ยอดกุ๊กบุกแดนเซียน - บทที่ 606 หน้าตาคล้ายกันมาก
บทที่ 606 หน้าตาคล้ายกันมาก
น่าเสียดายที่สวรรค์ไม่ได้ยินคำอธิษฐานในใจของผู่ตาน จำนวนเมล็ดดอกหนามก็ปรากฏออกมาแล้ว
ไม่ใช่เพียงหนึ่งเมล็ด แต่ก็ไม่ได้เกินหมื่นเมล็ด
“หนึ่ง สอง สาม… สี่ร้อยเก้าสิบเก้าเมล็ด”
หลิงเยว่ที่นับเสร็จแล้วถึงกับตาค้าง สมกับเป็นท่านอาจารย์จริง ๆ ในด้านปริมาณสามารถบดขยี้ศิษย์ทั้งสามคนของตนเองอย่างราบคาบ!
“ก็แค่ห้าร้อยเมล็ดเท่านั้นเอง” เล่อเหอก็ไม่คาดคิดว่าจะมีชิงยวนออกมาถึงสี่ร้อยเก้าสิบเก้าต้นในคราวเดียว
คราวนี้ยอดเขากลั่นโอสถอาจไม่มีพื้นที่พอสำหรับนางเสียแล้ว
จริงอย่างที่ว่า แค่สี่ร้อยเก้าสิบเก้าเท่านั้น หลิงเยว่ไม่ลังเลใจ โปรยเมล็ดพันธุ์ลงบนพื้นดินแล้วเร่งการเจริญเติบโตอีกครั้ง
หน่อกล้าทั้งสี่ร้อยเก้าสิบเก้าต้นงอกขึ้นมาจากดินพร้อมกันอย่างรวดเร็ว…
“นี่ ข้าก็ไม่ได้รับรู้ถึงกลิ่นอายของชิงยวนเลย…” สยงฉีเลวี่ยกล่าวอย่างแปลกใจ
ผู่ตานก็ไม่ได้กลิ่นของชิงยวนเลย ช่างแปลกจริง ๆ หรือว่าศิษย์น้องหลิงจะผิดพลาดอีกแล้ว
หลิงเยว่ไม่ได้ทำผิดพลาดหรอก ลูกนกอินทรีสองตัวสามารถพิสูจน์ให้นางได้!
ลูกนกอินทรีสองตัวที่เดิมทีนอนหลับสนิทอยู่บนไหล่ของผู่ตานตื่นขึ้นมาทันที น้ำใส ๆ เอ่อคลอดวงตาสีเหลืองอำพัน จ้องมองพุ่มหนามที่กำลังเติบโตอย่างเหม่อลอย
ลูกนกอินทรีกางปีกเล็ก ๆ บินโซเซไปยังใจกลางพุ่มหนาม พร้อมกับอีกตัวที่ช้ากว่าเล็กน้อย
“อะไรกัน!”
“ศิษย์พี่หลงจำอาจารย์ได้หรือ?”
อวี้เจินมองดูลูกนกอินทรีสองตัวที่กำลังพยายามบินอยู่ ช่างไร้เหตุผลเหลือเกิน พวกเขายังไม่รู้สึกถึงชิงยวนเลย แล้วลูกนกสองตัวที่เพิ่งออกจากไข่จะรู้ได้อย่างไร?
“คงเป็นเช่นนั้นกระมัง ถึงอย่างไรหลงหว่านโหรวก็เป็นผู้ที่ชิงยวนเลี้ยงดูมาตั้งแต่เล็กจนโต ความรู้สึกของทั้งสองถือว่าลึกซึ้งที่สุด” ผู้อาวุโสมู่พูดไปพูดมา ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร ดวงตาของเขาก็เริ่มร้อนผ่าว
แม้ว่าลูกนกอินทรีทั้งสองตัวจะบินได้ช้ามาก แต่สุดท้ายก็หยุดอยู่บนพุ่มหนามเดียวกัน
โม่จวินเจ๋อชายตามองไปทางผู่ตาน “คงจะเป็นอย่างนั้น”
สำหรับเรื่องนี้ เขาคงได้แต่พูดว่า พวกคนจากยอดเขากลั่นโอสถล้วนแต่เก่งในการเล่นสนุกทั้งนั้น
“เหตุใดคนอื่นถึงไม่วุ่นวายขนาดนี้?” เหมือนลุงของอวี้เจินที่กลับชาติมาเกิดเป็นมนุษย์อย่างสงบเสงี่ยม และยังมีสนมปีศาจที่หกอีก… ผู่ตานรีบตัดความคิดของตนเอง
เขาบังเอิญเดินผ่านมาและเห็นเด็กหญิงตัวน้อยที่นั่งอยู่หน้าบ้านยิ้มแย้มให้กับทุกคน ช่างอบอุ่นและช่วยเยียวยาจิตใจได้อย่างดี
ทุกคนที่อยู่ในที่นั้นต่างรู้สึกเห็นพ้องกันว่า มันช่างวุ่นวายจริง ๆ
ส่วนลูกนกอินทรีสองตัวที่ยืนอยู่บนต้นหนามเดียวกันส่งเสียงร้องใส่หลิงเยว่ไม่หยุด
แน่นอนว่าหลิงเยว่ไม่ได้ฟัง นางตัดสินใจที่จะทำต่อไปอย่างเต็มที่ นางเร่งการเติบโตของต้นหนามทั้ง 499 ต้นให้ถึงขั้นแปลงกาย อ๊ะ! ไม่ใช่ มันคือ 500 ต้น รวมถึงต้นที่นำมาจากดินแดนหนามด้วย เมื่อทั้งหมดแปลงกายแล้ว พวกเขาก็จะรู้ว่าใครคือชิงยวน!
ต้นหนามที่แปลงร่างเป็นต้นแรก มันแปลงร่างเป็นเด็กหญิงตัวเล็กที่มีรูปร่างสูงสามส่วน และบนหัวยังมีดอกตูมเล็ก ๆ อยู่ด้วย
“!!!”
“สวรรค์! นี่เป็นการเร่งให้หนามทั้งห้าร้อยต้นเกิดพร้อมกันหรือ?”
“ห้าร้อยต้นจะเป็นไรไป แม้แต่ห้าแสนตัว สำนักหลานเทียนก็เลี้ยงไหว!”
กลุ่มคนถกเถียงกันอย่างเผ็ดร้อน ไม่นานเด็กหนามตัวที่สองก็ปรากฏตัวขึ้น ตามด้วยตัวที่สาม ที่สี่…
และต้นสุดท้ายคือต้นที่ลูกนกอินทรีสองตัวยืนอยู่ ไม่ว่าจะทำอย่างไรก็ไม่สามารถแปลงร่างได้
“ดังนั้นต้นนี้ต้องเป็นอาจารย์แน่นอน!” ผู่ตานตื่นเต้น หลังจากความตื่นเต้นผ่านไปก็รู้สึกหมดหนทาง ทำไมถึงเร่งให้เกิดไม่ได้อีกล่ะ!?
“พวกเราจะทำอย่างไรกับพวกเขาดี” ลู่เป่ยเหยียนมองดูเด็กหนามทั้ง 499 คนด้วยดวงตาเป็นประกาย นอกจากสีผิวที่ค่อนข้างเขียวแล้ว พวกเขาดูน่ารักมาก!
“ก็ให้เข้าสำนักสิ ไม่ใช่มีชั้นเรียนสำหรับเด็กเล็กอยู่แล้วหรอกหรือ?” แค่เด็กน้อย 499 คนเท่านั้นเอง แน่นอนว่าหลิงเยว่สามารถเลี้ยงดูได้
“ข้าขอรับเลี้ยงสักคนได้ไหม?” ลู่เป่ยเหยียนยิ้มกว้าง ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอายุมากขึ้นหรืออย่างไร ทุกครั้งที่เห็นเด็กน้อยเขาก็ไม่อาจละสายตาไปได้
“อะไรนะ!?” อวี้เจินและหลิงเยว่ต่างเบิกตากว้างด้วยความตกใจ
“ได้สิ ท่านไปถามนางเองก็ได้”
“สมองเจ้าไม่มีปัญหาใช่หรือไม่?” อวี้เจินเข้าไปใกล้ลู่เป่ยเหยียน มองเขาด้วยสายตาราวกับกำลังมองคนแปลกหน้า
“สมองเจ้าต่างหากที่มีปัญหา”
ลู่เป่ยเหยียนจัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อย จากนั้นก็ยิ้มอย่างที่คิดว่าอบอุ่นที่สุดแล้วเดินเข้าไปท่ามกลางเหล่าเด็กหนาม ลู่เป่ยเหยียนยังพูดไม่ทันจบประโยค พวกเด็กน้อยที่ถูกลุงประหลาดทักทายก็ถอยหลังกรูด
“ข้าหมายความว่า พวกเจ้าอยากเป็นศิษย์ของข้าหรือไม่?”
“ไม่ต้องหรอกลุง”
“ลุง…” ลู่เป่ยเหยียนรู้สึกราวกับฟ้าถล่ม เขาเป็นคนหนุ่มหน้าตาดี แต่กลับถูกเรียกว่าลุง…?
“พวกเจ้าอยากเข้าเรียนที่สำนักอาหารศักดิ์สิทธิ์หรือไม่?” หลิงเยว่รีบถามทันที
“หากไม่อยากเข้า ข้าสามารถส่งพวกเจ้ากลับไปยังดินแดนหนามได้”
“ข้าไม่กลับ” เด็กน้อยหนามคนแรกส่ายหน้าอย่างจริงจัง แล้วพูดอย่างหนักแน่นว่า “ข้าจะไปสำนัก”
“ถูกต้อง พวกเราจะไปที่สถาบัน ไม่กลับไปยังดินแดนหนามเด็ดขาด!”
ทันใดนั้น เมื่อได้รับนักเรียนที่น่ารักถึงสี่ร้อยเก้าสิบเก้าคน หลิงเยว่ก็ดีใจจนออกนอกหน้า
“ดี ๆ ๆ ไม่ต้องกลับไปแล้ว ไปที่สำนักกันเถอะ!”
เหตุการณ์นี้ทำให้หัวใจของลู่เป่ยเหยียนแตกสลาย แม้ว่าเมื่อครู่การรับศิษย์จะเป็นเพียงคำพูดเล่น เพราะอย่างไรเสียเขาก็เป็นแก่นปราณอัคคี ส่วนเด็กน้อยทั้งหมดล้วนเป็นแก่นปราณพฤกษา
แต่การตัดสินใจรับเลี้ยงเด็กน้อย เขาจริงจังนะ!
“เหตุใดเจ้าถึงเกิดความคิดเช่นนี้ขึ้นมาเล่า?” โม่จวินเจ๋อถามอย่างสงสัย
“พวกเจ้าไม่ได้มีลูกกันแล้วหรือ? ข้าก็ต้องมีบ้างสิ”
คำตอบของลู่เป่ยเหยียนทำให้ทุกคนที่อยู่ในนั้นขมวดคิ้วอย่างห้ามไม่ได้
“ที่จริงแล้วไม่ใช่หรอก ก็แค่ชอบเด็ก ๆ มากเท่านั้นเอง”
“……”
“น่าจะภายในร้อยปีกระมัง?”
หลิงเยว่ไม่แน่ใจเช่นกัน เพราะตอนนี้การเจริญเติบโตของอาจารย์ถูกนางเร่งให้เข้าสู่ขั้นแปลงกายแล้ว นางก็ไม่รู้ว่าทำไมชิงยวนถึงยังไม่ยอมแปลงกายออกมา เป็นเพราะยังไม่ถึงเวลาหรือ?
“จะลองเร่งการเจริญเติบโตให้สองตัวนั้นดูหรือไม่”
หลิงเยว่มองตามมือของสยงฉีเลวี่ยไป เขาอยากให้นางเร่งการเจริญเติบโตของศิษย์พี่ใหญ่สินะ…
มันคงจะไม่ได้ผลนัก เมื่อครู่นางได้ทดลองกับศิษย์พี่รองไปแล้ว
“ไข่ปลาใช้ไม่ได้ แต่กับลูกนกอินทรีอาจจะได้ก็ได้นะ”
ฟังดูมีเหตุผลอยู่บ้าง ถ้าอย่างนั้นนางควรลองดูดีหรือไม่?
แม้จะสร้างเด็กหนามออกมาได้ 499 ตัว หลิงเยว่ก็ยังไม่หมดแรง นางคว้าลูกนกสองตัวมาด้วยความตื่นเต้น หากผู้ใดไม่รู้คงคิดว่านางต้องการนำไปต้มกินเสียอีก!
ลูกนกอินทรีสองตัวที่ตกอยู่ในมือของหลิงเยว่ จู่ ๆ ก็เริ่มแข็งทื่อไปทั้งร่าง ร่างเล็ก ๆ ล้มไปด้านหลัง พร้อมดวงตาที่ค่อย ๆ ปิดลง
………………..