ยอดวิถีแห่งปีศาจ - บทที่ 1095 ช่วยเหลือ (1)
เสียงฝีเท้าแผ่วเบาสะท้อนในลานจอดรถใต้ดินที่โล่งกว้างและมืดครึ้ม
ถังเอินมุดร่างท่อนบนออกมาจากหน้าต่างรถขณะหอบหายใจ
“เรียบร้อย ถ้าไม่ใช่ก่อนหน้านี้ผมเรียนซ่อมรถมาก่อน คงซ่อมไม่ได้แน่ รถคันนี้เป็นของเราแล้ว”
“ไหนบอกว่าเดินเท้าไง” ลู่เซิ่งหมดคำพูด
“ในเมื่อผ่านมาแล้ว ป้องกันไว้ก่อนก็ไม่เสียหายนี่ครับ” ถังเอินไม่มีทางบอกเด็ดขาดว่า เขามาที่นี่เพราะเห็นรถที่ตัวเองชอบที่สุด
ทั้งสองรีบขึ้นรถ เสียงดังบรืนๆ เมื่อรถถูกสตาร์ท
“ยังมีน้ำมันเหลือเยอะไหม” ลู่เซิ่งถาม
“ไม่เยอะครับ แต่เพียงพอให้เราไปถึงที่หมาย” ถังเอินบิดกุญแจอย่างคุ้นเคย ไม่รู้ว่าเขาไปเอามาจากไหน ไฟรถสว่างขึ้น
รถยนต์สีดำสนิทค่อยๆ แล่นไปยังด้านนอกลานจอดรถ
เสียงของเครื่องยนต์เบามาก เห็นได้ชัดว่าอยู่คนละระดับกับรถทั่วไป
ลู่เซิ่งที่นั่งอยู่ในรถแทบไม่รู้สึกว่าตัวเองกำลังเคลื่อนที่อยู่
“นี่ ถังเอิน” เขาละสายตากลับมา มองไปยังตำแหน่งคนขับ
แต่คนที่โผล่บนที่นั่งคนขับกลับเป็นผู้หญิงผิวขาวที่มัดผมหางม้าคนหนึ่ง!
ถังเอินทำท่าตาจะปิดอยู่บนที่นั่งข้างคนขับในลักษณะสองตาเหลือกขาว
รถเร็วขึ้นเรื่อยๆ ภายใต้การขับของหญิงสาว
ลู่เซิ่งลืมตาโต รีบยื่นมือไปเปิดประตูรถข้างถังเอิน ส่วนตัวเองเปิดประตูรถแล้วพุ่งออกไปด้านนอก
โครม!
ทั้งสองกลิ้งบนพื้น รถยนต์ที่ประตูรถอ้าอยู่หักโค้งชนใส่รั้วข้างทาง แล้วพุ่งลงจากสะพานยกระดับ
เปรี้ยง!
เกิดเสียงดังสนั่น รถพลิกตัวหลายครั้ง ก่อนจะหยุดนิ่ง
ลู่เซิ่งคลานขึ้นจากพื้น ความสามารถในการตอบสนองของร่างกายร่างนี้ช้ากว่าที่เขาจินตนาการไว้ ดีที่ระดับของเขายังอยู่ ต่อให้เมื่อครู่จะกลิ้งออกจากประตูรถด้วยความเร็วสูงก็ยังไม่ได้รับบาดเจ็บ
เพียงแต่สภาพของถังเอินไม่สู้ดี มีแผลแผลหนึ่งบนน่อง เลือดไหลออกมาเป็นสาย
ลู่เซิ่งถอดเสื้อยืดของตัวเองไปกดเส้นเลือดบนปากแผลให้เขา จากนั้นก็มัดเสื้อยืดเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เสียเลือดมากไป
“ดีที่ไม่โดนเส้นชีพจร” เขาวินิจฉัยคร่าวๆ แม้โครงสร้างร่างกายมนุษย์บนโลกใบนี้จะแตกต่างจากโลกที่เขาเคยไปมาก่อน แต่ส่วนพื้นฐานก็ยังคงคล้ายกันมาก
“อึก...” ถังเอินฟื้นสติเพราะความเจ็บปวด
“พระเจ้าช่วย…!” พอเขาเห็นแผลบนน่องตัวเองเหงื่อก็ไหลออกมาทันที
“เมื่อกี้นายไม่ได้ขับรถหรอกเหรอ ทำไมจู่ๆ ไปอยู่บนที่นั่งข้างคนขับได้ล่ะ” ลู่เซิ่งถามเสียงทุ้ม
“ผม…ผมก็ไม่รู้…” ถังเอินกัดฟัน “เจ็บ! เจ็บมาก! ผมตายแน่!”
“อดทนหน่อย ลองไปดูซูเปอร์มาร์เก็ตหรือไม่ก็ร้านยา อาจจะหาน้ำเกลือมาล้างได้” ลู่เซิ่งประคองเขาเดินไปยังริมถนน
ข้างใต้ทางยกระดับมีซูเปอร์มาเก็ตอยู่แห่งหนึ่ง ด้านในว่างเปล่าไม่มีคน
แต่เวลานี้ลู่เซิ่งไม่กล้าเชื่อทุกสิ่งที่เห็น
เมื่อครู่ตอนขึ้นรถเห็นถังเอินขับรถแท้ๆ สุดท้ายไม่ถึงหนึ่งนาที ดันกลายเป็นผู้หญิงที่ไม่รู้จักแทน
ระดับความยุ่งยากของโลกใบนี้อาจจะอยู่เหนือกว่าที่เขาคาดไว้
โครม
ทั้งสองกระแทกประตูกระจกของซูเปอร์มาร์เก็ตเปิด ลู่เซิ่งกระชากโซ่เหล็กและกุญแจคล้องออกด้วยมือเดียว ก่อนจะสาวเท้าเดินเข้าไป
ซูเปอร์มาเก็ตเหมือนโดนปล้น บนชั้นวางของว่างเปล่า เหลือของแค่ไม่กี่อย่าง
ถังเอินเดินกะโผลกกะเผลกอยู่ด้านหลังลู่เซิ่ง
“ก่อนหน้านี้ผมมาที่ซูเปอร์มาร์เก็ตแห่งนี้บ่อยๆ ตอนนั้นที่นี่ยังมีเพลาดี้ขายอยู่ ตอนนี้…”
“เพลาดี้หรือ มันคืออะไร” ลู่เซิ่งถาม
จู่ๆ ก็มีนิตยสารฉบับหนึ่งถูกโยนมาจากด้านหลัง เขาพลิกมือรับไว้แล้วเอามาอ่านดู
บนปกนิตยสารสีขาวเป็นผู้หญิงผิวดำที่มีหุ่นเซ็กซี่ สวมบิกินี่ ผมยาวสยายลงมา ให้ความรู้สึกดิบเถื่อน
บนปกมีตัวหนังสือเขียนว่า ‘เพลาดี้ ตัวเลือกที่คงทนกว่า~’
“เอาเถอะ” ลู่เซิ่งส่ายหน้า
ทั้งสองเจอน้ำเกลือที่เหลือไม่กี่ขวดในโกดังด้านหลังอย่างรวดเร็ว
ลู่เซิ่งราดน้ำเกลือใส่แผลของถังเอิน จากนั้นก็หากางเกงในใช้แล้วทิ้ง ที่สะอาดอยู่บ้างมาฉีกกล่อง พันแผลให้เด็กหนุ่ม
หลังจัดการทุกอย่างเรียบร้อย ท้องฟ้าด้านนอกก็เริ่มมืดแล้ว
ลู่เซิ่งใช้ไฟฉายที่เจอส่องไฟ ขณะพาถังเอินเดินวนในห้องด้านหลังซูเปอร์มาร์เก็ต
เมื่อยืนยันได้ว่าไม่เจอพวกตัวประหลาด พวกเขาค่อยหาห้องห้องหนึ่ง ย้ายของกินบางส่วนที่เจอเข้าไป จากนั้นก็ล็อกประตู
ทั้งสองพิงโซฟากับเตียงเพื่อพักผ่อน
ถังเอินหดตัวอยู่ในช่องว่างตรงที่ว่างใต้ชั้นหนังสือ ไม่ได้เปิดไฟฉาย ทั้งๆ ที่เป็นพื้นที่เล็กแคบ กลับทำให้เขาเหมือนเกิดความรู้สึกปลอดภัยมากกว่าเดิม
เขามองลู่เซิ่งที่นอนหงายอยู่บนโซฟาเดี่ยว
“โทมัส คุณว่าพวกเราจะเจอมนุษย์คนอื่นไหม”
“ต้องเจอแน่” ลู่เซิ่งเอ่ยเสียงเรียบ
“ทำไมแน่ใจขนาดนั้นล่ะ”
“ทำไมเหรอ อาจเป็นลางสังหรณ์ของผู้ชายมั้ง” ลู่เซิ่งหัวเราะ
“ผู้ชายก็มีลางสังหรณ์ด้วยเหรอ”
“ทำไมจะไม่มีล่ะ”
ลู่เซิ่งเล่นโทรศัพท์สีชมพูในมือ จอโทรศัพท์กะพริบแสงอ่อนๆ แสดงภาพล็อกหน้าจอของเจ้าของคนเดิม
นั่นเป็นเด็กสาวผมยาวที่หน้าตาค่อนข้างดี เธอมีดวงตาโตแวววาวชวนเอ็นดู สวมเสื้อขนสัตว์รัดรูปสีแดงเข้ม ขับเน้นทรวดทรงที่น่าภาคภูมิใจท่อนบน
แต่สิ่งที่ทำให้ลู่เซิ่งสนใจอยู่บ้างก็คือ ข้อความแจ้งเตือนที่บันทึกไว้ด้านล่างภาพล็อกหน้าจอ
ข้อความแจ้งเตือนสั้นๆ ทั่วไปจะมีเนื้อหาบางส่วนแสดงให้เห็นบนอินเตอร์เฟซภาพล็อกหน้าจอ
เวลานี้ก็เป็นเช่นนี้ ข้อความสั้นๆ นั้นบอกว่า
‘ไฟด้านนอกเพิ่งจะลุกไหม้ ถ้า…’’
ด้านหลังไม่มีแล้ว
แกร๊ก
ลู่เซิ่งปิดหน้าจอ
“นี่ คุณกำลังคิดอะไรอยู่” เสียงของถังเอินดังมาจากใต้ชั้นหนังสือ
“ไม่มีอะไร ฉันอยากจะรื้อฟื้นวิชาต่อสู้น่ะ” ลู่เซิ่งตอบ
“คุณเคยฝึกมาเหรอ”
“อา ฝึกมานิดหน่อย”
“ปืนล่ะครับ” ถังเอินถามอย่างสงสัย
“ไอ้นั่นไม่ได้ฝึก แต่เทียบกับปืน ฉันเชื่อกำปั้นตัวเองมากกว่า” ลู่เซิ่งตอบ
“กำปั้นร้ายกาจกว่าปืนเหรอ ถึงคุณจะฝึกมาสิบกว่าปี ผมใช้แค่ปืนกระบอกเดียวก็…”
“ชู่…”
ลู่เซิ่งยกนิ้วชี้ทำท่าให้เงียบ
ถังเอินหยุดพูดทันที
ตุบ
ตุบ
ตุบ
เสียงฝีเท้าที่มีจังหวะจะโคนดังมาจากนอกประตูซูเปอร์มาเก็ตขนาดเล็กอย่างช้าๆ
ไม่นานนัก ร่างดำทึบร่างหนึ่งก็ค่อยๆ เดินผ่านโถงระเบียงนอกหน้าต่างห้อง มุ่งหน้าไปยังโกดังด้านในสุด
เสียงฝีเท้าหายไปตามระยะห่างที่เพิ่มขึ้น
ครู่ต่อมา จนกระทั่งไม่ได้ยินเสียงอะไรแล้ว ลู่เซิ่งจึงค่อยถอนใจ
“ไปแล้วเหรอครับ” ถังเอินถามเบาๆ ก่อนจะชะโงกหัวออกมาจากใต้ชั้นหนังสือ
“อือ ไปแล้ว” ลู่เซิ่งพยักหน้า “น่าจะไม่เป็นไรแล้ว พักผ่อนเถอะ”
“ฟู่…พักผ่อนเถอะ พรุ่งนี้หวังว่าทุกอย่างจะราบรื่น” ถังเอินถอนใจ
“หวังว่า”
ทั้งสองไม่พูดอะไรกันอีก พากันเงียบเสียง
แสงจากโทรศัพท์มือถือถูกลู่เซิ่งปิด
เขาอาศัยแสงจันทร์เป็นดวงๆ ที่ส่องเข้ามาผ่านหน้าต่าง วางโทรศัพท์ไว้ข้างตัว จากนั้นก็ผ่อนคลายร่างกาย พร้อมกับหลับตาพักผ่อน
แต่เขายังจำเป็นต้องทำเรื่องเรื่องหนึ่งก่อนจะพักผ่อน
‘ดีปบลู’ ลู่เซิ่งนึกในใจ
พุ่บ
อินเตอร์เฟซสีฟ้าเด้งออกมาด้านหน้าเขา
‘แสดงกรอบของโลกใบนี้’ ลู่เซิ่งออกคำสั่ง
ทันใดนั้นกรอบทักษะที่แน่นขนัดในตอนแรกก็หดตัวและลดจำนวนลง สุดท้ายก็เหลือแค่กรอบกรอบเดียว
[วิชาหมัดลอบสังหารสายลวงจิต: ยังไม่ได้เรียนรู้ (คุณสมบัติ: ไม่มี)]
‘นี่แหละ ยกระดับหมัดลอบสังหารสายลวงจิตถึงขอบเขตเบื้องต้น’ ลู่เซิ่งมองคริสตัลสีรุ้งสามก้อนบนกรอบ พลังอาวรณ์สามหมื่นล้านหน่วยน่าจะพอในช่วงแรก ยังไม่ต้องรีบร้อน
เพิ่งจะออกคำสั่งเสร็จ กรอบด้านหน้าลู่เซิ่งพลันพร่ามัว
หลายวินาทีต่อมา ลู่เซิ่งก็รู้สึกว่ามีกระแสความเย็นยะเยือกสายหนึ่งทะลักออกมาจากหัวใจ กระแสความเย็นนี้ไหลผ่านเส้นเลือดไปทั่วร่างเขา อุณหภูมิร่างกายที่เมื่อครู่ยังอุ่นอยู่บ้างตกลงถึงขั้นที่น่าเหลือเชื่อ
แต่ความรู้สึกนี้คงอยู่แค่ครู่เดียว
ไม่นาน กรอบที่พร่ากลัวก็กลับมาชัดอีกครั้ง
[หมัดลอบสังหารสายลวงจิต: เบื้องต้น (คุณสมบัติ: ไม่มี)]
‘อือ…’ ความรู้สึกที่หมัดลอบสังหารซึ่งเพิ่งเลื่อนสู่ระดับเบื้องต้นมอบให้ลู่เซิ่งเหมือนกับสมรรถภาพของร่างกายได้รับการเสริมความแข็งแกร่ง แต่การเสริมความแข็งแกร่งนี้เน้นที่ความคล่องแคล่วและแม่นยำ ไม่ได้ยกระดับพละกำลังและคุณสมบัติร่างกายเท่าไหร่
‘ไม่เคยเดินบนเส้นทางนี้มาก่อน ลองดูก่อนก็แล้วกัน’ ลู่เซิ่งคำนวณพลังอาวรณ์ที่เสียไปคร่าวๆ อยู่ที่ราวๆ สิบหน่วย
‘ขั้นเบื้องต้นใช้พลังอาวรณ์สิบหน่วย สมกับเป็นโลกระดับพลังงานสูงระดับสุดยอด ลองดูผลลัพธ์ก่อนก็แล้วกัน’ หลังจากสัมผัสพลังอาวรณ์ที่พลุ่งพล่านในตัว ลู่เซิ่งก็ค่อยๆ หลับตาและงีบสักครู่
แม้ในอนาคตร่างกายร่างนี้อาจจะแข็งแกร่งมาก แต่ตอนนี้ยังเป็นแค่ร่างกายของนักศึกษาธรรมดาเท่านั้น
การพักผ่อนนอนหลับที่จำเป็นก็ยังเป็นสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้
ลู่เซิ่งหลับไปสี่ชั่วโมงกว่าๆ พอฟ้าเริ่มสาง เขาก็ตื่นขึ้นมาจากฝัน
เขานวดแก้ม ลุกขึ้นจากโซฟา
เห็นถังเอินที่อยู่ข้างใต้ชั้นหนังสือขดตัว เอียงศีรษะพิงผนัง หลับสนิททีเดียว ดูเหมือนเขาจะไม่ได้หลับอย่างเป็นสุขมานานแล้ว
ลู่เซิ่งไม่ได้ปลุกถังเอิน
เขาลงจากโซฟา ย่ำเท้า ยืดฝ่าเท้าที่ชาเล็กน้อย
เขายกกำปั้นขึ้นต่อยไปด้านหน้าเบาๆ
‘พละกำลังเพิ่มขึ้นนิดหน่อย แต่ความเร็วสูงขึ้นไม่น้อย เหมือนกับมือดีที่ฝึกต่อยมาหลายปี’
ลู่เซิ่งคำนวณคร่าวๆ หากโทมัสคนเดิมต่อยหมัดได้หนึ่งครั้งถึงสองครั้งในหนึ่งวินาที อยู่ในมาตรฐานคนธรรมดา
อย่างนั้นเขาในตอนนี้ก็ต่อยหมัดสามหมัดได้ในหนึ่งวินาที ซ้ำยังเป็นการต่อยในระดับมาตรฐานทั้งหมด
‘ร่างกายเบาลงไม่น้อย ไม่เลว ดีกว่าที่คิดไว้ ต่อจากนี้ขอแค่รอร่างกายปรับตัวเข้ากับการเสริมความแข็งแกร่งนี้ได้อย่างสมบูรณ์ ก็จะยกระดับต่อได้ทันที’
การเสริมความแข็งแกร่งด้วยพลังอาวรณ์เป็นกระบวนการที่จำเป็นเหมือนกับโลกใบอื่นๆ นี่เป็นกระบวนการที่ต่อเนื่อง ไม่ใช่ว่าทำสำเร็จได้ในทีเดียว
ลู่เซิ่งประเมินเวลา จำเป็นต้องใช้เวลาราวสองวันถึงจะยกระดับขั้นต่อไปได้
‘นี่ถ้าอยู่ในโลกใบอื่น วิชาหมัดขั้นเบื้องต้นแบบนี้ใช้เวลาไม่ถึงครึ่งวันก็ปรับตัวได้แล้ว ไม่เป็นแบบที่นี่…’
เวลานี้ลู่เซิ่งเข้าใจแล้วว่า จุดที่เป็นปัญหาที่สุดบนโลกใบนี้อยู่ที่ไหน ไม่ได้อยู่ที่ความสิ้นเปลืองพลังอาวรณ์ที่จะเพิ่มขึ้น แต่อยู่ที่เวลาทิ้งช่วงและเสริมความแข็งแกร่งที่จำเป็นต่อร่างกายตอนที่เขายกระดับทุกครั้ง
……………………………………….