ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ - ตอนที่ 1785 รอคอย
ตอนที่ 1785 รอคอย
………………..
“ไปเชิญผู้อาวุโสหนานเยี่ยและผู้อาวุโสอูเผิงมาที”
หนานอีฝานออกคำสั่งคนที่อยู่ด้านนอก
…
ผู้อาวุโสทั้งสองรีบมาในทันที ต่างเดินตามกันเข้ามาในหอหนังสือ
ขณะที่หนานอีฝานกำลังเขียนอะไรบางอย่างบนโต๊ะอยู่ก่อนแล้ว
“ท่านประมุข”
ผู้อาวุโสทั้งสองทำความเคารพพร้อมกัน
หนานอีฝานพยักหน้ารับ แต่ยังไม่หยุดทำบางอย่างลง
ผู้อาวุโสทั้งสองทำได้เพียงรอคอยอย่างเงียบๆ
หลังจากไม่กี่นาทีต่อมา หนานอีฝานจึงหยุดปลายพู่กันลง
เขาหยิบกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมามองดูอย่างละเอียดอีกรอบ จึงมองเห็นสองคนนั้นมาอยู่ตรงหน้าเขาแล้ว
“ที่ข้าเชิญผู้อาวุโสทั้งสองท่านมาในวันนี้ เพราะมีเรื่องจะปรึกษาร่วมกันสักหน่อย”
หนานอีฝานพูดเข้าประเด็นในทันที
“ข้าคิดจะออกเดินทาง คาดว่าต้องใช้เวลาเกือบสิบวัน อีกทั้งช่วงที่ข้าไม่อยู่เรื่องธุระต่างๆ ภายในตระกูลต้องรบกวนท่านทั้งสองช่วยดูแล”
ผู้อาวุโสทั้งสองมีสีหน้าประหลาดใจทันที
เช่นนั้นผู้อาวุโสหนานเยียจึงเอ่ยถามขึ้น
“ท่านประมุขจะไปที่ใดกัน เหตุใดถึงใช้เวลานานเช่นนี้”
เดิมทีหนานอีฝานมีพลังแข็งแกร่ง มีย่างก้าวที่ว่องไว โดยปกติทั่วไปถ้าต้องออกไปทำธุระ ก็คงไม่นานถึงสิบวัน
ถึงกระนั้นแล้วบัดนี้ตระกูหนานกำลังอยู่ในช่วงสถานการณ์อ่อนแอและวิกฤตที่สุด
ผู้อาวุโสหนานเยียยิ่งประหลาดใจขึ้นกว่าเดิม
“ในใต้หล้านี้ยังมีบุคคลเช่นนี้ด้วยหรือ”
เขาเป็นผู้อาวุโสด้านการแพทย์ นับได้ว่าเป็นหนึ่งในหมอเทวดาที่แข็งแกร่งที่สุดที่ยังชีวิตอยู่ อย่างไรก็ตามร่างกายของหนานอวี่สิงที่อยู่ตรงหน้านั้น ก็ยังคงไร้ความสามารถเช่นเดิม
คนที่จะรักษาหนานอวี่สิงได้…ไม่ใช่แค่เก่งกว่าเขาเท่านั้น แต่ต้องโดดเด่นยิ่งกว่างั้นหรือ
คนผู้นั้นแทบจะมีเพียงข่าวลือที่เขายังมีชีวิตอยู่เท่านั้น
“ถ้าหากสามารถเชื้อเชิญท่านผู้นี้มาได้จริง คงรักษาอาการป่วยของคุณชายใหญ่ได้ เช่นนั้นก็ดียิ่งนัก!”
ผู้อาวุโสอูเผิงกลับไม่ได้มองโลกในแง่ดีขนาดนั้น
เขามองหนานอีฝานชั่วครู่ เห็นสีหน้าของเขาดูไม่สบายใจ หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งจึงเอ่ยถามขึ้น
“ท่านประมุข คนผู้นี้…ยากที่จะเชิญมาใช่หรือไม่”
หนาอีฝานฝืนยิ้มพลางพยักหน้ารับ
ไม่เพียงยากที่จะเชิญเท่านั้น ยังมีคนอื่นๆ มากมายที่น่ารำคาญยิ่งนัก…
นี่คือเหตุผลในตอนนั้นที่หนานอวี่สิงถูกทำร้าย เขาจึงไม่มีทางเลือกอื่น
ถ้าไม่เป็นเพราะวันนี้ได้ยินหนานสิงพูดคำเหล่านั้นออกมา จึงทำให้เขาหมือนถูกบีบบังคับอย่างหนัก ไม่ว่าอย่างไรก็ตามเขาคงไม่มีทางทำเช่นนี้เป็นแน่
เป็นเพราะตอนนี้ไม่มีวิธีอื่นแล้วจริงๆ
“ตอนนี้สถาณการณ์ของอวี่สิงและอีอี นับว่าไม่ดีขึ้นเลยสักนิด คนในตระกูลไม่น้อยต่างจับจ้องพวกเขา ดังนั้นพวกเจ้าจะต้องใส่ใจกับเรื่องนี้ให้มากหน่อย ก่อนที่ข้าจะกลับมา สถานการณ์ของพวกเขาทั้งสองคนห้ามถูกเปิดเผยออกไปเป็นเด็ดขาด”
“นอกจากนี้ เรื่องการเดินทางของข้าในครั้งนี้จะต้องเก็บเป็นความลับ หากมีคนนอกถามขึ้นมา พวกเจ้าก็บอกไปว่าข้ากำลังกักตัวฝึกบำเพ็ญตนอยู่”
ผู้อาวุโสทั้งสองคำนับเป็นการตอบรับ
“ท่านประมุข วางใจเถอะ!”
“หากมีใครเจอสถานการณ์ผิดปกติ และข้ายังมิอาจะเร่งกลับมาได้ทันเวลา อู๋เผิง เจ้าจะเป็นผู้ทำหน้าที่แทนประมุขของตระกูล ดังนั้นจดหมายที่ข้าเขียนด้วยลายมือฉบับนี้ จงเก็บไว้เป็นหลักฐานยืนยัน”
ผู้อาวุโสอูเผิงมีสีหน้าแข็งค้างไปชั่วครู่
ถึงเวลานั้นเขากลับรู้สึกถึงเหตุการณ์ล่วงหน้าได้ว่าครั้งนี้หนานอีฝานจะมีอันตรายหนัก
เขารับจดหมายมาด้วยมือทั้งสองข้าง และเอ่ยขึ้นด้วยความลังเลอยู่ชั่วครู่
“ท่านประมุข การเดินทางครั้งนี้ดูอันตรายยิ่งนั้น เช่นนั้น…พาผู้ติดตามไปด้วยดีหรือไม่…”
“ไม่ต้องหรอก”
หนานอีฝานโบกมือเบาๆ
จู่ๆ ก็ปรากฏค่ายกลส่องสว่างขึ้นมา!
เขาก้าวเท้าเดินเข้าไป
“เรื่องนี้ข้าไปคนเดียวก็พอแล้ว พวกท่านแค่อยู่ที่นี่คอยเฝ้าระวังให้ดี”
เมื่อเห็นเขาตัดสินใจแล้ว ผู้อาวุโสทั้งสองจึงไม่มีอะไรเสริม
“น้อมส่งท่านประมุข!”
หนานอีฝานพยักหน้ารับ
ชั่วพริบตา แสงสว่างเปล่งประกายขึ้น!
ค่ายกลหมุนวนขึ้นมาอย่างช้าๆ!
เงาร่างของหนานอีฝาน พลันหายไปอย่างรวดเร็ว!
…
พระราชวังเมฆาสวรรค์
ทุกคนได้รับแจ้งล่วงหน้าแล้วว่าวันนี้องค์ชายจะพาพระชายากลับมาพร้อมกัน
ดังนั้นในตอนเช้าผู้อาวุโสทุกท่านต่างมารวมตัวกันทั้งหมดที่พระตำหนักศักดิ์สิทธิ์ เพื่อรอคอยการมาถึง
“พูดแล้วก็แปลกยิ่งนัก เดิมที่พระชายาไม่ได้อยู่ที่สำหนักหลิงเซียวมาตลอดหรอกหรือ อยู่ดีๆ เหตุใดถึงไปที่ภูเขาศักดิ์สิทธิ์เฟิ่งหวงนั่น”
“หรือเป็นเพราะว่า…ระหว่างเผ่าหงส์ทองคำสวรรค์สีชาดมีความปาดหมางกันไม่น้อย! พวกเขาไม่รู้หรือว่าพระชายามีพันธะสัญญาหนึ่งเดียวกับหงส์ทองคำสวรรค์สีชาดนั่น?”
“แท้จริงแล้วไม่รู้หรอกว่าเรื่องเหล่านี้ควรจะพูดว่าพระชายาช่างโชคดีหรือโชคร้ายกันแน่ เพียงแต่หงส์ทองคำสวรรค์สีชาดของนางนั้น จริงๆ แล้วคือหงส์ตันหางแดงที่บุกทะลุเข้ามาเมื่อครั้งก่อน! หากมีหงส์ตันหางแดงมากมายในใต้หล้า แต่กลับมีน้อยนักที่จะสามารถพยายามมุ่งมั่นก้าวต่อไปได้”
“พูดได้ว่าเรื่องนี้มีโอากาสที่จะรู้สึกอิจฉาคนธรรมดา เพียงแต่…ในเวลาเช่นนี้เป็นเรื่องที่ยุ่งยาก ถ้าหากการบุกรุกเพื่ออสูรศักดิ์สิทธิ์ตัวอื่นๆ แน่นอนว่าคงไม่มีปัญหาอันใด แต่ทว่าหงส์ทองสีชาดจะอยู่กันเช่นไร หลายปีมานี้พวกเขาแทบจะไม่ติดต่อกับพวกมนุษย์เลย เช่นนั้นเรื่องนี้พวกเขาจะเปิดโปงเรื่องราวได้อย่างง่ายดายได้เช่นไรกัน”
“ที่พูดมาก็ถูก…ดูเหมือนว่าครั้งนี้ประมุขอี้เจาแห่งเผ่าหงส์ทองสีชาดจะเป็นผู้เขียนจดหมายด้วยตนเองถึงสำนักหลิงเซียว เพื่อเชิญพระชายามาเยี่ยมชมที่จวนด้วยตนเอง…อีกทั้งองค์ชายไปนานเช่นนี้ถึงกลับมา คาดว่าคงเสียแรงไปไม่น้อย…”
เป็นเพราะองค์ชายมีราคาที่ต้องจ่ายไม่น้อยเลยทีเดียวในครั้งนี้ เพื่อช่วยซังกวนเยว่
ทุกคนล้วนถกเถียงไปต่างๆ นาๆ
เรื่องนี้สำหรับพวกขาแล้วเป็นวิธีที่ไกลเกินเอื้อมยิ่งนัก
แท้จริงแล้ว เผ่าจักรพรรดิหงส์ไท่ซวีนั้นทั้งอวดดีและหยิ่งผยองเป็นที่เลื่องลือ
โดยเฉพาะอี้เจานั้น ยากที่จะรับมือด้วย
ในเมื่อพวกเจ้าคิดเช่นนี้ได้ ก็ไม่แปลใจเลยจริงๆ
ท่านผู้อาวุโสหมิงที่สามสิบหกนั่งอยู่บนตำแหน่งของเขาพลางเอนหลังผิงบนผนักและฟังทุกคนปรึกษา หารือเรื่องต่างๆ ด้วยหน้าตาและท่าทางสบายอกสบายใจ
“ในเมื่อองค์ชายพาพระชายากลับมาได้ ก็พิสูจน์ได้อย่างชัดเจนแล้วว่าได้รับการแก้ไขอย่างราบรื่น แล้วยังจะมีอันใดเป็นกังวลอีกเล่า”
ภายในท้องพระโรงเงียบไปชั่วขณะ
ที่พูดมาก็ถือว่าถูกแต่เรื่องภายในเป็นเช่นไร ใครๆ ก็รู้กันทั้งนั้น
มีคนเอ่ยถามขึ้น
“ท่านผู้อาวุโสหมิงที่สามสิบหก หรือว่าท่านไม่กังวลเลยสักนิดเชียวหรือ พวกนั้นคือเผ่าหงส์ทองคำสีชาด ที่ยากจะต่อกรเชียวนะ”
ผู้อาวุโสหมิงที่สามสิบหกหัวเราะร่า
“แล้วอย่างใดล่ะ พวกเจ้าอย่าลืม หงส์ทองคำสีชาดนั่นเป็นของพระชายาที่ติดตามนางมาหลายปีก่อนแล้ว เพียงแต่ว่าบัดนี้บังเอิญก้าวหน้าไปหน่อยก็เท่านั้น ทว่าเผ่าหงส์ทองคำสีชาดนั่นคิดจะทำอันใดบางอย่าง ก็ต้องมีเหตุผลด้วยอย่างนั้นหรือ อีกอย่างองค์ชายและพระชายาล้วนไม่ใช่คนธรรมดา จะปล่อยให้พวกเขามาบีบคั้นได้อย่างนั้นหรือ”
คำพูดนี้ใครก็ไม่มีทางหักล้างกันได้จริงๆ
คำถามที่คนผู้นั้นยังอยากจะถามออกมาได้ถูกคนข้างๆ รั้งเอาไว้
“ไม่ต้องถามแล้ว ผู้อาวุโสหมิงที่สามสิบหกปฏิบัติต่อพระชายาของพวกเรา เป็นเพราะอยากจะปกป้องชื่อเสียงเอาไว้ ก็นับว่าเรื่องที่เกิดขึ้นนี้ช่างยุ่งยากเสียงจริง เช่นนั้นเขาก็มิอาจพูดว่าไม่เป็นเพราะพระชายาไปไม่ได้”
เมื่อคนผู้นั้นได้ยินคำพูดนั้นเข้า ก็เอาคำพูดที่เหลือกลืนลงคอไป
ในขณะนั้นที่ด้านนอกมีคนเดินมาอย่างรีบเร่ง
“ผู้อาวุโสหมิงที่สามสิบหก ซั่งกวนโหยวมาแล้ว ขอรับ!”