ยอดกุ๊กบุกแดนเซียน - บทที่ 569 เขาโง่มาก
บทที่ 569 เขาโง่มาก
เจ้าแห่งความตายละสายตาจากท้องฟ้า อัญมณีของคทาที่กระจัดกระจายอยู่บนพื้นพลันลอยขึ้นสู่อากาศ
อันที่จริงอัญมณีเหล่านี้ไม่ใช่อัญมณีแท้ แต่เป็น… ปฐมวิญญาณของผู้บำเพ็ญที่ถูกเจียระไนขึ้นมา!
ส่วนวิธีการเจียระไนนั้น แน่นอนว่าต้องทำในขณะที่ผู้บำเพ็ญยังมีชีวิตอยู่ ด้วยการผ่าท้องพวกเขาอย่างโหดเหี้ยม แล้วนำปฐมวิญญาณออกมาจากตันเถียน จากนั้นใช้วิชาต้องห้ามป้อนเข้าไปในขณะที่พวกเขายังมีชีวิต
รวมถึงดวงตาอัญมณีของกองทัพวิญญาณร้ายก็เกิดจากการแบ่งปฐมวิญญาณของพวกเขาออกเป็นสองส่วนตอนที่ยังมีชีวิต แล้วป้อนด้วยเลือดเนื้อของตนมิเช่นนั้นหากอาศัยเพียงวิชา จะเพิ่มพลังของพวกเขาได้อย่างไรเล่า?
ยิ่งพลังอาฆาตแค้นเข้มข้น สีของดวงตาก็ยิ่งเข้ม ทำให้พลังยิ่งแข็งแกร่งขึ้น!
อัญมณีเจิดจรัสที่เรียงตัวกันเป็นรูปร่างประหลาดในอากาศ แตกออกต่อหน้าผู้คนมากมาย ปลดปล่อยพลังอาฆาตแค้นนับไม่ถ้วนออกมา!
ใต้ดวงวิญญาณของเจ้าแห่งความตาย แสงสีรุ้งแสบตาพลันลุกโชน แผ่ขยายอย่างรวดเร็วตามลวดลายที่ปรากฏ ดูคล้ายกับวงเวทเรียกวิญญาณที่เจ้าแห่งความตายที่สี่เคยใช้เรียกเจ้าแห่งวิญญาณในอดีต
แต่วงเวทเรียกวิญญาณนี้กลับใหญ่โตผิดปกติ และยังคงแผ่ขยายต่อไปไม่หยุด…
ประโยคนี้ก้องกังวานไปทั่วดินแดนว่างเปล่า แม้แต่โม่จวินเจ๋อและคนอื่น ๆ ที่อยู่ในดินแดนเงาทมิฬก็ยังได้ยิน
“โลกแห่งความแค้นคืออะไรกัน?” ลูกกลมสีดำถามด้วยความสงสัย เพราะไม่เคยได้ยินมาก่อน
โม่จวินเจ๋อและหุ่นไม้อ้วนที่ถูกถามต่างส่ายหัว ทำให้ลูกกลมสีดำตัวน้อยยิ่งงุนงงมากขึ้น
ในดินแดนว่างเปล่านั้นมีพื้นที่เล็ก ๆ มากมาย แต่ไม่มีสิ่งที่เรียกว่าโลกแห่งความแค้นอยู่เลย หรือว่ามันจะหมายถึงสิ่งที่เกี่ยวข้องกับวิญญาณอาฆาตกันแน่?
หุ่นไม้อ้วนแกว่งขาข้างหนึ่งของตน รู้สึกงุนงงอย่างมาก
โม่จวินเจ๋อก็รู้สึกงุนงงเช่นกัน แต่สิ่งสำคัญที่สุดในตอนนี้คือ หลิงเยว่ใช้เวลานานขนาดนี้แล้วทำไมยังไม่มีปฏิกิริยาอะไรเลย?
หลิงเยว่ก็อยากจะแสดงปฏิกิริยาอะไรสักอย่าง แต่น่าเสียดายที่อีกครึ่งหนึ่งของวิญญาณของนางมีสิ่งสกปรกมากเกินไป ไม่สามารถชำระล้างได้ในระยะเวลาอันสั้น แต่บนหน้าจอภารกิจได้นับถอยหลังเข้าสู่ปีที่สี่และกำลังจะเข้าสู่ปีที่สามในไม่ช้า
ในใจของนางรู้สึกร้อนรนยิ่งกว่าใคร
ระบบแอบเร่งเวลานับถอยหลังตอนที่นางไม่เห็นอย่างนั้นหรือ?
[เปล่า]
ระบบย่อยไม่มีทางเอาชีวิตตัวเองมาล้อเล่นหรอก มันยังไม่อยากตาย แต่หลิงเยว่จำเป็นต้องเร่งความเร็วในการหลอมรวมแล้ว เพราะถ้าประตูโลกแห่งความแค้นถูกเปิดออก…
ระบบย่อยถอนหายใจ แต่แรกระบบหลักไม่ควรนำต้นไม้แห่งชีวิตมายังดินแดนว่างเปล่าเลย ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าดินแดนนี้เป็นรังของเผ่าวิญญาณ มันไม่ปลอดภัยเลย
ระบบหลักรู้ว่าที่นี่ไม่มั่นคง แต่ถ้าจะโทษก็ต้องโทษหลิงเยว่ ที่พลังทั้งหมดของนางรองรับได้แค่การมาถึงดินแดนว่างเปล่าเท่านั้น
สามภพอยู่ใกล้ดินแดนว่างเปล่าที่สุด ถ้าไม่มาที่นี่โลกผู้บำเพ็ญคงถูกทำลายระหว่างทางเสียก่อน ถึงตอนนั้นทุกคนก็ต้องตายหมด!
“ระบบ เจ้าตื่นแล้ว!”
[อืม แค่ชั่วคราวน่ะ]
“หมายความว่าจะต้องหลับใหลอีกหรือ?”
[ใช่ โลกแห่งความแค้นกำลังจะถูกเปิดออก เจ้าต้องรีบหลอมรวมโดยเร็ว ไม่เช่นนั้นคงไม่มีใครปกป้องได้]
“หมายความว่าอย่างไร?” หลิงเยว่สะดุ้ง โลกแห่งความแค้นคืออะไรกัน?
ในระหว่างที่นางชำระจิตวิญญาณ มีเหตุการณ์สำคัญอะไรเกิดขึ้นหรือไม่?
โลกแห่งความตายที่อยู่ห่างไกลทำให้โม่จวินเจ๋อรู้สึกถึงวิกฤตที่กำลังจะมาถึง เขาก้มมองที่เท้าของตนแล้วถอยหลังสามก้าว พยายามวางค่ายกลเคลื่อนย้ายที่สามารถส่งข้ามดินแดนได้
นับตั้งแต่วินาทีที่เสียงของเจ้าแห่งความตายดังก้องไปทั่วทั้งดินแดน เสียงทั้งหมดก็หายไป
ราชินีภูตสีม่วงยังครุ่นคิดว่าโลกแห่งความแค้นนั้นเป็นส่วนหนึ่งของดินแดนใดกันแน่ กองทัพวิญญาณตรงหน้าแทบจะแตกสลายพร้อมกันในทันที ดวงตาอัญมณีที่ร่วงหล่นจากร่างของพวกมันกลายเป็นลำแสงพุ่งไปยังตำแหน่งที่เจ้าแห่งความตายอยู่
ศัตรู… ฆ่าตัวตายหรือ?
พวกเขาชนะแล้ว?
ไม่ ไม่ใช่! เจ้าแห่งความตายจะทำเรื่องเช่นนั้นได้อย่างไร คำสาปนั้นกล่าวไว้อย่างชัดเจน เขาต้องการเปิดประตูสู่โลกแห่งความแค้น!
แล้วโลกแห่งความแค้นอยู่ที่ไหนเล่า?
กระดูกของกองทัพวิญญาณที่แตกกระจายเกลื่อนกลาดไปทั่วเขตแดนปีศาจ มันเริ่มผุพังอย่างรวดเร็ว แม้แต่โครงกระดูกของเจ้าแห่งความตายก็ไม่อาจรอดพ้นสายลมพัดมาจากที่ใดสักแห่ง พัดพาเถ้ากระดูกหนาทึบขึ้นมา แล้วพัดกระจายไปทั่วทั้งอาณาจักรว่างเปล่า
เพียงชั่วครู่เดียว กองทัพวิญญาณและจอมวิญญาณทั้งหมดก็หายวับไปอย่างไร้ร่องรอย รวมถึงจอมวิญญาณทั้งสี่ที่ถูกกักขังอยู่ในวิหารต้อนรับเทพก็สลายหายไปกับสายลมด้วย
คนป่วยที่กำลังรอคอยสมบัติล้ำค่าของตนเองอยู่นั้น ไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง จอมวิญญาณตายไปง่าย ๆ แบบนี้เลยหรือ!?
ถูกต้อง คำว่าโลกแห่งความแค้น ทำไมถึงฟังดูคุ้นหูเช่นนี้ ข้าเคยได้ยินมันจากที่ใดกันแน่…
ร่างที่อ่อนแอตบหน้าผากตัวเองเบา ๆ แล้วเริ่มค้นหาความทรงจำในสมอง
โลกแห่งความแค้น… โลกแห่งความแค้น…
พบแล้ว!
โลกแห่งความแค้น พลังความแค้นที่เกิดขึ้นในทุกโลกย่อยจะถูกดูดซับเข้าสู่โลกแห่งความแค้น ที่นั่นมีพลังความแค้นมหาศาลที่เกิดจากการตายของผู้แข็งแกร่งที่สุดจากโลกนับไม่ถ้วนแม้แต่ความแค้นของสวรรค์ก็ยังมี!
คนป่วยสูดลมหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความตกใจ จบกัน! คราวนี้ดินแดนว่างเปล่าจะถูกทำลายจริง ๆ เขาต้องรีบออกไปโดยเร็ว!
ไม่ได้! สมบัติล้ำค่าของเขายังไม่มา หากจากไปเช่นนี้คงน่าเสียดายเหลือเกิน!
แต่ว่า… พวกมันซ่อนตัวอยู่ที่ไหนกันแน่!?
คนป่วยโกรธจัด แม้แต่ริมฝีปากที่ซีดเซียวมาตลอดยังแดงขึ้นเพราะความโกรธ เขารอมาตั้งแต่สองเดือนจนถึงครึ่งปี แล้วจากครึ่งปีก็เป็นเกือบปี ตอนนี้ใกล้จะครบหนึ่งปีแล้ว! บรรดาสมบัติล้ำค่าของเขายังไม่ปรากฏตัว หากไม่ปรากฏเร็ว ๆ นี้ คงต้องตายกันหมด!
ควรทำอย่างไรดี?
เป็นครั้งแรกที่คนป่วยรู้สึกลำบากใจเช่นนี้ เขาค้นหาทั่วทั้งสามภพแล้ว แต่กลับไม่พบร่องรอยของหลิงเยว่ แม้แต่กลิ่นอายก็ไม่มี นางซ่อนตัวอยู่ที่ไหนกันแน่?!
นอกจากสามภพที่ค่อนข้างปลอดภัยแล้ว ยังมีที่ใดอีกเล่า? ภูเขาทิงหลินหรือ?
คนป่วยเร่งรีบมุ่งหน้าไปยังภูเขาทิงหลินด้วยความเร็วสูงสุด หากไม่ได้อยู่ที่ภูเขาทิงหลิน ก็ยังมี… ดินแดนเงาทมิฬ!
ที่นั่นกลายเป็นที่รกร้างว่างเปล่าหลังจากเกิดสงครามสองครั้ง เหมาะสำหรับการหลอมรวมของต้นไม้แห่งชีวิตทีเดียว
ทำทำไมเขาถึงได้โง่เช่นนี้!
คนป่วยรู้สึกเสียใจอย่างสุดซึ้ง เวลาป่านมานานขนาดนี้ เขาควรจะคิดได้แล้ว แต่ไม่รู้ทำไมกลับพยายามหาข้อแก้ตัว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องติดขัดระหว่างทางหรือหลงทางอะไรทำนองนั้น… ผลลัพธ์คือ เขารอมาถึงหนึ่งปีเต็ม!
“ไม่มี ที่นี่ไม่มีอะไรเลย!” คนป่วยโรยแร่พลิกกลับ เถ้าถ่านสีดำทั้งหมดที่ท่วมหลุมใหญ่ขึ้นมากลับว่างเปล่า แม้แต่เงาของหลิงเยว่ก็ยังไม่พบ
“หืม? นางเคยมาที่นี่!”
คนป่วยโรยแร่กระโดดลงไปในหลุมใหญ่ที่หลิงเยว่เคยเก็บตัวบำเพ็ญ แม้ว่ากลิ่นอายที่นี่จะถูกทำความสะอาดไปแล้ว แต่ยังคงเหลือร่องรอยเล็กน้อย
ไม่เพียงแต่มีกลิ่นอายของหลิงเยว่เท่านั้น มันยังมีกลิ่นอายของต้นไม้ปีศาจ ร่างวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ หงส์ทองและนกอีกตัวหนึ่ง เขาจึงมุ่งหน้าตามร่องรอยนั้นไป…
ก่อนอื่นไปยังทะเลสีม่วง จากนั้นก็ออกจากทะเลสีม่วงไปดินแดนเงาทมิฬ!
คนป่วยหัวเราะเยาะ สมบัติล้ำค่าของเขาช่างฉลาดจริง ๆ การตามหาพวกเขาช่างยากเย็นเหลือเกิน!
………………..