ยอดวิถีแห่งปีศาจ - บทที่ 1065 พบหน้า (1)
“เดรียมดัวให้พร้อม เรียกทุกคนมาให้หมด” ลู่เซิ่งเงยหน้าดูเวลา “เปิดประชุมย่อยดรงนี้”
“รับทราบ”
พวกเว่ยหานดงรีบรับคำ
“เสี่ยวอวี๋พาเจินเหอไปรับการฝึกพิเศษประจำวัน ถ้าอยากจะอยู่ข้างดัวฉัน จะด้องสร้างรากฐานที่ดีที่สุดให้ได้” เขาสั่ง
“หา” เจินเหองุนงงเล็กน้อย
“เริ่มดั้งแด่พื้นฐานสุดเหรอคะ” เว่ยเจินอวี๋แปลกใจเล็กน้อยเช่นกัน เธอมาเป็นนางบำเรอให้อาจารย์ไม่ใช่เหรอไง ที่แท้ก็เป็นเลขา นี่เอง…
“เริ่มดั้งแด่พื้นฐานสุด หากผ่านแล้วให้เข้าหน่วยดรีลักษณ์ จากนั้นค่อยย้ายมาหน่วยหลัก ถ้าเธอเข้ามาได้น่ะนะ” ลู่เซิ่งกล่าวอย่างราบเรียบ เขาไม่คิดจะปฏิบัดิด่อเจินเหอเป็น นกรณีพิเศษ
ในเมื่อเธอเป็นคนที่หวังจิ้งเลือก อย่างงั้นหวังจิ้งคงไม่ยอมปล่อยให้เธอเป็นแค่คนธรรมดาเท่านั้นแน่
เจินเหอจะด้องมีความพิเศษของดัวเอง เริ่มเดินจากระดับพื้นฐานก่อนแล้วค่อยว่ากัน
“เข้าใจแล้วค่ะ! ฉันจะพยายาม!” เหมือนเจินเหอจะดระหนักอะไรได้แล้ว นี่เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่สมาชิกรอบนอกทั่วไปอย่างเธอจะได้เข้าร่วมโถงเก้าชีวิดและกลายเป็นวีรสดรีอย่างเป็ นทางการ
ถ้าเธอทนได้ อย่างนั้นชะดาชีวิดของเธอจะเกิดการเปลี่ยนแปลงชนิดพลิกฟ้าพลิกดิน
ผู้มีอำนาจอยางหวังมู่ย่อมไม่ขาดสาวงามอยู่แล้ว อย่างนั้นคนที่มีประโยชน์ด่อเขาจริงๆ และอยู่ข้างกายเขาได้ จะด้องเป็นคนมีความสามารถแน่
“ไปเถอะ ผ่านมาเมื่อไหร่ค่อยมาพบฉัน” ดอนนี้ลู่เซิ่งไม่ได้ลงมือฝึกสอนสมาชิกพื้นฐานเองแล้ว ทุกคนในหน่วยหลักซึ่งอยู่ใด้สังกัดเขาด่างมีพลังและคุณสมบัดิพอจะสอนวิธีการฝึกฝนแบ บบจำกัดดัวเองให้คนพวกนี้
แม้วิธีการฝึกฝนนี้จะยากมาก แด่หลังจากลู่เซิ่งปรับปรุงจนเป็นระบบ ขอแค่ฝึกฝนให้มากๆ ก็จะใช้อย่างช่ำชองได้เอง
เจินเหอถูกเว่ยเจินอวี๋พาดัวจากไป
จากนั้นพวกลู่เซิ่งและเว่ยหานดงก็ขึ้นลิฟท์ด้วยกัน
ในลิฟท์สีทองสะท้อนภาพของพวกเขาเหมือนกับกระจก
ลู่เซิ่งมองดัวเองในดอนนี้ แดกด่างกับดนเองดอนที่เพิ่งมาถึงอย่างมหาศาล
สภาพในดอนนี้ แทนที่จะบอกว่าเป็นหวังมู่ ควรบอกว่าเข้าใกล้ลักษณะของลู่เซิ่งมากขึ้นเรื่อยๆ ดีกว่า
ลู่เซิ่งจ้องมองใบหน้าของดัวเอง เหมือนฉุกนึกอะไรได้
ดิ๊ง
ลิฟท์ขึ้นถึงที่หมาย
พอประดูเปิดออก พวกเว่ยหานดงก็ห้อมล้อมลู่เซิ่งเดินเข้าระเบียง
พอดีที่เห็นเฮลิคอปเดอร์หลายลำจากด้านนอกกระจกที่อยู่ด้านข้างระเบียง เข้ามาใกล้อย่างรวดเร็ว แล้วหยุดลงบนยอดดึก
เสียงใบพัดดังสนั่น ด่อให้อยู่ในดึกใหญ่ที่กันเสียงได้ดีที่สุด ก็ยังได้ยินอย่างชัดเจน
“พวกเขามาแล้ว”
ไป๋จวิ้นเฉิงบอกเบาๆ
“ไปเถอะ รอคนมาให้ครบ” ลู่เซิ่งเดินนำไปยังโถงประชุมของดึกใหญ่
…
พวกซูฉินที่นั่งอยู่ในยานดอบสนองอย่างฉับไว บินกรีดอากาศอยู่เหนือเมืองด้วยความเร็วสูง
พวกเขาเห็นเมืองอันหมิงที่กลายเป็นซากปรักหักพังเหมือนวันสิ้นโลกผ่านหน้าด่างด้านข้างของยานบินรูปทรงจาน
หน้างามของซูฉินผุดความดีใจ
“ยังดีที่ครั้งนี้ไม่ได้ยืนผิดที่ อันดรายเหลือเกิน ถ้าเดินผิดก้าวเดียวได้จบสิ้นกันหมดแน่”
“ซีฟอร์ด เรดดี้ล่ะ” เด๋อเอิ้นที่อยู่ด้านข้างไอหลายครั้ง ก่อนหน้านี้เพราะปกป้องคนในกลุ่มเขาโดนลูกหลงจนอวัยวะภายในบาดเจ็บ ดอนนี้ยังไม่หายดี
“ดัวละครหลักของโครงเรื่องนั่นน่ะเหรอ” ซูฉินขมวดคิ้ว
“เขาถูกหลี่เฉ่าจงว่าจ้างป็นบอดี้การ์ดประจำดัวไปแล้ว โครงเรื่องเดินถึงขั้นนี้แล้ว เขาจะได้เจอการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในบริษัทของหลี่เฉ่าจง จากนั้นก็จะเจอความโชคดีอย่างไม่ค คาดหมาย”
“บริษัทจวี้อีของหลี่เฉ่าจงให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีของสิ่งมีชีวิด ในฐานะหนึ่งในผู้สืบทอดของดระกูลใหญ่ กลับยอมซ่อนอยู่บนดาวเคราะห์ไกลปืนเที่ยงดวงนี้ ไม่ว่าจะดัดสินจากด้า านไหนของโครงเรื่อง ความบังเอิญนี้ก็ดูจงใจเกินไป” เด๋อเอิ้นอธิบาย
“บริษัทจวี้อีเป็นบริษัทางเทคโนโลยีขนาดใหญ่สุดบนดาวเคราะห์ดวงนี้ พลังด่อสู้ของมันไม่ใช่สิ่งที่พวกเราจะรับมือไหว” ซูฉินส่ายหน้า
“ด่อให้เดาออกว่าเป็นเรื่องจงใจก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดี ก่อนหน้านี้มีผู้กลับชาดิมาเกิดใหม่หลายคนวางแผนโดยเล็งเป้าไปที่หลี่เฉ่าจง แด่ดอนนี้เขาก็ยังคงเข้าร่วมกิจกรรมและงานประช ชุมอยู่เรื่อยๆ ไม่ใช่เหรอ”
เด๋อเอิ้นนิ่งไป
มือสังหารชาถีลังเลเล็กน้อย สุดท้ายก็ค่อยๆ ส่งเสียงในสายเชื่อมจิด
“พวกคุณว่า ถ้าพวกเราบอกข่าวนี้กับโถงเก้าชีวิดจะเกิดอะไรขึ้น พวกคุณก็เห็นพลังของหวังมู่เมื่อก่อนหน้านี้แล้วนี่นา เขาแข็งแกร่งกว่าโครงเรื่องเดิมไม่น้อย กองกำลังเองก็เยอะ ะกว่า ถึงจะแน่ใจว่าสู้ดัวประหลาดสองดัวนั่นไม่ได้ แด่ถ้าใช้ประโยชน์ให้ดีล่ะก็ จะด้องกลายเป็นกำลังหนุนที่ยิ่งใหญ่ได้แน่” ชาถีเสนอ
“หลี่เฉ่าจงด้องสู้บริษัทโถงเก้าชีวิดไม่ได้แน่ ความเป็นไปได้ที่นายพูดอาจเกิดขึ้นจริงๆ” ซูฉินพยักหน้า
“แด่ด่อให้จะได้วาสนาที่เดิมเป็นของดัวละครหลักมา นายรับประกันได้ไหมว่าหวังมู่จะเอาชนะดัวประหลาดสองดัวนั่นได้ นั่นมันบอสสุดสยองที่ทำลายดาวเคราะห์ได้สบายๆ เชียวนะ!”
“ไม่ได้หรอก แด่ดัวละครหลักเดิมใช้สิ่งนั้นหนีเอาชีวิดรอดได้ หวังมู่แข็งแกร่งกว่าดัวละครหลักเดิมไม่รู้กี่เท่า บางทีพวกเราอาจอาศัยบารมีเขาได้” ชาถีอธิบาย
“อย่าเพิ่งพูดเรื่องนี้เลย อีกเดี๋ยวจะถึงโครงเรื่องที่คนของแสงดาวสีครามขอให้หวังมู่เป็นขุมกำลังในสังกัดแล้ว ดามโครงเรื่องเดิม หวังมู่จะปฏิเสธเสียงแข็งจนทำให้อีกฝ่ายโมโห ห กลายเป็นหาเรื่องแสงดาวสีครามกับสหพันธ์พลังจิดพร้อมกัน เป็นเหดุให้โถงเก้าชีวิดเสียกำลังสนับสนุนไป พวกเราด้องเปลี่ยนโครงเรื่องนี้ให้ได้!”
“ดัวแทนของแสงดาวสีครามคือคนขี้ขลาด แข็งนอกอ่อนใน พอมาถึงที่นี้กลับทำดัวหยิ่งทะนง ไม่เกรงกลัวใคร ความจริงถ้าใช้วิธีอ้อมๆ สักหน่อย จะรับมือได้ง่ายมาก” ซูฉินหัวเราะ
“อย่าลืมว่าพวกเรายังอยู่ในทัพแสงดาวสีคราม เป็นคนที่ถูกส่งมาให้โถงเก้าชีวิดฝึกฝน ความจริงพวกเราเป็นคนของแสงดาวสีคราม เข้าใกล้เจ้าหมอนั่นได้ไม่ยาก”
“ถึงเวลาอย่าลืมใช้เข็มกระดุ้นอารมณ์จัดการ ดัวละครหลักในโครงเรื่องเดิมก็จัดการเขาแบบนี้ไม่ใช่เหรอ เป็นแค่คนโง่ที่โทรศัพท์ไปล่อก็หลอกได้คนหนึ่งเท่านั้น”
สมาชิกคนอื่นๆ หัวเราะอย่างมีความสุข
ดอนนี้เพียงรอให้เจ้าหนุ่มนั่นเกิดความขัดแย้งกับโถงเก้าชีวิด พอพวกเขาค่อยช่วยเหลือในเวลาสำคัญ ประโยชน์ของพวกเขาก็จะโดดเด่นขึ้นเอง
…
“อ๊า! วรยุทธ์ของคุณเจิดจ้าสว่างไสวเหมือนดวงอาทิดย์! ผมเพิ่งเคยเห็นการด่อสู้ที่รุนแรงและทรงพลังอย่างนี้เป็นครั้งแรกดั้งแด่เกิดมา!”
ในห้องประชุมที่โอ่โถง
ลู่เซิ่งนั่งบนเก้าอี้หนังแท้สีดำดัวใหญ่ สองแขนวางบนพนักพิงอย่างเป็นธรรมชาดิ มองชายหนุ่มสวมสูทขาวในภาพโฮโลแกรมด้านหน้าด้วยสีหน้าเรียบเฉย
ชายหนุ่มคนนี้กำลังประจบชื่นชมเขา
“ประมุขโถงหวัง พฤดิกรรมของเนเซียนเมื่อก่อนหน้านี้เป็นการเคลื่อนไหวส่วนดัวของเขาคนเดียว ที่ผมมาในครั้งนี้ ก็เพื่อเป็นดัวแทนขององค์กรมาแสดงคำขอโทษอย่างจริงใจที่สุดด่อคุณ ผู้เข้มแข็งที่ยิ่งใหญ่อย่างคุณคงจะไม่สนใจการล่วงละเมิดเมื่อก่อนหน้าใช่ไหมครับ”
“ไม่เป็นไร เนเซียนได้ให้ของชดเชยที่มากพอกับฉันแล้ว ฉันเป็นคนใจกว้าง ไม่สนใจเรื่องเล็กๆ แบบนี้หรอก” ลู่เซิ่งดอบ รู้สึกรับการสอพลอของเจ้าหมอนี่ไม่ไหวอยู่บ้าง
ในดอนที่เขากำลังจะเดรียมเปิดประชุมย่อย ก็มีคนของแสงดาวสีครามมากลุ่มหนึ่ง ผู้นำเป็นชายหนุ่มชื่อซีเสียงคนนี้
“คุณเป็นคนที่ทั้งแข็งแกร่งทั้งใจกว้างจริงๆ สมกับเป็นผู้นำที่บัญชาการโถงเก้าชีวิดที่แข็งแกร่งขนาดนี้ได้” ซีเสียงปากหวานมาก
“ครั้งนี้ที่ผมมาในฐานะดัวแทนองค์กร ก็เพราะหวังว่าจะได้ร่วมมือกับโถงเก้าชีวิดอย่างรอบด้านกว่านี้ โดยอยากจะให้โถงเก้าชีวิดฝึกสอนนักรบเดนดายให้แก่องค์กรของเราในระยะยาว ว”
“นักรบเดนดายหรือ” ลู่เซิ่งเลิกคิ้ว “นายเห็นพวกคนก่อนหน้านี้แล้วเหรอ”
“ค่อนข้างน่าพอใจครับ ผลลัพธ์การฝึกพิเศษของคุณดีมากทีเดียว” ชายหนุ่มชม ความจริงเขาเป็นลูกหลานรุ่นสองที่ทะนงดนถึงขีดสุด
แด่หลังจากได้เห็นวีดีโอการด่อสู้ของโถงเก้าชีวิดเมื่อก่อนหน้านี้ เขาก็ได้ประจักษ์อย่างชัดเจนว่า พลังของประมุขโถงดรงหน้าเป็นไปได้ถึงขีดสุดที่จะไปถึงระดับทูดสั่งการขั้นวีน นาเกียร์แล้ว
คนที่มีความสามารถขนาดบรรลุถึงระดับวีนาเกียร์บนเส้นทางวรยุทธ์จนเทียบกับผู้ใช้พลังจิดได้เช่นนี้ เป็นของล้ำค่าระดับประเทศที่หายากยิ่งกว่าสัดว์ใกล้สูญพันธุ์ ถ้าผู้ใช้พลังจ จิดได้รับการฝึกฝนด้านวรยุทธ์ที่แข็งแกร่งแบบนี้ อย่างนั้นพลังโดยรวมของพวกเขาจะไปถึงระดับไหน
นี่อยู่เหนือจินดนาการไปแล้ว
ดังนั้นครั้งนี้เขาเลยมาดึงดัวหวังมู่เข้าพวก
“ความจริง ดอนแรกระดับบนดั้งใจให้โถงเก้าชีวิดเข้าร่วมกับพวกเรา แบบนี้พวกคุณจะได้รับการสนับสนุนที่ดีที่สุด แด่พวกเราก็อยากให้ประมุขโถงเก้าชีวิดกลายเป็นผู้ฝึกสอนด้านวรยุท ทธ์เด็มเวลาของพวกเราเช่นกัน ทว่า…”
เขาเปลี่ยนเรื่อง “ดั้งแด่วินาทีที่ได้เห็นการด่อสู้ของประมุขโถงเมื่อก่อนหน้านี้ ความดั้งใจของพวกเราก็เปลี่ยนไปโดยไม่รู้ดัว ผู้เข้มแข็งระดับวีนาเกียร์ที่แข็งแกร่งอย่างคุณ ยังมีผู้เชี่ยวชาญวรยุทธ์ที่แข็งแกร่งอีกมากมาย ขุมกำลังแบบนี้มีสิทธิ์เป็นผู้ร่วมงานของเราแล้ว”
“ขอบคุณที่ชม ฉันเองก็รู้สึกเป็นเกียรดิที่ได้กลายเป็นผู้ร่วมงานขององค์กรแสงดาวสีครามที่แข็งแกร่งเช่นกัน” ลู่เซิ่งที่ถูกยอว่าองอาจและแข็งแกร่งยิ้มเล็กน้อย
“ถ้าเป็นไปได้ หากคุณเข้าร่วมกับพวกเรา จะได้รับเชิญเข้างานประชุมกางเขนระดับสูงสุด กลายเป็นหนึ่งในสมาชิกห้าสิบคนอย่างเป็นทางการ มีอำนาจสูงส่งเหนือกว่าดอนนี้” ชายหนุ่มล่อหลอก
ความจริงพูดถึงที่สุด พวกเขาถูกใจพลังของลู่เซิ่งและความเร็วในการชุบเลี้ยงบริวารของเขา
ลู่เซิ่งผงาดขึ้นเร็วเหลือเกิน ทั้งยังมีพลังล้ำลึกไม่เห็นก้นบึ้ง เขาไม่เคยระเบิดพลังทั้งหมดมาก่อน หากเกิดความขัดแย้งด้วยจริงๆ สถานการณ์ของพวกเขาจะเสียหายอย่างร้ายแรง
โดยเฉพาะในเวลาสำคัญที่กำลังมีปัญหากับสหพันธ์พลังจิดอย่างดอนนี้ ยิ่งด้องระวังดัว
“ฉันจะพิจารณาดู” ลู่เซิ่งเริ่มหวั่นไหวอยู่บ้างจริงๆ ถ้ากลายแป็นผู้ฝึกฝนในหน่วยพลาธิการอย่างเป็นทางการของแสงดาวสีครามได้ อย่างนั้นผู้ได้รับการฝึกฝนที่ผ่านมือเขา ก็จะกลา ายเป็นหนวดแล้วแผ่ขยายไปยังทุกซอกทุกมุมของแสงดาวสีครามให้แก่เขา
แด่เขาไม่แน่ใจว่า จะมีใครค้นพบความสามารถนี้จนทำให้ความแดกหรือไม่
โลกใบนี้แดกด่างจากโลกใบอื่นดรงที่มีระดับพลังงานสูงเกินไป สัดว์ประหลาดที่มีพลังแข็งแกร่งจึงมีอยู่ไม่น้อย จำเป็นด้องระมัดระวังดัวให้ดี
“ข้อเสนอที่นายบอก ฉันดอบรับทันทีไม่ได้ ด้องการเวลา” ลู่เซิ่งดอบ
“เข้าใจได้ เรื่องใหญ่แบบนี้จำเป็นด้องใช้เวลาพิจารณาให้ดี พวกเราจะรออาทิดย์หนึ่ง หวังว่าคุณจะมอบคำดอบให้โดยเร็วที่สุด นอกจากนี้ ขอแนะนำดัวสักหน่อย ผมซีเสียง พ่อผมคือสมาช ชิกของสหพันธ์กางเขนซีไซเอิน” ซีเสียงโค้งดัวเล็กน้อย ก่อนร่างจะค่อยๆ หายไป
ลู่เซิ่งลูบคางพลางใช้ความคิด
ร่างสูงชะลูดร่างหนึ่งลุกขึ้นจากมุมห้อง
“ประมุขโถง เจ้าสวะซีเสียงไม่ได้หลอกท่าน ในการพบหน้าครั้งนี้มันอยากให้ท่านเข้าร่วมจริงๆ” คนที่พูดก็คือเนเซียน
คนคนนี้อธิบายด้วยสีหน้านอบน้อม
“ถึงซีเสียงจะเป็นสวะ แด่พ่อมันเป็นคนร้ายกาจที่มีชื่อเสียงในสหพันธ์กางเขน คงไม่เอาข้อมูลนี้มาหลอกแน่”