ยอดกุ๊กบุกแดนเซียน - บทที่ 603 ศิษย์พี่ใหญ่?!
บทที่ 603 ศิษย์พี่ใหญ่?!
ซูมู่อยากจะร้องไห้ น้ำตาของเขาไหลนองหน้า ดวงตาที่เต็มไปด้วยน้ำตาค่อย ๆ หมดประกายลง ทำให้ลูกค้าโดยรอบไม่อยากตำหนิเขาอีกต่อไป
“เอ่อ เจ้ายังขาดหินวิญญาณอีกเท่าไหร่?”
“ใช่ ๆ ส่วนที่ขาดนั้นพวกข้าจะพยายามชดเชยให้”
“ท่านเทพธิดา ดูสิว่าจะใช้โลหะหายากหรือวัตถุวิเศษแลกกับท่านได้หรือไม่?”
“พวกเจ้า…” ซูมู่ร้องไห้อย่างน่าสงสาร
มุมปากของหลิงเยว่กระตุกไม่หยุด เพิ่งเจอผู้หญิงขี้แยคนหนึ่ง ตอนนี้ผู้ชายขี้แยก็เข้ามาประชิดทันที
“ข้าไม่ได้บอกว่าจะไม่พาเขาไปนี่”
ทำไมถึงได้ลีลาเช่นนี้?
“รอพวกเรากินข้าวเสร็จก็จะออกเดินทางทันที เจ้าไปเตรียมตัวก่อนจะดีกว่า” เมื่อสบตากับโม่จวินเจ๋อ ซูมู่ชะงักไปครู่หนึ่งแล้วรีบส่ายหน้าไปมา ไม่จำเป็นต้องเตรียมตัว เขาพร้อมออกเดินทางได้ทันที!
“ท่านอาจารย์ ท่านไม่ไปบอกลาว่าที่อาจารย์หญิงก่อนหรือขอรับ?”
“ข้าจะช่วยเฝ้าที่นี่ให้ท่าน รับรองว่าจะไม่ปล่อยให้คู่รักเทพเซียนนี้หนีไปก่อนแน่นอน!” เสี่ยวเอ้อร์ยิ้มประจบเต็มที่ โม่จวินเจ๋อรู้สึกพอใจกับคำพูดของเขามาก
“อะ… อะไร ว่าที่อาจารย์หญิงอะไรกัน อย่าพูดเหลวไหล!” ใบหน้าของซูมู่แดงก่ำ การจากไปครั้งนี้ ไม่รู้ว่าเมื่อใดจะได้กลับมา หรืออาจจะไปแล้วไม่ได้กลับ เขาจะกล้าไปบอกลาได้อย่างไร?
“พวกเราสามารถพาคนเพิ่มไปได้อีกหนึ่งคน”
หลิงเยว่มองดูโม่จวินเจ๋ออย่างประหลาดใจ วันนี้เขาพูดมากจริง ๆ แถมยังดูกระตือรือร้นแปลก ๆ กินยาผิดอะไรเข้าไปหรือ?
โม่จวินเจ๋อที่เข้าใจสายตาของหลิงเยว่ “…”
อย่างไรกัน ไม่อนุญาตให้เขาเปลี่ยนเป็นคนร่าเริงขึ้นบ้างหรือ?
หลิงเยว่รีบส่ายหัวปฏิเสธ “ท่านเป็นเช่นนี้ก็ดีแล้ว ดูมีเสน่ห์ขึ้นเยอะ”
ก่อนหน้านี้ไม่มีเสน่ห์หรือ?
แม้จะไม่เข้าใจการสื่อสารด้วยสายตาของทั้งสอง และยิ่งไม่เข้าใจสิ่งที่พวกเขาพูด แต่นั่นก็ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อหัวใจที่เต้นรัวด้วยความตื่นเต้นของซูมู่
“พาคนไปเพิ่มอีกคนได้จริงหรือ?”
เมื่อเผชิญหน้ากับสายตาที่เต็มไปด้วยความปรารถนาและความคาดหวังของซูมู่ โม่จวินเจ๋อก็พยักหน้าเบา ๆ “ได้”
ทันทีที่คำพูดของโม่จวินเจ๋อจบลง ซูมู่ก็กลายเป็นสายลมพุ่งออกไปนอกประตูทันที เพียงชั่วครู่เขาก็จูงมือใครบางคนกลับมา…
หลิงเยว่ทำตะเกียบในมือหล่นลงพื้น นางมองดูหญิงสาวตรงหน้า แล้วหันไปมองลูกนกอินทรีสองตัวที่กำลังกินอาหารบนโต๊ะอย่างตะกละตะกลาม เป็นครั้งแรกที่นางรู้สึกว่าตนเองเสียสติไปแล้ว
คนที่ซูมู่พากลับมามีใบหน้าเหมือนกับหลงหว่านโหรวไม่มีผิด!
“อายุกระดูกไม่ตรงกัน” เมื่อเทียบกับความตกใจของหลิงเยว่แล้ว โม่จวินเจ๋อดูจะใจเย็นกว่ามาก สตรีตรงหน้านี้มีอายุกระดูกราวสามร้อยปีแล้ว ซึ่งไม่ตรงกับหลงหว่านโหรว
เมื่อโม่จวินเจ๋อกล่าวเช่นนี้ ความสับสนวุ่นวายในใจของหลิงเยว่ถึงค่อย ๆ คลี่คลายลง ดีแล้ว… เพียงแค่หน้าตาคล้ายกันเท่านั้น ไม่ใช่ว่านางเข้าใจผิดไป
จักรวาลนั้นกว้างใหญ่ไพศาล โลกเล็ก ๆ ก็มีมากมายนับไม่ถ้วน การที่จะมีคนหน้าตาคล้ายกันถือเป็นเรื่องปกติ บางทีในโลกอื่น ๆ อาจมีคนที่มีใบหน้าเหมือนนางหรือโม่จวินเจ๋อก็เป็นได้
หลิงเยว่ส่ายหน้า แต่อดไม่ได้ที่จะแอบมองซานซานที่ซูมู่พูดถึง ช่างเหมือนกันเหลือเกิน แม้แต่บุคลิกก็คล้ายกันมาก
“เจ้ารู้จักข้าหรือ?” หลิวซานซานจำได้ว่าไม่เคยพบคู่สามีภรรยานี้มาก่อน
“ไม่หรอก พวกเราเพิ่งพบกันครั้งแรก”
หลิงเยว่อุ้มลูกนกอินทรีขึ้นมา อีกตัวหนึ่งอิ่มแล้ว มันนอนแผ่อยู่บนหลังมือของโม่จวินเจ๋อ กิริยาท่าทางเช่นนี้ไม่เหมือนพี่ใหญ่เลย อืม… ลูกนกอินทรีตัวน้อยที่ยังดิ้นรนอยู่ในอ้อมอกของนางก็ไม่เหมือนหลงหว่านโหรวเลยสักนิด
โม่จวินเจ๋อฉีกช่องว่างมิติต่อหน้าแขกที่มากินอาหาร หลิงเยว่ใช้มือทั้งสองข้างจับซูมู่และหลิวซานซานโยนเข้าไปในช่องว่างนั้นทันที
“ลาก่อนทุกคน!”
หลิงเยว่ยิ้มพลางกล่าวคำอำลากับแขกที่กำลังตะลึงงัน ช่องว่างมิติบิดเบี้ยวและเชื่อมต่อกันอีกครั้ง ร่างของทั้งสี่คนหายวับไปในพริบตา
หากไม่ใช่เพราะยังมีเศษอาหารเหลืออยู่บนโต๊ะ พวกเขาคงคิดว่าไม่เคยมีใครมาที่นี่เลย
ไม่ถูกสิ! ไม่ใช่ว่าตกลงกันว่าจะเลี้ยงอาหารพวกเขาหรอกหรือ? ทำไมถึงเหลืออยู่แค่นิดเดียวเล่า!
ลูกค้าทั้งหลายรู้สึกเจ็บปวดจนหายใจไม่ออก อาหารวิเศษมากมายถูกลูกนกอินทรียักษ์สองตัวทำลายจนหมดสิ้น!
ในขณะที่ลูกค้าต่างแย่งชิงอาหารวิเศษที่พอจะกินได้ ก็มีคนสองคนรีบร้อนวิ่งเข้ามา ซึ่งหนึ่งในนั้นคือหญิงชรา นางถามอย่างร้อนรนว่า “หญิงคนนั้นอยู่ไหน?”
“ไปแล้ว” เสี่ยวเอ้อร์ตอบอย่างหมดอารมณ์ ถ้าเป็นปกติ เมื่อคนจากเผ่าอินทรียักษ์มา เขาต้องรีบเข้าไปต้อนรับอย่างกระตือรือร้นแน่นอน แต่ตอนนี้อาจารย์ก็จากไปแล้ว ร้านนี้คงเปิดต่อไปไม่ได้แล้ว
“นางเพิ่งไปได้ไม่นาน พวกเจ้ามาช้าไปแล้ว”
ชายที่อยู่ข้างหญิงชราแสดงความเสียดาย พวกเขานำไข่คุณภาพดีมาเป็นร้อยฟองเพื่อแลกเปลี่ยนกับหญิงคนนั้นอีกครั้ง แต่ผลลัพธ์กลับ…
“ทั้งหมดนี้เป็นความผิดของเจ้าที่เลือกนานจนเสียเวลาไปไม่น้อย มิเช่นนั้น…”
“ไข่ที่ใช้ในการแลกเปลี่ยนจะเลือกมั่ว ๆ ได้อย่างไร?”
บทสนทนาของทั้งสองคนเกือบจะทำให้คางของทุกคนที่อยู่ในที่นั้นแทบหล่นลงพื้น นี่พวกเขาได้ยินอะไรกันแน่?
เมื่อไหร่กันที่เผ่าอินทรีย์ยักษ์ตกต่ำถึงขั้นขายไข่เพื่อความอยู่รอด?
“ฮึ พวกเจ้าจะเข้าใจได้อย่างไร?” ชายหนุ่มสะบัดผมหน้าม้าสีดำที่ปิดบังดวงตา ขนนกยาวเกินไปแล้ว ต้องหาเวลาตัดแต่งให้ดีเสียหน่อย
ก็ใช่น่ะสิ นั่นคือสิ่งที่บริสุทธิ์ที่สุด อุดมไปด้วยพลังชีวิตมากมาย เพียงแค่ดูดซับเล็กน้อย อินทรีย์ยักษ์ที่แก่ชราใกล้ตายก็จะฟื้นคืนชีพในทันที แม้แต่กรงเล็บที่ไม่คมกริบก็เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ขนนกที่หม่นหมองก็กลับมาเปล่งประกายอีกครั้ง กลับคืนสู่ช่วงที่รุ่งเรืองที่สุดในพริบตา
แม้ว่าการใช้ไข่มาทำการค้าจะน่าอับอาย แต่ใครจะไปห้ามได้ ในเมื่ออีกฝ่ายให้มามากมายเหลือเกิน…
“พวกเจ้าจะเอาไข่ไปแลกอะไรหรือ?”
นกอินทรีภูเขายักษ์สองตัวไม่พูดอะไร เมื่อหญิงสาวผู้นั้นจากไปแล้ว พวกมันก็ไม่จำเป็นต้องอยู่ที่นี่อีกต่อไป
สิ่งของที่ทั้งสองฝ่ายแลกเปลี่ยนกันทำให้ผู้คนในโลกภูเขายักษ์รู้สึกอยากรู้อยากเห็นถึงขีดสุด ผู้บำเพ็ญบางคนถึงกับแอบย่องเข้าไปในดินแดนของเผ่าอินทรีในยามดึก แต่ยังไม่ทันได้แตะประตูใหญ่ก็ถูกปีกตบจนลอยออกมาเสียแล้ว
ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ รอบ ๆ ดินแดนของเผ่าอินทรียักษ์ก็มีอินทรีหนุ่มบินวนเวียนอยู่มากมาย ดวงตาของพวกมันคมกริบ กรงเล็บเป็นประกายวับวาวในความมืด ปีกแข็งแกร่งทรงพลัง ตบคนไปไกลหลายหมื่นลี้
คนที่ถูกตบมีจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ ความอยากรู้อยากเห็นของคนในดินแดนเลยลดลง หรือนี่อาจเป็นเพียงเหตุการณ์ชั่วคราว…
อย่างไรก็ตาม เรื่องเหล่านี้ไม่เกี่ยวข้องกับหลิงเยว่
ในตอนนี้พวกเขากลับมายัง โลกผู้บำเพ็ญสำเร็จแล้ว ร่างกายของซูมู่และหลิวซานซานที่ถูกวางไว้ใต้ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์แข็งทื่อขึ้นมาทันที
ตอนนี้พวกเขา… อยู่ใต้ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์จริง ๆ เพียงแค่ยื่นมือออกไปก็สามารถสัมผัสกิ่งก้านและใบของต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ได้!
หลิงเยว่รีบออกจากที่เดิมอย่างใจร้อนเพื่อไปดูติงหลิวหลิ่วน้อย นางเชื่อว่าโม่จวินเจ๋อจะจัดการเรื่องของซูมู่และหลิวซานซานได้อย่างดี
“ศิษย์… พี่… ศิษย์พี่ใหญ่!?” ผู่ตานที่ยืนเฝ้าอยู่หน้าบ่อปลาของว่านอวี้เฟิง เมื่อเห็นหลิวซานซานลิ้นของเขาก็พันกันยุ่งเหยิงทันที
………………..