ยอดกุ๊กบุกแดนเซียน - บทที่ 571 ผู้ยิ่งใหญ่ที่แท้จริง!
บทที่ 571 ผู้ยิ่งใหญ่ที่แท้จริง!
………………..
บทที่ 571 ผู้ยิ่งใหญ่ที่แท้จริง!
[ภารกิจหลักที่ 24 การหลอมรวมกับต้นไม้กึ่งปีศาจสำเร็จ รางวัลคือชีวิตนิรันดร์]
การนับถอยหลังบนหน้าจอภารกิจหายไป ระบบย่อยถอนหายใจด้วยความโล่งอก มันไม่ต้องตายแล้ว!
โชคดีที่คนป่วยขี้ขลาดกลัวตายไม่ได้บุกเข้าไปในดินแดนเงาทมิฬในช่วงเวลาสำคัญที่ หลิงเยว่กำลังหลอมรวม และโชคดีที่นางได้รับพลังบุญกุศลจำนวนมากจากเทพสวรรค์ของดินแดนว่างเปล่า
หลิงเยว่น้อยหัวโล้นที่ถดถอยเป็นทารกตื่นขึ้นมา สิ่งแรกที่นางทำคือยื่นมือของตัวเองออกมาสำรวจ เมื่อพบว่าตอนนี้มือของนางใหญ่กว่าเดิมแล้ว ดวงตาสวยงามของนางเปล่งประกายด้วยความตื่นเต้นดีใจ
ก่อนหน้านี้นางได้เตรียมใจไว้แล้วว่าจะต้องหลับใหลอยู่ในต้นไม้แห่งชีวิตอีกนาน แต่ผลปรากฏว่าเพียงชั่วครู่ก็ตื่นขึ้นมาเสียแล้ว
เมื่อออกมาจากต้นไม้ นางก็รู้สึกตื่นตะลึงกับโลกสีทองตรงหน้า
พลังบุญกุศลไหลบ่าเข้าสู่ร่างของหลิงเยว่น้อยหัวโล้นอย่างไม่หยุดยั้ง ร่างกายของนางที่มีขนาดเท่าเด็กอายุห้าขวบค่อย ๆ สูงขึ้น
“หลิงเยว่กำลังทำอะไรอยู่?”
ตุ๊กตาไม้อ้วนแม้จะเพิ่งเคยเห็นหลิงเยว่หัวโล้นเป็นครั้งแรก กลับไม่รู้สึกเกรงใจเลยแม้แต่น้อย มันคลานขึ้นไปบนหัวเกลี้ยงเกลาของนาง แล้วเงยหน้ามองท้องฟ้า
ตามหลักการแล้ว จุดอ่อนของพวกเขาเผ่าวิญญาณร้ายก็คือพลังบุญกุศลเช่นกัน แต่กุ่ยซื่อกลับพบว่าพลังบุญกุศลที่มาจากเทพสวรรค์นั้นไม่ได้ทำร้ายเขาเลย!
หิมะสีเทาที่ล่องลอยไปทั่วดินแดนว่างเปล่ายังไม่ทันได้กลายเป็นวิญญาณอาฆาตก็ถูกพลังบุญกุศลทำลายจนหมดสิ้น
ส่วนวิญญาณอาฆาตที่ก่อตัวเป็นรูปร่างแล้ว เช่น นกวิญญาณ ก็ถูกกรงที่ถักทอด้วยพลังบุญกุศลขังเอาไว้ในที่แห่งหนึ่ง ไม่สามารถเข้าหรือออกได้
บัดซบ!
หิมะสีเทายังคงร่วงหล่นลงมาจากรอยแยกที่ยังไม่ได้รับการซ่อมแซม และไม่ได้หยุดการรุกรานดินแดนว่างเปล่า แม้ว่าเทพสวรรค์จะโยนพลังแห่งบุญกุศลเข้าไปในโลกของพวกมัน
พวกมันพยายามเกาะติดอยู่บนกิ่งก้านและใบไม้สีเขียวมรกตที่ใสกระจ่าง พลังแห่งความแค้นนับไม่ถ้วนถูกส่งผ่านไปยังร่างแท้ของหลิงเยว่ แล้วไหลเข้าสู่วิญญาณ พยายามปลุกความแค้นของนางขึ้นมา
แต่น่าเสียดายที่พลังแห่งความแค้นนั้นประเมินหลิงเยว่ต่ำเกินไป นางเป็นใครกัน นางคือผู้ต่อต้านอารมณ์ด้านลบทั้งปวง!
หลิงเยว่เพิกเฉยต่อหิมะสีเทาที่เกาะติดอยู่บนกิ่งก้านและใบไม้ พร้อมเร่งการเคลื่อนไหวในการซ่อมแซมรอยแยก
หากไม่ใช่เพราะเทพสวรรค์ประทานพลังบุญกุศลจำนวนมหาศาลลงมา ตอนนี้นางอาจอยู่ในขั้นตอนการชำระล้างสิ่งสกปรกออกจากวิญญาณของตนก็เป็นได้
แม้ว่าเทพแห่งสวรรค์ของดินแดนว่างเปล่าจะไม่ช่วยเหลือ เมื่อนางหลอมรวมสมบูรณ์แล้ว นางจะใช้ร่างแท้ซ่อมแซมท้องฟ้า เพราะที่นี่มีผู้คนและโลกที่นางต้องปกป้องอยู่
“ยังเหลืออีกครึ่งหนึ่ง”
“ไม่ใช่ ต้นไม้นี้โผล่มาจากที่ไหนกัน?”
“พวกเจ้ารู้สึกหรือไม่ว่าต้นไม้นี้ดูคล้ายกับต้นไม้คู่แห่งความตายที่เคยปรากฏในทะเลสีม่วงมาก่อน?”
“เหมือนหรือ? อืม… ก็เหมือนอยู่บ้าง แต่ข้ารู้สึกว่าต้นนี้งดงามและแข็งแกร่งกว่า!”
หลังจากวิกฤตการณ์แห่งการทำลายล้างโลกได้ผ่านพ้นไป ผู้บำเพ็ญทั้งหมดที่กำลังหนีพลันหยุดลง พวกเขารวมตัวกันเป็นกลุ่มเล็ก ๆ เงยหน้ามองต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ที่ปกคลุมท้องฟ้าทั้งหมด
มีเพียงคำว่าต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์เท่านั้นที่เหมาะสม
สมบัติล้ำค่าของเขา… ได้หลอมรวมกันแล้ว!
ทั้งหมดนี้เป็นความผิดของเทพสวรรค์แห่งดินแดนว่างเปล่า ทำไมไม่ปล่อยให้โลกแห่งความแค้นทำลายมันไปเสียเลยเล่า!
คนป่วยรู้สึกโกรธจนอยากจะฉีกเทพสวรรค์แห่งดินแดนว่างเปล่าเป็นชิ้น ๆ ยิ่งหลิงเยว่แข็งแกร่งเท่าไหร่ ยิ่งหมายความว่าการดูดซับนางจะยิ่งยากขึ้นเท่านั้น ตอนนี้ความยากลำบากนั้นยิ่งกว่านรกเสียอีก!
ไม่ได้การ เขาต้องคิดหาวิธี!
ลองเริ่มจากที่อื่นดู!
อย่างเช่น โม่จวินเจ๋อที่ยังไม่ได้วิวัฒนาการเป็นร่างวิญญาณศักดิ์สิทธิ์อย่างสมบูรณ์?
หรือจะลักพาตัวทั้งโลกผู้บำเพ็ญ ใช้ชีวิตคนทั้งโลกรวมถึงร่างวิญญาณศักดิ์สิทธิ์มาบีบบังคับให้หลิงเยว่ยอมจำนนอย่างว่าง่าย!
จุดอ่อนของหลิงเยว่คือ โลกผู้บำเพ็ญและโม่จวินเจ๋อ หากลงมือจากสองจุดนี้… คนป่วยหัวเราะออกมาอย่างชั่วร้าย
ตอนนี้หลิงเยว่กำลังซ่อมแซมทางเข้าโลกแห่งความแค้น เป็นโอกาสที่ดีในการลงมือ!
ร่างวิญญาณศักดิ์สิทธิ์อยู่ข้างต้นไม้แห่งชีวิตใช่หรือไม่?
ไม่เลว ความคิดนี้สมบูรณ์แบบมาก!
สถานที่ซ่อนตัวของคนป่วยไม่ได้อยู่ไกลจากดินแดนเงาทมิฬนัก เพราะก่อนหน้านี้เขาออกมาจากทางเข้า ตอนแรกเขาตั้งใจจะออกจากดินแดนว่างเปล่าโดยตรง รอให้ทุกอย่างสงบลงแล้วค่อยกลับมา
ตราบใดที่ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์แห่งชีวิตใกล้ตาย มันจะใช้พลังสุดท้ายเพื่อรวมตัวเป็นเมล็ดพันธุ์ศักดิ์สิทธิ์ เพื่อรับประกันการสืบทอด
แต่เมื่อเขาคิดอีกครั้ง เขารู้สึกไม่พอใจอย่างมาก สวรรค์เท่านั้นที่รู้ว่าคนป่วยใช้เวลาและพลังงานมากเพียงใดในการบ่มเพาะต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์แห่งชีวิตและร่างวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ และเขา… มีชีวิตอยู่ไม่ถึงแปดหมื่นปีแล้ว
ส่วนเวลาที่เหลืออยู่อีกกี่ปี คนป่วยสามารถมองเห็นได้จากอวัยวะที่ค่อย ๆ เสื่อมลงของตัวเอง เหลือเวลาไม่นานแล้ว
นั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้เขารู้สึกไม่พอใจมาก!
โชคดีที่ความไม่ยอมแพ้ของเขาได้เป็นพยานถึงการเปลี่ยนแปลงอย่างสมบูรณ์ของหลิงเยว่ที่กลายเป็นต้นไม้แห่งชีวิต
มันใกล้เข้ามาแล้ว!
…
สามสิ่งมีชีวิตตัวน้อยและหลิงเยว่หัวโล้นมองไปยังตำแหน่งที่โม่จวินเจ๋ออยู่ด้วยความประหลาดใจ
คนตัวใหญ่ขนาดนั้นหายไปไหนกัน! เหตุใดจึงหายวับไปเช่นนี้? เป็นไปได้หรือไม่ว่าเข้าไปในร่างแท้ของหลิงเยว่แล้ว?
หลิงเยว่ที่กำลังซ่อมแซมทางเข้าโลกแห่งความแค้นอยู่นั้น ในชั่วขณะหนึ่งรับรู้ถึงกลิ่นอายที่คุ้นเคยอย่างน่าประหลาด ในวินาทีที่นางรู้สึกว่ากลิ่นอายของโม่จวินเจ๋อหายไป รากทั้งหมดของนางก็ถูกใช้งานทันที
กล้าดีอย่างไรมาลักพาตัวโม่จวินเจ๋อไปต่อหน้าต่อตานาง!?
หลิงเยว่รู้ทันทีว่าใครเป็นคนทำ ในโลกนี้คนที่รู้ว่าโม่จวินเจ๋อเป็นร่างวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ล้วนตายไปหมดแล้ว ยกเว้น… เทพปีศาจและวิหารต้อนรับเทพ!
หาเจอแล้ว!
หลิงเยว่ทำสองสิ่งพร้อมกัน ด้านหนึ่งเย็บปะรอยแยก อีกด้านหนึ่งใช้รากของร่างแท้สกัดกั้นวิหารต้อนรับเทพที่กำลังจะหนีไปทางทะเลม่วง
ไม่เพียงแต่ลักพาตัวโม่จวินเจ๋อ เขายังคิดจะลงมือกับโลกผู้บำเพ็ญอีก!
หลิงเยว่อย่างจะหัวเราะเยาะความบ้าคลั่งของเทพปีศาจและวิหารนี้เหลือเกิน ถูกต้อง เมื่อก่อนนางอ่อนแอก็จริง แต่ตอนนี้ไม่ใช่แล้ว!
เมื่อเห็นรากทะลวงประตูและหน้าต่างเข้าไปได้ง่ายดายเช่นนั้น คนป่วยรู้สึกงงงันไปชั่ขณะ วิหารต้อนรับเทพของเขาเปราะบางเช่นนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่? มิใช่ว่าวิหารต้อนรับเทพนั้นเปราะบาง แต่เป็นเพราะหลิงเยว่ที่ได้หลอมรวมและได้รับพลังบุญมหาศาลจากเทพสวรรค์แห่งดินแดนว่างเปล่าจึงแข็งแกร่งขึ้น นางแข็งแกร่งจนเกินกว่าที่คนป่วยจะจินตนาการได้
รากทั้งหมดเพิ่มแรงรัดตรึงวิหารต้อนรับเทพไว้ วิหารที่เคยสูงเทียมฟ้ากลับบิดเบี้ยว เศษหินที่ร่วงหล่นกลายเป็นผุยผงในพริบตา
โม่จวินเจ๋อเพิ่งจะเห็นชัดว่าใครเป็นผู้จับตัวเขาไป วิหารต้อนรับเทพและเทพปีศาจก็แตกสลายต่อหน้าต่อตาเขา
แตก… สลายไปแล้ว?
ศัตรูที่เคยทำให้พวกเขาหวาดกลัวมากมายจบลงเพียงเท่านี้หรือ?
โม่จวินเจ๋อที่ถูกรากสีเขียวมรกตพาออกมาอย่างปลอดภัย รู้สึกม่านตาหดเล็กลง เขาไม่ค่อยเชื่อว่าเทพปีศาจจะตายและศาลเทพจะแตกสลายไปจริง ๆ
“เขา พวกเขา…”
โม่จวินเจ๋อพูดได้ครึ่งประโยคก็หุบปากทันที
………………..