ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ - ตอนที่ 1780 พบพาน
ตอนที่ 1780 พบพาน
………………..
ฉู่หลิวเยว่ “???”
ครึ่งเดือนหลังจากนี้จะแต่งงาน?
เหตุใดนางถึงไม่รู้?
ไหนจะบัตรเชิญนี่อีก!
เขาไปจัดเตรียมตั้งแต่ตอนไหน? แล้วนี่แจกจ่ายบัตรเชิญตามใจแบบนี้เลยหรือ!?
สีหน้าของฉู่หลิวเยว่เหลอหลาอย่างถึงที่สุด
ฟากโหมวเจินยื่นมือไปรับบัตรเชิญมาไว้
พอได้ของมาไว้ในมือ แววตาของเขาพลันทอประกายตื่นตะลึง
บัตรเชิญใบนี้ทำจากกระดาษดำปักไหมทอง
กระดาษดำปักไหมทองเป็นกระดาษเซวียนจื่อที่เลอค่าอย่างมาก เพราะวัสดุที่ใช้ทำหายาก วิธีการทำที่ซับซ้อนและผลผลิตที่มีน้อยนิดจึงทำให้มันเป็นของลือชื่อ
และด้วยเพราะเหตุผลเหล่านี้เอง ราคาของกระดาษดำปักไหมทองถึงได้สูงลิบลิ่ว
แม้จะเป็นเช่นนี้ กระดาษดำปักไหมทองก็ยังคงได้รับความนิยม ผู้คนต่างแย่งชิงกันเพื่อให้ได้มันมา
เพราะกระดาษดำปักไหมทองชนิดนี้นั้นบางเฉียบ ทว่ากลับแข็งแรงทนทานอย่างยิ่ง
คมมีดแหลมมิอาจตัดขาด จะสายน้ำหรือเปลวไฟเองก็ทำลายมันไม่ได้
ขอเพียงแค่เก็บรักษาเอาไว้อย่างดี ก็สามารถคงอยู่ไปได้หลายหมื่นปี
ไม่ต้องพูดถึงคนธรรมดาเลย กระทั่งพวกตระกูลชั้นสูงในอาณาจักรเสิ่นซวี่เองก็ครอบครองสิ่งนี้ได้ไม่มาก
ทว่ากระดาษดำปักไหมทองเช่นนี้กลับถูกหรงซิวเอามาใช้ทำเป็นเทียบเชิญงานแต่ง…
ไม่รู้จริงๆ ว่าควรจะพูดว่าเขาฟุ่มเฟือยเกินไป หรือพูดว่าเขาให้ความสำคัญกับงานแต่งครั้งนี้มากเกินไปดี
รวมไปถึงคนผู้นั้นที่เขาจะตบแต่งด้วย
รอยยิ้มของหรงซิวลึกล้ำยิ่งกว่าเก่า
“เช่นนั้นข้ากับเยว่เออร์จะเฝ้ารอการมาเยือนของท่านหนา”
…
หลังคนทั้งสองเพิ่งเดินห่างออกมาจากเขตแดนของเกาะมังกรศักดิ์สิทธิ์ได้ไม่นาน ฉู่หลิวเยว่ก็ดึงมือของหรงซิวเอาไว้
“บัตรเชิญนั่นคืออันใดกัน!? วันแต่งงานคือครึ่งเดือนหลังจากนี้หรือ เหตุใดก่อนหน้านี้ข้าถึงไม่รู้มาก่อน?”
หรงซิวปล่อยให้นางจับข้อมือของตนพลางยกยิ้ม กล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มเจือความอ่อนโยนว่า
“กำหนดวันงานแต่งน่ะข้าเพิ่งตัดสินใจได้เมื่อครู่นี้นั่นแหละ ความจริงมันถูกเลื่อนมาหลายต่อหลายครั้งแล้ว ครั้งนี้ข้าไม่อยากเลื่อนมันออกไปอีก ครึ่งเดือนให้หลัง พอพวกเรากลับไปพระราชวังเมฆาสวรรค์แล้ว เราจะตบแต่งกันทันที”
แม้สุ้มเสียงของเขาจะอ่อนโยนนุ่มนวลเช่นเคย ทว่าน้ำเสียงกลับเต็มไปด้วยความหนักแน่น
เห็นได้ชัดเลยว่าเขาตัดสินใจเรื่องนี้ไว้แน่วแน่
ยามสบเข้ากับนัยน์ตาหงส์ที่ลึกล้ำนิ่งสงบคู่นั้น ฉู่หลิวเยว่ก็พลันตื่นตะลึง
คำพูดที่เหลืออยู่จะทำอย่างใดก็พูดไม่ออกเสียอย่างนั้น
ใช่แล้ว
หรงซิวเคยพูดถึงเรื่องนี้มาหลายครั้งแล้ว
เพียงแต่ว่าพวกนางแทบไม่มีเวลาและโอกาสที่เหมาะสมเลย
พอลองคำนวณดู มันก็นานเกินไปแล้วจริงๆ
“ท่านพ่อข้า…”
“วางใจเถิด ก่อนหน้านี้ข้าได้ส่งคนไปเชิญท่าน บัดนี้น่าจะใกล้ถึงพระราชวังเมฆาสวรรค์แล้ว อีกอย่าง ถึงเวลานั้น เพื่อนและพวกพ้องของเจ้าก็จะมุ่งหน้าไปที่พระราชวังเมฆาสวรรค์เช่นกัน”
ฉู่หลิวเยว่ถึงกับตกตะลึง
มุมปากของหรงซิวยกขึ้นน้อยๆ ก่อนจะเอ่ยอธิบายอย่างใจเย็น
“เจ้า… เตรียมการพวกนี้เสร็จเรียบร้อยก่อนจะไปภูเขาศักดิ์สิทธิ์เฟิ่งหวงอย่างนั้นหรือ?”
หรงซิวเริ่มร่วมเดินทางไปกับนางตั้งแต่ตอนนั้น
ลองมาคิดดูแล้ว เรื่องพวกนี้ก็น่าจะเริ่มทำตั้งแต่ก่อนหน้านั้น
หรงซิวเลิกคิ้ว มิได้เอ่ยปฏิเสธ
เดิมทีเขาวางแผนว่าหลังรับฉู่หลิวเยว่กลับมาจากภูเขาศักดิ์สิทธิ์เฟิ่งหวงแล้ว รอให้ทุกอย่างจัดเตรียมเสร็จเรียบร้อยก็จะอภิเษกกันทันที
เพียงแต่ภายหลังเกิดเรื่องนอกเหนือความคาดหมายมากมายเกินไป ถึงได้ยืดเยื้อมาจนถึงตอนนี้
“เยว่เออร์โกรธที่ก่อนหน้านี้ข้าไม่ได้คุยเรื่องนี้กับเจ้าหรือ?”
หรงซิวเบาเสียงลง
“แต่ข้าไม่อยากรออีกต่อไปแล้ว”
ในใจฉู่หลิวเยว่พลันรู้สึกเหมือนโดนอันใดบางอย่างทุบเข้าอย่างแรง
กระบอกตาของนางร้อนผ่าว ก่อนจะผงกศีรษะทั้งรอยยิ้ม
“ข้าเองก็เหมือนกัน”
“พวกเรากลับบ้านกันเถอะ”
…
“รีบมาดูเร็ว! มีคนมา!”
ซั่งกวนจิ้งพลันสัมผัสได้ถึงอันใดบางอย่างจึงเงยหน้าขึ้นมามอง
ทันใดนั้น สายตาของเขาก็แข็งทื่อ
เงาร่างสองร่างที่อยู่เบื้องหน้านั้น… เหตุใดถึงได้ดูคุ้นตาเหลือเกินหนอ?
“นั่นหรงซิวกับเยว่เออร์!”
หนานซู่ไหวมองตามครรลองสายตาของเขาไป ก่อนจะพรวดขึ้นมาทำท่าตื่นเต้นดีใจ
แม้ระดับขั้นพลังปราณของฉู่หนิงจะต่ำ แต่ร่างเดิมของเขาคือร่างศักดิ์สิทธิ์อมตะ ดังนั้นวิสัยทัศน์ของเขาเองจึงนับว่าไม่ย่ำแย่อันใด
ซั่งกวนจิ้งรุดหน้าออกตัวไปก่อนแล้ว
หนานซู่ไหวหันศีรษะกลับมามองค่ายกลเคลื่อนย้ายแวบหนึ่งแล้วสะบัดชายเสื้อคลุม ประกายแสงเจิดจ้าพลันสูญสลายไป
จากนั้น เขากับฉู่หนิงก็เดินไปพร้อมกัน
“เยว่เออร์!”
ความเร็วของซั่งกวนจิ้งว่องไวที่สุด ในไม่ช้าเขาก็ร่นระยะห่างระหว่างทั้งสองฝั่งได้
ฉู่หลิวเยว่และหรงซิวเองก็รับรู้ได้ถึงตัวตนของพวกเขา จึงเร่งฝีเท้าของตนให้ไวกว่าเก่า
“ปฐมกษัตริย์! ท่านพ่อ! ท่านอาจารย์!”
ก่อนหน้านี้คนของเกาะมังกรศักดิ์สิทธิ์ขังพวกเขาเอาไว้ด้านนอก กอปรกับถวนจื่อพูดถึงอยู่บ่อยครั้ง นางจึงเดาได้ว่าพวกเขาน่าจะยังคงรอคอยอยู่ด้านนอก
เป็นไปตามที่คาดไว้จริงด้วย!
เมื่อได้ยินเสียงของนาง คนทั้งหลายต่างสุขใจเหลือจะเอ่ย
ซั่งกวนจิ้งสาวเท้าก้าวไปข้างหน้าด้วยสีหน้าตื่นเต้นยากจะปิดบัง ก่อนจะกวาดสายตามองฉู่หลิวเยว่ตั้งแต่หัวจรดเท้ารอบหนึ่ง
“เยว่เออร์ เจ้าเป็นอย่างใดบ้าง? ตอนอยู่บนเกาะมังกรศักดิ์สิทธิ์บาดเจ็บบ้างหรือไม่? พวกเขาไม่ได้จับพวกเจ้าไปทำอันใดใช่หรือไม่?”
ในใจของฉู่หลิวเยว่รู้สึกอุ่นวาบ นางเอ่ยแกมหัวเราะว่า
“ปฐมกษัตริย์วางใจเถิด ท่านก็เห็นแล้วนี่ว่าข้าสบายดีไม่ใช่หรือ?”
พูดพลาง นางก็หมุนกายไปมาให้เขาดูได้ถนัดตา
ความจริงแล้วก่อนหน้านี้ตอนอยู่ในเกาะมังกรศักดิ์สิทธิ์ นางได้รับบาดเจ็บเล็กๆ มาจริงๆ
เพียงแต่นั่นหาใช่เรื่องใหญ่โตอันใด อีกทั้งพลังการฟื้นฟูของนางแข็งแกร่งยิ่ง ตอนนี้บนร่างจึงไร้ซึ่งบาดแผลใดให้เห็น
อีกทั้งสภาพภายในก็ยังนับว่าไม่เลวด้วย
ซั่งกวนจิ้งเห็นว่าสีหน้าท่าทีนางดูดีจึงได้วางใจลงในที่สุด
“เช่นนั้นก็ดี เช่นนั้นก็ดี…”
ตอนนั้นเอง หนานซู่ไหวและฉู่หนิงก็ตามมาทันพอดี
หนานซู่ไหวมองดูฉู่หลิวเยว่ก่อน จากนั้นก็เบนสายตาไปมองหรงซิว
“พวกเจ้า… ทุกอย่างเรียบร้อยดีหรือไม่?”
หรงซิวพยักหน้า
ใจที่แกว่งอยู่บนเส้นด้ายของหนานซู่ไหวจึงได้สงบลงบ้าง
จากนั้นก็พูดว่า หากมีเขาอยู่ก็ไม่ต้องเป็นกังวล…
“เยว่เออร์ พวกเจ้า… ออกมาได้อย่างใดกัน?”
ฉู่หนิงเอ่ยถาม