ยอดวิถีแห่งปีศาจ - บทที่ 1100 รักษา (2)
“แขนเธอได้รับบาดเจ็บเหรอ” พอเข้าใกล้ ลู่เซิ่งก็เห็นบนแขนขวาของลั่วหลันมีแผลยาวแผลหนึ่งกำลังเลือดไหล
“ไม่ได้ถูกสัตว์ประหลาดพวกนั้นข่วน โดนบาดตอนหลบน่ะ” ลั่วหลันเอ่ยเสียงทุ้ม
“ขึ้นรถออกจากที่นี่ก่อน” ลู่เซิ่งพยักหน้า ก่อนจะเปิดประตูเข้าไปนั่งในรถเป็นคนแรก
คนที่เหลือทยอยกันนั่ง
บรืน
รถสตาร์ท จากนั้นก็ออกห่างไปยังที่ไกล
สิ่งที่ประหลาดก็คือ เวลานี้พวกที่ไล่ตามเขาเมื่อก่อนหน้านี้ ไม่ออกจากประตูห้างสรรพสินค้ามาสักคนเดียว
ลู่เซิ่งจับพวงมาลัย เร่งความเร็ว รถแล่นอยู่บนถนนกว้างขวาง
ห้างสรรพสินค้าหายไปจากสายตาของพวกเขาอย่างช้าๆ
“ตื่นเต้นจริงๆ!” ถังเอินค่อยระบายลมหายใจ นั่งพิงบนที่นั่งเหมือนหมดแรง
“คนพวกนั้นดูท่าทางจะมีปัญหา” ลู่เซิ่งกล่าวอย่างสงบ
“เมื่อก่อนไม่ใช่แบบนี้ อย่างน้อยฉันก็เคยเจอพวกเขาครั้งหนึ่งเมื่อครึ่งปีก่อน” ลั่วเฟยที่นั่งแถวหลังตอบ
“น่าเสียดาย พวกเราทิ้งของไม่น้อยเอาไว้ในห้าง” ลั่วหลันกล่าวอย่างเสียดาย
“กลับไปตอนนี้มีแต่ตาย” ถังเอินว่า
“พวกเราต้องรู้ให้ได้ว่าอะไรทำให้พวกเขากลายเป็นแบบนั้น ถ้าไม่ทำความเข้าใจเรื่องนี้ แล้วจากนี้พวกเราเจอเข้ากับตัว ก็เป็นไปได้อย่างยิ่งว่าพวกเราจะเจอปัญหาคล้ายๆ กัน” ลั่วเฟ ฟยถอนใจ การพูดเยอะๆ ในคราวเดียวทำให้เธอในตอนนี้รับภาระไม่น้อย
“อยากไปก็ไปเองเถอะ ฉันไม่อยากไปอยู่กับตัวประหลาดพวกนั้น” ถังเอินยักไหล่
ลู่เซิ่งขับรถไปพลาง ฟังทั้งสามคนคุยกันเพื่อผ่อนคลายอารมณ์กันไปพลาง เขารู้สึกประหลาดใจกับเหตุการณ์เมื่อครู่เช่นกัน
การเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหันทำให้แผนการของเขาลำบากบ้างแล้ว
ถ้ามนุษย์ส่วนใหญ่มีปัญหาทางจิตเหมือนพวกคนเมื่อกี้ อย่างนั้นต่อให้เขารวมคนมากเท่าไหร่ก็ไร้ความหมายอยู่ดี
“ตอนนี้พวกเราจะไปไหนเหรอครับ” ถังเอินถามขึ้นด้านข้าง
“หาที่อยู่พักผ่อนสักสองวัน แล้วค่อยตัดสินใจ” ลู่เซิ่งตอบ
“แผนนี้ไม่เลว!”
ทั้งสี่คนขับรถหาบ้าน
บ้านที่มีความผิดปกติย่อมถูกตัดทิ้ง ไม่นาน พวกเขาก็เจอคฤหาสน์ส่วนตัวที่มีสระว่ายน้ำหลังหนึ่ง
คฤหาสน์ตั้งอยู่ที่แถบชานเมือง ด้านในว่างเปล่าไม่มีคน
พวกเขาใช้มันเป็นฐานสำหรับใช้ชีวิตชั่วคราว
ถังเอินไปยังร้านค้าเล็กๆ ที่อยู่ใกล้ๆ ย้ายเสบียงมากองใหญ่ มากพอให้ทั้งห้าคนใช้อาทิตย์หนึ่ง
คฤหาสน์มีไฟฟ้ามีน้ำใช้ เจ้าของเหมือนจะเป็นพวกครองตัวเป็นโสด การตกแต่งคฤหาสน์จึงเรียบง่ายมาก
ลู่เซิ่งที่มีเวลาถือโอกาสฝึกฝนวิชาหมัดลอบสังหารสายลวงจิต
…
ม่านวิกาลล้ำลึก
ลู่เซิ่งนั่งอยู่บนระเบียงเล็กๆ ของห้องนอน มองไปยังที่ไกล
‘ถ้าแม้แต่รวมคนจำนวนมากยังทำไม่ได้ อย่างนั้นความลำบากของการค้นหาบนโลกใบนี้ก็จะเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งระดับ ไม่ว่าต่อจากนี้เราคิดจะตามหาที่อยู่ของครอบครัว หรือไปจากโลกใบนี้ หลังฝึกฝน ต่างก็ต้องมีสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย ดังนั้น การสร้างฐานที่มั่นคงและมีเสบียงมากพอจึงเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ นอกจากนี้ยังต้องทำความเข้าใจด้วยว่า โลกใบนี้มี ความเกี่ยวข้องกับพลังแห่งความว่างเปล่าแบบไหน ความผิดปกติชนิดนั้นดูเหมือนความประหลาดลี้ลับมาก’
วิธีสร้างฐานที่มั่นให้ตัวเองไหลผ่านสมองของลู่เซิ่งอย่างต่อเนื่อง
‘ถ้าเป็นไปได้ ต้องไปที่ศูนย์ใหญ่ของไอแฮร์สักครั้งเพื่อทำความเข้าใจเชื้อโรคภูตผี บางทีอาจเป็นหนึ่งในวิธีที่จะออกจากโลกนี้ได้ตามเส้นทางปกติ’
ไม่ว่าจะมองจากมุมใด เชื้อโรคภูตผีก็ได้ก้าวข้ามขีดจำกัดของความเป็นวัตถุไปแล้ว
ลู่เซิ่งย่อมแสดงร่างหลักออกมาแล้วปล่อยให้ถูกขับออกจากโลกใบนี้ได้ แต่สุดท้ายผลลัพธ์แบบนั้นต้องทำให้ร่างหลักได้รับบาดเจ็บหนักแน่
การสะกดและสะท้อนกลับของจักรวาลยังรุนแรงเกินไปสำหรับลู่เซิ่งในตอนนี้
ลู่เซิ่งทบทวนสิ่งที่บันทึกไว้ในตำนานมากมาย
ผู้แข็งแกร่งบางคนอยู่ดีๆ ไม่ชอบ ชอบฝืนธรรมชาติ ทำลายธรรมชาติ
แต่เขารู้จริงๆ หรือว่าธรรมชาติยิ่งใหญ่ขนาดไหน
ธรรมชาติมากมายที่ผู้เข้มแข็งฝืน ความจริงอย่างมากสุดก็เป็นเพียงดาวดวงเล็กๆ หากใหญ่หน่อยก็อาจเป็นกาแลคซีขนาดเล็กสักแห่ง
สถานที่บ้านนอกที่ลู่เซิ่งพลิกตัวก็สร้างภัยพิบัติขึ้นได้แบบนั้น ถือเป็นธรรมชาติสำหรับสิ่งมีชีวิตทั่วไป
“ฟู่…”
เขาถอนใจยาว
จากนั้นก็ลุกขึ้นและยืดข้อต่อแขน
กระแสอากาศเย็นฉ่ำหลายสายทะลักออกมาตรงบริเวณช่องท้องอย่างเงียบเชียบ
กระแสอากาศนี้กระจายไปทั่วทั้งตัว พริบตาเดียวก็ไหลไปทุกส่วนของร่างกายเหมือนใยแมงมุม
‘ในที่สุดก็เสถียรแล้ว’ ลู่เซิ่งสัมผัสความรู้สึกของร่างกายอย่างละเอียด เข้าใจว่าในที่สุดดีปบลูก็ปรับเปลี่ยนตัวเขาสำเร็จแล้ว
‘ตอนนี้ควรฝึกฝนระดับต่อไป คุณลักษณะเด่นของวิชาหมัดลอบสังหารลวงจิตจะเริ่มแสดงผลอย่างเป็นทางการ อยากเห็นเหมือนกับว่าวิชาหมัดวิชานี้แตกต่างจากวิชาหมัดที่เราเคยฝึกฝนขนาด ดไหน ถ้าหากสถานการณ์อย่างในห้างสรรพสินค้าแห่งนั้นเกิดขึ้นบ่อยๆ พลังน้อยนิดของเราเมื่อก่อนหน้านี้ก็ไม่พอใช้จริงๆ’
ลู่เซิ่งย้อนนึกถึงพละกำลังและความเร็วเหนือธรรมดาของวอลล์
หากคำนวณในความเป็นจริง วอลล์มีพละกำลังเยอะกว่าเขาเป็นสามเท่าตัว ความเร็วมากกว่าเขาเกือบครึ่งหนึ่ง
เปลี่ยนเป็นคนอื่นต้องเกิดสภาพอเนจอนาถแน่นอน
แต่ลู่เซิ่งเปลี่ยนสถานการณ์และสังหารอีกฝ่ายโดยใช้ขอบเขตมรรคายุทธ์ที่เหนือกว่า
‘ดีปบลู’
ลู่เซิ่งคิดในใจ เปิดดีปบลูออกมา
อินเตอร์เฟซสีฟ้าเด้งออกมาด้านหน้าเขา กรอบของวิชาหมัดลอบสังหารสายลวงจิตถูกจัดอยู่ในตำแหน่งแรกโดยอัตโนมัติ
เขามองดูก่อนจะสังเกตเห็นรายละเอียดหนึ่งอย่างน่าตกใจ
จำนวนพลังอาวรณ์ที่แสดงอยู่ด้านบนสุดของอินเตอร์เฟซดีปบลูถึงกับมีการเปลี่ยนแปลงเล็กๆ
แม้คริสตัลสีรุ้งสามอันจะไม่เปลี่ยนไป แต่รู้สึกสัมผัสได้ว่าพลังอาวรณ์โดยรวมกำลังเพิ่มขึ้น
‘เป็นค่าประสบการณ์จากไอ้โรคจิตวอลล์เหรอ’ ลู่เซิ่งเฉลียวใจ
เขามองกรอบที่มีเพียงกรอบเดียว
[(วิชาหมัดลอบสังหารสายลวงจิต: เบื้องต้น “คุณสมบัติ: ไม่มี”)]
ลู่เซิ่งกดปุ่มปรับเปลี่ยนอย่างคุ้นเคย แล้วมองดูอินเตอร์เฟซดีปบลูกะพริบทีหนึ่ง
‘ยกระดับวิชาหมัดลอบสังหารถึงระดับที่หนึ่ง’
ซู่…
กรอบทั้งกรอบพร่ามัวอย่างรวดเร็ว
หลังผ่านไปราวครึ่งนาที กรอบก็เริ่มชัดเจน
[(วิชาหมัดลอบสังหารสายลวงจิต: ระดับที่ 1 (คุณสมบัติ: ปฏิกิริยาโต้ตอบทางประสาทเร็วขึ้น 1 ขั้น))]
ลู่เซิ่งลุกขึ้นขยับร่างกาย รู้สึกได้อย่างชัดเจนว่าพลังอาวรณ์กำลังหล่อเลี้ยงและเพิ่มความแข็งแกร่งให้ร่างกายของตัวเองอย่างนุ่มนวล
ร่างกายที่ก่อนหน้านี้มีอาการอิดโรยเล็กน้อยผ่อนคลายกว่าเดิมด้วยผลของพลังอาวรณ์
‘รู้สึกว่ายังเพิ่มระดับได้อีกแฮะ’ ลู่เซิ่งสัมผัสร่างกายอย่างละเอียด “หมายความว่า สิ่งที่ระดับที่หนึ่งยกระดับเป็นหลักไม่ใช่คุณสมบัติร่างกาย แต่เป็นด้านทักษะ ทักษะของเราอยู่ ในระดับปรมาจารย์อยู่แล้ว เลยข้ามไปได้ทันที”
เขาทบทวนเงื่อนไขในแต่ละระดับของสายลวงจิต
เหมือนกับระดับที่หนึ่งถึงระดับที่สามจะเน้นที่ทักษะเป็นหลัก และก่อนที่จะเลื่อนระดับ คนส่วนใหญ่จะติดอยู่ที่ค่าคุณสมบัติร่างกาย ไม่อาจข้ามไปได้
หลังจากพักผ่อนสักพัก
ลู่เซิ่งก็ยกระดับหมัดลอบสังหารสายลวงจิตถึงระดับที่สอง คาดว่าวันนี้จะไปถึงระดับที่สามได้
ตามบันทึกในหนังสือ ระดับสูงสุดตามมาตรฐานคือระดับเก้า
ผู้อยู่ในระดับที่เก้าเป็นผู้เข้มแข็งสายมรรคายุทธ์ที่สถาบันใหญ่ๆ ต่างก็ยอมรับ ถือเป็นการประเมินระดับสูงสุดในกีฬาทุกชนิด
ลู่เซิ่งรู้ว่าสิ่งที่ตัวเองขาดอยู่ในตอนนี้ไม่ใช่ระดับมรรคายุทธ์ หากเป็นการปรับแต่งและเริ่มความแข็งแกร่งต่อกายเนื้อในแต่ละระดับ
เหมือนกับก่อนหน้านี้ คุณสมบัติร่างกายที่เพิ่งอยู่ในระดับเบื้องต้นสามารถแสดงพลังต่อสู้ที่น่าตื่นตระหนกได้ด้วยการควบคุมจากระดับของเขา
ขณะมองต้นไม้เขียวชอุ่มด้านนอกที่ค่อยๆ โปรยกลีบดอกไม้ลงมา
ลู่เซิ่งก็นั่งขัดสมาธิอีกครั้ง หลับตาลงช้าๆ รอคอยการปรับตัวในระดับอณูของร่างกาย พลังอาวรณ์ในตัวคอยซ่อมแซมและเสริมความแข็งแกร่งให้แก่กายเนื้อที่เปราะบางร่างนี้อย่างต่อเ เนื่อง
‘เดี๋ยวนะ’ ทันใดนั้นสีหน้าเขาก็เปลี่ยนไป
พลังอาวรณ์เหมือนจะไม่ได้เพิ่มความแข็งแกร่ง แต่เหมือนกำลังขับไล่อะไรสักอย่างในร่างกายอยู่
ลู่เซิ่งตกใจ รีบเพิ่มการสัมผัสเพื่อสัมผัสอย่างละเอียดทันที
ในโลกใบนี้ไม่มีระบบเหนือธรรมชาติ ตอนยังอ่อนแอในระดับแรกๆ ถึงขั้นมองเข้าไปในตัวไม่ได้ สิ่งที่เขาทำได้เพียงอย่างเดียวคือการปรับเปลี่ยนพลังอาวรณ์ในร่างกาย
ถ้าหากแค่นี้ยังเกิดปัญหา ต่อจากนี้ได้ยุ่งยากจริงๆ แน่
…
ณ ธารมารดา
“เจอแล้ว! อยู่ตรงนี้”
สัตว์ประหลาดงูหลามสีดำสนิทที่มีร่างเรียวยาวตัวหนึ่งเลื้อยอยู่ในธารมารดา สองตาสีเขียวเข้มจ้องทางเข้าจักรวาลที่โผล่ขึ้นบนผนังชั้นในริมธารเขม็ง
ทางเข้าจักรวาลตรงนั้นมีขนาดเท่าลูกท้อ ทั้งยังกำลังหดเล็กลงอย่างช้าๆ ในทางเข้ามีสิ่งที่คล้ายหมอกสีดำไหลเวียน ให้ความรู้สึกแปลกประหลาดมืดครึ้ม
“เป็นที่นี่! มิติเวลารั่วไหลหมายเลข 93 พันปีก่อน พ่อของข้าหายตัวไปในจักรวาลแห่งนี้” ดวงตาของงูดำฉายแววคับแค้นแน่วแน่
“มารสวรรค์ที่เข้าไปก่อนหน้านี้ยังไม่มีข่าวหรือ” ร่างสูงที่มีผมยาวสีขาวร่างหนึ่งถามเสียงแผ่วจากในน้ำของธารมารดา
“ไม่มี การจำกัดพลังด้านในนั้นรุนแรงมาก ดีแลนเสียร่างแยกไปด้านในสามร่างแล้ว หลังจากเขาเลื่อนระดับ ร่างแยกร่างหนึ่งก็มีพลังเทียบเท่ากับพวกเราในตอนนี้” งูดำตวัดลิ้นพลางเ เอ่ยเสียงทุ้ม
“แล้วเจ้ายังจะเข้าไปอีกหรือ” คนผมขาวถามอย่างสงสัย
“ข้าใกล้ถึงขีดจำกัดแล้ว เดิมทีเหลืออายุขัยไม่มาก แทนที่จะแก่ตายในโลกเดิม ลองพยายามเป็นครั้งสุดท้ายดีกว่า” งูดำผุดสีหน้าคลุ้มคลั่ง
“ข้าติดอยู่ในระดับดาวมรณะมานานเหลือกัน บางทีอาจได้เจอขีดจำกัดใหม่ที่นี่ก็ได้”
คนผมขาวเงียบเสียง
มิติเวลารั่วไหลหมายถึงอะไร ความจริงทุกคนต่างทราบดี
กฎส่วนใหญ่ในจักรวาลแบบนี้เริ่มหดตัวอย่างรุนแรง อัตราส่วนความอันตรายด้านในเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว เหมือนกับความคลุ้มคลั่งครั้งสุดท้าย
ถ้าหากใช้วิธีการใดๆ วัดจักรวาลแบบนี้ ผลลัพธ์ที่จะได้ก็มีเพียงข้อมูลที่รั่วไหลอย่างบ้าคลั่งเท่านั้น
ดังนั้นจักรวาลอันตรายแบบนี้จึงถูกเรียกว่ามิติเวลารั่วไหล
“ในเมื่อเจ้าตัดสินใจแล้ว อย่างนั้น ขอให้เจ้าโชคดี” คนผมขาวกล่าวเบาๆ เป็นครั้งสุดท้าย
“ผู้เข้มแข็งที่ตายในหมายเลข 93 มีอยู่นับไม่ถ้วน ข้าก็แค่หนึ่งในนี้” งูดำเลื้อยไปหาหลุมดำนั้นอย่างช้าๆ
“นอกจากนี้ ข้าไม่เคยเชื่อเรื่องโชคลาง” ร่างกายของมันเล็กลงเรื่อยๆ ก่อนจะมุดเข้าไปในหลุมดำ
งูดำหมุนตัวพลางเร่งความเร็วพุ่งไปด้านหน้าขณะอยู่ด้านในเส้นทางมิติเวลาสีรุ้ง
เส้นทางที่ทอดยาวเหมือนจะมีพลังประหลาดบางอย่างทำให้มันอยากหลับ มันค่อยๆ ปิดตาแล้วเข้าสู่ห้วงนิทรา