ยอดกุ๊กบุกแดนเซียน - บทที่ 545 ที่นี่แปลกมาก
บทที่ 545 ที่นี่แปลกมาก
“ที่นี่แปลกมาก…”
ผู่ตานที่เพิ่งพาภูตตัวน้อยเข้ามาในสองภพถอยเท้ากลับ แล้วถามอย่างระมัดระวัง “แปลกตรงไหนหรือ? พวกซากศพวิวัฒนาการหรือว่าพบหลิงเยว่แล้ว?”
ผู่ตานพูดพลางหยิบใบไม้สีเขียวมรกตออกมาจากอกเสื้อ ใบไม้สีเขียวสดนอนนิ่งอยู่บนฝ่ามือของเขาโดยไม่มีปฏิกิริยาใด ๆ
นี่คือสิ่งที่หลิงเยว่หัวโล้นมอบให้เขาก่อนออกมา บอกว่าสามารถใช้ใบไม้นี้ตามหาหลิงเยว่ได้ ตอนนี้มันไม่มีการตอบสนอง นั่นแสดงว่าหลิงเยว่ไม่ได้อยู่ที่นี่
เช่นนั้นนางต้องอยู่ในแดนเทพแน่นอน!
“ไม่ใช่ทั้งสองที่” ภูตตัวน้อยส่ายหน้า ดวงตาเต็มไปด้วยความสงสัยมากขึ้น “เทพสวรรค์ของโลกนี้ยังมีชีวิตอยู่…”
“หา?” ผู่ตานไม่ค่อยเข้าใจนัก
ภูตตัวน้อยไม่มีท่าทีจะอธิบาย แต่กลับพูดต่อไปว่า “ไม่แปลกใจเลยที่ไม่ได้ถูกเจ้าแห่งความตายที่สี่หลอมเป็นพื้นที่มิติ ที่แท้ก็เป็นพื้นที่ที่มีเจ้าของอยู่นี่เอง”
ผู่ตานตกใจ รีบหลบหนีไปทันที
“วิ่งหนีทำไม ฆ่าให้หมดก็จบแล้ว!” ภูตตัวน้อยแสดงท่าทางองอาจ
“อย่าเลย พวกเราเดินทางมาเพื่อตามหาคน อย่าสร้างปัญหาเพิ่มจะดีกว่า” ผู่ตานยินดีให้ภูตน้อยช่วยกำจัดวิญญาณร้าย แต่เขาไม่ค่อยเชื่อมั่นในความแข็งแกร่งนัก ตอนแรกอีกฝ่ายเคยบอกว่าคนเป็นสู้กับคนตายไม่ได้ และให้ศิษย์น้องไปตามหาเจ้าแห่งความตายมาช่วย
ตอนนี้ทำไมจู่ ๆ ถึงสู้ได้ล่ะ?
ภูตตัวน้อยที่ไม่ได้ยินเสียงในใจของผู่ตานชักมือกลับด้วยความเสียดาย เขาอยากลองทดสอบพลังหลังจากที่ได้ทะลวงขีดจำกัดดู แต่ผลปรากฏว่าตลอดทางราบรื่นอย่างน่าประหลาด ไม่ได้เจอแม้แต่สัตว์อสูรแห่งความว่างเปล่าสักตัว ราวกับว่ามีใครบางคนกวาดล้างไว้ก่อนแล้ว
นึกถึงเรื่องนี้ ภูตตัวน้อยก็ลุกพรวดขึ้นมา “หลิงเยว่อาจจะอยู่ที่นี่ก็ได้!”
ผู่ตานคิดเช่นเดียวกัน ถ้านางไม่อยู่ในโลกผู้บำเพ็ญเซียนก็ต้องอยู่ในแดนเทพแน่นอน ดังนั้นเขาจึงพยายามซ่อนพลังงานและมุ่งหน้าไปยังแดนเทพทันที
นับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ของทั้งสามภพ เส้นทางระหว่างโลกผู้บำเพ็ญเซียนและแดนเทพก็ถูกเปิดออก การขึ้นไปแดนเทพจึงเป็นเรื่องง่ายดาย ยิ่งไปกว่านั้นผู่ตานเคยมาที่นี่กับสามวิญญาณผีมาก่อน จึงคุ้นเคยกับเส้นทางเป็นอย่างดี
แต่สิ่งที่แปลกคือ บนเส้นทางนี้กลับไม่มีซากศพเลย พวกมันดูเหมือนจะหลีกเลี่ยงเส้นทางนี้ ช่างแปลกประหลาดเหลือเกิน! เพราะตอนที่เขาและสามวิญญาณผีมาที่นี่ เส้นทางนี้มักจะมีซากศพมากที่สุด…
“บางทีอาจเป็นหลิงเยว่และพวกวิญญาณผีที่กำจัดพวกมันไปแล้ว”
ดวงตาของภูตน้อยเปล่งประกาย ผู่ตานก็รู้สึกมีความหวังขึ้นมา ต้องเป็นอย่างนั้นแน่นอน!
แม้จะคิดเช่นนั้น แต่ผู่ตานยังรู้สึกแปลก ๆ ส่วนใหญ่เป็นเพราะการเดินทางครั้งนี้ราบรื่นเกินไป ซึ่งขัดแย้งกับโชคร้ายของเขา
อาจเป็นไปได้ว่าเพราะเขากลายเป็นหนึ่งในตระกูลหงส์ทองคำ ดังนั้นโชคร้ายจึงกลายเป็นโชคดีแล้ว ไม่ผิดเลย มันเป็นเช่นนั้นจริง ๆ นับตั้งแต่เขากลายเป็นหงส์ทองคำ โชคชะตาของเขาก็เปลี่ยนเป็น… ดีขึ้น
ผู่ตานทิ้งความคิดเกี่ยวกับการรุกรานสามภพโดยไม่รู้ตัว ร่างแท้ครึ่งหนึ่งของหลิงเยว่กลายเป็นปีศาจ ยอดเขาโอสถของสำนักหลานเทียนเหลือเพียงสองคน อีกทั้งยังมีสนมปีศาจที่หก และตอนนี้ยังเพิ่มเรื่องที่ศิษย์น้องห้าหายตัวไปไม่รู้ชะตากรรม…
มันไม่ได้ดีขึ้นเลยสักนิด เรียกว่าแย่ลงยิ่งกว่าเดิมด้วยซ้ำ แย่จนไม่อาจแย่ไปกว่านี้ได้อีก!
ผู่ตานไม่สามารถหลอกตัวเองได้
นกและภูตก้าวเข้าสู่แดนเทพอย่างราบรื่น ใบไม้สีเขียวมรกตที่ผู่ตานกำไว้ในมือยังคงไม่มีปฏิกิริยาใด ๆ แม้แต่การแตะด้วยปลายนิ้วก็ไม่ขยับเขยื้อน
หัวใจของผู่ตานดิ่งลงสู่ก้นเหว ศิษย์น้องห้าไม่ได้อยู่ที่นี่… นางจะไม่อยู่ที่นี่ได้อย่างไร?
หากไม่อยู่ที่นี่แล้วนางจะไปที่ไหน?
ภูตตัวน้อยไม่รู้ว่าผู่ตานนำใบมรกตมาด้วย เขาโบกไม้เท้าเล็ก ๆ แสงสีม่วงวาบวับสอดประสานกันไปมาตรงหน้า ไม่นานพวกมันก็กำหนดเส้นทางหนึ่ง จากนั้นรวมตัวกันเป็นจุดแสงสีม่วงดวงเล็ก
“ตามมา!” ภูตตัวน้อยเร่งเร้าให้ผู่ตานที่ยืนนิ่งงันอยู่กับที่
ผู่ตานตอบรับอย่างเฉยชา แล้วค่อย ๆ เดินตามไป แม้แต่ร่างแท้จริงของศิษย์น้องอย่างใบสีเขียวมรกตยังไม่รับรู้ถึงนางได้ แล้วจุดแสงสีม่วงตรงหน้านี้จะหาหลิงเยว่เจอได้อย่างไร?
ขณะที่เดินไปเรื่อย ๆ ใบสีเขียวมรกตที่ไร้ชีวิตในฝ่ามือขยับเล็กน้อย แต่ผู่ตานกลับไม่มีปฏิกิริยาใด ๆ
เพราะที่นี่เขาและศิษย์น้องเคยมาแล้ว ตอนนั้นใบไม้สีเขียวมรกตใบหนึ่งบินออกมาจากที่ไหนสักแห่งอย่างกะทันหัน และถูกกุ่ยซานจับได้ทันที พลังงานนั้นคงจะถูกทิ้งไว้ และตอนนี้เส้นทางที่จุดแสงสีม่วงพามาก็เหมือนกับเส้นทางที่พวกเขาเคยมาไม่มีผิด
“พวกเราไปกันเถอะ หลิงเยว่ไม่ได้อยู่ที่นี่”
“หา!?” ภูตตัวน้อยตกตะลึง ทั้งที่เขาใช้วิชาติดตามแล้วเนี่ยนะ!
ผู่ตานอธิบายอย่างง่าย ๆ จากนั้นภูตตัวน้อยก็รู้สึกหดหู่ทันที
ดูเหมือนว่าหลิงเยว่คงตกเป็นเหยื่อของพวกซากศพไปแล้ว น่าเสียดายจริง ๆ ฝีมือการทำอาหารจากความว่างเปล่าของนางยอดเยี่ยมนัก ไม่เพียงอร่อย แต่ยังมีผลช่วยในการฟื้นฟูอีกด้วย ต่อไปนี้เขาจะไม่ได้กินมันอีกแล้วหรือ?
“ไม่ค้นหาต่อแล้วหรือ? หากว่า…” ไม่ทันที่ภูตน้อยจะพูดจบ ผู่ตานก็ส่ายหน้าทันที ไม่มีทางเป็นไปได้ ศิษย์น้องไม่ได้อยู่ที่นี่
แทนที่จะเสียเวลาอยู่ตรงนี้ สู้กลับไปบำเพ็ญเพียรคอยปกป้องโลกผู้บำเพ็ญและรอคอยการกลับมาของศิษย์น้อง…
“งั้นก็ได้”
ภูตผมสั้นเก็บจุดแสงสีม่วงกลับไป แล้วทรุดตัวลงนั่งบนไหล่ของผู่ตานอย่างหมดอาลัย จนกระทั่งออกจากสองภพได้อย่างราบรื่น ทั้งสองก็ไม่ได้พูดอะไรอีกเลย
“กลับทะเลสีม่วงหรือ?” ภูตน้อยเป็นฝ่ายทำลายความเงียบก่อน
“อืม” ผู่ตานกำลังจะพยักหน้า แต่แล้วก็รู้สึกไม่พอใจ “ไปดูทิงหลินเป็นครั้งสุดท้ายเถอะ”
ที่นั่นยังมีอะไรให้ดูอีกหรือ?
แม้ในใจจะคิดเช่นนั้น แต่ภูตตัวน้อยไม่ได้ปฏิเสธ เขาจะอยู่เป็นเพื่อนนกน้อยที่สูญเสียญาติพี่น้องตัวนี้สักหน่อย
ตลอดทางยังคงราบรื่นจนทำให้ทั้งสองคนรู้สึกตกใจ ความรู้สึกประหลาดนั้นกลับมาอีกครั้ง
“กลิ่นคาวเลือด!” พอทั้งสองมาถึงภูเขาทิงหลิน เจ้าภูตตัวน้อยก็ได้กลิ่นคาวเลือดอย่างรวดเร็ว
ทั้งสองหยุดลงที่หลุมใหญ่แห่งหนึ่ง กลิ่นคาวเลือดลอยมาจากที่นี่ แม้ว่าตอนนี้เลือดสดจะถูกเถ้าถ่านสีดำปกคลุมไปแล้ว แต่กลิ่นจะขับไล่ได้ง่าย ๆ หรือ?
“หรือว่าเป็นฝีมือของพวกวิญญาณร้าย?” ผู่ตานยังจำคำเตือนของผู้บำเพ็ญก่อนเข้าสู่แท่นมิติได้ ที่บอกว่าวิญญาณร้ายจะมาเป็นครั้งคราว ให้เขาระวังไว้หน่อย
“แน่นอนว่าไม่ใช่”
ภูตตัวน้อยบินขึ้นไปในอากาศ แล้วสำรวจไปรอบ ๆ
“วิญญาณร้ายจะไม่ปล่อยให้เลือดสดเสียไปมากมายเช่นนี้ พวกมันจะกลืนกินทุกอย่างจนหมดเกลี้ยง ยกเว้นกระดูก”
ได้ยินว่านอกจากพวกเขาสองคนแล้ว คนขี้โรคและคู่สามีภรรยานั้นก็หายไปแล้ว คิดดูก็รู้ พวกเขาจากไปกว่าสิบวันแล้ว พวกเขาจะอยู่ที่นี่ได้อย่างไร?
“เลือดนี้คงไม่ใช่ของคนขี้โรคนั่นกระมัง?”
ผู่ตานเริ่มระดมความคิด “คู่สามีภรรยานั้นฉวยโอกาสตอนพวกเราไม่อยู่ลงมือสังหารเขาหรือ?”
ภูตน้อย “เหตุใดเจ้าไม่เดาว่านี่อาจเป็นเลือดของหลิงเยว่เล่า?”
“เป็นไปไม่ได้!” ผู่ตานตอบอย่างมั่นใจว่า หากเป็นเลือดของหลิงเยว่ ใบไม้นี่จะต้องส่งสัญญาณอย่างบ้าคลั่งแน่นอน แต่ตอนนี้มันกลับไม่มีปฏิกิริยาใด ๆ เลย!
………………..