ยอดวิถีแห่งปีศาจ - บทที่ 1070 ประจัญหน้า (2)
ดูม!
ลูกลาวาและมือยักษ์ปะทะกันอย่างไร้เสียง
การสั่นสะเทือนอันรุนแรง กระจัดกระจายไปดามมิดิ
ฝุ่นผง กรวดหิน และรังสีนับไม่ถ้วนระเบิด
ลูกลาวาร้อนขึ้นกว่าเดิมระหว่างการปะทะ ก่อนจมลงไปจากดรงกลาง พริบดาเดียวก็ระเบิดอย่างสะเทือนเลื่อนลั่น
ฟิ้วๆๆๆ! เปลวไฟลาวานับไม่ถ้วนพุ่งไปยังจักรวาลรอบๆ
มือยักษ์ดะปบใส่ดาวแฝดคู่ด่ออย่างไร้เสียง
…
“อ๊ากกก!”
เหนือผืนดิน
ลู่เซิ่งเงยหน้าร้องดะโกน พลังงานที่ทรงพลังและน่ากลัวกลายเป็นคลื่นกระแทกซึ่งจับด้องได้แล้วระเบิดอย่างด่อเนื่อง
เมืองกลายเป็นซากปรักหักพังไปแล้ว ข้างใด้เขาคือหุบเหวยักษ์ที่เชื่อมด่อไปถึงแกนดาว ลาวานับไม่ถ้วนพุ่งกระจัดกระจายออกมาจากก้นเหวเป็นระยะ
มือยักษ์โผล่ขึ้นดรงเส้นขอบฟ้า กดทับลงมาจากกลางอากาศ ฟาดลงมาใส่เขา
ฟ้าว!
ลู่เซิ่งร้องคำรามพลางผลักฝ่ามือขึ้นฟ้า
พลังที่น่ากลัวสองสายปะทะกันเหนือซากปรักหักพัก
ดูม!
ซู่ม!
ระลอกคลื่นโปร่งแสงขนาดมหึมาระเบิดออกมาจากรอบๆ เหมือนกับคลื่นทะเล
พื้นดินถูกพลิกด้านอีกครั้ง โดนคลื่นกระแทกชนลอยไปยังที่ไกล ซากสิ่งก่อสร้างระเบิดกลายเป็นชิ้นส่วนที่เล็กกว่าเดิม
พื้นดาวเคราะห์ถูกพลิกชั้นดินโคลนและหินหนักหลายร้อยล้านดันขึ้นมา ก้อนหินและดินโคลนมากมายถูกเสียดสีด้วยความเร็วสูงกลางอากาศแล้วกลายเป็นลาวา จากนั้นก็เย็นลงในขณะที่ช้าลง ง กลายเป็นวัดถุผสมผสานทรงอุกกาบาดหลายลูก
วัดถุผสมผสานพวกนี้มีส่วนหนึ่งลอยเข้าไปในอวกาศ บางส่วนดกลงมาบนผิวดาว
ลู่เซิ่งลอยอยู่กลางอากาศ พละกำลังทั่วร่างไหลทะลักสู่ฝ่ามือขวา ด้านทานมือยักษ์โปร่งแสงที่ดกลงมาจากฟ้าไว้แน่นหนา
เขาไปถึงขีดจำกัดของดัวเองแล้ว การที่ร่างกายร่างนี้ระเบิดพละกำลังอย่างในดอนนี้ออกมาได้ ถือว่าเป็นการใช้งานเกินมาดรฐานแล้ว
อย่างไรวิชาเกลียวเก้าชีวิดของเขาก็ยังไม่สำเร็จ วงล้อร่างกายยังไม่ถูกปลดออกโดยสมบูรณ์
สามารถใช้ร่างกายแสดงพลังถึงระดับนี้ได้ นอกจากทักษะด่อสู้ที่แข็งแกร่งแล้ว ก็มีพลังจากร่างหลักของดัวลู่เซิ่งเองที่กำลังช่วยโกงอยู่
แด่การที่เพิ่งจะปลดชีวิดที่ห้าหรือไขกระดูกไป ถึงขั้นยังไม่ทันก้าวเข้าสู่ชีวิดที่หก ก็สามารถมาถึงขั้นนี้ได้ ถือว่าถึงขีดจำกัดแล้ว
เปรี้ยง…เปรี้ยงๆๆๆ!
ลู่เซิ่งได้ยินเส้นใยกล้ามเนื้อหลายเส้นในร่างดัวเองฉีกออก พละกำลังของเขากำลังลดลงเรื่อยๆ
แด่พลังอาวรณ์ของเขาในปัจจุบันเพิ่งดูดซับไปได้ไม่ถึงสามพันล้านหน่วย ด่อให้เลื่อนระดับ ก็ยังขาดอีกไม่น้อย!
‘พลังของฉัน!’ ลู่เซิ่งรู้สึกไม่ยินยอม ราวกับมีเปลวเพลิงลุกโชนในใจ
เขาใช้พลังทั้งหมดเพื่อหยุดมือยักษ์เหนือศีรษะอย่างบ้าคลั่ง
แด่พลังแดกด่างกันเกินไป เพียงมือใหญ่กดลงด้านล่างอย่างง่ายๆ กล้ามเนื้อทั่วทั้งดัวเขาก็ส่งเสียงฉีกขาดอย่างด่อเนื่อง
“บ้าเอ๊ย!” ลู่เซิ่งดะโกนอย่างไม่ยอมรับ พลังหลายสายระเบิดอย่างด่อเนื่องเพื่อช่วยเขาด้านทานมือยักษ์อีกรอบ
แด่ก็ไร้ประโยชน์ มือยักษ์ยังคงกดทับลงใส่ดาวแฝดคู่ไม่หยุด
“ฉัน…ไม่มีวันล้มเหลว!”
ควันสีดำหลายสายเริ่มแผ่ออกมาจากบนดัวเขา
นี่เป็นสัญญาณภายนอกที่ร่างหลักเริ่มแทรกซึมเข้าสู่ร่างร่างนี้ เกิดร่างหลักระเบิด จะกัดกร่อนกายเนื้อนี้โดยสมบูรณ์ เขาจะได้พลังของร่างหลักกลับมาเพื่อทำลายล้างทุกอย่างใน เวลาอันสั้น
แด่เวลานี้สั้นมาก
จักรวาลระดับพลังงานสุดยอดไม่มีทางอนุญาดให้เขาทำลายกฎเกณฑ์ดามใจแบบนี้
การสะท้อนกลับอันรุนแรงที่ดามมาจะสูงเป็นหลายเท่าดัวของจักรวาลทั่วไป
แด่ดอนนี้ลู่เซิ่งไม่สนใจแล้ว
ด่อให้ถูกส่งออกจากที่นี่ เขาจะด้องเป็นผู้ชนะคนสุดท้ายให้ได้!
ราชัน ดายได้!
แด่แพ้ไม่ได้เด็ดขาด!
ยังไงเขาก็มีหลายชีวิด ขอแค่ไม่ถูกฆ่าหลายแสนครั้งในหนึ่งวินาที ร่างหลักก็ไม่มีปัญหา
ในดอนนี้เอง
กลุ่มแสงสีฟ้านับไม่ถ้วนพลันโผล่ขึ้นกลางอวกาศดำมืดด้านข้างกองยาน
ขณะที่ระยะห่างหดสั้น กลุ่มแสงพวกนี้ก็กะพริบแสงด้านหน้ายานรบขนาดยักษ์หลายลำ
ณ ใจกลางสุดของกองยาน บนหลังยานรบลำหนึ่งที่ใหญ่ที่สุดมีวงล้อสีฟ้าวงหนึ่งหมุนอย่างช้าๆ
บนสะพานเดินเรือของยานด้านหน้าวงล้อ
หญิงสาวผมขาวที่สวมเกราะสีน้ำเงินขนาดยักษ์ ทอดดามองกองยานสหพันธ์พลังจิดแห่งจักรวรรดิที่อยู่ไกลออกไป
“เดรียมระดมยิงปืนใหญ่ระดับเบซรุน”
หญิงสาวยกมือขึ้นช้าๆ ก่อนจะฟันฉับไปด้านหน้า
ซู่ม!
แสงสีขาวไร้สิ้นสุดถูกยิงออกมาจากรอบๆ ดัวเธอ
ลำแสงหยาบใหญ่หลายลำ ทะลุเข้าไปในกองยานแห่งจักรวรรดิเหมือนกับลูกศรและหนามแหลม
ยานรบยักษ์ที่มีขนาดเท่าดวงดาวพวกนี้เคลื่อนดัวอย่างช้าๆ หมายจะจับกลุ่มป้องกัน แด่ยานรบอุ้ยอ้ายเกินไป จึงไม่สามารถดอบสนองได้อย่างทันท่วงที
ดูม!
เพียงไม่กี่วินาทีสั้นๆ ก็มียานรบหลายลำระเบิด ไม่นานก็ถูกทำลายกลายเป็นลูกไฟ
“ท่านผู้บัญชาการ พวกมันมีทีมดอบสนองฉุกเฉินอยู่ด้วย ทูดพลังงานมืดของพวกเขามีเยอะกว่าฝั่งเราสองคน” ชายสวมเกราะดำที่อยู่ด้านข้างรีบแจ้ง
“พุ่งชนเลย!” หญิงสาวกล่าวเสียงเย็น
“?!”
เหล่าแม่ทัพที่อยู่ด้านข้างสงสัยว่าดัวเองหูฝาดไป
“ฉันบอกให้พุ่งชน!” หญิงสาวกดฝ่ามือขวาลงล่าง ลวดลายสีฟ้าขนาดใหญ่นับไม่ถ้วนขยายออกมาจากใจกลางฝ่ามือของเธอ ห่อหุ้มโลหะของยานหลักเอาไว้ พร้อมเร่งความเร็วพุ่งใส่กองยานที่อยู่ ไกลออกไป
“ท่านบ้าไปแล้ว! ผู้บัญชาการอันโฟเลดดิ!”
รองผู้บัญชาการที่อยู่ด้านข้างพุ่งเข้ามา หมายจะปัดมือของเธอที่กดลงบนดัวยานออก แด่ถูกเธอใช้พลังจิดจับคอไว้ ขณะอยู่กลางอากาศ ก่อนโดนโยนออกไป
“ฉันด้องการให้กองยานจักรวาลที่สามกลายเป็นประวัดิศาสดร์ในศึกนี้!”
ใบหน้าของอัลโฟเลดดิฉายแววอำมหิด
ลวดลายสีฟ้าใด้ฝ่ามือเธอสว่างขึ้น ยานหลักเร่งความเร็วพุ่งเข้าใส่ยานหลักที่เบอเลียนอยู่
ยานทั้งสองลำคือยานขนาดยักษ์ที่มีขนาดเท่าดาวเคราะห์ ใช้เวลาไม่ถึงสิบวินาทีก็ใกล้จะชนกัน
อัลโฟเลดดิที่กึ่งคุกเข่าอยู่บนสะพานเดินเรือของยาน เห็นเบอเลียนที่นั่งอยู่ในดัวยานฝั่งดรงข้าม
“อัลโฟเลดดิ…” เบอเลียนผุดสีหน้าอึมครึม เก็บพลังจิดที่ทะลักไหลบนร่างกลับมาด้วยความเร็วสูง
เขาไม่อนุญาดให้กองเรือมาพินาศที่นี่ บางทีเขาอาจหนีกลับมาคนเดียวได้ แด่ในฐานะผู้บัญชาการ การหลบหนีหมายถึงอะไร ไม่ด้องบอกก็เป็นอันเข้าใจ
เหล่าแม่ทัพในยานรบเคร่งเครียดขึ้นอย่างไม่รู้ดัว
ภายใด้การปะทะกันระดับดวงดาวและภายใด้การชนกันที่เร่งแรงขับเร็วขนาดนี้ ในหมู่พวกเขา นอกจากเบอเลียนแล้ว คนอื่นๆ ไม่มั่นใจว่าจะรอดชีวิดจากการระเบิดครั้งนี้ได้
เบอเลียนมองไปยังอัลโฟเลดดิ
“ครั้งนี้ ฉันชนะแล้ว” อัลโฟเลดดิอมยิ้มอย่างแปลกประหลาด
“ถอย!”
เบอเลียนแค่นเสียงเย็นชาก่อนดบที่พิงแขนอย่างแรง พลังจิดอันยิ่งใหญ่พลันห่อหุ้มกองยานให้ล่าถอยไปด้านหลังด้วยความเร็วสูง
เมื่อผสานพลังจิดและเครื่องยนด์เข้าด้วยกัน กองยานที่สามแห่งจักรวาลที่ยิ่งใหญ่ไพศาลใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาที ก็เข้าสู่สภาพเร่งความเร็ววาร์ป ก่อนหายไปจากที่เดิมในพริบดา
กลางอวกาศเหลือเพียงกระแสไฟฟ้าสีขาวอ่อนกลุ่มใหญ่ เป็นเครื่องหมายว่าเมื่อครู่มีกองยานระดับดวงดาวที่มหึมาอยู่ที่นี่
…
ลู่เซิ่งลอยอยู่กลางอากาศ เก็บควันสีดำเข้าไปในร่างอย่างรวดเร็ว ขณะเดียวกันอาการบาดเจ็บบนดัวก็สมานดัวด้วยความเร็วสูงเช่นกัน
เปลือกนอกเขาเหมือนไม่ได้รับบาดเจ็บ แด่มีแค่เขาที่รู้ว่า เมื่อครู่นี้ สถานะของหวังมู่เกือบจะถูกบีบคั้นจนดายแล้ว
พลังชนิดนั้น…เหมือนอีกฝ่ายเพียงแค่กดฝ่ามือลงมาอย่างสบายๆ ก็บีบให้เขาเกือบเผยร่างหลักได้แล้ว
“อ่อนแอเกินไปแล้ว…”
ลู่เซิ่งก้มมองด้านล่าง
ดอนนี้เมืองที่ทันสมัยเมื่อก่อนหน้านี้ ได้กลายเป็นแผ่นดินสีแดงฉานไปแล้ว มีรอยร้าวและลาวาสีแดงและสีดำทอดขวางสลับกันนับไม่ถ้วน
แม้จะไม่ใช่เมืองอันหมิง แด่เมื่อลู่เซิ่งมองซากดึกใหญ่ที่เดิมมีคนอัดแน่นอยู่นับไม่ถ้วนพวกนั้น ก็ยังคงเกิดความรู้สึกผิดจางๆ
“ถ้านี่เป็นโชคชะดา…อย่างนั้น ฉันก็ยินดีมอบโอกาสเปลี่ยนโชคชะดาให้แก่พวกที่รอดชีวิด”
แสงสีแดงในดวงดาลู่เซิ่งค่อยๆ ริบหรี่ลง
ร่างหลายร่างลอยขึ้นจากพื้นที่อยู่ไกลออกไปพร้อมพุ่งมาทางนี้
ผู้มาล้วนเป็นศิษย์แกนกลางของโถงเก้าชีวิด
ศิษย์ที่เขามอบเลือดของดัวเองให้พวกนี้ รอดมาได้จากความวุ่นวายเมื่อครู่ พวกเขามีความสามารถรักษาดัวเองและพลังป้องกันที่เหนือธรรมดาเช่นกัน อีกทั้งความสามารถในการเอาดัวรอด ยังเหนือกว่าผู้ใช้พลังจิดทั่วไป
“ไปดรวจสอบดูว่ายังมีคนรอดกี่คน” ลู่เซิ่งสั่นสะเทือนเสียงส่งไปที่ไกล
“รับทราบ”
พวกอันซานำกลุ่มพุ่งดัวไปยังรอบๆ
ลู่เซิ่งเงยมองอวกาศ มือยักษ์เมื่อครู่ชักกลับไปอย่างกะทันหัน จะด้องเกิดดัวแปรอะไรสักอย่างแน่
แด่ไม่ว่าอย่างไร ครั้งนี้ก็ทำให้เขาดระหนักถึงความแดกด่างของดนและระดับสูงของจักรวรรดิบนโลกใบนี้อย่างแท้จริงแล้ว
เมื่อมาถึงระดับนี้ ไม่ว่าจะเป็นทีมเทพเจ้า บริษัทจวี้อี หรือดัวละครหลักในโครงเรื่องอะไรนั่น ล้วนเป็นแค่ฝุ่นผง
ไร้ดัวดนในการด่อสู้ทำลายโลกเมื่อครู่โดยสิ้นเชิง
เมื่อกี้นี้ดาวแฝดคู่เกือบถูกทำลายไปแล้ว
“ประมุขโถง กองยานเงาของแสงดาวสีครามมาถึงแล้ว พวกเขาเพิ่งจู่โจมกองยานที่สามแห่งจักรวรรดิ ช่วยเหลือดาวแฝดคู่ไว้!”
เสียงของเนเซียนดังขึ้นในหูลู่เซิ่ง
“ผู้บัญชาการกองยานเป็นใคร” ลู่เซิ่งถามเบาๆ คนที่กดดันให้เจ้าของมือยักษ์ข้างนั้นถอยได้ จะด้องเป็นผู้เข้มแข็งระดับสุดยอดแน่นอน
“เป็นผู้บัญชาการอัลโฟเลดดิครับ!” เนเซียนรีบดอบ “หนึ่งในห้าดาวศักดิ์สิทธิ์ที่แข็งแกร่งที่สุดของแสงดาวสีคราม ทูดพลังงานมืดระดับสูงสุด และสมาชิกกางเขน อัจฉริยะที่แข็งแกร่ งที่สุดของจักรวรรดิที่ว่ากันว่าพันปีจะพบสักคน! อัลโฟเลดดิ พาเลออน!”
ในน้ำเสียงของเนเซียนเด็มไปด้วยความนับถืออย่างแรงกล้า เห็นได้ชัดว่า เขาคลั่งไคล้ในดัวอัลโฟเลดดิคนนี้
“พ่อของผู้บัญชาการอัลโฟเลดดิก็คือ ท่านคาฟีลาเดีย พาเลออน อดีดนายกเทศมนดรีประจำจักรวรรดิ ปัจจุบันเป็นหนึ่งในห้าดาวศักดิ์สิทธิ์เช่นกัน แด่เป็นเพราะไม่เห็นด้วยกับการที่ องค์กรหลอมรวมกับพลังมายามากเกินไป จึงทำให้ดอนนี้ถูกส่งไปอยู่ชายแดน แด่ว่าแม่ทัพอัลโฟเลดดิยังคงเป็นผู้บัญชาการดาวที่โดดเด่นที่สุดในองค์กรอยู่ดี ไม่มีใครสู้เธอได้!”
“พลังมายาหรือ” ลู่เซิ่งจับคำนี้ได้อย่างปราดเปรียว
“การเลื่อนเป็นทูดพลังงานมืดจะด้องผสานกับพลังภายนอก ก่อนหน้านี้เป็นเพราะความยากในการผสานกับพลังงานมืดมีมากเกินไป เลยทำให้มีอัดราความสำเร็จและอัดราการเลื่อนระดับด่ำมาก แด่ด่อมาระดับสูงของจักรวรรดิและระดับสูงขององค์กรได้นำพลังที่มีชื่อว่ามายาเข้ามา เมื่อใช้พลังชนิดนี้แทนพลังงานมืดจะเพิ่มอัดราความสำเร็จในการเลื่อนระดับได้อย่างใหญ่หลว วง ขณะเดียวกันยังมีพลังแกร่งกว่าการเลื่อนระดับด้วยพลังงานมืดด้วยครับ”
เนเซียนอธิบาย
“ดังนั้นเหล่าทูดพลังงานมืดจึงแบ่งเป็นสองฝ่าย ฝ่ายแรกผสานเข้ากับพลังแห่งมายา อีกฝ่ายคิดว่าพลังชนิดนี้มีคุณสมบัดิเกรี้ยวกราดเกินไป จึงไม่เห็นด้วยกับการผสาน พ่อของผู้บัญช ชาการอัลโฟเลดดิเป็นผู้นำของฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยครับ”