ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ - ตอนที่ 1793 สตรีเหมือนปีศาจ
ตอนที่ 1793 สตรีเหมือนปีศาจ
………………..
“สิบสามผู้พิทักษ์เยว่ก็มาหรอกหรือ”
ในตอนแรกฉู่หลิวเยว่รู้สึกดีใจ แต่หลังจากนั้นนางก็ขมวดคิ้วขึ้นอีก
“พวกเขาถูกรั้งตัวไว้ที่ใด เจ้ารู้หรือไม่ว่าเรื่องเป็นมาอย่างใด”
เยี่ยนชิงเอ่ยขึ้น
“ทูลพระชายา จริงๆ แล้วครั้งนี้สิบสามผู้พิทักษ์เยว่มาเพียงหกท่านเท่านั้น แต่ในตัวของท่านหนึ่งมีสิ่งของที่ดูอันตราย จนทำให้ค่ายกลสั่นสะเทือนและพวกเขาไม่ยอมส่งของออกมา สุดท้ายจึงถูกรั้งตัวไว้ที่ด้านนอกค่ายกลแทน พ่ะย่ะค่ะ”
เยี่ยนชิงรู้ว่าเรื่องที่เกิดขึ้นนี้ช่างเป็นสิ่งที่เกินคาดนัก ดังนั้นจึงรีบมารายงานฉู่หลิวเยว่ให้ทราบทันที
ความคิดของฉู่หลิวเยว่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วและรีบก้าวเท้าเดินนำไป
“พาข้าไปดูหน่อย”
มู่หงอวี่จึงรีบพุ่งตัวตามนางไป
“หลิวเยว่! ข้าไปด้วย!”
…
พระราชวังเมฆาสวรรค์มีพื้นที่อาณาเขตที่กว้างขวาง ดังนั้นค่ายกลที่ตั้งไว้เพื่อป้องกันศัตรูจากด้านนอกจึงมีขนาดใหญ่มากทีเดียว
อีกทั้งพวกเขามีการคุ้มกันค่ายกลที่เข้มงวดอย่างมาก
เมื่อฉู่หลิวเยว่มุ่งหน้าไปที่ค่ายกล ทำให้ผู้คนเกิดความสนใจไม่น้อย
เดิมทีมีคนไม่มากนักที่สามารถเข้าออกอาณาจักรเสิ่นซวี่ได้อย่างอิสระเสรี อีกทั้งฉู่หลิวเยว่ก็เป็นที่สะดุดตาเป็นพิเศษ
ผู้คนมากมายที่จ้องมองมาจากระยะไกลก็รู้ได้ทันทีว่าเป็นนาง
“พระชายาท่านจะทำอันใดรึ”
“ไม่รู้สิ ดูท่าเช่นนี้เหมือนว่าจะไปที่ค่ายกลกระมัง”
“ช่วงนี้พระชายาควรอยู่ที่เขาฉางจื้อมิใช่หรือ เหตุใดจู่ๆ ถึงมุ่งหน้าไปที่ค่ายกลโดยไม่มีปี่มีขลุ่ยเช่นนี้”
“ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้…แต่ทว่าเหตุใดผู้ใต้บังคับบัญชาเหล่านี้ถึงตามมาได้เล่า”
“ที่พวกเขามากันได้แน่นอนว่าเป็นเพราะรับสั่งจากองค์ชาย เรื่องนี้มีอันใดต้องให้เดาอีกรึ”
“หามิได้ ข้าหมายถึงงานอภิเษกสมรสระหว่างองค์ชายกับพระชายา จะเชิญญาติผู้ใหญ่หรือสหายของพระชายามาร่วมงานถือได้ว่าเป็นเรื่องปกตินัก อีกทั้งแม้แต่ผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาก็ล้วนได้รับเชิญมา ซึ่งความเป็นจริงแล้ว…”
เช่นนี้จึงทำให้ผู้คนรู้สึกประหลาดใจกันเล็กน้อย
อีกทั้งเหล่าผู้ใต้บังคับบัญชาทั้งหมดนี้ พอมาถึงก็ก่อเรื่องขึ้น ดูๆ แล้วคงไม่น่าจะอยู่ร่วมกันได้ดีนัก
จู่ๆ มีคนหัวเราะโพล่งขึ้นมาพลางเอ่ยว่า
“จริงอยู่ที่พระชายาไม่ได้เติบโตที่อาณาจักรเสิ่นซวี่ งานอภิเษกสมรสในครั้งนี้ เพื่อนางแล้วองค์ชายทรงต้องการเชิญคนมามากหน่อยให้งานสนุกสนานขึ้น ก็ถือได้ว่าเป็นเรื่องปกติ”
มีคำพูดเหน็บแนบที่แสดงออกมาในระหว่างที่เขาพูด
หากพูดให้น่าฟัง คือ สนุกสนาน แต่ถ้าพูดให้ไม่น่าฟัง…แต่ก็มาเพื่อเพียงสร้างความกล้าหาญแข็งแกร่งกระมัง!
“เมื่อใกล้ถึงวันอภิเษกสมรสเหล่าผู้ใต้บังคับบัญชาหากก่อเรื่องขึ้นมาจริงๆ…ก็ไม่แปลกที่พวกเรา!”
…
ฉู่หลิวเยว่กลับไม่ได้สนใจเรื่องเหล่านั้น
นางมุ่งหน้าไปด้วยความรวดเร็วตลอดทาง ไม่นานก็มาถึงที่
นางมองเห็นเฉินอีและคนอื่นๆ จากที่ไกลๆ
ในขณะที่พวกเขากำลังยืนอยู่ด้านนอกค่ายกล ทหารองค์รักษ์สองสามคนของพระราชวังเมฆาสวรรค์กำลังประจันหน้าพวกเขาไว้
ทั้งสองฝ่ายตกอยู่ในสถานการณ์ต่างไม่ยอมอ่อนข้อให้กัน
“แม้ว่าพวกเขาจะเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของพระชายา พวกเราจึงมิได้ตั้งใจจะทำให้พวกเขาลำบากใจ เพียงแค่พวกเขาส่งของสิ่งนั้นออกมา พวกเราก็จะปล่อยให้พวกเขาเข้ามาได้ในทันที”
ทหารองค์รักษ์คนหนึ่งขมวดคิ้วเข้ม
“หากพวกเรายังประจันหน้ากันต่อไปเช่นนี้ มีแต่จะเป็นการเสียเวลาเปล่า”
หญิงสาวผู้นั้นมองดูแล้วอายุประมาณสิบเจ็ดย่างสิบแปดปีได้ รูปร่างสวยเด่นสง่างาม ใบหน้างดงามยิ่ง โดยเฉพาะดวงตาที่แสนเย้ายวนแทบสะกดให้คนชวนหลงไหล ช่างเป็นความงดงามที่ตรึงใจนัก
บนร่างของนางสวมชุดหลากสีสันที่โดดเด่นเป็นพิเศษ เผยให้เห็นแขนขาวผิวเนียนละเอียด และขาคู่เรียวที่ดึงดูดสายตาอย่างมาก
ข้อมือและข้อเท้าของนางผูกไว้ด้วยเชือกหลากสีสันและประดับด้วยไข่มุกเศษหยกทีละเม็ดไว้บน เชือก
เมื่อทุกครั้งที่นางขยับตัวจะมีเสียงกรุ้งกริ้งกระทบกันบนร่างของนาง
ปรอยเส้นผมสีดำขลับที่ตกลงมาใช้เพียงเชือกถักหลากสีมัดเอาไว้อย่างง่ายๆ ด้วยความยาวที่จรดถึงตำแหน่งข้อเท้า
ไม่ว่าจะแค่รูปลักษณ์ด้วยชุดสวยงามนี้ แม้ย่างกรายไปที่ใดก็ตามล้วนเป็นที่ดึงดูดสายตาอย่างมาก
นางคือน้องแปด หนึ่งในสิบสามผู้พิทักษ์เยว่
แม้นางจะเป็นคนไร้ชื่อ แต่ทุกคนก็เรียกชื่อนางเช่นนี้มาตลอด
เมื่อน้องแปดได้ยินเข้าจึงเบะปากแดงเบาๆ ด้วยความไม่พอใจอย่างมาก
“พี่ใหญ่ ของสิ่งนั้นข้าคิดว่ารอเจอนายท่านก่อนแล้วค่อยเอาออกมาดีกว่า หากเอาออกมาตอนนี้ เกรงว่าจะเสียเปล่ากันหมด!”
สายตาของเฉินอีที่ดูไม่แยแสพลันหรี่ตาลงเล็กน้อย แต่กลับไม่พูดอะไรออกมา
เขาเข้าใจนิสัยของน้องแปดเป็นอย่างดี
เรื่องที่นางไม่ยินยอม ใครก็มิอาจขวางนางได้
แต่ที่นางยืนหยัดเช่นนี้จะต้องมีเหตุผลของนางอย่างแน่นอน
ขณะครุ่นคิดอยู่ครูุ่หนึ่งเฉิงอีจึงเอ่ยถามขึ้นว่า
“ในเมื่อพวกเจ้าไม่วางใจ เช่นนั้นพวกเจ้าก็ให้คนตามพวกเราเข้าไปด้วยกันเป็นอย่างใด? ถ้าหากเกิดเรื่องอันใดขึ้นพวกเราจะรับผิดชอบอย่างแน่นอน”
สีหน้าของเหล่าทหารองค์รักษ์กลับกลายเป็นดูเย็นชาขึ้นกว่าเดิม
“ไม่ได้!”
ปฏิกิริยาของค่ายกลรุนแรงขนาดนั้น จะปล่อยให้พวกเขาเข้ามาอย่างง่ายดายได้อย่างไรกัน
“นายท่านมาแล้ว”
เขาตะโกนขึ้น
เมื่อหลายคนที่เหลืออยู่รู้สึกตัวขึ้นมาได้จึงมองตามสายตาของเขาอย่างรวดเร็ว
น้องแปดเบิกตากว้างด้วยดวงตาคู่สวยและกวาดตามองไปรอบๆ อย่างไม่หยุด
“ไหนล่ะ อยู่ไหนล่ะ”
ไม่นานนางก็เห็นฉู่หลิวเยว่
รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าสวยงามและมีเสน่ห์นั่น จนบดบังฟ้าดินโดยรอบไปชั่วขณะ
ในพริบตาเดียวทิวทัศน์รอบๆ ดูเหมือนจะขาดสีสันไป เหลือไว้แค่ใบหน้านั้นที่งดงามพร่างพรายเพียงผู้เดียว
“นายท่าน!”
น้องแปดโบกมือไปมาให้ฉู่หลิวเยว่จนร่างนางส่ายไปมา
สวยตาคู่งามสุกใส สามารถดูดกลืนจิตวิญญาณของผู้คนได้
รอยยิ้มของนางช่างมีเสน่ห์งดงามมากมายอย่างแท้จริง
แม้แต่เหล่าทหารองค์รักษ์ที่ดูเย็นชาและเคร่งขรึมมาก่อนก็อดไม่ได้ที่จะตกตะลึงไปชั่วขณะ
น้องแปดกลับหูทวนลมต่อพวกเขา และมุ่งความสนใจไปที่นายท่านผู้เดียว
“นายท่าน! ไม่ได้พบกันนานเลย ทำให้น้องแปดทั้งคิดถึงและเป็นห่วงท่านยิ่งนัก!”
ฉู่หลิวเยว่เอามือกุมหน้าผาก
ก็รับรู้ได้ว่าตัวก่อปัญหาแน่นอนว่าต้องเป็นผู้นี้…
“ถวายบังคม พระชายา!”
เหล่าทหารองค์รักษ์เข้ามาแสดงความเคารพในทันที
ฉู่หลิวเยว่ส่งสัญญาณให้พวกเขาไม่ต้องมากพิธี
“เหตุผลที่ข้ามา”
ขณะที่พูดนางมองไปยังน้องแปด
“บอกมาเถอะ เจ้าเอาของสิ่งใดมาให้ข้ากันรึ”
แท้จริงแล้วเพราะเหตุนี้จึงทำให้เกิดปัญหายุ่งยากเช่นนี้
น้องแปดเม้มริมฝีปากแดงเบาๆ และแสดงรอยยิ้มอย่างตั้งใจออกมาในทันที
“แน่นอนว่าเป็นของรักของสำคัญ! นายท่านต้องชอบอย่างแน่นอน!”
ขณะที่พูดนางประสานมือทั้งคู่ไว้ด้วยกันอย่างแผ่วเบา!
ข้อมือที่ประดับด้วยไข่มุกเศษหยกกระทบกันดังกรุ๊งกริ๊งขึ้นส่งเสียงก้องกังวลไพเราะ
หลังจากนั้นกล่องไม้ก็ปรากฏขึ้นมาในทันที!
………………..