ยอดวิถีแห่งปีศาจ - บทที่ 1074 ใจในอดีต (2)
“ร่างกงจักรศักดิ์สิทธิ์เป็นตัวแทนขีดสุดของพลังจิตและกายเนื้อ แทบจะเป็นขีดจำกัดที่มนุษย์บนโลกใบนี้ไปถึงได้ ส่วนชีวิตที่เจ็ดซึ่งเป็นระดับต่อไปของเกลียวเก้าชีวิตก็คืออว วัยวะภายใน น่าจะสำเร็จกงจักรศักดิ์สิทธิ์ที่สมบูรณ์ได้”
ลู่เซิ่งเก็บคลื่นพลังเมฆแดงที่ลอยอยู่รอบๆ กลับมาอีกครั้ง ขณะยืนนิ่งระหว่างหายใจบนหน้าผา
ยานรบหลายลำลอยขึ้นๆ ลงๆ ไม่มีใครสังเกตเห็นว่าในมุมเล็กๆ ตรงนี้มีคนเลื่อนระดับสำเร็จและไปถึงขอบเขตของเทพในตำนานแล้ว
เวลานี้ลู่เซิ่งดูพลังอาวรณ์ที่เหลืออยู่สิบกว่าล้านหน่วย แสดงให้เห็นถึงความสิ้นเปลืองตอนเลื่อนระดับเมื่อครู่นี้
‘เราต้องการหินกิเลนกับพลังอาวรณ์มากกว่านี้…แต่ก่อนหน้านั้นยังต้องทดลองดูก่อนว่าร่างกงจักรศักดิ์สิทธิ์แข็งแกร่งถึงขั้นไหน’
ลู่เซิ่งก้าวไปด้านหน้า ร่างพุ่งสู่ฟากฟ้า บินไปยังอวกาศเหนือศีรษะ
เขาใช้พลังจิตห่อหุ้มร่างตัวเอง ป้องกันไม่ให้ชุดลุกไหม้ด้วยคามร้อนสูงจากการเสียดสีอย่างรวดเร็ว
ลู่เซิ่งค้นพบอย่างคลุมเครือว่า พลังจิตของร่างกงจักรศักดิ์สิทธิ์และพลังจิตของผู้ใช้พลังจิตเช่นพวกอัลโฟเลตติเหมือนจะแตกต่างกันอยู่บ้าง
พลังจิตของร่างกงจักรศักดิ์สิทธิ์เหมือนจะมีคุณสมบัติที่แตกต่างกันหลายอย่าง คล้ายกับประสิทธิผลการรักษาที่ชำระพิษได้ และเหมือนความสามารถพิเศษที่ขจัดสิ่งแปลกปลอมได้มากกว่า
พลังจิตที่มันปล่อยออกมายังสามารถรักษาความบริสุทธิ์ที่แกร่งถึงขีดสุดของตัวเองไว้ได้อีกด้วย
ลู่เซิ่งตรงดิ่งขึ้นฟ้า ไม่นานก็ไปถึงยานรบยักษ์แสงสีครามที่จอดนิ่งอยู่ใกล้ชั้นบรรยากาศ
จากนั้นก็เขาก็เข้าไปด้านใน ผ่านทางเข้าทรงรังผึ้งที่แน่นขนัดด้านล่างตัวยาน
ยานขนส่งขนาดเล็กหลายลำตรงทางเข้าออกต่างก็หลีกทางให้เพื่อแสดงความเคารพต่อเขา
ในสายตาคนธรรมดา พวกที่บินได้อย่างอิสระล้วนเป็นผู้ใช้พลังจิต สำหรับคนทั่วไป กลุ่มผู้ใช้พลังจิตคือกลุ่มคนพิเศษที่สูงส่ง มีค่าให้ยำเกรง
ลู่เซิ่งบินไปด้านในยานรบยักษ์ เคลื่อนที่อยู่เกือบสิบกว่านาที ไม่นานก็วกซ้ายวกขวาเข้าไปในห้องแยกตัว
หลังแก๊สฆ่าเชื้อโรคถูกพ่นออกมาจากด้านบนด้านล่าง เขาก็ออกจากห้องแยกตัว แล้วมุ่งตรงไปยังห้องสมุดที่อยู่ใกล้ที่สุด
บนยานรบยักษ์ทุกลำ นอกจากอาณาเขตที่ทำหน้าที่ด้านการรบแล้ว ก็แทบจะเป็นเมืองขนาดใหญ่เมืองหนึ่ง
ปกติแล้วยานรบยักษ์จะถูกทำลายยากมาก ดังนั้นเมืองด้านในจึงมีผู้คนอาศัยอยู่ไม่น้อย
ดังนั้นจึงมีห้องสมุด ทั้งไม่ได้มีอยู่แค่แห่งเดียว เพียงแต่เป็นเพราะยุคเดินทางข้ามดวงดาว คนอ่านหนังสือจึงมีไม่มาก ส่วนใหญ่สามารถเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตในห้องนอนของตัวเองได ด้โดยตรง
อุปกรณ์เก็บข้อมูลขนาดเท่าปุ่มเล็กๆ สามารถเก็บหนังสือจำนวนหลายหมื่นเล่มได้
คนที่ไปห้องสมุดเองอย่างลู่เซิ่ง พบเห็นได้เพียงไม่กี่คนในโถงห้องสมุด
เขาหาตำแหน่งนั่งลง แล้วเคาะนิ้วชี้กับโต๊ะ จอภาพโปร่งแสงจอหนึ่งพลันเด้งออกมา แล้วแสดงประเภทหนังสือทั้งหมดในโถงใหญ่
เขาเลือกข้อมูลด้านเทพนิยายอย่างคุ้นเคย แล้วเริ่มค้นหาบันทึกของร่างกงจักรศักดิ์สิทธิ์ทั้งหมดอย่างละเอียด
หนึ่งชั่วโมงต่อมา ลู่เซิ่งก็จัดเรียงข้อมูลของร่างกงจักรศักดิ์สิทธิ์ที่รวบรวมได้ทั้งหมดในเวลาอันสั้นไว้ด้านหน้า ผ่านระบบช่วยอ่านส่วนตัวของห้องสมุด
‘ร่างกงจักรศักดิ์สิทธิ์…ส่วนใหญ่เป็นมือธนูเหรอ’
ลู่เซิ่งอ่านข้อมูลธนูเทพหลายคันที่ร่างกงจักรศักดิ์สิทธิ์เคยใช้ในบันทึก
ถึงขั้นที่ดาวแฝดคู่เองก็มีธนูเทพสองคันที่ว่ากันว่าร่างกงจักรศักดิ์สิทธิ์เคยใช้ด้วย
แต่เก็บเอาไว้ในพิพิธภัณฑ์ ไม่มีใครไปยุ่งด้วย
ไม่รู้ว่าจริงหรือปลอม
ข้อมูลแสดงให้เห็นว่า ร่างกงจักรศักดิ์สิทธิ์สามารถแสดงพลังทำลายล้างที่อลังการถึงขีดสุดผ่านการผสานกับธนูเทพได้
‘ธนูเทพ…’ ลู่เซิ่งปิดจอภาพ ในเมื่อรู้แล้วว่าดาวแฝดคู่มี และเขาเหลือเวลาช่วงสุดท้ายพอดี จึงสามารถออกไปเอาธนูเทพกลับมาลองดูได้
เขาคิดแล้วก็ทำทันที รีบออกจากห้องสมุดแล้วกลับไปตามทางเดิม
ขอแค่เป็นสิ่งที่เพิ่มพลังได้ เขาล้วนไม่เคยปฏิเสธ
…
กาแลคซีแบล็คเชอร์รี่ ทางช้างเผือก
ในโถงยานรบสีเงินอันโอ่โถง
คาฟีลาเดีย พาเลออน สวมชุดคลุมสีดำ ยืนนิ่งอยู่หน้ากำแพงสังเกตการณ์ขนาดยักษ์ที่โปร่งใส
เขาอายุสี่สิบปีแล้ว สำหรับชีวิตของเขา เวลาไม่ใช่ปัจจัยที่จำเป็นต้องพิจารณาอีกต่อไป
ชายร่างแกร่งหน้าเหลี่ยมผู้นี้จับไม้เท้าหยาบใหญ่ไว้ด้วยสองมือ สองตาที่โชกโชนและคมกริบเพ่งมองดาราจักรที่กำลังหมุนวนและส่องแสงระยิบระยับกลางอวกาศอยู่เงียบๆ
“พาเลออน” เสียงผู้ชายที่อ่อนโยนดังมาจากด้านหลังเขา
พาเลออนค่อยๆ หมุนตัวไป มองดูร่างดำสนิทร่างหนึ่งที่กำลังจับตัวปรากฏขึ้นใกล้ๆ ตนเอง
“อะไรกัน นายอยากจะถอยแล้วเหรอ” เงาร่างค่อยๆ เผยใบหน้าชายหล่อเหลาที่มีลวดลายกลีบดอกไม้สีดำ
“ตอนนี้ถึงเวลาสำคัญ จู่ๆ ก็บอกว่าจะถอย พาเลออน นายรู้ไหมว่ากำลังทำอะไรอยู่”
แสงสายฟ้าสีแดงระเบิดขึ้นอีกทางหนึ่ง หญิงชราผมหงอกที่สวมชุดคลุมสีแดงและถือลูกแก้วสีแดงคนหนึ่งโผล่ออกมา
“ฉันย่อมรู้อยู่แล้ว เรย์ลี่ ฉันจะทำอะไรต้องให้เธอมาสอนตั้งแต่เมื่อไหร่” พาเลออนเอ่ยเสียงทุ้ม น้ำเสียงเย็นชาเล็กน้อย
“ทุกคนเป็นพันธมิตรกันมานาน คนกันเองทั้งนั้น อย่าเอาแต่ทะเลาะกันเลยน่า ผิดใจกันเปล่าๆ”
สายน้ำสีดำกลุ่มหนึ่งโผล่ขึ้นอีกด้าน ชายหล่อเหลาผมดำที่ยิ้มแย้มเดินออกมาจากด้านใน
เขาโบกพัดทรงกลมเล็กๆ ในมือเบาๆ บนพัดปักรูปดวงตาแนวตั้งแปลกประหลาดที่มีนัยน์ตาสีแดงเอาไว้
หญิงชราไม่พูดอะไรอีก เพียงจ้องมองพาเลออนอย่างอึมครึม
“ฉันเคารพการตัดสินใจของนาย” ชายอ่อนโยนที่ปรากฏตัวขึ้นในตอนแรกยังคงกล่าวอย่างไม่รีบไม่ร้อน
เขาหยิบแว่นตาจากกระเป๋าเสื้อออกมาสวมเบาๆ
“ตอนที่พวกเราร่วมมือเป็นพันธมิตรกัน เคยบอกว่าสมาชิกทุกคนเข้าร่วมและลาออกได้ตามใจ ตอนนี้ นายลาออก ฉันไม่มีความเห็นใดๆ”
พาเลออนมองชายคนนี้เงียบๆ
“จักรพรรดิมังกร ฉันได้สิ่งที่ต้องการมาแล้ว และตอนนี้พวกนายกำลังดำเนินการทำลายล้างที่ไร้ความหมาย” เขาเว้นเล็กน้อย “สิ่งที่พวกเราทำในมิติทั้งหมดสิบสี่แห่งมีแต่การฆ่าฟัน ฉ ฉันไม่เห็นด้วยกับเรื่องนี้”
“ฉันสัมผัสความสงสัยและความไม่พอใจของนายได้” ชายหนุ่มอ่อนโยนที่ถูกเรียกว่าจักรพรรดิมังกรถอนใจ “แต่ว่า ขอเวลาฉันหน่อยได้ไหม ทุกอย่างที่ฉันพูดไปตอนนั้นจะนำพาแสงดาวสีคราม กลับสู่ความบริสุทธิ์และชำระล้างสิ่งโสมมทั้งหมดของจักรวรรดิ เรื่องพวกนี้จะกลายเป็นจริง”
“ลูกน้องของฉันกำลังทำศึกอย่างดุเดือดเพื่อการทำลายล้างและการเข่นฆ่าที่ไร้ความหมาย นายจะอธิบายยังไง!?” พาเลออนกระทุ้งไม้เท้าในมืออย่างแรง
เปรี้ยง…
เสียงเคาะที่หนักอึ้งสะท้อนในโถงใหญ่
“ให้ฉันจัดการเถอะ” จักรพรรดิมังกรยื่นมือเข้าหาพาเลออนช้าๆ พร้อมกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “ยังจำอุดมการณ์ในอดีตของพวกเราได้ไหม หลายพันปีแล้ว ฉันไม่เคยลืมสักวินาที”
พาเลออนเพ่งมองสองตาของอีกฝ่ายก่อนแค่นเสียงเย็นชา แล้วหมุนตัวเดินไปยังทางออก หายไปจากแสงดาวที่มืดสลัวอย่างช้าๆ โดยไม่ได้มองมือของจักรพรรดิมังกร
จักรพรรดิมังกรค่อยๆ ชักมือกลับในขณะที่ยังคงยิ้ม
“จักรพรรดิมังกร พาเลออนมีกำลังทหารขององค์กรครึ่งหนึ่งอยู่ในมือ ถ้าเขาไม่เคลื่อนไหว อาศัยแค่พวกเรา ไม่น่าจะยึดครองได้ในเวลาที่กำหนด…”
“ไม่ต้องรีบร้อนหรอก” จักรพรรดิมังกรตัดบทหญิงชรา
“บนเส้นทางแห่งอุดมคติมักมีคนแตกแถวและมีคนลืมเลือน…” เขาดันแว่นตาเบาๆ “แต่พาเลออนไม่เหมือนกัน เขาแค่ยังปลงไม่ได้เท่านั้น”
“ไม่ ฉันไม่คิดว่านี่เป็นการตัดสินที่พาเลออนทำอย่างวู่วาม” ชายหล่อเหลาที่ถือพัดเอ่ยเบาๆ
“ในฐานะนายกเทศมนตรีสมัยก่อนของจักรวรรดิ หากพาเลออนแสดงท่าทีเมื่อไหร่ก็หมายความว่า เขาได้พิจารณาความเป็นไปได้นับไม่ถ้วนแล้ว เขา…เปลี่ยนใจยากแล้ว…”
จักรพรรดิมังกรหยีตา
“ฉันเชื่อว่าเขาจะปลงตก”
“ถ้าไม่ล่ะ” ชายถือพัดทรงกลมย้อนถาม
จักพรรรดิมังกรนิ่งไป
แต่ทั้งสองคนสัมผัสจิตสังหารที่เดือดพล่านขึ้นบนตัวเขาอย่างช้าๆ ได้รำไร
ผ่านไปสักพักใหญ่ๆ
“ฉันจะจัดการเขาเอง”
เสียงที่ราบเรียบราวกับบอกเล่าข้อเท็จจริงสะท้อนในโถงอย่างช้าๆ
…
พาเลออนก้าวเดินไปบนสะพานเดินเรือขนาดมหึมาของยานที่แข็งแกร่ง
เขารู้จักชายคนนั้นเป็นอย่างดี พวกเขาพบเจอความเป็นความตายด้วยกันมานับครั้งไม่ถ้วน ค่อยๆ เติบโตขึ้นมาจากศูนย์ สุดท้ายก็สำเร็จกิจการในตอนนี้
ด้วยนิสัยของเขา ไม่มีทางดำเนินการยึดครองและเข่นฆ่าที่ไร้ความหมายแบบนี้เด็ดขาด
‘ต้องมีใครสักคนคอยยุแยงเขาโดยใช้กลอุบายทางการเมืองแน่!’ พาเลออนโมโห
เขาเดินออกมาได้ไม่กี่ก้าวก็ขยับพลังจิตสร้างจอภาพทรงกลมจอหนึ่งขึ้นมาด้านหน้าตัวเอง
จอภาพกะพริบอยู่หลายครั้ง ไม่นานก็แสดงภาพชายผมยาวที่สวมเสื้อรัดรูปสีดำคนหนึ่ง
“นายท่าน มีคำสั่งอะไรเหรอครับ”
“ซีเมร่ายังไม่กลับมาอีกเหรอ ฉันอยากจะไปเยี่ยมโดยเร็วที่สุด” พาเลออนถามเสียงทุ้ม
“กลับมาแล้วครับ นายท่านซีเมร่ากลับที่พักตอนเช้าตรู่ พร้อมจะโอนสายได้ทุกเวลา”
“โอนสายเลย” พาเลออนสั่งเสียงขรึม
ภาพพลันสั่นไหว ไม่นานก็กลายเป็นสีเทา
สีเทาหมุนด้วยความเร็วสูง ก่อนจะปรากฏใบหน้าชราของชายแก่ผมขาวคนหนึ่ง
“พาเลออน…” ชายแก่มีสีหน้าแปลกพิกลเล็กน้อย
“ฉันต้องการการช่วยเหลือและการสนับสนุนจากคุณ” พาเลออนเอ่ยตรงๆ
“…” ชายแก่พลันเงียบเสียง
พาเลออนจิตใจหนักอึ้งทันที เขากับซีเมร่าเป็นพันธมิตรที่ร่วมมือกันต่อต้านการหลอมรวมกับพลังมายามาหลายร้อยปีแล้ว จึงรู้จักเพื่อนสนิทคนนี้เป็นอย่างดี
เวลานี้พอเห็นท่าทางของอีกฝ่าย เขาก็หนักใจ รู้ว่ามีเหตุเปลี่ยนแปลงทันที
ซีเมร่าเงียบอยู่สักพัก
“พาเลออน…ขอโทษ…ฉันอาจช่วยนายไม่ได้แล้ว”
“คุณรู้ไหมว่าตัวเองพูดอะไรอยู่” พาเลออนใคร่ครวญด้วยความเร็วสูงจนได้รับคำตอบอย่างรวดเร็ว แต่เขาก็ยังคงถามอีกครั้งอย่างไม่อยากจะยอมรับ
“ยอมแพ้เถอะ…ก่อนหน้านี้ฉันไปกาสเลย์กามา แจน...แจนหายตัวไปแล้ว…” ซีเมร่าเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ
“บังอาจ!” พาเลออนกระทุ้งไม้เท้า คลื่นโปร่งใสกลุ่มหนึ่งระเบิดออกมาโดยมีเขาเป็นศูนย์กลาง
มิติจักรวาลรอบๆ บิดเบี้ยวและสั่นไหวด้วยความเร็วสูง พร้อมปรากฏรอยร้าวหลายสาย
เงาหมาป่าสีดำสนิทขนาดยักษ์หลายกลุ่มโผล่ขึ้นรอบตัวเขาอย่างทรงพลัง
“ถ้าพวกมันอยากเปิดศึกนัก! ฉัน คาฟีลาเดีย พาเลออน! จะสนองให้เอง!” พาเลออนถลึงตา พลังจิตที่น่ากลัวเหมือนกับดวงอาทิตย์ แค่รังสีที่ปล่อยออกมาโดยไม่รู้ตัวก็ทำให้ยานรบยัก กษ์รอบๆ สั่นไหวจนพร้อมจะพังทลายได้ทุกเวลาแล้ว
เขาไม่เคยกลัวการต่อสู้!
เหมือนเมื่อพันปีก่อน เขานำทหารบุกไปทำลายสามสิบสองเผ่าพันธุ์ในสายธารแห่งหนึ่ง
อารยธรรมของพวกเขาถูกลบหายไปจากสายธารแห่งปัญญาพร้อมกัน
“พาเลออน!” ชายแก่ยังคิดจะพูดอะไรต่อ
เปรี้ยง!
จอภาพระเบิด
พาเลออนเหมือนราชสีห์ จับไม้เท้าแน่น ไม่พูดอะไรสักคำเดียว