ยอดวิถีแห่งปีศาจ - บทที่ 1075 โยกย้าย (1)
“ท่านพ่อ” อัลโฟเลตติมองภาพเสมือนที่กระเพื่อมในจอภาพขนาดใหญ่ด้วยสีหน้าเคร่งขรึมเล็กน้อย
“หนูได้ยินข่าวลือแย่ๆ มา ท่านพ่อยังสบายดีไหมคะ” อัลโฟเลตติโน้มร่างไปด้านหน้าเล็กน้อย “ถ้าต้องการความช่วยเหลือจากหนู บอกได้เต็มที่เลยนะคะ”
ชายชราที่เหมือนสิงโตถือไม้เท้าด้วยสีหน้าสงบนิ่งอยู่ในจอภาพ
“พ่อยังไม่แก่ถึงขั้นนั้น” คาฟีลาเดีย พาเลออนกำไม้เท้าในมือ
“เรื่องทางฝั่งลูก จัดการให้ดี อีกสักพักให้มาที่กาแลคซีของพ่อ พ่อมีเรื่องจะบอกลูกต่อหน้า”
“เข้าใจแล้วค่ะ” อัลโฟเล็ตติพยักหน้า “อย่างนั้น ขอให้ท่านพ่อสุขภาพแข็งแรง”
“ขอให้ลูกทำทุกอย่างสมความปรารถนาเช่นกัน”
จอภาพค่อยๆ ดับลง
อัลโฟเลตติยืนนิ่งอยู่กับที่
ท่านพ่อคาฟีลาเดียคือผู้ยิ่งใหญ่ในสายตาของเธอมาตั้งแต่ยังเด็ก แต่ไม่เคยมีครั้งไหนที่ขอให้เธอกลับไปพบเขาเหมือนครั้งนี้
‘พ่อนึกว่าหนูไม่รู้เหรอ ความจริง หนูรู้ทุกเรื่องนั่นแหละ’ อัลโฟเล็ตติผุดสีหน้าเย็นชา
เธอเข้าใจสภาพในตอนนี้ของท่านพ่อดี
จักรพรรดิมังกรเป็นผู้นำแห่งแสงดาวสีคราม ทั้งยังเป็นผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดและเป็นบุคคลสำคัญ เขาไม่มีทางอนุญาตให้ท่านพ่อที่คุมกำลังทหารครึ่งหนึ่งถอนตัวออกจากแผนการใหญ่ ของตัวเองแน่
ข่าวที่เธอได้รับในตอนนี้ก็คือ ท่านพ่อไม่เห็นด้วยกับแผนการชำระล้างที่จักรพรรดิมังกรกำลังดำเนินการอยู่อย่างรุนแรง ถ้าเรื่องนี้เกิดขึ้นในสมัยก่อน อาจจะไม่มีปัญหาเท่าไหร่
แต่ตอนนี้ หลังจากมีการหลอมรวมเข้ากับพลังมายา ทูตพลังงานมืดที่โผล่มาก็ทวีจำนวนขึ้นเรื่อยๆ พวกเขามีสัดส่วนเพิ่มขึ้น ส่วนกองกำลังทูตพลังงานมืดเก่าๆ กลับลดลงเรื่อยๆ…
‘ท่านพ่อ…’ อัลโฟเลตติเกิดลางสังหรณ์ร้ายในใจ
เธอเชื่อมั่นในพลังของพ่อ แต่ตัวคนเดียวไม่อาจทำการใดสำเร็จ ในตอนที่พันธมิตรลดน้อยลง แรงกดดันของตัวเองก็รังแต่จะเพิ่มขึ้น
เธอรู้แล้วว่า ปัจจุบันมีพันธมิตรในอดีตของท่านพ่อสามคนถูกดึงเข้าไปในกองทัพพลังมายาแล้ว
‘ท่านพ่อเจอแรงกดดันเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แล้ว…’
อัลโฟเลตติยื่นมือออกมา กลางฝ่ามือกำสร้อยคริสตัลสีม่วงอมดำเส้นหนึ่งอยู่
‘หวังว่าจะไม่ต้องใช้สร้อยเส้นนี้นะ…’
เธอเก็บสร้อยเส้นนั้น จากนั้นก็เดินออกจากห้องติดต่อไป
…
ลู่เซิ่งเดินเข้าพิพิธภัณฑ์ทางวัฒนธรรม เจ้าหน้าที่ของหน่วยป้องกันสำนักงานใหญ่จำนวนไม่น้อยติดตามอยู่ด้านหลัง นอกจากนี้ยังมีตำรวจวางกำลังอารักขาไว้ในบริเวณรอบๆ ด้วย
เขาขึ้นยานบินตรงดิ่งมาถึงจุดเก็บธนูเทพที่อยู่ใกล้ที่สุดทันที
รอบๆ มีเจ้าหน้าที่ในพื้นที่บางส่วน หลังจากคนพวกนี้ตรวจสอบสถานะของเขาก็รีบรุดมา แม้แต่คนของโถงเก้าชีวิตก็ยังตอบสนองไม่ทัน
พิพิธภัณฑ์ถูกเคลียร์พื้นที่เพราะการมาของเขา ผู้เข้าชมที่เดิมมีไม่เยอะถูกเชิญออกไปอย่างเป็นมิตรและได้รับค่าเข้าชมคืน
“เป็นเพราะสงครามใหญ่ คนไม่น้อยจึงสนใจมาบวงสรวงวัตถุของเทพเจ้าสมัยโบราณอย่างมาก คนไม่น้อยที่มาที่นี่ต่างก็มาสักการะและขอพรสิ่งของในตู้”
หัวหน้าพิพิธภัณฑ์ที่เดินอยู่ด้านหน้าลู่เซิ่งกล่าวด้วยรอยยิ้มฝืดเฝือ
เขาหักเลี้ยวรอบหนึ่ง ไม่นานก็หยุดลงตรงห้องเดี่ยวติดมุมที่เปล่าเปลี่ยวห้องหนึ่ง
“ของที่ท่านต้องการหาอยู่ที่นี่ครับ”
เขาชี้ไปที่ตู้กระจกทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัสในห้องพลางกล่าวเสียงทุ้ม
ลู่เซิ่งมองตามไป ก่อนจะตกตะลึงเพราะของในตู้
“นี่คือ…ธนูเทพเหรอ” เขาชี้ของด้านในพลางถามอย่างสงสัยเล็กน้อย
“แม้ท่านจะไม่อยากเชื่อ แต่นี่คือธนูเทพจริงๆ ครับ” หัวหน้าพิพิธภัณฑ์ตอบคำถามเขาอย่างแน่ใจ
สิ่งที่ถูกวางไว้ในตู้กระจกไม่ใช่ธนูตามความหมายทั่วไป แต่เป็นลวดที่เหมือนกับไหมพรมกลุ่มหนึ่ง
เป็นลวดสีเหลือง
“เอาเถอะ ห่อให้ฉันหน่อย” ลู่เซิ่งคิดจะลองดูเอง
“ได้ครับท่าน!” หัวหน้าพิพิธภัณฑ์สั่งเจ้าหน้าที่ที่อยู่ใกล้ๆ ให้เอาธนูเทพออกมาอย่างระมัดระวัง แล้วใช้กล่องของขวัญที่งามประณีตห่อไว้ก่อนส่งให้ลู่เซิ่ง
ลู่เซิ่งอุ้มของเดินออกจากพิพิธภัณฑ์ จากนั้นก็วูบไหวร่างลอยขึ้นด้านบน แล้วพุ่งตัวไปยังยานรบยักษ์เหนือท้องฟ้าด้วยการห่อหุ้มจากพลังจิต
เขาฉีกกล่องออกกลางอากาศ ก่อนจะหยิบกลุ่มลวดกลุ่มนั้นออกมาจากด้านใน
‘ด้านใน…มีบางอย่าง…’ พลังจิตที่แข็งแกร่งทำให้เขาสัมผัสได้อย่างเลือนรางว่าด้านในเหมือนจะมีพลังงานพิเศษสักอย่างกำลังไหลเวียนอย่างช้าๆ
พอกลับถึงยานรบยักษ์ ลู่เซิ่งก็เจอคนของโถงเก้าชีวิตกลุ่มหนึ่งตรงทางเข้ารังผึ้งพอดี พวกเขากำลังพาคนที่มีลักษณะแตกต่างกันหลายคนลงจากยานขนส่ง
คนกลุ่มนี้รีบโค้งตัวทำความเคารพลู่เซิ่งทันที
และแม้แต่คนที่สวมเสื้อผ้าแตกต่างกันรอบตัวพวกเขาจะก้มหน้าทำความเคารพอย่างจริงจังเช่นกัน แต่ลู่เซิ่งก็รู้สถานะแท้จริงของพวกเขาทันที
“พวกเขาคือใคร” เขาถามตรงๆ
“เรียนประมุขโถง เป็นผู้สนับสนุนที่เพิ่งขึ้นมาจากภาคพื้นครับ” คนที่ตอบเป็นหัวหน้าทีมย่อยของโถงเก้าชีวิต
“ถึงผมจะรู้สึกว่าไม่เหมือนผู้สนับสนุน แต่พอตรวจสอบจากข้อมูลและข่าวสาร ต่างก็เป็นจริงไม่แปลกปลอมครับ” เขาทำท่าประหลาดใจอยู่บ้าง
ผู้สนับสนุนล้วนเป็นชายฉกรรน์ที่ถนัดการฆ่าฟันและใช้พลังต่อสู้ แต่แม้คนพวกนี้จะดูแข็งแรง ทว่าส่วนใหญ่ผอมอย่างกับถั่วงอก มองอย่างไรก็ไม่เหมือนผู้สนับสนุนที่ติดอาวุธเลย
ลู่เซิ่งกวาดสายตาไปมาบนร่างคนพวกนี้
หญิงสาวผมยาวที่หน้าตาและการแต่งตัวงดงามคนหนึ่ง ดูเหมือนกับดาราหรือไม่ก็นางแบบ
ชายร่างล่ำสันที่สวมชุดพ่อครัวคนหนึ่ง
ยังมีชายหนุ่มอีกสองคนที่ใส่ชุดธรรมดา มองไม่ออกว่าทำอาชีพอะไร
สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ สายตาและคลื่นพลังของคนพวกนี้สับสนมาก หัวใจเต้นเร็ว ต่อมไร้ท่ออยู่ในสภาพทำงานอย่างรวดเร็วตลอดเวลา
แสดงให้เห็นชัดว่า พวกเขาเคร่งเครียดเป็นอย่างยิ่ง
คนใหม่จากทีมเทพเจ้าเหรอ
ลู่เซิ่งนึกถึงความเป็นไปได้นี้ทันที
“แยกตัวคนพวกนี้ไว้ ฉันต้องการตรวจสอบอย่างละเอียด” ลู่เซิ่งสั่งก่อนจะหมุนตัวเดินไปยังด้านในยานรบยักษ์
“ครับ” ศิษย์โถงเก้าชีวิตหลายคนที่อยู่ด้านหลังรีบตอบ
เทพเจ้ายังส่งคนใหม่เข้าร่วมกองทัพแสงดาวสีครามในเวลานี้อีก ไม่สิ…พูดให้ถูกต้องคือเข้าโถงเก้าชีวิตต่างหาก
ลู่เซิ่งนึกถึงภารกิจอันแปลกประหลาดมากมายที่เทพเจ้าประกาศก่อนหน้านี้ ในใจนึกระแวงขึ้นมา
ในสถานที่ที่มีทีมเทพเจ้า มักจะมีปัญหาปรากฏ
‘ดูเหมือนต้องไปถามซูฉินแล้ว’
ในสงครามใหญ่เมื่อก่อนหน้านี้ ซูฉินถูกสมาชิกหลักของโถงเก้าชีวิตช่วยเหลือไว้ เพียงได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ตกใจมากกว่ามีอันตราย ตอนนี้ตามขึ้นเรือรบยักษ์มาด้วย กำลังพักฟื้นอยู่ ในเมืองส่วนใน
เขาไปถามสถานการณ์ได้พอดี
ลู่เซิ่งยังนึกถึงผู้กลับชาติมาเกิดใหม่มากมายที่ตนควบคุมตัวเอาไว้ด้วย แม้จะบาดเจ็บล้มตายไปไม่น้อยในสงครามใหญ่ก่อนหน้า แต่ถ้าเรียกมารวมกันก็ยังถามสถานการณ์จากคนบางส่วนได้อ อยู่
เขาเล่นขดลวดในมือไปพลาง จัดระเบียบภารกิจที่จะจัดการทีหลังไปพลาง
แกร๊ก
ทันใดนั้นก็เกิดเสียงดังเบาๆ
ลู่เซิ่งชะงักฝีเท้าแล้วก้มหน้ามองขดลวดในมือ
เสียงเมื่อครู่ดังมาจากบนขดลวด
เขาสั่งความคิด พลังจิตพิเศษของร่างกงจักรศักดิ์สิทธิ์ทะลักเข้าไปในขดลวดอย่างรวดเร็ว
ฟุ่บ!
ทันใดนั้นขดลวดทั้งหมดก็ระเบิดขึ้น ลวดโลหะนับไม่ถ้วนกระจายออกมาและลอยวนรอบตัวเขา
ซู่…
ลวดทั้งหมดรวมตัวกันเป็นธนูสำริดที่ยาวราวๆ ครึ่งเมตรคันหนึ่งด้านหน้าเขา
‘เป็นธนูเทพจริงๆ เหรอเนี่ย’ ลู่เซิ่งยื่นมือไปจับคันธนูเบาๆ
เขาสัมผัสได้ว่าพลังจิตในตัวกำลังถูกใช้อย่างต่อเนื่อง ความเร็วในการผลาญพลังไม่น้อยทีเดียว
เขาสั่งพลังจิตอีกรอบ ธนูเทพด้านหน้าพลันแยกตัวกลายเป็นลวดเล็กๆ นับไม่ถ้วน แล้วลอยเข้าไปรวมตัวกันเป็นขดในมือเขา
ลู่เซิ่งยัดธนูเทพใส่กระเป๋าเสื้อ แล้วมุ่งหน้าไปยังเขตอยู่อาศัยของยานรบยักษ์
เขาตัดผ่านประตูป้องกันหลายชั้น หลังจากเข้าห้องแยกตัวเพื่อฆ่าเชื้อโรคครั้งหนึ่ง ก็เข้าไปในเมืองบนยานรบยักษ์ มุ่งหน้าไปหาพวกซูฉินที่กำลังพักฟื้นอยู่ในสถานที่พักฟื้น
ซูฉินกำลังนวดเพื่อนคนหนึ่งที่มีพลังควบคุมจิตใจขณะอาบแดดอยู่ในสวน
“แสงของดวงอาทิตย์เทียมมีค่าหลายค่าเหมือนค่าที่ปกติเหมือนกัน การอาบแดดมีผลดี ต่อจากนี้ฉันจะพาเธอออกมาวันละครั้ง”
ซูฉินกำลังกระซิบกับเพื่อน แต่พอเห็นลู่เซิ่งที่ผลักประตูสวนเข้ามา เธอก็รีบลุกขึ้นด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
“ประมุขโถง!”
หลังจากเข้าร่วมโถงเก้าชีวิต พวกเขาก็เปลี่ยนคำเรียกลู่เซิ่งโดยอัตโนมัติ
“ล่าสุดมีพวกหน้าใหม่เหมือนพวกเธอมาอีกไม่น้อย เธอมีอะไรที่บอกฉันได้ไหม” ลู่เซิ่งบอกตรงๆ
“พวกเราได้รับภารกิจจริงๆ แต่ไม่ได้ระบุโดยตรง จากความหมายตามตัวอักษร ฉันสงสัยว่าอีกไม่นานพวกเราจะเจอปัญหา” ซูฉินเดินเข้าใกล้เล็กน้อยแล้วกล่าวอย่างลังเลอยู่บ้าง “ถ้าพวกเรา ามอบข้อมูลที่ถูกต้องให้ได้ ทางประมุขโถงสามารถ…”
“วิชาฝึกฝนหลักของพวกเธอ ฉันจะช่วยยกระดับให้หนึ่งขั้นในระยะเวลาสั้นๆ ” ลู่เซิ่งกล่าวอย่างราบเรียบ
เหล่าผู้กลับชาติมาเกิดใหม่เป็นอย่างนี้ ระบุราคาอย่างชัดเจน แล้วแลกเปลี่ยนอย่างยุติธรรม
การร่วมมือของซูฉินกับเขานับว่าไม่เลว เขายอมแลกเปลี่ยนกับคนพวกนี้เพื่อสัมผัสและหยั่งเชิงกับแก่นแท้ของเทพเจ้า
“ตกลง!” ซูฉินตาเป็นประกาย ตอบตกลงอย่างรวดเร็ว
“การตอบคำถามคุณตามตรง อาจทำให้เจอการตักเตือนและลงโทษ หรือแม้แต่การสังหารได้ แต่ทางอ้อมน่าจะใช้ได้”
ซูฉินใคร่ครวญ “ประมุขโถงคิดถึงสภาพของแสงดาวสีคราม หรือสภาพของกองทัพที่เราอยู่ในตอนนี้ดู นอกจากนี้ ฉันพูดได้แค่ประโยคเดียว หัวเดียวกระเทียมลีบ...”
“หัวเดียวกระเทียมลีบหรือ…” ลู่เซิ่งหลับตาน้อยๆ ภาพของตัวเองในตอนนี้ไหลผ่านห้วงสมองของเขาในพริบตา จากนั้นจึงเป็นภาพของอัลโฟเลตติ เพราะว่าเขายังมีข้อมูลจำกัด จึงพิจารณา ไม่ได้
‘จำเป็นต้องรวบรวมข้อมูลมากกว่านี้แล้ว…’ หลังได้เนื้อหาที่ต้องการ ลู่เซิ่งก็มองซูฉินอีกครั้ง
“อีกสักสองสามวันให้มาเขตเมืองที่ฉันอยู่ ถ้าหากข้อมูลเป็นจริง ฉันจะทำตามคำสัญญา”
พวกซูฉินต่างก็แสดงความยินดีออกนอกหน้า ผงกศีรษะอย่างแรง
ตอนที่ลู่เซิ่งออกจากที่รักษาตัวแล้วกลับทางเดิม ได้ใช้หน้าจอภาพส่วนบุคคลขอข้อมูลและข่าวสำคัญของจักวรรดิเกี่ยวกับแสงดาวสีคราม
แต่บนนั้นกลับไม่มีข่าวคราวที่เกี่ยวข้องใดๆ หากไม่ใช่การป้องกันภัยพิบัติ ก็เป็นข่าวซุบซิบของดารา
ข่าวด้านการทหารมีอยู่น้อยมาก ข้อความโต้ตอบที่อยู่ด้านล่างเองก็มีแค่ไม่กี่แสน เทียบไม่ได้กับข้อความโต้ตอบจำนวนหลายสิบล้าน หลายร้อยล้าน หรือหลายพันล้านของข่าวอื่นๆ
“ตรวจสอบ นายกเทศมนตรีสมัยก่อน คาฟีลาเดีย พาเลออน” ลู่เซิ่งใช้พลังจิตใส่คีย์เวิร์ดเข้าไป
พรึ่บ…
จอภาพหยุดนิ่งอยู่สิบกว่าวินาที ไม่นานการเคลื่อนไหวและข่าวที่เกี่ยวข้องก็เด้งออกมาอย่างแน่นขนัด