ยอดวิถีแห่งปีศาจ - บทที่ 1077 บ้านใหม่ (1)
แปะๆๆๆ
สมาชิกทั้งสามจบการตรวจสอบลู่เซิ่งท่ามกลางเสียงปรบมืออันกระจ่างใส
สิ่งที่แสงดาวสีครามให้ความสำคัญไม่ใช่ค่าพลังต่อสู้ของลู่เซิ่ง ความจริงพวกเขาเชิญลู่เซิ่งมาเพราะความสามารถสั่งสอนลูกศิษย์ของเขาต่างหาก
การที่สอนศิษย์ระดับผู้ใช้พลังจิตขั้นสูงออกมาได้ในเวลาสองปีสั้นๆ ความเร็วแบบนี้หาไม่ได้จากที่ไหนในจักรวรรดิ
หลังจบการตรวจสอบ ศรพิษก็ตบบ่าของลู่เซิ่งอย่างสนิทสนมก่อนจะจากไป
“ถ้าเจอปัญหาอะไร ให้ติดต่อฉันได้โดยตรง ต่อจากนี้ต้องเรียกคุณว่าสมาชิกหลักแล้ว”
“เกรงใจแล้ว ผมยังมีส่วนที่ยังต้องปรับปรุงอีกมาก ต้องขอเรียนรู้จากผู้อาวุโสหลายๆ ท่าน”
ลู่เซิ่งเอ่ยอย่างถ่อมตน
“ความเยาว์วัย ช่างดีจริงๆ…” ศรพิษขยับริมฝีปากน้อยๆ เสียงพลันหายไป กลายเป็นพลังจิตส่งเข้าหูลู่เซิ่ง
“ขอเตือนคุณสักประโยค อยู่ให้ห่างจากอัลโฟเลตติไว้”
ลู่เซิ่งเลิกคิ้ว กำลังจะถามอะไรสักอย่าง ศรพิษกลับหมุนตัวโบกมือ จากไปพร้อมกับอีกสองคน
ลู่เซิ่งมองตาม จนคนทั้งสามจากไป ค่อยเปลี่ยนร่างเป็นจุดแสงกระจัดกระจาย แน่ใจยิ่งกว่าเดิมว่าอัลโฟเลตติอาจจะเจอปัญหาอะไรสักอย่าง
เมื่อมีการคาดการณ์โครงเรื่องของผู้กลับชาติมาเกิดใหม่ บวกกับการแจ้งเตือนของสมาชิกทางนี้ ต่อให้เขาโง่อย่างไรก็ควรรู้ว่า คนที่จะเกิดเรื่องเป็นใคร
แต่ต่อให้เป็นอย่างนี้ แล้วจะอย่างไร
ลู่เซิ่งผุดสีหน้าสงบนิ่ง ก่อนหน้านี้ตอนเบอเลียนลงมือ เขาติดค้างอัลโฟเลตติครึ่งหนึ่ง
แม้เขาจะไม่ตายจริงๆ แต่เกิดเผยร่างหลักออกมา ผลลัพธ์สุดท้ายจะต้องเป็นการถูกขับไล่ออกจากโลกแน่นอน
และญาติสนิทมิตรสหายของหวังมู่ที่อยู่ด้านหลังก็อาจไม่รอดชีวิตสักคน
นอกจากนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ อัลโฟเลตติไม่ใช่ผู้กัดกร่อนจากรากแห่งความว่างเปล่า ลู่เซิ่งเคยสัมผัสแก่นแท้ของพลังแห่งความว่างเปล่ามาด้วยตัวเอง แก่นแท้ของพลังชนิดนี้คือ การเปลี่ยนทุกสิ่งให้กลายเป็นความว่างเปล่า ทำลายทุกสิ่งทุกอย่าง และทำให้ทุกอย่างกลับสู่ความไม่มี
การทำให้ทุกอย่างกลับสู่ความไม่มี ผลลัพธ์แบบนี้อย่าว่าแต่คนดีๆ อย่างเขา ต่อให้เป็นพวกชั่วร้ายก็ไม่อาจรับบทสรุปนี้ได้เช่นกัน
ความชั่วร้ายก็ดี ความถูกต้องก็ดี ต่างก็ตั้งอยู่บนพื้นฐานนี้
ลู่เซิ่งไตร่ตรองในใจก่อนจะหมุนตัวเดินออกนอกเส้นทาง
ห้องที่ใช้ตรวจสอบคุณสมบัติคือโถงประชุมพิเศษของยานรบยักษ์
หญิงสาวเย็นชาเจ้าของผมยาวสีม่วงที่สวมชุดทำงานคนหนึ่ง ถือกระเป๋าเอกสารยืนรออยู่ที่ทางซ้ายของเส้นทางนอกโถง
“ฉันคือเจ้าหน้าที่ที่ผู้บัญชาการส่งมาเป็นเลขาประจำตัวของคุณ รหัส 1132 ชื่อจริง เจนนิส เทเลอร์ ขอฝากตัวด้วยค่ะ”
หญิงสาวยืดตัวตรง ก่อนเดินเข้ามาใกล้พร้อมส่งกระเป๋าเอกสารในมือให้ลู่เซิ่ง
“หือ ฉันมีคนของตัวเอง ไม่ต้องการเลขา” ลู่เซิ่งกล่าวพลางขมวดคิ้ว
“ผู้บัญชาการไม่อยู่ ดังนั้น เลยให้ฉันมาเป็นผู้ประสานการติดต่อชั่วคราว รับผิดชอบการพูดคุยส่วนตัวระหว่างคุณกับผู้บัญชาการ”
“ไม่อยู่หรือ” ลู่เซิ่งงุนงง
“เป็นปฏิบัติการลับ ขออภัยที่ฉันเปิดเผยไม่ได้” หญิงสาวที่ชื่อเทเลอร์คนนี้ปฏิเสธไม่ตอบคำถามลู่เซิ่งทันที
“ก็ได้ ตอนนี้พาฉันไปห้องทดสอบหน่อย ฉันมีการทดสอบบางอย่างต้องทำให้เสร็จ” ลู่เซิ่งยังทำการทดสอบธนูเทพไปได้นิดเดียวเท่านั้น
เขานับว่าเข้าใจความสามารถเพิ่มพลังของธนูเทพแล้ว แต่ไม่เข้าใจหลักการของมัน
ช่วงนี้ถ้าเขามีเวลาก็จะไปทดสอบธนูเทพ จำเป็นต้องทดสอบซ้ำๆ หลายๆ ครั้ง ถึงจะมีโอกาสทำความเข้าใจความมหัศจรรย์ในธนูได้
นอกจากนั้น ก่อนหน้านี้ไม่นาน ทีมผู้กลับชาติมาเกิดใหม่ ซึ่งก่อนหน้านี้ถูกเขาโยนลงจากยานก็โผล่มาอีกรอบ เขาได้ออกคำสั่งให้ลูกน้องโยนทิ้งอีกหลายครั้ง แต่ผู้กลับชาติมาเกิดใหม ม่พวกนี้กลับปรากฏตัวออกมาอีกในเวลาไม่นาน
‘ดูเหมือนเป็นไปได้มากว่า จะมีอะไรบางอย่างเกิดขึ้นบนยานลำนี้’ ลู่เซิ่งมีการคาดเดาเพิ่มขึ้น
“จริงสิ ผู้บัญชาการออกไปตั้งแต่เมื่อไหร่” เขาถามเทเลอร์
“ราวสิบห้านาทีก่อนหน้านี้ ตอนคุณรับการตรวจสอบคุณสมบัติ” เทเลอร์รีบตอบ
“เข้าใจแล้ว”
ลู่เซิ่งเดินออกจากเขตประชุม
เขาโดยสารยานบินภายใน บินไปมาในยานรบยักษ์สักพัก สิ่งก่อสร้างรอบๆ กว้างขวางมากขึ้น
ด้านในพื้นที่ขนาดมโหฬารจะมองเห็นท่อเหล็กมากมายยื่นออกมาจากพื้นยานไปยังที่ไกลได้ เหนือขึ้นไปคือท้องฟ้าจำลองและดวงอาทิตย์เทียม
ท่อหยาบใหญ่สีเทาบนที่ราบ เดี๋ยวก็คดเคี้ยวเดี๋ยวก็ยืดตรง
ขณะนั่งในยานบิน เทเลอร์เดินออกมาจากห้องครัว ถืออาหารสีเหลืองที่เหมือนกับมันฝรั่งบดมาด้วย
“นี่เป็นผลิตภัณฑ์พิเศษของที่นี่ และเป็นอาหารที่ผู้บัญชาการชอบที่สุด นายท่านลองชิมดูค่ะ”
เธอเปลี่ยนชุดตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่ทราบ กระโปรงสีดำสั้นรัดติ้ว คลุมถึงแค่ส่วนเป้ากางเกง รัดเข็มขัดสีขาว จะเห็นส่วนข้างใต้ได้อย่างรำไรตอนเธอเดิน ถุงน่องเนื้อบางทำให้ผิวพ พรรณของสองขาดูเรียบเนียนกว่าเดิม
“นอกจากนี้ท่านสามารถลิ้มลองฉันได้ด้วย เพื่อปรนนิบัติท่าน สัปดาห์ก่อนฉันได้แช่ตัวในน้ำยาชำระล้างและน้ำมันหอมระเหยมาวันละสามชั่วโมง ทั้งยังติดตั้งอุปกรณ์พิเศษเพื่อทำความ มสะอาดคราบสกปรกทั้งหมดทั้งในและนอกตัว”
ลู่เซิ่งเลิกคิ้วแล้วพิจารณาเธอ
“เธอ…ไม่ใช่คนธรรมดาใช่ไหม”
“ท่านทายถูกต้องแล้ว ฉันคือไซบอร์กปรับแต่งชนิดพิเศษที่ถูกผลิตขึ้นเมื่อสามเดือนก่อน วางใจเถอะค่ะ ยีนของฉันเอามาจากโลกหลายใบ ใช้ยีนของเพศหญิงที่เพศชายนิยมที่สุดมากกว่ าร้อยคนเป็นมาตรฐาน ไม่ว่าจะเป็นท่วงท่าไหนก็สามารถ…” เทเลอร์แนะนำฟังก์ชันของตัวเองด้วยใบหน้าไร้อารมณ์
“พอแล้ว เธอไปเถอะ” ลู่เซิ่งตัดบท นับตั้งแต่มีหวังจิ้ง เขาก็ไม่ได้สนใจคนอื่นเท่าไหร่
แม้หวังจิ้งจะไม่ถือสา แต่เขารักเดียวใจเดียวเสมอมา
เทเลอร์โค้งตัวแล้วผละจากไป
ลู่เซิ่งหันไปมองทุ่งราบกว้างขวางที่ถอยหลังออกไปด้วยความเร็วสูง
ซู่…
ไม่ทราบผ่านไปนานเท่าไหร่ ยานบินก็ค่อยๆ ลดความเร็วแล้วหยุดลงพร้อมกับเสียงไอพ่น
ลู่เซิ่งลุกขึ้นแล้วผลักเปิดประตูดังปัง
ลมแรงกลางท้องฟ้าด้านนอกพัดเข้ามา จากนั้นเขาก็กระโดดลงไปด้านนอกอย่างไม่สนใจ
เปรี้ยง!
พื้นแตกร้าวน้อยๆ ปรากฏหลุมเล็กขนาดครึ่งเมตรกว่าๆ
ลู่เซิ่งลุกขึ้นจากหลุมพร้อมกวาดตามองรอบๆ
รอบๆ คือทุ่งราบโล่งกว้าง
“เปิดเกราะป้องกัน ลดกำลังลง” เขาใช้พลังจิตส่งเสียง
ครืน
เยื่อโปร่งแสงชั้นหนึ่งปรากฏขึ้นบนผนังด้านในเครื่องบินช้าๆ
ลู่เซิ่งเดินออกจากหลุมแล้วไปยืนอีกตำแหน่งหนึ่ง
เขาจำเป็นต้องทำความเข้าใจธนูเทพให้เร็วที่สุด ของสิ่งนี้น่าจะมีประโยชน์ต่อร่างกงจักรศักดิ์สิทธิ์อย่างใหญ่หลวง ไม่ได้แค่เพิ่มอานุภาพนิดหน่อยเท่านั้น
จากนั้นเขาก็หยิบธนูเทพออกจากเอวด้านหลังแล้วโยนไปด้านหน้าเบาๆ ลูกบอลกลายเป็นธนู แล้วใช้มือข้างหนึ่งจับคันธนูพร้อมดึงเบาๆ
กลุ่มแสงเล็กๆ หลายกลุ่มรวมตัวรอบๆ สายธนูเหมือนกับหิ่งห้อยอย่างไร้สุ้มเสียง
ลู่เซิ่งพลันปล่อยสายธนู
ฟิ้ว!
ลำแสงสีขาวลำหนึ่งพุ่งออกมา หลังพุ่งออกไปมากกว่าร้อยเมตรจึงค่อยๆ สลายไป
สสารทั้งหมดรวมถึงอากาศในพื้นที่ที่ลำแสงวาดผ่านถูกชำละล้างจนหายไป
ตาเนื้อมองไม่เห็นว่าบนพื้นมีอะไร แต่พลังจิตของลู่เซิ่งกลับสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่า วิถีที่ธนูเทพยิงออกไปเหมือนกับน้ำที่สาดใส่กองขยะแล้วไหลออกมา เห็นได้อย่างแจ่มชัด
‘ระดับการเพิ่มพลังของความสามารถชำระล้างที่บริสุทธิ์อยู่ระหว่างสามเท่าถึงห้าเท่า การเพิ่มพลังอย่างมากสุดเทียบเท่ากับพลังจิตในปริมาณระดับวีนาเกียร์ มากกว่านี้ไม่ได้’
ลู่เซิ่งวางธนูเทพลง ก่อนพิจารณาตัวธนูอย่างละเอียด
ตอนที่เขาใช้พลังจิตวาดผ่าน จะมีลวดลายสีเงินเล็กๆ กะพริบ
‘นี่ เหมือนเป็นตัวอักษรโบราณชนิดหนึ่ง…หรือจะเป็นระบบโปรแกรมชนิดหนึ่ง’ ลู่เซิ่งที่เป็นปรมาจารย์ด้านภาษาจดจำลวดลายที่กะพริบ
ก่อนหน้านี้เขาเคยบันทึกลวดลายชนิดนี้มาก่อน หากสลักที่ไหนเดี่ยวๆ ก็จะไม่มีผลอะไร
เขามักจะบันทึกลวดลายชนิดนี้ไว้ ขอแค่ไม่ซ้ำ ก็จะรีบจำเอาไว้ รวมถึงผลของพลังจิตที่ธนูเทพแสดงออกมาจากลวดลายนั้นๆ ด้วย
แม้การทำแบบนี้เหมือนไม่มีประโยชน์อะไร แต่สุดท้ายก็เป็นจุดเริ่มต้น
ลู่เซิ่งเริ่มดึงสายธนูอีกหลายรอบ แสงสีขาวหลายสายพุ่งออกมาอย่างต่อเนื่อง ลวดลายบนตัวธนูกะพริบอย่างไม่หยุดยั้ง แต่ส่วนใหญ่จะซ้ำๆ กัน
อย่างค่อยเป็นค่อยไป เขาเหมือนมีการค้นพบบางอย่างใหม่
ลำแสงที่ยิงออกมาตอนทดสอบเหมือนจะมีอานุภาพรุนแรงกว่าลำแสงตอนทดสอบครั้งก่อน
หลังทดสอบซ้ำไปซ้ำมาอีกหลายครั้ง ลู่เซิ่งก็ยืนยันได้ว่า อานุภาพรุนแรงกว่าครั้งก่อนเท่าหนึ่ง
จากนั้นเขาก็เกิดแนวคิดบางอย่างขณะถือธนูเทพ
‘หากบอกว่าร่างกงจักรศักดิ์สิทธิ์คงอยู่มานานแล้ว อย่างนั้นธนูเทพก็น่าจะถูกสร้างขึ้นตามร่างกงจักรศักดิ์สิทธิ์ ถ้าเพียงแค่สร้างอานุภาพที่จำกัดนิดเดียว อย่างนั้นการสร้างหรื อไม่สร้างก็ไม่มีผลอะไรไม่ใช่เหรอ ธนูเทพมีทั้งหมดสองรูปแบบ รูปแบบหนึ่งคือคันธนู อีกรูปแบบคือขดลวด…เดี๋ยวสิ! ขดลวดเหรอ’ ลู่เซิ่งพลันรู้สึกได้ว่าตนเองเข้าใจผิดไป
ในเมื่อธนูใช้สู้ได้ อย่างนั้นทำไมขดลวดจะใช้ไม่ได้ล่ะ
เขากวักมือ ใช้พลังจิตเล็กน้อย พลันเปลี่ยนธนูเทพเป็นก้อนขดลวด
‘ลองดูหน่อย…’ ลู่เซิ่งสั่งพลังจิตให้เกาะติดขดลวด
เปรี้ยง!
ขดลวดที่เมื่อครู่ยังลอยอยู่ด้านหน้าเขา ระเบิดออกอย่างฉับพลัน ก่อนกลายเป็นเส้นสายเล็กๆ นับไม่ถ้วน หายไปในอากาศรอบๆ ตัว
ความรู้สึกที่ควบคุมทุกสิ่งทุกอย่างไว้ในกำมือบังเกิดขึ้นในใจลู่เซิ่ง
เส้นสายค่อยๆ กระจายออกไป พอปกคลุมอาณาเขตสามร้อยเมตรรอบๆ เสร็จแล้วก็หยุดลง
‘ที่แท้ก็เป็นแบบนี้…’ ลู่เซิ่งใช้ความคิด
เช้ง!
พื้นที่ที่อยู่ห่างจากเขาไปสิบเมตร พลันแยกออกเป็นรอยฟันลึกสายหนึ่ง เหมือนมีของมีคมอะไรสักอย่างฟันลงไปลึกๆ
ลู่เซิ่งขยับพลังจิตอีกรอบ
ตูม!
สสารทั้งหมดในพื้นและอากาศในอาณาเขตสามร้อยกว่าเมตรปรากฏระลอกคลื่นหลายระลอก
โลหะทั้งหมดที่ระลอกคลื่นกระจายออกไปถึงกลับป่นเป็นผุยผง ราวกับถูกคมมีดนับไม่ถ้วนหั่นออก
ขณะเดียวกันด้านหน้าลู่เซิ่งก็ปรากฏเส้นสายที่กะพริบอักขระสีเงินหลายกลุ่มด้วย
‘พลังจิตสิบเปอร์เซ็นต์’ ลู่เซิ่งเติมพลังเข้าไป
ซู่…
ระลอกคลื่นที่วนเวียนรอบตัวเขารวมตัวกันอย่างรวดเร็ว ทวีจำนวนขึ้นเรื่อยๆ สามารถมองเห็นระลอกคลื่นสีขาวหลายกลุ่มได้อย่างชัดเจน สิ่งใดๆ ที่ระลอกคลื่นกระทบ จะกะพริบเหมือนกับเงาล ลวงตา
และสิ่งที่ถูกมันกระทบจะถูกบดขยี้เป็นผุยผงทันที
‘อานุภาพเพิ่มขึ้นอย่างน้อยสิบหกเท่า! ไม่สิ…เพิ่มถึงสิบเจ็ดเท่าและยี่สิบเท่าเลยต่างหาก!’ ลู่เซิ่งสัมผัสความแข็งแกร่งของธนูเทพคันนี้อย่างตกตะลึง
การยกระดับนี้เหมือนไม่มีจุดสิ้นสุด เขาเติมพลังจิตเข้าไปเท่าไหร่ ก็ยกระดับได้มากเท่านั้น
พอเขาเติมพลังจิตเข้าไปทีละนิดๆ ระลอกคลื่นรอบๆ ก็เพิ่มจำนวนและหนาแน่นขึ้นเรื่อยๆ ไม่นานก็กลายเป็นเส้นสายแน่นขนัด มองไม่ออกว่าสิ่งเหล่านี้เป็นเพียงเส้นพลังงาน