ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ - ตอนที่ 1728 ถวนจื่อสุดยอดจริงๆ
ตอนที่ 1728 ถวนจื่อสุดยอดจริงๆ
………………..
เมื่อผู้อาวุโสอี้อวี่เห็นเด็กน้อยกระโจนตัวเข้าหาเช่นนี้
ทั้งร่างกายของเขาก็แข็งทื่อ ในตอนนั้นยังไม่รู้สึกตัวว่าเกิดอันใดขึ้น
หลังจากผ่านไปสักพัก
ประกายเพลิงสายหนึ่งก็ลุกโชนขึ้นมาในหัวใจของผู้อาวุโสอี้อวี่!
อ๊าก!
คาดไม่ถึงว่าถวนจื่อจะเข้ามากอดเขาเอง!
ผู้อาวุโสอี้อวี่รู้สึกมีความสุขอย่างมาก แล้วรีบโน้มตัวไปอุ้มถวนจื่อขึ้นมา
ในขณะเดียวกันนั้นเอง สายตาแห่งความตายก็จับจ้องมาที่เขาในทันที
ผู้อาวุโสอี้อวี่รู้สึกเสียวสันหลังวาบ!
โอ๊ย…เขาลืมไปได้อย่างใดว่าท่านประมุขยังยืนอยู่ด้านข้าง!
แม้ว่ายังไม่ได้หันกลับไปมอง แต่เขาก็สามารถสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าสายตาคู่นั้นเหมือนกับมีคมมีดที่แหลมคมจำนวนนับไม่ถ้วนปักที่กลางแผ่นหลังของเขาดัง “ฉึกๆ”!
ผู้อาวุโสอี้อวี่รู้สึกหนาวสั่นไปทั่วทั้งร่างกาย
หลังจากนั้นเขาก็กัดฟันกรอดและตัดสินใจเลือกที่จะ…เมินสายตานั้น!
ภายใต้แรงกดดันอันมหาศาล ผู้อาวุโสอี้อวี่ก็คงโน้มตัวลงไปอุ้มถวนจื่อขึ้นมา
“แค่ถวนจื่อบอกมา ท่านปู่ผู้อาวุโสที่ห้าจะต้องมาอยู่แล้ว! คิกๆ พวกเราไม่เจอกันแค่ไม่กี่วัน ถวนจื่อสวยขึ้นเป็นกองเลยนะ!”
ถวนจื่อหัวเราะขึ้นเสียงเบา
ไม่มีแม่นางคนไหนไม่ชอบคำพูดเหล่านี้
ต่อให้เป็นถวนจื่อก็ไม่มีข้อยกเว้น
มุมปากของฉู่หลิวเยว่ยกขึ้นเล็กน้อย จากนั้นก็เหลือบสายตาไปมองอี้เจาที่อยู่ด้านข้างเล็กน้อย
“อี้อวี่”
อี้เจาพูดขึ้นมาแล้ว น้ำเสียงเย็นชาราวกับน้ำแข็ง
“ถวนจื่อเป็นนายน้อยของเผ่า นี่มันจารีตประเพณีแบบใดกัน?”
ผู้อาวุโสอี้อวี่กัดฟันสู้ต่อไป จากนั้นก็เงยหน้ามองเขา
เมื่อเผชิญหน้ากับสายตาที่เหมือนจะฆ่าคนตายได้ของอี้เจา ผู้อาวุโสอี้อวี่กลับเผยรอยยิ้มกว้าง
“ประมุข พวกเราไม่ได้อยู่ในตำหนักศักดิ์สิทธิ์เฟิ่งหวง ไม่จำเป็นต้องมากพิธีขนาดนั้นหรอกมั้ง? แล้วอีกอย่างถวนจื่อเพิ่งผ่านเหตุการณ์ที่น่าหวาดกลัวมา พวกเราควรจะปลอบโยนนางไม่ใช่หรือ? ดูสิ ท่านทำแบบนี้ทำให้ถวนจื่อตกใจหมดแล้ว”
อี้เจาเหลือบสายตาหันไปมองด้านข้าง และพบว่าดวงตากลมโตดั่งลูกองุ่นของถวนจื่อเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย และตอนนี้กำลังมองหน้าเขาอยู่ ริมฝีปากเล็กก็อ้าขึ้นเล็กน้อย
ดูจากท่าทางแล้ว เหมือนว่านางกำลังตกใจจริงๆ
อี้เจาขมวดคิ้วมุ่น เขารู้สึกเสียใจขึ้นมาแล้ว
เขาลืมเรื่องนี้ไปเสียสนิท…
ท้ายที่สุดแล้วถวนจื่อก็อายุยังน้อย การกระทำในครั้งนี้เกรงว่าจะทำให้เกิดปมภายในใจของถวนจื่อขึ้นมาได้
เขาควรจะพูดกับอี้อวี่เป็นการส่วนตัว…
แต่เมื่อเขาเห็นว่าผู้อาวุโสอี้อวี่อุ้มถวนจื่อเอาไว้ในอ้อมกอด เพลิงโกรธในใจของเขาก็ไม่สามารถระงับลงได้
ในตอนนั้นเขาไม่สามารถอดกลั้นได้ จึง…
เมื่อคิดถึงตรงนี้อี้เจาก็รู้สึกย่ำแย่ยิ่งกว่าเดิม
เขาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ จากนั้นก็หมุนตัวออกไป เขาไม่อยากให้ถวนจื่อมองเห็นใบหน้าอันดุร้ายของตนเองอีกแล้ว
แต่เพิ่งเดินออกไปครึ่งก้าว เขาก็ได้ยินเสียงถวนจื่อตะโกนเรียกเอาไว้
“ท่านปู่ประมุข!”
อี้เจาหันหน้ากลับไปมอง แต่กลับเห็นถวนจื่อเอียงคอแล้วถามขึ้นอย่างสงสัยว่า
“ท่านปู่ประมุข ถวนจื่อออกมาแล้ว ท่านไม่ดีใจหรือ?”
“อุ้ม!”
หัวใจของอี้เจาเหมือนมีอันใดบางอย่างกระแทกอย่างรุนแรง
ทันใดนั้นเองความอิจฉาริษยาที่มีอยู่ในใจก็มลายหายไปในทันที เหลือเพียงแต่ความยินดีที่ยากจะบรรยาย!
“เจ้า…”
ผู้อาวุโสอี้อวี่กะพริบปริบๆ
“ประมุข? ถวนจื่ออยากให้ท่านอุ้มน่ะ!”
ในที่สุดอี้เจาก็สามารถได้ยินประโยคนี้อย่างชัดเจน
เขาจึงรีบยื่นมือออกไปรับตัวถวนจื่อเอาไว้
ท่าทางระมัดระวังเป็นอย่างมาก อีกทั้งยังดูแข็งทื่ออยู่หลายส่วน
ภายในแววตายังคงมีความสับสนอยู่เล็กน้อย
…ช่วยไม่ได้ ประมุขที่สูงส่งและยิ่งใหญ่ไม่เคยอุ้มเด็กน้อยขนาดนี้มาก่อน
ความนุ่มนิ่มโผเข้าสู่อ้อมกอด พร้อมกลิ่นหอมของน้ำนม
ถวนจื่อยื่นมือออกมาแล้วลูบที่หัวคิ้วของเขา
“ท่านปู่ประมุขอย่าเสียใจไปเลยนะ!”
มือเล็กๆ เต็มไปด้วยก้อนเนื้อของนางอบอุ่นเป็นอย่างมาก
อี้เจารู้สึกเหมือนกับว่ามือเล็กๆ ข้างนี้กำลังลูบเข้าที่หัวใจของเขาอย่างแผ่วเบาอยู่ ลบล้างอารมณ์เสียที่เกิดขึ้นเมื่อครู่นี้จนหมดสิ้น
เขาอุ้มถวนจื่อไว้โดยที่ไม่กล้าขยับตัวซี้ซั้ว เพราะกลัวว่าถวนจื่อจะรู้สึกไม่สบายตัว
เมื่อได้ยินถวนจื่อพูดเช่นนั้น เขาจึงพยักหน้าติดต่อหลายครั้งอย่างอดไม่ได้
“มีความสุขสิ! ข้ามีความสุข!”
ถวนจื่อพูดอันใดก็ถูกต้องทุกอย่าง!
ผู้อาวุโสอี้อวี่กอดอก แล้วแค่นหัวเราะ
เขารู้ตั้งแต่แรกแล้วว่าท่านประมุขอยากจะใกล้ชิดสนิทสนมกับถวนจื่อ แต่ว่าตนเองเป็นคนที่เคร่งขรึมมากเกินไป และไม่สามารถทำอันใดแบบนั้นได้
ดังนั้นถวนจื่อจึงเป็นฝ่ายขอให้อุ้ม ซึ่งก็ถูกต้องที่สุดแล้ว
ผู้อาวุโสอี้อวี่รู้สึกหัวใจแตกสลายและเศร้าเสียใจ
เขาติดตามท่านประมุขมาหลายปี แต่เขาไม่เคยเห็นท่านประมุขเผยรอยยิ้มที่อบอุ่นและอ่อนโยนเช่นนี้มาก่อนเลย
ส่วนอีกเรื่องหนึ่ง…ตอนนี้ถวนจื่อก็อยู่ในอ้อมกอดของท่านประมุข!
หากเขาอยากจะอุ้มอีกฝ่ายกลับมา เกรงว่าจะเป็นเรื่องยากแล้ว!
ผู้อาวุโสอี้อวี่เงยหน้ามองดูท้องฟ้า
ในตอนนี้ไม่รู้ว่าควรจะอิจฉาใครดี…
…
เมื่อเห็นฉากนี้ฉู่หลิวเยว่ก็ถอนหายใจออกมาเบาๆ
การเลือกหมากของถวนจื่อไม่ธรรมดาจริงๆ!
นางอาจจะเป็นคนเดียวในโลกใบนี้ที่สามารถทำให้ประมุขอี้เจาอ่อนลงได้
มุมปากของนางยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเล็กน้อย
ถวนจื่อมีคนรักมากมายขนาดนี้ นางจึงรู้สึกดีใจเป็นอย่างมาก
จากนั้นนางก็หมุนตัวกลับไปมองลั่วเหยี่ยนและหนานอีอี พร้อมพูดด้วยใบหน้าคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม
“ขอโทษด้วยนะเจ้าคะ เมื่อครู่นี้มีธุระที่ต้องจัดการเสียก่อน จริงสิ เมื่อครู่นี้พวกเจ้าพูดว่าอันใดบ้างนะ?”
ลั่วเหยี่ยนมีสีหน้ามืดดำ
ฉู่หลิวเยว่ลูบคางของตัวเอง
“ผู้อาวุโสลั่วเหยี่ยน ท่านยังไม่เข้าใจสถานการณ์ปัจจุบันอย่างชัดเจนอีกหรือ?”
ฉู่หลิวเยว่พูดขึ้น จากนั้นก็เบนสายตาไปมองทางหนานอีอี
เหมือนกับว่านางถูกมองออกอย่างทะลุปรุโปร่ง อีกทั้ง…อีกฝ่ายกลับไม่สนใจในตัวนางเลยแม้แต่น้อย!
นางสามารถสัมผัสได้อย่างชัดเจน เดิมที…ซั่งกวนเยว่ไม่เคยเห็นนางอยู่ในสายตาเลย!
ฉู่หลิวเยว่เลิกคิ้วขึ้นแล้วถามอย่างเกียจคร้าน
“ไม่ต้องพูดถึงที่ในตอนนี้ข้าไม่อยากจะสนใจคุณหนูรองหนานแล้ว ต่อให้ข้าต้องการจะฆ่านางจริงๆ …พวกเจ้าจะทำตัวหยาบคายกับข้าได้อย่างใด?”
ใบหน้าของลั่วเหยี่ยนซีดขาวยิ่งกว่าเดิม ช่างน่าตื่นตาตื่นใจอย่างมาก!
คำพูดนี้แท้จริงแล้วเป็นการดูถูกดูแคลน แต่เขาก็ไม่สามารถโต้เถียงได้!
ในตอนนี้ซั่งกวนเยว่มีสิทธิ์ที่จะพูดประโยคนี้!
ในที่สุดหนานอีฝานก็ทนดูต่อไปไม่ไหวอีกแล้ว ดังนั้นจึงพูดขึ้นด้วยเสียงเย็นยะเยือก
“ซั่งกวนเยว่ ก่อนหน้านี้เป็นเพียงความเข้าใจผิดกันเท่านั้น อีอีทำให้พวกเจ้าขุ่นเคือง แต่ตอนนี้นางก็ได้รับบทเรียนแล้ว หากพวกเจ้ายังจะบีบบังคับกันต่อไปมันคงไม่สนุกหรอกนะ?”
ฉู่หลิวเยว่เอียงศีรษะแล้วพูดด้วยรอยยิ้ม
“สนุกสิ ในชีวิตของข้านี้ ข้าเกลียดคนที่ชอบแย่งของของข้ามากที่สุด นางต้องการจะแย่งสามีของข้า ข้าจะต้องฆ่านางหมื่นครั้ง ถึงจะเพียงพอ! ตอนนี้ตัดแค่เพียงลิ้นของนางออกไป ก็ถือว่าเมตตาอย่างมากแล้ว”
“ประมุขตระกูลหนาน ข้าว่าท่านจะสั่งสอนบุตรสาวสุดที่รักให้ดีกว่านี้หน่อยนะเจ้าคะ คราวหน้าคราวหลังจะต้องควบคุมอารมณ์ให้ดีกว่านี้ ไม่อย่างนั้นหากออกไปที่ด้านนอก เห็นอันใดอยากได้ ก็จะแย่งมาเสียทั้งหมด ไปล่วงเกินคนที่ล่วงเกินไม่ได้เข้า จุดจบคงไม่สวยแบบนี้แน่”
ต่อให้ครั้งนี้ไม่มีพวกเขา แต่ด้วยนิสัยอย่างหนานอีอี ไม่ช้าก็เร็วจะต้องก่อเรื่องแน่นอน
หนานอีฝานพูดอันใดไม่ออก ใบหน้าเขียวคล้ำ
เขาอยากจะโต้เถียงออกไป แต่เมื่อมองจากหางตา ทันใดนั้นเขาก็เห็นว่ามีเงาร่างสูงใหญ่เดินมาที่ข้างกายของฉู่หลิวเยว่
การก้าวย่างสง่างาม สีหน้าราบเรียบ คนผู้นั้นคือหรงซิวนั่นเอง!
คำพูดที่เหลือของหนานอีฝานติดอยู่ในลำคอทันที
“ประมุขตระกูลหนาน เจ้าเรียกขานชื่อผิดแล้ว เยว่เออร์เป็นพระชายาของข้าแล้ว หากเจ้าเรียกว่า ‘คุณหนูซั่งกวน’ เกรงว่าจะไม่เหมาะสมละมั้ง?”
หนานอีฝานขบเขี้ยวเคี้ยวฟันด้วยความแค้น
ในเวลาแบบนี้แล้ว คาดไม่ถึงว่าหรงซิวจะยังสนใจเรื่องแบบนี้อยู่
เขาสามารถมองออกได้ว่า หรงซิวนั้นเอาใจใส่ซั่งกวนเยว่จริงๆ!
เรื่องนี้จึงทำให้หนานอีฝานหวาดกลัวมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม
การล่วงเกินซั่งกวนเยว่ผู้นี้ ผลลัพธ์ต้องน่าหวาดกลัวกว่าการล่วงเกินหรงซิวมากแน่นอน!
เขากัดฟันกรอดแล้วพูดว่า
“โอรสสวรรค์เรื่องที่เกิดขึ้นภายในวันนี้ เป็นเรื่องที่ทุกคนไม่อยากให้เกิดขึ้น อวี่สิงและอีอีล้วนได้รับบทลงโทษที่รุนแรงแล้ว อีกทั้งยังสูญเสียผู้อาวุโสไป๋ถงไปด้วย หรือว่า…เรื่องเหล่านี้มันยังไม่เพียงพออีกหรือ?”
ยิ่งไปกว่านั้น เห็นได้ชัดว่ากลุ่มของซั่งกวนเยว่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บสาหัสเลย
ตั้งแต่ต้นจนจบคนที่เป็นฝ่ายขาดทุนจริงๆ มีแต่ฝ่ายเขาเท่านั้น!
หากคนตรงหน้าไม่ใช่หรงซิว และด้านข้างยังมีอี้เจาที่นั่งอยู่ ด้วยนิสัยของหนานอีฝานเขาจะกล้ำกลืนความโกรธแค้นนี้ลงไปได้อย่างใด?
หรงซิวเลิกคิ้วกระบี่ขึ้นเล็กน้อย
“เรื่องเพียงพอนับว่าไม่เพียงพอ ในใจของประมุขตระกูลหนานได้ตัดสินไปแล้ว แล้วจะมาถามข้าอีกเหตุใด?”
หนานอีฝานสูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วประสานหมัด
“ในเมื่อเรื่องนี้จบลงแล้ว ถ้าอย่างนั้นข้าก็ไม่รบกวนพวกท่านแล้ว ขอตัวลา!”
หรงซิวส่งยิ้มให้อย่างไม่ออกความเห็น
“ประมุขตระกูลหนานเชิญ”
หนานอีฝานระงับเพลิงโกรธภายในช่องท้อง จากนั้นก็หมุนตัวเดินออกมา
“ไป!”
ครั้งนี้หนานอีอีไม่กล้าพูดอันใดออกมาอีกแล้ว ได้แต่ก้มหน้าก้มตาเดินตามหลังลั่วเหยี่ยนไป
เงาร่างของพวกเขาหายไปอย่างรวดเร็ว
หนานซู่ไหวและฉู่หนิงรีบเดินเข้ามาหาพวกเขา
“เยว่เออร์เจ้าเป็นอย่างใดบ้าง?”
ริมฝีปากแดงของฉู่หลิวเยว่ยกยิ้มขึ้น
“ข้าไม่…”
เปรี้ยง!
นางยังพูดไม่ทันจบ บนท้องฟ้าก็มีเสียงสั่นสะเทือนเลือนลั่นดังขึ้นมาอย่างกะทันหัน!
จากนั้นพื้นที่ที่อยู่รอบกายก็เริ่มพังทลายไปทีละส่วน!
ฉู่หลิวเยว่หน้าเปลี่ยนสีไปอย่างรวดเร็ว!
วินาทีต่อมาร่างของนางก็ตกลงในรอยแยกที่ว่างเปล่าทันที!
………………..