ยอดวิถีแห่งปีศาจ - บทที่ 1094 ความผิดปกติ (2)
“แล้วตอนนี้ พวกเราจะไปไหน” ลู่เซิ่งมองอีกฝ่ายตรงดิ่งไปยังสถานที่หนึ่งด้วยท่าทางเหมือนมีจุดหมายชัดเจน
“ผมจะพาคุณไปร้านหนังสือ ถ้าจะฆ่าเวลา ที่นั่นดีที่สุด” ถังเอินยิ้มอย่างยากลำบาก
“ร้านหนังสือหรือ” ลู่เซิ่งส่ายหน้า “นายจะไปฆ่าเวลาที่นั่น จากนั้นก็รอให้วันใดวันหนึ่งถูกเจ้าพวกนั้นแพร่เชื้อใส่จนกลายเป็นหนึ่งในพวกมันอย่างนี้น่ะเหรอ”
รอยยิ้มบนใบหน้าถังเอินแข็งค้าง
ลู่เซิ่งไม่สนใจเขา
“สถานการณ์แบบนี้ต้องไม่ใช่ความบังเอิญแน่ ในเมื่อนายรอดมาได้ อย่างนั้นคนอื่นๆ ก็น่าจะรอดมาได้เหมือนกัน ฉันคิดจะไปยังจุดรวมพล”
“จุดรวมพลหรือ คุณจะไปจริงๆ เหรอ”
“ใช่ นายมีข้อแนะนำดีๆ ไหม” ลู่เซิ่งเอ่ยเสียงแผ่ว แม้เจ้าเด็กนี้เหมือนจะสูญเสียความมุ่งมั่นพยายามไปแล้ว แต่ขอแค่เขายังไม่เสียสติ ก็อาจจะยังกลับมาเป็นปกติได้
“จุดรวมพล…” คำคำนี้สะท้อนเป็นระลอกคลื่นที่ต่อเนื่องในก้นบึ้งจิตใจของถังเอิน
“ไปด้วยกันไหม” ลู่เซิ่งถาม เขาสัมผัสกลิ่นอายพิเศษที่แตกต่างจากคนธรรมดาได้จากตัวเด็กหนุ่มคนนี้
คนที่อยู่รอดปลอดภัยท่ามกลางความน่ากลัวและอันตรายทั้งวันทั้งคืนเป็นเวลาหกปีได้ ต่อให้ตอนแรกจะธรรมดา แต่ตอนนี้ก็กลายเป็นคนพิเศษแล้ว
“จะมี…จุดรวมพลจริงๆ เหรอครับ” ถังเอินสีหน้าแข็งทื่อ หยุดฝีเท้าลง
“ใครจะรู้ล่ะ แต่ฉันเชื่อว่า มนุษย์ไม่มีทางถูกทำลายง่ายๆ แบบนี้แน่” ลู่เซิ่งกล่าวเสียงเรียบ
“ก่อนหน้านี้ผมเคยลองใช้โทรศัพท์ อินเทอร์เน็ต หรือวิธีการอื่นๆ ติดต่อกับโลกภายนอกมาแล้ว แต่…โทรศัพท์โทรไม่ติด อินเทอร์เน็ตก็ถูกตัด แม้จะยังมีน้ำกับไฟฟ้าใช้ แต่…” ถังเอิน นอธิบาย
“ไม่เป็นไร ลองดูเถอะ ถ้าไม่ได้จริงๆ ยังไงพวกเราก็มีกันสองคน น่าอุ่นใจกว่าตอนที่นายอยู่คนเดียวเยอะไม่ใช่เหรอ” ลู่เซิ่งเอ่ยสีหน้าจริงจัง
“พูดอีกก็ถูกอีกครับ” กำลังใจที่ได้จากการเห็นคนรอดชีวิตดีกว่ากำลังใจที่เขาสร้างให้ตัวเองมาก ความกลัวและความโดดเดี่ยวที่กดทับหัวใจของเขามาโดยตลอดทุเลาลงมากเพราะลู่ เซิ่งที่ปรากฏตัวอย่างกะทันหัน
“งั้นก็ไปด้วยกันเถอะ พวกเรามาวางแผนกันดีๆ” ลู่เซิ่งว่า “อันดับแรก หาแผนที่ที่สมบูรณ์ของที่นี่ ถ้าไม่มีพวกเราก็ทำขึ้นเอง ส่วนด้านอาหาร...”
“ไปหยิบที่ซูเปอร์มาร์เก็ต ก็ได้ครับ พวกมันไม่จำเป็นต้องกิน เวลาหกปีไม่นับว่านาน ยังมีของหลายอย่างที่ยังไม่หมดอายุ ไม่มีปัญหา” ถังเอินเสนอ
ก่อนหน้านี้เขาไม่กล้าไปซูเปอร์มาร์เก็ตคนเดียว แต่ตอนนี้มีคนเพิ่มมาคนหนึ่ง จิตใจจึงรับได้มากขึ้น
ลู่เซิ่งเคลื่อนไหวอย่างเด็ดเดี่ยว แตกต่างจากถังเอินที่พะว้าพะวง พาเขาไปถึงร้านสะดวกซื้อร้านหนึ่งอย่างรวดเร็ว
ในร้านว่างเปล่า ไม่มีใครสักคนเดียว บนชั้นวางของมีร่องรอยถูกค้น แต่ยังเหลือกล่องอาหารอยู่ไม่น้อย
ทั้งสองเอากระป๋องน้ำ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป และคุกกี้มาบางส่วน ถือโอกาสหยิบน้ำแร่มาอีกหลายขวด จากนั้นก็ออกจากร้านสะดวกซื้อ ไปนั่งพักผ่อนกินอาหารบนม้านั่งยาวนอกร้านขายยาริมถ ถนน
ระหว่างนี้ลู่เซิ่งทดลองวิชาอื่นๆ ที่ตัวเองครอบครองอยู่
สิ่งที่น่าเหลือเชื่อก็คือ วิชาทั้งหมดเมื่อก่อนหน้านี้ รวมถึงวิชาพื้นฐานสุดที่ต้องโคจรเลือดลม ล้วนไม่มีประโยชน์อะไรเลย
แม้จะชินกับการถูกสะกดอย่างแน่นหนาตั้งแต่เริ่มแบบนี้แล้ว แต่ลู่เซิ่งก็ยังไม่พอใจอยู่ดี
โลกใบนี้แตกต่างจากโลกใบอื่น อันตรายของที่นี่ถึงขั้นทำให้ร่างหลักของเขารู้สึกเหมือนชีวิตแขวนบนเส้นด้าย
ถ้าไม่ใช่เพราะความจำเป็น เขาตัดสินใจว่าจะไม่มีวันใช้พลังของร่างหลักเด็ดขาด ต่อให้จะเป็นพลังรักษาหล่อเลี้ยงก็ตามที
หลังจากกินอาหารดื่มน้ำจนเพียงพอแล้ว ทั้งสองก็ตัดสินใจไปยังร้านหนังสือ ของอย่างแผนที่ ร้านหนังสือเป็นสถานที่ที่น่าจะมี
…
ควับๆๆ…ควับๆ…
ในร้านหนังสือที่เก่าทรุดโทรม หญิงสาวสวมกระโปรงขาวที่มีร่างสูงโปร่งคนหนึ่งกำลังถือปากกาขีดเขียนผนังอยู่
ผนังทั้งหมดมีพื้นที่มากกว่าครึ่งถูกปากกาขีดจนกลายเป็นสีดำ
ถังเอินพาลู่เซิ่งย่องผ่านทางด้านหลังหญิงสาวไป ทั้งสองไปถึงตำแหน่งด้านในสุดของร้านหนังสืออย่างรวดเร็ว ก่อนจะทรุดนั่งลงระหว่างชั้นหนังสือสองชั้น
ฟู่…
ถังเอินระบายลมหายใจเบาๆ
“อีกเดี๋ยวผู้หญิงคนนั้นจะเดินมา ไม่ต้องสนใจเธอ ขอแค่พวกเราไม่ส่งเสียงก็ไม่มีปัญหา”
ลู่เซิ่งพยักหน้า
“หาแผนที่กันก่อน”
“ครับ”
ทั้งสองแยกกันตรวจสอบแผนที่
แต่ลู่เซิ่งไม่ได้หาแผนที่อย่างเดียวเหมือนถังเอิน เขาหาไปพลาง สังเกตการพัฒนาด้านพลังต่อสู้ของโลกใบนี้ไปพลาง
ไม่ว่าจะเป็นโลกใบใด ขอแค่ยังมีสิ่งมีชีวิต ขอแค่ยังมีมนุษย์อยู่อาศัย ก็ย่อมต้องมีวิชาต่อสู้ขั้นพื้นฐานสุด
และไม่เหนือความคาดหมายของลู่เซิ่ง ไม่นานเขาก็เจอหนังสือที่แนะนำวิชาต่อสู้โดยเฉพาะแถวหนึ่งตรงมุมหนึ่งของร้านหนังสือ
เขาหยิบหนังสือเล่มหนึ่งออกมาพลิกอ่าน
ความทรงจำด้านตัวหนังสือที่รับมาจากร่างกายร่างนี้ทำให้เขาอ่านเนื้อหาที่บันทึกไว้ด้านในได้อย่างผ่อนคลายมาก
‘บทสรุปเกี่ยวกับการสืบทอดวิชาต่อสู้โบราณ’
ชื่อหนังสือยาวมาก แต่ครอบคลุมดี ลู่เซิ่งใช้เทคนิคการอ่าน กวาดสายตาผ่านหนังสือทั้งเล่มจนหมดในห้านาที เขารู้เนื้อหาหลักของหนังสือเล่มนี้คร่าวๆ แล้ว
ตอนที่อ่านหนังสือเล่มนี้จบ เขาก็เริ่มเข้าใจระบบต่อสู้เก่าแก่บนโลกใบนี้ หรือประเทศประเทศนี้ขึ้นเล็กน้อย
อาวุธลับ
หมัดลอบสังหาร นี่เป็นทักษะพิเศษที่สาธารณรัฐอีเลียนสืบทอดมาตั้งแต่ยุคโบราณกาล
ถึงแม้หมัดลอบสังหารที่แนะนำในหนังสือจะมีประโยชน์น้อยลงมากเพราะการปรากฏขึ้นของอาวุธสมัยใหม่กลายเป็นเพียงไม้ประดับที่เอาไว้เสริมสร้างสุขภาพเหมือนโลกใบเดิม
แต่ลู่เซิ่งยังคงรู้สึกได้ถึงลักษณะของวิชาหมัดที่มีรูปแบบแตกต่างจากสิ่งที่เขาเรียนมาก่อนหน้านี้
หมัดลอบสังหาร เป็นวิชาหมัดสังหารที่พัฒนาจากทักษะอาวุธลับหลายชนิด สังหารด้วยการโจมตีครั้งเดียว ใช้ความว่องไว โหดเหี้ยม และแม่นยำเป็นพื้นฐาน
อานุภาพที่เกิดขึ้นจากการประสานหมัดลอบสังหารกับอาวุธลับ เคยปกครองอีเลียนมากกว่าพันปี
‘โลกทุกใบ สิ่งมีชีวิตทุกชนิด ต่างก็มีวิธีปรับเลือดลม หมัดลอบสังหารนี้น่าจะเป็นวิชาต่อสู้พื้นฐานที่คนของที่นี่สร้างขึ้นตามจุดเด่นของโครงสร้างร่างกายของตัวเอง’
ลู่เซิ่งวางหนังสือเล่มนี้กลับไปที่เดิมแล้วเอาหนังสือเล่มใหม่ออกมาอีกหลายเล่ม
‘วิเคราะห์พื้นฐานหมัดลอบสังหาร’
‘วิถีแห่งอาวุธลับ’
‘ความถี่ของชีวิต’
หนังสือหลายเล่มทำให้เขามีความเข้าใจอย่างเป็นระบบต่อหมัดลอบสังหารอย่างรวดเร็ว
“เจอแล้วเหรอครับ” ถังเอินโผล่ออกมาจากชั้นหนังสือด้านหน้า “ผมเจอแผนที่ของเมืองนี้แล้วครับ”
“ดี” ขอบเขตมรรคายุทธ์ระดับปรมาจารย์ของลู่เซิ่งดูดซับจุดเด่นและแก่นแท้ของหมัดลอบสังหารเข้ามาอย่างรวดเร็ว
เมื่อมาถึงระดับของเขา วิชาหมัดระดับพื้นฐานวิชานี้ ขอแค่สร้างโครงบทหลักขึ้นมาโดยจับคู่กับโครงสร้างร่างกาย ก็สามารถเรียนรู้ย้อนกลับได้
หลังเข้าใจโครงสร้างสำคัญของหมัดลอบสังหารแล้ว ลู่เซิ่งจะขุดความโดดเด่นและพรสวรรค์ของร่างกายออกมาผ่านระบบนี้ได้อย่างสมบูรณ์
“เจอแล้วเหรอ ขอฉันดูหน่อย” ลู่เซิ่งหยุดพิจารณา พอเห็นแผนที่ประเทศที่ถังเอินถืออยู่ในมือเขาก็ลุกขึ้น
“คุณกำลังอ่านอะไร” ถังเอินสังเกตเห็นหนังสือในมือลู่เซิ่ง เหมือนจะไม่ได้เกี่ยวกับแผนที่ท่องเที่ยว
“เกี่ยวกับวิชาต่อสู้ เตรียมไว้ก่อนก็ไม่เสียหาย” ลู่เซิ่งบอก
“คุณคิดว่าวิชาต่อสู้มีผลกับไอ้พวกนั้นเหรอ” ถังเอินยิ้มอย่างจนใจ ไม่พูดอะไรอีก
บางทีเขาอาจคิดว่าลู่เซิ่งกำลังทำเรื่องไร้ความหมาย
“ดูแผนที่ก่อนเถอะ” ถังเอินกางหนังสือในมือ ไม่นานก็พลิกถึงหน้าที่ตัวเองเจอ
ลู่เซิ่งกวาดตามอง เป็นแผนที่ของเมืองเมืองนี้ แม้จะไม่ละเอียดนัก อีกทั้งยังเป็นฉบับพิมพ์เมื่อเจ็ดปีก่อน แต่น่าจะใช้ได้โดยไม่มีปัญหา
“สถานที่ที่อาจใช้ซ่อนตัวได้ในช่วงภัยพิบัติใหญ่มีเหลืออยู่ไม่มาก บวกกับลักษณะเด่นของไอ้พวกนั้น ผมไม่คิดว่าเมืองนี้มีสถานที่ให้คนจำนวนมากหลบซ่อน” ถังเอินเอ่ยอย่างมองโลกใ ในแง่ร้าย
“นายเคยลองกำจัดเจ้าพวกนี้ไหม” ลู่เซิ่งถาม
“เคยลองสองสามครั้งครับ…” ถังเอินหวนนึกถึงสถานการณ์สองสามครั้งที่เกิดขึ้นบนถนนเมื่อก่อนหน้านี้
“แต่ก็ไม่มีประโยชน์ ตอนที่คิดจะโจมตี คุณจะไม่มีทางตามพวกมันทัน พวกมันมักหายไปอย่างอธิบายไม่ได้ และโผล่มาอย่างไร้สาเหตุ”
“หายไปหรือ” ลู่เซิ่งขมวดคิ้ว “เคยลองระยะทางไหม”
“เคยครับ” ถังเอินทบทวน “ตอนนั้นผมเกือบจะเป็นบ้า เลยโยนมีดออกไป มีดยังไม่ทันถูกตัวพวกมัน พวกมันก็หายไปในทันทีที่โยนมีดออกไป”
ลู่เซิ่งย่นคิ้ว เขารู้สึกว่าครั้งนี้อาศัยแค่วิชาต่อสู้ทางกายภาพไม่น่าจะรับมือกับสิ่งแปลกประหลาดเหล่านี้ได้
“ไปที่นี่ดูก่อน ที่นี่อยู่ใกล้โรงพยาบาล ยังมีซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่ ตรงนี้เป็นโกดัง คนไม่มาก ความถี่ที่เจ้าพวกนั้นโผล่มาก็น้อยเหมือนกัน เป็นหนึ่งในสถานที่ที่น่าจะมีผู้รอด ดชีวิตซ่อนตัวอยู่” ลู่เซิ่งวิเคราะห์
“ครับ ใช้เวลาเดินแค่ครึ่งชั่วโมง” ถังเอินพยักหน้า
พอทั้งสองกำหนดที่หมาย ก็พากันเดินไปด้านนอกร้านหนังสือ
ผู้หญิงที่ขีดเขียนหายไปแล้ว ร้านหนังสือเงียบสงัด ท้องฟ้าด้านนอกมืดครึ้ม เหมือนฝนใกล้จะตก
ลู่เซิ่งเดินอยู่ด้านหน้า ในใจกลับเริ่มสร้างระบบหมัดลอบสังหารขั้นพื้นฐานสุดโดยใช้ร่างกายช่วยเหลือ
ในหมัดลอบสังหารกระแสหลักสุดบนหนังสือที่อ่านเมื่อครู่ สายเจ็ดทิวาและสายลวงจิตเป็นสองวิชาหมัดที่แพร่หลายที่สุด
ในหนังสือแนะนำจุดเด่นและจุดด้อยของวิชาหมัดสองชนิดนี้เอาไว้
ก่อนจะออกมา เขายังหยิบหนังสือวิชาหมัดที่แนะนำสายลวงจิตมาด้วยเล่มหนึ่ง
ลักษณะของวิชาหมัดสองวิชานี้เหมือนกับมวยไทเก๊กและเทควันโดบนโลกใบเดิม ส่วนการสังหารหายไปนานแล้ว เน้นที่การมีร่างกายงดงามและการออกกำลังกายเป็นหลัก
เทียบกันแล้ว สายเจ็ดทิวาไม่มีประโยชน์แม้แต่น้อย สายลวงจิตใช้ต่อสู้ได้บ้าง ยังมีการแบ่งระดับและการแข่งขันต่อสู้อย่างเป็นรูปธรรม
ดังนั้นลู่เซิ่งจึงเลือกสายลวงจิตเป็นเป้าหมายในการศึกษาชั่วคราว
ขณะที่เดินทางไปยังเขตโกดังพร้อมถังเอิน เขาก็จัดระเบียบสายลวงจิตได้อย่างรวดเร็ว ทั้งยังเข้าใจอย่างทะลุปรุโปร่ง
‘ครั้งนี้ดูเหมือนจะพึ่งร่างหลักไม่ได้แล้ว…ได้แต่พึ่งตัวเองเท่านั้น…’ ลู่เซิ่งยิ้มฝืดในใจ หมัดลอบสังหารสายลวงจิตที่จัดระเบียบออกมาไม่แตกต่างจากไอกิโดและมวยไทยเท่าไหร ร่ เน้นที่ทักษะการเคลื่อนไหวเวลาต่อสู้เป็นหลัก
‘แต่ต่อให้จะได้แต่พึ่งตัวเอง ในฐานะสุดยอดผู้เข้มแข็งแห่งโลกมารสวรรค์ ถ้าถูกเรื่องแค่นี้หยุดเอาไว้ อย่างนั้นก็น่าขายหน้าเกินไปแล้ว’
ลู่เซิ่งส่ายหน้าน้อยๆ ในใจเกิดความทระนงตน เป็นความรู้สึกเหมือนครั้งที่ผจญภัยในแดนเหนือคนเดียว
‘ดีปบลู’
เขาพูดในใจ
ทันใดนั้นอินเตอร์เฟซสีฟ้าก็เด้งออกมา
ลู่เซิ่งไม่ได้รู้สึกอะไรทั้งสิ้นขณะมองคริสตัลสีรุ้งสามก้อนที่แสดงผลอยู่ด้านบน
‘หวังว่าพลังอาวรณ์สามหมื่นล้านหน่วยที่เตรียมไว้จะเพียงพอนะ’ ความเหี้ยมหาญของโลกระดับพลังงานสุดยอด เขาได้ประจักษ์ในโลกใบก่อนมาแล้ว
ปัจจุบัน วิชาเกลียวเก้าชีวิตของเขายังไม่สำเร็จด้วยซ้ำ จะเห็นได้ถึงความยาก แต่ก็มีประโยชน์มหาศาลเช่นกัน
วิชาเกลียวเก้าชีวิตทำให้ขอบเขตมรรคายุทธ์ของร่างหลักเพิ่มขึ้นไปด้วย
ลู่เซิ่งมีลางสังหรณ์ที่อธิบายไม่ถูกว่า หากกลับไปโลกมารสวรรค์เมื่อใด บางทีตนอาจเลื่อนระดับเป็นดาวมรณะ กลายเป็นผู้เข้มแข็งดาวมรณะได้อย่างแท้จริง