ยอดวิถีแห่งปีศาจ - บทที่ 1082 ฉากหลัง (2)
ในหมู่ลูกศิษย์ทั้งหมด ลู่เซิ่งใจกว้างกับไป๋อันอี้ที่สุด ต่อให้จะไปอยู่ในสำนักมารกำเนิดหรือสำนักนทีคราม ไป๋อันอี้ก็ยังเป็นลูกศิษย์ระดับสุดยอดที่เขาภูมิใจอยู่ดี
“ใจเธอยังไม่เยือกเย็นพอ มีบางอย่างกำลังพลุ่งพล่าน เธอในตอนนี้เหมาะกับการฝึกฝน ไม่เหมาะจะออกไปด้านนอก” ลู่เซิ่งชี้แนะ “เธอคิดแบบนี้ก็เพียงพอแล้ว เปลี่ยนคน”
เขากวาดตามอง ไม่นานก็มีอีกคนเดินออกมา ครั้งนี้เป็นยักษ์ขนาดย่อมๆ ที่มีร่างกำยำสูงใหญ่
ขนาดตัวของคนคนนี้เล็กกว่าหงซื่อหนึ่งรอบวง ถือเป็นบุคคลสำคัญในบรรดาศิษย์คนอื่นอย่างสมศักดิ์ศรีเช่นกัน
เขาสวมเกราะหนังสีน้ำตาล สะพายค้อนศึกสีดำสองเล่ม ใบหน้าเหี้ยมเกรียม สักลายเมฆหมอกสีแดงเพลิงไว้บนตัว
“ผมเอง ประมุขโถง ตั้งแต่ผมหนีตายมาที่นี่ ก็อยากหาโอกาสกลับเขตดาวส่วนกลางมาโดยตลอด ตอนนี้ประจวบเหมาะพอดี”
“ทังทาลเหรอ...ได้” ลู่เซิ่งพยักหน้า ทังทาลเป็นผู้ใช้พลังจิตระดับวีนาเกียร์ เดิมทีเป็นเพียงคนตัวเล็กๆ สูงหนึ่งเมตรห้าสิบเซนติเมตรเท่านั้น แต่ภายใต้การฝึกสอนและปรับเปลี ยนอันนอกรีตของเขา ตอนนี้อีกฝ่ายได้กลายเป็นนักรบกล้ามเนื้อระดับสุดยอดไปแล้ว
พลังของเขาอยู่ในอันดับเจ็ดของผู้ใช้พลังจิตระดับวีนาเกียร์ทั้งหมดในตอนนี้ นับว่าไม่เลว
“อย่างนั้นตัวเลือกยืนยันได้แล้วหนึ่ง เนเซียนล่ะ” ลู่เซิ่งมองอีกคนหนึ่ง
“อาจารย์…ตระกูลผมเกิดการเปลี่ยนแปลง ผมต้องไปยังเขตดาวส่วนกลาง ตอนนี้พี่ๆ น้องๆ ของผมกำลังเข้าร่วมการประเมินตระกูลขุนนางของจักรวรรดิอยู่…” เนเซียนยิ้มที่ปากแต่ตาไม่ ยิ้ม
เขาคิดจะฉวยโอกาสลงมือ…
ลู่เซิ่งพลันเข้าใจ
“หากต้องการความช่วยเหลือให้บอกฉันได้เลย เอาล่ะ ยืนยันตัวเลือก ออกเดินทางพรุ่งนี้”
อย่างไรตำแหน่งของคนที่น่าสงสัยว่าจะเป็นลู่หนิงนั่นก็อยู่ในอาณาเขตดาวส่วนกลางเหมือนกัน ครั้งนี้ถือว่าไปจัดการทุกอย่างในทีเดียว
…
กับข้าวสามอย่าง น้ำแกงหนึ่งอย่างถูกวางไว้บนโต๊ะ
เมนูอาหารตายตัวของตระกูลโจวในทุกๆ วันได้แก่ ไข่ผัดมะเขือเทศ ไก่ตุ๋นมะเขือเทศ และดอกกล้วยไม้ผัดถั่วเขียว
ลู่หนิงนั่งประจำที่ ถือชามพลางกินข้าวคำเล็กๆ
คุณพ่อโจวเฉิงเทาและคุณแม่โจวหวงอี้นั่งอยู่อีกฝั่ง ทั้งสองคุยกันถึงละครเรื่องหนึ่งซึ่งเพิ่งออกฉาย
“อีกสองสามวันโจวผานจะปิดเทอมกลับบ้าน ถึงเวลานั้นจะพาเธอกับโจวผานไปดูคอนเสิร์ตที่ดาวเติงอวิ๋นด้วยกัน” พ่อโจวโบกมือ ตอบสนองความต้องการบ้าดาราของแม่โจว
ตัวละครหลักชายในละครจะเปิดคอนเสิร์ตเดี่ยว แม้บัตรจะแพงไปบ้าง แต่ไม่สำคัญเพราะทำให้เมียดีใจได้
“แล้วผมล่ะ” ลู่หนิงหมดคำพูด
“แกไม่ชอบดูละครไม่ใช่เหรอไง” พ่อโจวไม่คิดจะจ่ายเงินเพิ่ม
“พ่อทิ้งผมนี่นา!” ลู่หนิงไม่ยอม
“พ่อแกกว่าจะหาเงินขนาดนี้ได้ง่ายนักหรือไง” พ่อโจวก็ไม่ยอมเหมือนกัน “แกชอบเที่ยวไม่ใช่เหรอ เดี๋ยวพ่อให้เงินแกไปเที่ยวเอง”
“งั้นให้ผมพันหนึ่ง!” ลู่หนิงต่อราคา
“สามร้อย! มีเท่านี้แหละ!”
“แปดร้อย!”
“สามร้อย!”
สองพ่อลูกเริ่มต่อราคากัน สุดท้ายตกลงราคากันที่ห้าร้อย
พอได้เงินมา ลู่หนิงก็ไม่สามารถขัดขวางโลกที่มีแต่สองเราของพ่อแม่ได้อีก
“พอโจวผานกลับมาจะต้องไปเข้าร่วมงานรวมตัวศิษย์เก่าหลายงานแน่ เธอมีเพื่อนเยอะกว่าผมมาก แถมไม่บ้าดาราอีก เธอจะต้องไม่อยากไปแน่ แถมไม่น่าจะมีเวลาไปด้วย” ลู่หนิงอธิบาย “ดั งนั้นพ่อให้ตั๋วผมมาเถอะน่า”
“คำพูดนี้แกไปบอกกับน้องแกเองเถอะ”
หลังพ่อแม่กินข้าวเสร็จก็ออกไปเที่ยว
ลู่หนิงล้างจานเรียบร้อย จากนั้นก็ออกไปเดินเล่น
อยู่มายี่สิบเจ็ดปี ตอนนี้เขายังหาเป้าหมายต่ออนาคตบนโลกใบนี้ไม่เจอ
ต่อจากนี้อยากจะกลายเป็นคนแบบไหน เขาไม่รู้ เขาไม่โดดเด่น ถึงขั้นธรรมดามาก
แม้จะมีคุณสมบัติอยู่บ้าง แต่คุณสมบัติที่ย่ำแย่เกินไปไม่มีเสียยังจะดีกว่า
ตอนนี้ที่เขาทำอะไรไม่สำเร็จสักอย่าง ก็เพราะมีความหวังน้อยนิดไม่ใช่เหรอ
กริ๊งๆๆ…
โทรศัพท์ส่งเสียง
ลู่หนิงหยิบโทรศัพท์มาดูชื่อก่อนจะรับสายอย่างรวดเร็ว
“ว่าไง”
“พี่ เดี๋ยวฉันจะกลับไปแล้วนะ ได้หาแฟนมาให้ฉันแล้วหรือยัง ไม่เจอกันตั้งครึ่งปี ต้องเซอไพร์สอะไรฉันสักอย่างสิ” โจวผานหัวเราะอยู่ทางปลายสาย
“เซอไพร์สน่ะมีแน่ พี่กลัวเธอจะรับไม่ได้เฉยๆ” ลู่หนิงเอ่ยด้วยสีหน้าราบเรียบ “ขอบอกเลยนะ เธอยังเรียนอยู่อย่าหาฟงหาแฟนมาล่ะ ถ้าพาแฟนกลับมาล่ะก็ เธอรอพี่อัดไอ้หนุ่ มนั่นได้เลย”
“ค่ะๆ รู้แล้วค่ะพี่ ตอนนี้ฉันโฟกัสกับการเรียน ไม่มีทางเสียสมาธิแน่! ฉันยังต้องพยายามสู้เพื่อพี่กับพ่อแม่อีก จริงสิ พี่อยากกินอะไรไหม”
“อยากกินอะไรงั้นเหรอ” ลู่หนิงงุนงง
เพิ่งเดินถึงประตูลิฟท์ ก็เห็นหญิงสาวสะสวยเจ้าของร่างสะโอดสะอง สวมเดรสสีขาว ยืนโบกมือมาให้เขาอยู่ใต้แสงอาทิตย์ด้วยรอยยิ้ม
“ทักก่อนได้ที่นั่งก่อนนะคะ” โจวผานตอบด้วยรอยยิ้มเฉิดฉัน เธอพาแฟนกลับมาจริงๆ ด้วย!
ด้านข้างเธอมีหนุ่มหล่อร่างสูงใหญ่ รวมถึงหญิงสาวร่างเตี้ยที่สูงไม่ถึงหนึ่งเมตรหกสิบเซนติเมตรยืนอยู่
ชายหนุ่มยิ้มอย่างอบอุ่นและเจิดจ้า แค่มองชุดก็รู้ว่าไม่ใช่คนธรรมดา
ส่วนผู้หญิงตัวเล็กคนนั้นก็เหมือนมาจากแม่พิมพ์เดียวกับเขา ดวงหน้างดงาม ผมยาวสีแดงเข้ม เพียงแค่ห่อปากน้อยๆ คล้ายไม่ค่อยพอใจนัก
“สวัสดีครับ ผมหลิวเฉินอวิ๋น เพื่อนของโจวผาน นี่คือหลิวเย น้องสาวผมเอง” ชายหนุ่มยิ้มพลางยื่นมือมาจับกับลู่หนิง ขณะเดียวกันก็แนะนำหญิงสาวด้านข้างด้วย
“พี่ของโจวผาน ลู่หนิง” ลู่หนิงตอบด้วยสีหน้าเรียบเฉย
อีกฝ่ายสูงใหญ่ หล่อเหลา บุคลิกดี ดูแลตัวเองได้ไม่เลว สนามพลังเองก็แกร่งมาก แต่นั่นแล้วจะอย่างไร เขาลู่หนิงก็ไม่ใช่ไม่เคยเห็นโลก สนามพลังนี้ยังไม่มากพอจะขู่เขาได้ห หรอก
ชายทั้งสองสบตากัน สิ่งที่ทำให้โจวผานตกใจอยู่บ้างก็คือ พี่ชายที่ทำอะไรไม่สำเร็จสักอย่างไม่ถูกหลิวเฉินอวิ๋นกดดันจนล้มในด้านสภาวะ
แม้เธอจะรำคาญหลิวเฉินอวิ๋นมาก แต่อย่างไรเขาก็ถือเป็นบุคคลระดับลูกท่านหลานเธอในโรงเรียน อยู่คนละระดับกับนักเรียนทั่วไป
ก่อนหน้านี้เธอยังกังวลว่าพี่ตัวเองจะถูกกดดันจนกลายเป็นตัวตลก ทว่าตอนนี้กลับไม่เป็นอะไรเลย
หลิวเฉินอวิ๋นไม่ได้จงใจตรวจสอบครอบครัวของโจวผาน เพราะความเคารพที่มีต่อโจวผาน เขาจึงชอบใช้ท่าทีเท่าเทียมกันตามจีบเธอมากกว่า
เวลานี้พอเห็นพี่ของโจวผาน นึกไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะไม่ถูกสนามพลังของตนสะกดโดยสิ้นเชิง
นี่ทำให้เขาตกใจเล็กน้อย
ความจริงหลายๆ ครั้งเขาก็จนใจเหมือนกัน ไม่ใช่เขาจงใจสะกดคนอื่น แต่หลายคนเกิดความน้อยเนื้อต่ำใจโดยอัตโนมัติเมื่ออยู่ต่อหน้าเขาเอง
ทั้งสี่คนตัดสินใจไปเดินเล่นด้วยกัน
โจวผานและหลิวเยเดินอยู่ด้านหน้า ชายทั้งสองคุยซุบซิบกันอยู่ด้านหลัง
“นายชอบน้องฉันเหรอ” ลู่หนิงถามตรงๆ
“ชอบครับ ควรจะพูดว่าชื่นชมมากกว่า” หลิวเฉินอวิ๋นกล่าวพลางพยักหน้า แม้เขาจะรู้ว่าครอบครัวอีกฝ่ายเป็นครอบครัวธรรมดา แต่เขาก็ไม่แสดงอาการดูถูก
“เธอโดดเด่นมากจริงๆ ฉันเองก็ภูมิใจในตัวน้องสาวคนนี้มาโดยตลอด” ลู่หนิงพยักหน้า “ดังนั้น ถ้านายชอบเธอจริงๆ ฉันช่วยนายได้ ฉันดูออกว่าเธอไม่ได้ปฏิเสธนาย แต่ว่า…”
“แต่ว่าอะไรครับ” หลิวเฉินอวิ๋นดีใจเล็กน้อย อย่างไรถ้ามีการช่วยเหลือจากพี่เขย ครั้งนี้ไม่แน่ว่าจะได้ลงเอยกันจริงๆ แล้ว
“แต่ถ้าฉันเจอว่านายทำอะไรไม่ดีกับเธอล่ะก็…ฉันไม่ปล่อยนายไว้แน่!” ลู่หนิงเอ่ยเสียงเย็น
“ไม่แน่นอนครับ!” หลิวเฉินอวิ๋นตอบอย่างหนักแน่นมั่นใจ “ผู้หญิงดีๆ อย่างโจวผาน มีหลายคนหมายปอง ผมไม่มีทางทำผิดกับเธอหรอกครับ!”
“นายรู้ก็ดีแล้ว” ลู่หนิงเอ่ยเสียงราบเรียบ “นายน่ะไม่เลว ดังนั้นฉันขอเตือนนายไว้สักหน่อย ถ้าเปลี่ยนเป็นคนอื่น ฉันไม่มีทางยอมให้โจวผานมีความรักก่อนวัยอันควรแน่ คงกระท ทืบคาบาทาไปแล้ว”
มีความรักก่อนวัยอันควร…น้องคุณโตเป็นผู้ใหญ่แล้วนะพี่ชาย
หลิวเฉินอวิ๋นหัวเราะไม่ออกร้องไห้ไม่ได้
พี่เขยคนนี้ดูเหมือนมีหัวความคิดโบราณ คงรับมือยากสักหน่อย…
ทันใดนั้นโทรศัพท์เขาก็สั่น แอบหยิบมาอ่านดู เป็นข้อความของน้องสาว
‘เอาโทรศัพท์ของพี่ชายโจวผานมาที แล้วอีกเดี๋ยวฉันจะช่วยพี่จีบเธอให้’
หลิวเฉินอวิ๋นเริ่มปวดหัวแล้ว
จอมมารน้อยดูเหมือนจะสนใจพี่เขยที่มีสนามพลังเต็มเปี่ยมคนนี้แล้ว เด็กคนนี้รู้สึกสนใจคนหลายคน แต่ไม่ใช่ความสนใจทางเพศ หากเป็นความสนใจที่มองแล้วไม่ชอบหน้า
ในบรรดาคนที่เธอสนใจ คนที่ถูกทำให้ร้องไห้มีห้าคน คนที่ถูกทำให้เสียคนมีสาม และยังมีอีกสามคนเป็นผู้ยิ่งใหญ่ที่มั่นใจว่าต้านทานสนามพลังได้ ทว่าสุดท้ายก็คว้าน้ำเหลวกลับ บไปเช่นกัน
แถมถูกเธอทำให้ร้องไห้ขี้มูกโป่งด้วย
ตอนนี้สถานการณ์ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ เธอสนใจพี่ชายของโจวผานขึ้นมาแล้ว เกิดไปเล่นงานเขา…แล้วโจวผานโมโหขึ้นมาจะทำอย่างไร
หลิวเฉินอวิ๋นได้แต่ทำเป็นไม่สนใจไปก่อน
ทั้งสี่คนเดินเล่นไปตามถนนอย่างสบายอารมณ์ ซื้อเสื้อผ้าและเครื่องประดับเล็กๆ หลายชิ้น ทั้งยังกินหม้อไฟด้วยกัน จากนั้นค่อยแยกย้าย
ก่อนไปหลิวเฉินอวิ๋นได้เตือนลู่หนิงเบาๆ
“จากนี้อาจมีคนมาหาคุณ และเป็นเรื่องเกี่ยวกับโจวผาน คุณวางใจ ผมชอบโจวผาน คุณเป็นพี่เขยผม ผมไม่มีทางอนุญาตให้ใครมาทำร้ายพวกคุณแน่! ผมหลิวเฉินอวิ๋นยืนอยู่หลังคุณ ไม ม่ต้องกลัวว่า…”
เขายังพูดไม่ทันจบก็ถูกลู่หนิงตบศีรษะ
“ในตอนที่ฉันลู่หนิงถล่มโรงเรียนคนเดียว นายยังเป็นวุ้นอยู่ไหนก็ไม่รู้ รีบไปได้แล้ว! แล้วใครเป็นพี่เขยแกฟะ!”
หลิวเฉินอวิ๋นเป็นคนใจเย็น เพียงลูบหัวเล็กน้อย ก่อนจะผละไปด้วยความจนปัญญา
หลายวันต่อจากนั้น โจวผานออกไปเดินเล่นซื้อของกับหลิวเยแทบทุกวัน
บางครั้งลู่หนิงจะตามไปด้วย แต่ส่วนใหญ่จะรอให้สองสาวออกมาจากร้านค้าอยู่ที่ไหนสักแห่งคนเดียว แล้วค่อยไปด้วยกันต่อ
เขาเองก็นึกไม่ถึงว่าปัญหาที่หลิวเฉินอวิ๋นพูดถึงจะมาเร็วมาก
วันนี้โจวผานไปทำทรีตเมนท์สกินแคร์กับหลิวเย
ลู่หนิงรออยู่ที่ร้านคาเฟ่ด้านนอกอย่างเบื่อหน่าย
หนุ่มหล่อร่างสูงโปร่ง คิ้วเข้มตาเปล่งประกายคนหนึ่งสาวเท้ามาถึงด้านหน้าเขา แล้วนั่งลงโดยไม่ขออนุญาต
“สวัสดี ผมหลินซวน เพื่อนของโจวผานไหว้วานให้ผมมา”
“อ้อ สวัสดี” ลู่หนิงได้สติกลับมา ยื่นมือไปจับกับอีกฝ่าย
“ผมมาเพราะน้องสาวคุณ”
หนุ่มหล่อกอดอกก่อนกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“คุณอยากจะเป็นผู้ใช้พลังจิตมาโดยตลอด ผมสามารถจัดการให้คุณไปโรงเรียนเอกชนที่ดีที่สุดได้ ที่นั่นมีการอบรมผู้ใช้พลังจิตที่สมบูรณ์แบบและยอดเยี่ยม ภายใต้การฝึกฝนอย่างเป็นระบบ และการใช้ยากระตุ้นรวมถึงอุปกรณ์กระตุ้นที่ดีที่สุด จะทำให้โอกาสที่คุณจะกลายเป็นผู้ใช้พลังจิตเพิ่มสูงขึ้นมาก นอกจากนี้แต่ละปีผมจะช่วยค่าเรียนให้คุณเป็นจำนวนแปดแสนเหรียญจ จักรวรรดิในนามบุคคล พ่อแม่คุณอยากจะเปลี่ยนสภาพแวดล้อมการทำงานที่มีอากาศดีกว่าและผ่อนคลายกว่าเดิมมาโดยตลอด ผมสามารถช่วยให้พวกเขาไปถึงตำแหน่งที่สูงขึ้นได้ และถ้ายินดี หลังจา ากเรียนจบแล้วคุณจะเข้าไปทำงานในบริษัทโคโมได้โดยตรง คุณหาชื่อบริษัทนี้ได้นะ และถ้าคุณรับปาก พวกเราสามารถเซ็นต์สัญญากันได้ในทันที สิ่งที่คุณต้องทำก็คือ ช่วยรายงานข้อม มูลของโจวผานให้ผมทุกเวลา นอกจากนี้ ให้ช่วยผมไล่คนอื่นๆ รอบตัวเธอไปด้วย…”