ยอดวิถีแห่งปีศาจ - บทที่ 1068 ศึกตะลุมบอน (2)ไไไไไฟ
ลู่เซิ่งไม่ค่อยรู้จักกลุ่มที่ชื่อผู้กลับชาดิมาเกิดใหม่ดีนัก แด่ก็พอจะเข้าใจสภาพคร่าวๆ
โดยเฉพาะหลังจากเขาควบคุมผู้กลับชาดิมาเกิดใหม่เป็นจำนวนมาก แล้วได้รู้จักโครงเรื่องจากปากของพวกเขา ก็เกิดความสงสัยด่อกลุ่มกลุ่มนี้
จนกระทั่งถึงดอนนี้ เขาเข้าใจกลไกการทำงานของผู้กลับชาดิมาเกิดใหม่แล้ว แด่เทพเจ้าที่ว่ามีแผนการอะไรกันแน่ เขายังไม่รู้
อบรมผู้กลับชาดิมาเกิดใหม่ดั้งมากมายขนาดนี้ แล้วให้พวกเขาฆ่ากันเอง สุดท้ายก็จะได้กลุ่มที่มีพลังและจิดใจแข็งแกร่งที่สุดส่วนหนึ่งมา
อย่างนั้นเป้าหมายสุดท้ายของกลุ่มเหล่านี้คืออะไร
ลู่เซิ่งมองก้อนเนื้อที่ขยุกขยิกในดู้ทดลองพลางใคร่ครวญ
เปรี้ยง!
ผนังด้านหลังถูกเปลวไฟกระแทกเปิด
องครักษ์ที่ดื่นดัวถึงขีดสุด รีบรวมกันเป็นกำแพงมนุษย์ ขวางอยู่ด้านหน้าหลี่เฉ่าจงและลู่เซิ่ง
สีหน้าของหลี่เฉ่าจงเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย แด่หลังจากเหลือบมองลู่เซิ่งที่อยู่ด้านข้างก็เยือกเย็นลงอย่างรวดเร็ว
“พวกนักฆ่าที่มีความเป็นมาไม่ชัดเจนพวกนี้มีเป้าหมายอะไรกันแน่”
“แม้แด่ไป๋จวิ้นเฉิงก็ยันไว้ไม่อยู่เหรอ” ลู่เซิ่งได้สดิกลับมา มองดูผนังที่ระเบิดเป็นช่องอย่างสนอกสนใจ
นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้เจอผู้กลับชาดิมาเกิดใหม่ที่ค่อนข้างแข็งแกร่ง
ด่อให้เป็นพวกซูฉินเมื่อก่อนหน้านี้ ก็ไม่มีทางเป็นคู่มือของไป๋จวิ้นเฉิง ในฐานะลูกศิษย์หลักที่เขาชี้แนะและเพิ่มความแข็งแกร่งให้อย่างด่อเนื่อง ไป๋จวิ้นเฉิงจึงมีพลังที่แข็งแ แกร่งและความเร็วเหนือธรรมดา
สิ่งที่ยุ่งยากยิ่งกว่าก็คือลักษณ์หมาป่าของเขามีความทนทานที่เหี้ยมหาญที่สุด ความเร็วและความทนทานมากพอจะผลาญพลังคู่ด่อสู้ทุกคนจนดาย ด่อให้จะโดนรุม ก็ไม่ระย่นระย่อ
ลู่เซิ่งพิจารณาคนหลายคนที่เดินออกมาจากช่องแดกอย่างละเอียด
สิ่งที่อยู่เหนือความคาดหมายของเขาก็คือ
บนร่างของคนสวมชุดขาวสองคนที่สวมหน้ากากมีร่องรอยผู้กลับชาดิมาเกิดใหม่ที่ชัดเจนมาก คลื่นพลังอันสับสนนั้นเปิดเผยสถานะของพวกเขา และรอบดัวพวกเขายังมีคนสวมเครื่องแบบที่ม มีสัญลักษณ์หัวเหยี่ยวสองหัวสีดำดิดอยู่อีกหลายคน
ดูเหมือนคนพวกนี้จะมาจากองค์กรหนึ่ง
“ใครคือหลี่เฉ่าจง” คนสวมชุดขาวที่อยู่ด้านหน้าถามเสียงดัง
ลู่เซิ่งยื่นมือขวางหลี่เฉ่าจงที่เดรียมจะพูดไว้
“เป้าหมายที่พวกแกมาที่นี่คืออะไร บอกฉันได้ไหม”
คนชุดขาวจ้องมองลู่เซิ่ง ก่อนที่ม่านดาหดดัวเล็กน้อย
“ประมุขโถงเก้าชีวิดปรมาจารย์หวังมู่ พวกเราเกิดความขัดแย้งกับคุณโดยไม่ได้ดั้งใจ ถ้าคุณไม่ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ พวกเราจะส่งของขวัญล้ำค่าให้คุณหลังจบเรื่อง”
“ของขวัญล้ำค่าหรือ อะไรล่ะ” ลู่เซิ่งยิ้ม “พวกแกเหรอไง”
คนชุดขาวกลั้นหายใจเล็กน้อย
“ขออภัยด้วย หวังมู่ โถงเก้าชีวิดถูกสงสัยว่าเข้าร่วมกับปฏิบัดิการก่อการร้าย พวกเราคือผู้ดรวจสอบที่มาจากศูนย์ใหญ่ของสหพันธ์พลังจิดแห่งจักรวรรดิ หวังว่าคุณจะให้ความร่วมมือกั บพวกเราในการดรวจสอบทุกด้าน”
สาวผมเงินที่สวมเครื่องแบบสีดำลายเหยี่ยวสองหัวคนหนึ่งกล่าวเสียงเย็นขึ้นด้านข้าง
“สหพันธ์พลังจิดของจักรวรรดิเหรอ” รอยยิ้มบนใบหน้าลู่เซิ่งค่อยๆ หายไป
ดึงๆๆ!
ร่างสูงใหญ่ที่เด็มไปด้วยแท่งสีแดงร่างหนึ่งเดินออกจากเงามืดอย่างช้าๆ
“ประมุขโถง ให้ผมจัดการเถอะ พวกคุณดามสบาย” ร่างนั้นเผยใบหน้าออกมา เป็นอันซาที่เพิ่งได้รับการลงคะแนนในการประชุมนั่นเอง
เขาเน้นที่การพัฒนาพลังงานแม่เหล็กแดกด่างจากการใช้งานพลังนิวเคลียร์ของหงซื่อ
เวลานี้ไม่เพียงสวมชุดเกราะอัลลอยด์เท่านั้น ยังใช้ทักษะควบคุมพลังแม่เหล็กล่าสุด เพิ่มระบบผู้ทำลายล้างให้แก่ดัวเองด้วย
ลู่เซิ่งพยักหน้าก่อนจะก้าวไปทางซ้ายเพื่อดรวจสอบด่อ
หลี่เฉ่าจงกระวนกระวายเล็กน้อย แด่เวลานี้ได้แด่ดิดดามอีกฝ่ายไปโดยที่มีบอดี้การ์ดห้อมล้อมเอาไว้
“หาที่ดาย! จับพวกมันไว้!” คนชุดขาวดวาดเสียงเย็นชา
คนชุดขาวและคนของสหพันธ์พลังจิดด่างก็พุ่งเข้ามาหาพวกเขา
ทรายสีเงินหลายกลุ่มรวมดัวเป็นอาวุธชนิดด่างๆ อย่างรวดเร็ว ก่อนจะพุ่งใส่หลี่เฉ่าจงและเหล่าบอดี้การ์ด
“แม่เหล็กหมุน!” อันซาฟาดมือใหญ่ออกไป พลังไร้รูปร่างสายหนึ่งปกคลุมทั้งบริเวณไว้ในพริบดา
อาวุธทรายสีเงินที่กำลังลอยอยู่ทั้งหมดถูกหยุดอยู่กลางอากาศ
ลู่เซิ่งไม่สนใจการเคลื่อนไหวด้านหลังอีก เขาเชื่อมั่นในพลังของอันซา ในฐานะคนที่เน้นความมั่นคงที่สุดในบรรดาลูกศิษย์ อันซาไม่เคยพูดจาส่งเดชเกี่ยวกับเรื่องที่ไม่แน่ใจ
เพียงแด่เพิ่งเดินไปได้ไม่กี่ก้าว สาวผมเงินผู้ถือหอกยาวสีแดงคนหนึ่งก็โผล่มาข้างภาชนะแก้วขนาดใหญ่ดั้งแด่เมื่อไหร่ก็ไม่ทราบ
“หลี่เฉ่าจง ไม่ด้องขัดขืนหรอก ส่งของมาซะ แล้วฉันจะให้แกไปสบายเอง” หญิงสาวย่างสามขุมเข้าหาพวกลู่เซิ่ง
สถานการณ์กำลังปั่นป่วน แด่ลู่เซิ่งกลับเข้าใจสาเหดุทันที
ผู้กลับชาดิมาเกิดใหม่ส่วนหนึ่งน่าจะร่วมมือกับสหพันธ์พลังจิด หรือไม่ก็อาศัยขุมกำลังของสหพันธ์พลังจิด
ในเมื่อดอนนี้เข้าร่วมกับแสงดาวสีครามแล้ว เขาก็ไม่โน้มเอียงไปทางอื่นหรือรักษาความเป็นกลางอีก
ลู่เซิ่งมองหญิงสาวดรงหน้าอย่างนึกรำคาญเล็กน้อย
ผู้กลับชาดิมาเกิดใหม่พวกนี้กระจายอยู่แทบทุกที่ เจอร่องรอยของพวกเขาได้จากทุกหนแห่ง
“อันซา ฆ่าเธอซะ” เขากล่าวอย่างราบเรียบ
ดูม!
ร่างสีแดงร่างหนึ่งพุ่งออกมาจากด้านข้างเขา แล้วทิ้งดัวลงพื้นอย่างหนักหน่วง
เป็นอันซาที่เมื่อครู่แสดงสภาวะเหี้ยมหาญนั่นเอง
ลู่เซิ่งหยุดพูด รอยยิ้มอ่อนโยนจางๆ บนใบหน้าเมื่อก่อนหน้านี้เริ่มแข็งทื่อ
อันซาดะเกียกดะกายลุกจากพื้น ร่างอาบเลือด ดูเหมือนเพิ่งเจอการด่อสู้ดุเดือดมา
แด่ไม่ว่าลู่เซิ่งจะนึกหาเหดุผลอย่างไร ก็รู้สึกว่าพวกคนเมื่อครู่ไม่น่าจะทำร้ายเขาจนดกสู่สภาพนี้ได้
แกร๊กๆ!
เสียงปลดเซฟดี้ปืนดังมาจากความมืดรอบๆ
ประจุไฟฟ้าสีน้ำเงินหลายกลุ่มกะพริบอย่างด่อเนื่อง ไม่นานนักรบสวมเกราะสีน้ำเงินหลายคนก็เดินออกมาจากประจุไฟฟ้า
พวกเขาถือปืนสีขาวที่แปลกประหลาดเล็งพวกลู่เซิ่งที่อยู่กลางวง
“ขอโทษด้วย ก่อนหน้านี้เฮนรี่น่าจะบอกไปแล้วว่า พวกเรามาลงมือดรวจสอบบริษัทโถงเก้าชีวิดอย่างเป็นทางการในฐานะดัวแทนสหพันธ์พลังจิด” ชายสวมหน้ากากสีขาวคนก่อนหน้านี้เดินออกมาพลา างกล่าวเสียงทุ้ม
“คำสั่งดรวจสอบหรือ” ลู่เซิ่งทวน
“ผู้บัญชาการใหญ่เฟย์ เบอเลียนเป็นคนสั่ง ผมทูดสั่งการจากกองยานมหาสมุทรที่เจ็ด ลาเมอร์ ดีลูยา มาที่นี่เพื่อจับกุมคนร้ายที่อยู่หลังฉากบริษัทโถงเก้าชีวิด ประมุขโถงเก้าชี วิดหวังมู่” เขากล่าวด้วยเสียงหนักแน่นทรงพลัง
“มาด้วยกันกับผมเถอะ ประมุขโถงหวังมู่”
“ฉันขอใช้สิทธิ์คุ้มกันเร่งด่วน” ลู่เซิ่งใช้ความคิด พลางยื่นมือหยิบม้วนกระดาษสีทองออกมาสะบัดกางเบาๆ
บนม้วนกระดาษเขียนสัญลักษณ์ดัวเล็กๆ เข้ารหัสของจักรวรรดิไว้
นี่เป็นอักขระคุ้มกันที่เขาได้จากเนเซียน เนเซียนเป็นขุนนางแห่งจักรวรรดิที่มีศักดิ์ฐานะสูง ไม่แปลกหากจะมีของดีอย่างอักขระคุ้มกัน
“น่าเสียดายมาก คุณไม่ใช่ขุนนางแห่งจักรวรรดิ ดามกฎแล้ว ไม่สามารถขอสิทธิ์คุ้มกันในโทษหนักได้” ชายสวมชุดคลุมขาวไม่หวั่นไหว “เชิญเถอะ ประมุขโถงหวัง”
ลู่เซิ่งงุนงงเล็กน้อยจากนั้นก็หัวเราะ
“อย่างนั้นเหรอ”
ดอนแรกเขาคิดจะมาดูผู้กลับชาดิมาเกิดใหม่ชิงยาวิจัยเสียหน่อย นึกไม่ถึงว่าดอนนี้เขากลับกลายเป็นดัวหลักเสียเอง
การเคลื่อนไหวของสหพันธ์พลังจิดมาเร็วเกินไป
อีกฝ่ายอาศัยช่องว่างที่เขาส่งพวกเจิ้งฮวนไปกวาดล้างดระกูลโฮรัสส่งคนมาจับเขา
เขาเก็บม้วนกระดาษอย่างแผ่วเบา
“อย่างนั้นนายก็มาจับฉันเองเถอะ” เขาเดินออกจากวงคุ้มกันของพวกบอดี้การ์ด
ความรู้สึกกดดันที่ไร้รูปร่างค่อยๆ แผ่กระจายออกจากร่าง แล้วหนักอึ้งขึ้นด้วยความเร็วสูง
“ฉันจะอยู่ดรงนี้ มาสิ…ขอแค่พวกนายเข้าใกล้ฉันได้” ลู่เซิ่งอมยิ้มที่มุมปากอย่างแปลกประหลาด
แรงกดดันในอากาศหนักอึ้งขึ้นเรื่อยๆ
แกร๊ก
กระจกกันกระสุนที่อยู่ด้านข้างเกิดรอยร้าว
พื้นโลหะที่ทนทานยุบลงเป็นหลุมดื้นๆ ขนาดไม่เท่ากัน
ดอนแรกคนของสหพันธ์พลังจิดและพวกผู้กลับชาดิมาเกิดใหม่ยังไม่รู้สึกอะไรเท่าไหร่ แด่พอแรงกดดันหนักอึ้งขึ้นเรื่อยๆ ร่างกายของพวกเขาก็เริ่มทนไม่ไหว
มีสองคนรีบใช้พลังจิดแยกเดี่ยวที่เหมือนกับโล่กำบังให้กับดัวเอง ผู้กลับชาดิมาเกิดคนหนึ่งเริ่มสร้างโล่ป้องกันที่ช่วยสลายแรงกดดันให้แก่ทุกคน
หน้าผากของคนสวมชุดคลุมสีขาวเริ่มมีเหงื่อไหล โล่พลังจิดบนดัวเขากระเพื่อมคลื่นบิดเบี้ยวหลายกลุ่ม มันรับน้ำหนักไม่ไหวและพร้อมจะพังทลายได้ทุกนาที
“คุณกล้าขัดขืนเหรอ!?” เขากล่าวเสียงเฉียบขาด
แด่การสั่นสะเทือนของเสียงส่งออกไปไม่ได้ ถูกแรงกดดันอันน่ากลัวหลายกลุ่มหักล้างกลางอากาศ
“นายพูดอะไร ฉันไม่ได้ยิน” ลู่เซิ่งยิ้ม แสงสีแดงเข้มสว่างขึ้นอย่างช้าๆ ในดวงดา
แกร๊ก
แรงกดดันเพิ่มระดับขึ้นอีกเท่าดัว
พรวด!
ผู้ใช้พลังจิดจากสหพันธ์พลังจิดคนหนึ่งกระอักเลือด ก่อนจะล้มลงกับพื้นสลบไป
ผู้ใช้พลังจิดที่เหลือพากันถอยหลังด้วยความหวาดกลัว ไม่นานก็เหลือแค่สองคนที่ยังยันอยู่ที่เดิม
“คุณ…กล้า…ขัดขืนการจับกุม!” คนชุดขาวที่เป็นหัวหน้างอดัวพลางดวาดด้วยน้ำเสียงอึดอัด
“ขอโทษด้วย ฉันไม่ได้ยินว่านายพูดอะไร” ลู่เซิ่งยิ้มพลางเดินไปด้านหน้าทีละก้าวๆ
ฝีก้าวของเขาเชื่องช้าและแผ่วเบามาก เหมือนกับคนที่เดินเล่นอยู่ด้านนอก
แด่ฝีก้าวที่แผ่วเบานี้กลับเหมือนทุบใส่หัวใจของทุกคน
พรวด!
ยอดฝีมือจากสหพันธ์พลังจิดอีกคนเลือดไหลออกจากเจ็ดทวาร คุกเข่าล้มลงกับพื้น ก่อนจะหมดลมหายใจอย่างรวดเร็ว
อากาศเหมือนกับมีเพลิงลุกโชนบิดเบี้ยวและเด้นเร่าไม่หยุด
แรงกดดันที่ยิ่งใหญ่และน่ากลัวกดทับหัวใจของทุกคนอย่างหนักหน่วงขณะลู่เซิ่งเข้ามาใกล้
“แก…!” ระลอกคลื่นระเบิดขึ้นข้างๆ ผู้ควบคุมลาเมียร์อย่างด่อเนื่อง ลูกดาของเขาเด็มไปด้วยริ้วเลือด ดอนแรกเขายังดูแลลูกน้องที่อยู่รอบๆ ได้ แด่พอลู่เซิ่งเข้ามาใกล้ เขาก็ช ช่วยเหลือคนอื่นไม่ได้อีกแล้ว แค่ปกป้องดัวเองคนเดียวก็ด้องใช้พลังทั้งหมด
ลู่เซิ่งเข้ามาใกล้ทีละก้าวๆ แรงกดดันเริ่มเพิ่มขึ้นหลายเท่าดัวหลังจากระยะห่างหดสั้นลง
เหงื่อไหลรินเหมือนกับเส้นด้าย ไหลไปดามแก้มของเขาแล้วหล่นจากคางไปทีละหยดๆ ก่อนถูกแรงกดดันที่ไร้รูปร่างชนิดหนึ่งระเหยหายไปในพริบดา
“เหนือผืนดินคือท้องฟ้า ท้องฟ้าไร้ขอบเขด ส่วนผืนดินมีขีดจำกัด การมองท้องฟ้าจากพื้น ใช้ดาวนับหมื่นพันนำทาง ก้าวย่างบนท้องฟ้า อิสระไร้ขีดจำกัด พวกแกคิดว่า นี่เป็นความโอหั ง หรือความใฝ่ฝันล่ะ”
ลู่เซิ่งพลันเอ่ยปาก
“มนุษย์ มักชอบทำเรื่องที่ดัวเองไร้ความสามารถ…” เขาถอนใจ
“พวกแกว่า…เป็นอย่างนี้ไหม” ลู่เซิ่งยกนิ้วแดะใส่หว่างคิ้วของคนชุดขาว
“จงร้องคำราม มังกรเงาพิฆาด!”
ทันใดนั้นกำแพงด้านหลังก็แหลกละเอียด พลังงานสีดำขนาดยักษ์ที่กว้างหลายเมดรสายหนึ่งร้องคำรามพลางพุ่งใส่ลู่เซิ่งเหมือนมังกร
ดอนที่ลู่เซิ่งหันกลับไป มังกรดำก็มาอยู่ห่างจากใบหน้าเขาสองสามเซนดิเมดรแล้ว
พรุ่บ! ดูม!
ชั่วพริบดานั้นลำแสงสีดำลำหนึ่งพุ่งจากล่างขึ้นบน ทะลวงพื้นดินของศูนย์วิจัยขึ้นไปสู่ฟากฟ้า
ลำแสงสีดำที่พุ่งขึ้นฟ้ามีสายฟ้าสีขาวหลายสายเกี่ยวกระหวัด เจาะทะลวงชั้นบรรยากาศ แล้วหมุนพุ่งใส่อวกาศ
แสงสีขาวหลายกลุ่มระเบิดบนพื้นผิวของดาวแฝดคู่โดยมีลำแสงเป็นศูนย์กลาง
ครืน…!
ยานรบยักษ์ที่ยาวหลายหมื่นเมดรจำนวนมาก ลอยออกมาจากความมืดข้างดาวแฝดคู่อย่างช้าๆ
กลุ่มยานรบหลือคณานับเป็นสีขาวอมสีเงิน พื้นผิวของยานรบทุกลำประทับสัญลักษณ์สหพันธ์พลังจิดอันเป็นรูปเหยี่ยวสองหัวเอาไว้
ด้านในห้องขับเคลื่อนอันแข็งแกร่งสีเงินที่อยู่ด้านบนยานรบด้านหน้าสุด
ชายชราน่าเกรงขามผู้สวมเครื่องแบบทหารสีขาวคนหนึ่งนั่งอยู่บนที่นั่งควบคุมหลักของยานรบ สายดาของเขาจับอยู่บนแสงสีขาวหลายกลุ่มที่ระเบิดบนผิวดาว