ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ - ตอนที่ 1782 แก้แค้น
ตอนที่ 1782 แก้แค้น
………………..
หนานอีอีนอนพิงตรงหัวเตียงด้วยใบหน้าซีดเซียว บนร่างถูกคลุมด้วยผ้าห่มหนาที่ปักลวดลาย ดวงตาทั้งคู่จ้องมองไปข้างหน้าด้วยสายตาว่างเปล่าอยู่ภายในห้อง
ดูๆ แล้วร่างนี้พลังน่าจะหายไปครึ่งนึง
ในห้วงความคิดของนางกลับมีภาพเรื่องราวนับไม่ถ้วนผุดเข้ามาในหัว แต่กลับเป็นเพียงภาพอันว่างเปล่าไม่มีแม้แต่ร่องรอยอะไรหลงเหลืออยู่เลย
มีเพียงความสับสนเลอะเลือนที่อยู่ในจิตใจ
ขณะนั้นมีสาวใช้นางหนึ่งผลักประตูเข้ามา นางถือถ้วยใบเล็กประดับด้วยลายครามและเดินยถ้วยเข้ามาให้อย่างระมัดระวัง
“คุณหนูรอง ได้เวลาทานยาแล้ว…เจ้า!”
ก่อนที่นางจะพูดจบประโยค จู่ๆ หนานอีอีก็ดึงแส้ออกมาจากหัวเตียง แรงของแส้ฟาดไปที่หัวของสาวใช้ผู้นั้น! ทำให้นางหลบไม่ทันจึงโดนแส้ฟาดเข้าเต็มแรง
บาดแผลฉีกยาวลงมาจากหนังศรีษะจนถึงมุมปากทำร้ายใบหน้าที่ละเอียดออ่อนและอ่อนเยาว์ของนางอย่างง่ายดายในทันที
เลือดไหลนอง กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่วจนน่าสะพรึงกลัว!
สาวใช้กรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด ชามใบเล็กในมือร่วงหล่นบนพื้นจนแตกกระจายไปทั่วห้อง
นางล้มลงและถูกเศษแก้วบางส่วนที่แตกบนพื้นทิ่มเข้าที่มือ เศษแก้วบาดจนเลือดไหลออกมาไม่หยุด ทำให้ความเจ็บปวดจากบาดแผลที่หน้าและที่มือของนางยิ่งมากขึ้นกว่าเดิม
เมื่อนางเงยหน้าขึ้นมามองด้วยอาการตื่นตะหนกและหวาดกลัว ทันทีที่เห็นหนานอีอีนางไม่รู้ว่าหนานอีอีได้จ้องมองนางอยู่ก่อนแล้วด้วยดวงตาแดงกล่ำน่าสะพรึงกลัวและถูกปกคลุมไปด้วยความมืดดำราวกับผีสิง! ท่าทีของหนางอิงอิงดูเหมือนต้องการจะฟาดฟันนางให้แหลกเป็นพันๆ ชิ้น!
สาวใช้ตัวสั่นเทาไปทั้งร่าง นางหยุดร้องไห้ในทันทีและก้มลงกับพื้นเพื่อขอร้องอ้อนวอนด้วยน้ำเสียงสะอึกสะอื้นไปมาไม่หยุด
“คุณหนูรอง ข้าผิดไปแล้วเจ้าค่ะ! ข้าผิดไปแล้วเจ้าค่ะ!”
ที่แท้นางไม่รู้จริงๆ ว่าตัวเองทำอะไรผิด คุณหนูรองก่อเรื่องอีกแล้ว
เมื่อก่อนก็แค่มีนิสัยขี้งอนเอาแต่ใจ แต่บัดนี้กลับเอาแน่เอานอนไม่ได้ ทั้งอารมณ์ร้อนและโมโหง่าย ยังไม่ทันทำอะไรเอะอะก็จะฆ่าคนนั้นคนนี้ไปทั่ว
หลังจากที่นางกลับมาได้หนึ่งเดือนก็มีคนที่ตายด้วยน้ำมือของนางไปสามคนแล้ว
อีกทั้งยังมีคนที่โดนทำร้ายจนบาดเจ็บอีกนับไม่ถ้วน
นางกลัวว่าตัวเองจะกลายเป็นคนที่โดนฆ่าจึงทำเป็นไม่รับรู้ถึงความเจ็บปวดบนร่างกายพยามยาม อ้อนวอนและยอมรับผิดอย่างอับจนหนทาง
แต่สาวใช้นางนี้กลับไม่รู้ความเอาเสียเลย ยิ่งนางทำเป็นรู้มากเท่าไหร่ก็ยิ่งทำให้หนานอีอีโมโหมากขึ้นเท่านั้น
ดวงตาของหนานอีอีเปลี่ยเป็นสีแดงก่ำในทันทีเหมือนคนบ้าคลั่ง!
เสียงร้องเอะอะโวยวาย…สมควรตาย!
นางกำแส้ในมือไว้แน่นเตรียมจะลงมืออีกครั้ง ขณะเดียวกันกับที่ประตูใหญ่ถูกเปิดออก
“อิงอิง!”
มีร่างหนึ่งรีบเดินตรงมาทางนี้อย่างรวดเร็ว
ผู้นั้นคือหนานอี้ฝาน
ทำให้หนานอีอีหยุดและวางมือลง
หนานอี้ฟานกวาดสายตาดูสถานการณ์ในห้องอย่างรวดเร็วและขมวดคิ้วขึ้นในทันที
เมื่อครู่ตอนที่เขาออกไปข้างนอกก็ได้ยินเสียงกรีดร้องออกมาจากในจวนนี้ เดาได้เลยว่าต้องเป็นหนานอีอีที่ก่อเรื่องอีกแล้วเป็นแน่
นึกแล้วเชียว
เขากวักมือเรียกสาวใช้คนนั้นและเอ่ยขึ้นว่า
“เจ้าออกไปก่อนเถอะ ช่วงนี้รักษาตัวให้หายดีเสียก่อนและไม่ต้องเข้ามารับใช้นางอีก”
ชั่วขณะนั้นสาวใช้คนนั้นกลับรู้สึกโล่งอกและรีบออกไปด้วยความรู้สึกขอบคุณอย่างมาก
สถานการณ์ภายในห้องเงียบลงทันที หลงเหลือแต่ข้าวของที่ระเกะระกะอยู่เต็มพื้น
หนานอี้ฝานรู้สึกถึงความโกรธที่กำลังประทุออกมาจากภายในอก เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเข้มขึ้นว่า
ตอนนี้ทุกคนในตระกูลหนานต่างพูดกันถึงเรื่องพวกนี้ อีกทั้งคำพูดที่พวกเขาพูดถึงต่างไม่พอใจหนานอีอีกันอย่างมาก!
แม้ว่าหนานอีอีจะมีฐานะเป็นถึงคุณหนูรองผู้สูงศักดิ์ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะให้นางมาประพฤติตัวอย่างไม่เกรงกลัวใครในตระกูลหนานนี้ได้!
ต้องรู้ไว้ว่าในตระกูลหนานไม่ใช่เพราะหนานอี้ฝานเป็นผู้ออกคำสั่งได้ผู้เดียว
ถึงแม้ว่าปกติเหล่าผู้อาวุโสทุกท่านต่างเกรงใจเขาเป็นอย่างมาก แต่ถ้าหากเขาทำเรื่องอะไรผิดมาก็ต้องได้รับการลงโทษเช่นเดียวกัน!
และไม่ต้องพูดถึงหนานอีอี!
หากทำเช่นนี้อีก เขาจะไปอธิบายกับคนตระกูลหนานได้อย่างไร!
เมื่อได้ยินคำพูดของเขาคล้ายกับตำหนินางอยู่เบาๆ ดวงตาของหนานอีอีเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำและน้ำตาพลันไหลออกมาในทันที
นางไม่แม้แต่จะโต้เถียงอะไร มีเพียงก้มหน้าก้มตาอยู่อย่างนั้นและปล่อยให้น้ำตาเม็ดใหญ่หยดลงบนผ้าห่ม
เมื่อเห็นท่าทางของนางเช่นนี้ หนานอี้ฝานก็ใจอ่อนขึ้นมาในทันที
แท้จริงแล้วนางเป็นแก้วตาดวงใจที่ตนเองทะนุถนอมมาหลายปี เห็นนางเป็นเช่นนั้นเขาจะไม่เจ็บปวดได้อย่างไร
ครั้งหนึ่งที่นางเคยมีความภาคภูมิใจมากขนาดไหนกลับต้องมาเผชิญกับสถานกาณ์เช่นนี้และจะให้ยอมรับในทันทีว่าเป็นเรื่องปกติก็คงยากยิ่งนัก
หนานอี้ฝานถอนหายใจและเดินเข้าไปนั่งข้างเตียงของนาง
“อีอี คนดี เอาแส้มาให้พ่อนะ”
หนานอีอีหยุดชะงักอยู่ครู่หนึ่ง ในที่สุดนางก็ส่งแส้คืนไปให้เขาอย่างเชื่องช้า
เดิมทีหนานอี้ฝานต้องการจะมอบของสิ่งนี้เอาไว้ให้นางป้องกันตัวเอง แต่ตอนนี้เขาจำเป็นต้องเพิ่มกำลังคนไว้ด้านนอกมากขึ้นและไม่อาจมอบแส้เส้นนี้ให้หนานอีอีได้อีกต่อไปแล้ว
หลังจากเขารับแส้มาหนานอี้ฝานกุมมือนางขึ้นมาอย่างแผ่วเบาและเอ่ยขึ้นด้วยคำพูดสั่งสอนอย่างจริงใจ
“อีอี พ่อรู้ว่าลูกทั้งน้อยใจและเสียใจ แต่ถ้าเป็นเช่นนี้ต่อไปก็ไม่ใช่สิ่งที่ดีใช่หรือไม่ เดิมทีบ่าวใช้พวกนั้นยังไม่ได้ทำอันใดผิด หากเจ้าแสดงความโกรธออกมาเช่นนี้ นอกจากจะไม่ช่วยให้อาการป่วยของเจ้าดีขึ้นแล้ว ยิ่งทำให้ผู้คนต่างนินทาและไม่พอใจในตัวเจ้ามากขึ้น”
เขาหยุดชะงักไปครู่หนึ่ง ใบหน้าแสดงออกถึงความหมองเศร้า
เขากล้าพูดออกมาได้อย่างไรกัน!
เขาเลี้ยงดูหนานอวี่สิงมาหลายปี ไม่รู้ว่าเสียทั้งแรงทั้งความคิดไปเท่าไร
สุดท้ายมาพูดว่าไร้ประโยชน์ก็ไร้ประโยชน์!
และเขาก็มีแค่ลูกชายคนนี้เพียงคนเดียว!
หากเป็นเช่นนี้ ตำแหน่งผู้นำตระกูลต่อไปก็ต้องยกให้คนอื่นแทนเป็นแน่!
สกุลหนานเป็นสกุลใหญ่โต เหล่าสกุลทั้งหมดแบ่งเป็นสามสาย
ในตำแหน่งผู้นำตระกูล โดยทั่วไปมักจะมีคนจากสามสายนี้ที่คอยช่วยสนับสนุน
หลายปีมานี้เขาทุ่มเทขนาดนั้นเพื่อฝึกฝนหนานอวี่สิง เป็นเพราะคาดหวังให้เขาได้กลายเป็นคนที่โดดเด่นยิ่งกว่าใคร
เมื่อทำเช่นนี้แล้ว เขาก็จะสามารถยกตำแหน่งให้กับหนานอวี่สิงได้อย่างเต็มภาคภูมิ
ถ้าหากเขาหมดสิ้นสายเลือดนี้ไป ก็จะมีคนต้องการเข้ามาแทนที่!
อีกทั้งคนที่แอบจับจ้องกับตำแหน่งผู้นำนี้ในที่ลับก็ไม่รู้ว่ามีมากเท่าไร!
นี่ไม่ใช้เรื่องที่หนานอี้ฝานต้องการให้เกิดขึ้นอย่างแน่นอน
เมื่อได้ฟังคำพูดนี้แล้ว ทำให้น้ำตาของหนานอีอีหยุดไหลทันที นางค่อยๆ เช็ดน้ำตาจากหางตาและเงยหน้าขึ้นมามองหนานอี้ฝาน
สีหน้าเต็มไปด้วยความโมโหและไม่พอใจ
ตำแหน่งผู้นำตระกูลนี้ แน่นอนว่าต้องเป็นของพวกเขาเท่านั้น!
ทันใดนั้นใบหน้าของนางก็ถูกปกปิดไปด้วยความสิ้นหวังพ่ายแพ้ในทันที
โมโหแล้วมีประโยชน์อันใดเล่า
ไม่ยอมรับแล้วจะทำเช่นไร
ข่าวที่ได้ยินมาบอกว่าเส้นลมปราณเดิมของพี่ใหญ่ถูกทำลายจนเสียหายกลายเป็นคนพิการไปเสียแล้ว แม้จะปิดบังไปได้สักพักแต่คงปิดไม่มิดทั้งชีวิต
คนในตระกูลไม่ช้าก็เร็วต้องรู้เข้าสักวัน!
และยังมีเรื่องที่นางเป็นใบ้อีก…
ผู้คนรู้แค่ว่าตอนนี้นางอารมณ์ไม่ค่อยดีจึงไม่อยากพูด
แต่หากนานวันเข้าพวกเขาต้องรู้เรื่องเป็นแน่!
เมื่อถึงตอนนั้นแล้วกลัวว่าจะยิ่งทำให้ผลลัพธ์แย่ลงกว่าเดิมไปอีก
อีกทั้งพวกคนร้ายในเวลานั้นยังไม่รู้ว่าจะมีอิสระเสรีต่อไปได้อีกอย่างไร!
เมื่อนึกขึ้นได้หนานอีอีพลิกฝ่ามือของหนานอี้ฝานและจ้องมองไปที่เขาด้วยสายตาร้อนใจ
หนานอี้ฝานเข้าใจความหมายของนางในทันที
เขาจึงหลับตาอยู่ครู่หนึ่ง และเอ่ยขึ้นอย่างทอดถอนใจ
“อีอี อย่าเพิ่งคิดถึงเรื่องพวกนี้เลย เจ้าต้องรักษาตัวให้หายดีเสียก่อน”
หนานอีอีสะบัดมือเขาออก ใบหน้าของนางเต็มไปด้วยรอยยิ้มที่สิ้นหวังและประหลาดใจ
นางเดาได้ในทันทีว่า แท้จริงแล้วท่านพ่อไม่เคยคิดช่วยพวกเขาแก้แค้นเลย เขาต้องการให้พวกมันได้กล้ำกลืนความทุกข์ทรมานนี้ไปชั่วชีวิต!
………………..