่าตู้เฉินจะมาตามหาฉัน แต่ในตอนนั้นตู้เฉินทำอะไรอยู่? เขาได้แต่งงานกับหลิงซีเย่ว์แล้ว พ่อแม่ปิดบังเรื่องนี้กับฉันมาโดยตลอด ฉันเองก็เพิ่งได้รู้ข่าวเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมานี้เอง น่าเศร้ามากแค่ไหน! ตลกสิ้นดี! ตู้เฉินก็เอาแต่พูดว่าฉันโกหกเขา ว่าฉันต่อหน้าอย่างลับหลังอีกอย่าง กล่าวหาว่าฉันเป็นผู้หญิงใจไม้ไส้ระกำ แล้วเขาล่ะ? เขาเคยรักฉันจริงๆ บ้างไหม? ถ้าหากว่าเคยรักกันจริงแล้วทำไมไม่ตามหาฉัน? ทำไม? จะให้พูดอีกอย่างก็คือเขาไม่สามารถที่จะทิ้งตัวตนที่ว่าเขาเป็นลูกชายคนรองของตระกูลตู้ได้ เขาแค่เป็นคนที่แลกได้เพื่อความสุขของตัวเอง เขาใช้วิธีแต่งงานกับผู้หญิงอีกคนเพื่อต่อต้านพ่อแม่ของเขาเท่าก็นั้น แต่สุดท้าย มันไม่ใช่เพียงแค่ทำร้ายความรู้สึกตลอดทั้งชีวิตของผู้หญิงทั้งสองคนในเวลาเดียวกัน ถูกทอดทิ้ง ฉันคิดว่าทั้งชีวิตนี้ฉันจะไม่สามารถกลับไปมีความสุขได้อีก แต่ทว่าตอนนี้เองตู้หันก็กลับมา”
เมื่อกล่าวถึงชื่อนี้แล้ว ซูหว่านจึงหันไปมองซูรุ่ย แววตาที่เป็นประกายคู่นั้นเต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข “เขาสอนให้ฉันว่าควรที่รักยังไง ฉันโชคดีมากๆ ที่ตลอดทั้งชีวิตนี้ทำให้ฉันได้มาพบกับเขา จะว่าคนบนโลกใบนี้เข้าใจผิดก็ตาม เขาเป็นคนที่คอยสนับสนุนและอยู่ข้างๆ ฉันเสมอ ไม่ว่าจะจากนี้ไปจนถึงยามแก่เฒ่า หรือแม้แต่กระทั้งยามฉันได้หายไปจากโลกใบนี้แล้วก็ตาม”
คำสารภาพสุดท้ายคือสิ่งที่ซูหว่านอยากบอกกับซูรุ่ยมากที่สุด
ฉันโชคดีมากแค่ไหนที่ชีวิตนี้ได้มาพบกับคุณ