ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ - ตอนที่ 1794 ถ่วงแข้งถ่วงขา
ตอนที่ 1794 ถ่วงแข้งถ่วงขา
………………..
กล่องไม้ขนาดเท่าฝ่ามือ ทั้งกล่องมีสีดำสนิท มีเพียงตรงขอบรอบๆ กล่องที่เปล่งประกายแสงสีเงินจางๆ
โดยเฉพาะตำแหน่งมุมขอบทั้งแปดเหลี่ยมยังวาดลวดลายเถาวัลย์ดอกไม้แบบพิเศษเอาไว้
เพียงมองแค่ครู่เดียวก็เห็นถึงความล้ำค่าและสวยงามปราณีต
น้องแปดส่งกล่องไม้กลับมาและเลิกคิ้วพลางเอ่ยขึ้นว่า
“นานท่านรีบเปิดมันออกสิ เจ้าคะ! ด้านในนี้มีของดีอย่างแน่นอน!”
ฉู่หลิวเยว่อยากรู้ถึงผลลัพธ์ด้านในกล่องไม้นั่น
น้องแปดมีมีพรสวรรค์ขั้นสูงด้านเซียนหมอ โดยเฉพาะชอบเสาะหาสูตรยาแปลกๆ มาเป็นพิเศษ
มิเช่นนั้นเมื่อก่อนนางคงไม่สามารถช่วยชีหานกลั่นยาอายุวัฒนะที่เปลี่ยนแปลงลมหายใจออกมาได้
ทำให้นางสามารถส่งมอบเป็นของขวัญล้ำค่าได้เช่นนี้ ควรจะเป็นสิ่งของที่ไม่ธรรมดาเป็นแน่
จู่ๆ ฉู่หลิวเยว่ก็เพ่งสายตามองจนเห็นลวดลายเถาวัลย์ดอกไม้บนกล่องไม้นั่นที่กำลังเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นทีละน้อย
เส้นสายของกิ่งก้านใบร่วงหล่นอย่างเงียบๆ ราวกับถูกลมพัดผ่าน
แต่ในระหว่างนั้นสิ่งที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือกล่องไม้นั่นเริ่มละลายทีละน้อยๆ อย่างคาดไม่ถึง!
ราวกับก้อนน้ำแข็งที่ค่อยๆ ละลายภายใต้แสงอาทิตย์ที่สาดแสงแผดเผาลงมา กล่องไม้นี้หลังจากที่ถูกน้องแปดหยิบออกมา ก็เริ่มเปลี่ยนขนาดเล็กลงเรื่อยๆ ด้วยความเร็วที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
เพียงแต่ด้านบนไม่มีแม้แต่หยดน้ำที่หยดลงมา
ดูเหมือนว่า…มันได้ระเหยหายไปอย่างน่าแปลกประหลาดนัก
นางมองน้องแปดอย่างสงสัยครู่หนึ่ง
น้องแปดเอ่ยขึ้นทันทีว่า
“เทียนหยา! บอกแล้วไงว่าของสิ่งนี้มิอาจหยิบออกมาได้ตามใจชอบมิใช่หรอกรึ! ถ้าหากไม่มีกล่องนั่นแล้ว สิ่งของที่อยู่ด้านในนี้จะต้องเสียหายจนหมด!”
ยาอายุวัฒนะสีแดงเม็ดขนาดใหญ่เท่าผลลำไย กำลังนอนอยู่เงียบๆ ข้างในกล่อง
สียาอายุวัฒนะนี้ทั้งใสบริสุทธิ์และมีกลิ่น ซึ่งเป็นกลิ่นยาที่หอมอ่อนๆ
เพียงแต่ด้านบนของยาอายุวัฒนะ กลับไม่มีลวดลายสัญลักษณ์ของระดับสินค้า มีแต่เพียงภาพเถาวัลย์ดอกไม้และใบไม้เล็กๆ เท่านั้น
ที่เหมือนกันทุกส่วนกับบนกล่องไม้นั่น
ในตอนแรกฉู่หลิวเยว่ชะงักไปครู่หนึ่ง หลังจากนั้นจึงรับรู้อะไรบางอย่างได้ในทันที จึงหันไปทางน้องแปดด้วยความตกใจเล็กน้อย
“สิ่งนี่คือ…”
“นายท่าน ของสิ่งนี้คนที่กลั่นยาออกมาไม่ใช่ง่ายๆ เลยนะเจ้าคะ! แล้วยังนำยานี้มาจากที่ห่างไกลหลายพันลี้อีก ช่างยากลำบากเหลือเกิน!”
น้องแปดเห็นนางที่มองออกถึงช่องว่างของเรื่องนี้ จึงกระพริบตาไปมา มือที่อ่อนปวกเปียกทั้งสองข้างวางอยู่บนแขนของฉู่หลิวเยว่ และอิงตัวอยู่ข้างๆ นางพลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงออดอ้อนขึ้นว่า
“นางท่านคิดจะตบรางวัลให้น้องแปดเช่นไร”
นัยน์ตาของฉู่หลิวเยว่กระตุกขึ้น
น้องแปดเป็นภูตโดยกำเนิด ชั่วพริบตาเดียวก็เป็นสาวพราวเสน่ห์
ไม่ว่านางจะไปที่ใดล้วนเป็นที่สะดุดตาที่สุดอยู่เสมอ
หลายปีที่ผ่านมานี้ไม่รู้ว่ามีบุรุษมากมายเท่าใดที่หลงไหลในตัวนาง แต่ไม่เคยอยู่ในสายตาของนางเลย
ในทางกลับกันเมื่อนางได้เจอกับฉู่หลิวเยว่ทุกครั้งก็จะเข้าหาด้วยความอ่อนโยนและมีเสน่ห์
จนในที่สุดไม่ได้เจอกันมาหลายปี จู่ๆ เข้ามาด้วยท่าทางเช่นนี้ทำให้ฉู่หลิวเยว่เกือบตั้งรับไม่ทัน
“แค่ก”
ฉู่หลิวเยว่ไอขึ้นมา
“สวนยาของสำนักหลิงเซียวให้เจ้าใช้หนึ่งเดือน”
“จริงรึ!”
เพียงแต่น่าเสียดายที่เมื่อก่อนนายท่านให้ความสำคัญกับสวนยานั่นเป็นอย่างมากมาโดยตลอด จึงไม่เหมาะสมนักที่จะให้นางได้ใช้
ในนี้ที่สุดครั้งนี้ก็กลายเป็นจริงแล้ว!
เมื่อจ้องมองน้องแปดที่ทำท่าทางออดอ้อนข้างๆ ฉู่หลิวเยว่แล้วนั้น เยี่ยนชิงก็ขมวดคิ้วขึ้นอย่างไม่รู้ตัว
หญิงสาวคนนี้ เหตุใดถึงเป็นเช่นนี้…
ฉู่หลิวเยว่หยิบอายุวัฒนะเม็ดนั้นออกมาและเตรียมจะเก็บไว้ในเสื้อ
เยี่ยนชิงเอ่ยขึ้นด้วยเสียงห้ามปราม
“พระชายา ยาอายุวัฒนะ…”
ยังจะมีปัญหาอันใดอีกหรือ
ฉู่หลิวเยว่หัวเราะพลางเอ่ยขึ้น
“น้องแปดเป็นคนของข้า เจ้าไม่ต้องกังวลไปหรอก”
น้องแปดถลึงจาใส่เยี่ยนชิง
“ยาอายุวัฒนะนี้ข้าตั้งใจกลั่นออกมาโดยเฉพาะเพื่อเตรียมช่วยนายท่านเลื่อนขั้นเป็นร่างศักดิ์สิทธิ์! เจ้าไม่มีวันเข้าใจอันใดเช่นนี้หรอก วิ่งวุ่นสร้างปัญหาอันใดมั่วๆ ไปเรื่อย?”
เยี่ยนชิงมองน้องแปดด้วยสาตาเย็บเย็น ใบหน้ายังคงไม่แสดงสีหน้าอะไรออกมา ดูเหมือนว่าตัวเขาคงไม่ได้สนใจอะไรในคำพูดของนาง
ในเมื่อสิ่งที่พระชายาพูดน่าเชื่อถือ เช่นนั้นน่าจะไม่มีปัญหา
คงไม่เหมาะนักที่เขาจะพูดอะไรต่ออีก
แต่ว่า…เหล่าผู้ใต้บังคับบัญชาของพระชายาล้วนมีความสามารถพิเศษจริงๆ
เยี่ยนชิงกวาดตามองเฉิงอีและคนอื่นๆ ด้วยสีหน้าเรียบเฉย และรีบถอนสายตาออกไปในทันที
เมื่อเห็นเยี่ยนชิงไม่สนใจ น้องแปดก็โกรธเป็นฟืนเป็นไฟขึ้นมาทันที
“เจ้า…”
ฉู่หลิวเยว่ยั้งมือนางไว้
“คนแบบพวกเจ้าจะมาเข้าใจอันใด! หากนายท่านใช้ยาอายุวัฒนะของข้าแล้ว ไม่ถึงหนึ่งปี ก็สามารถเลื่อนขั้นเปลี่ยนเป็นร่างศักดิ์สิทธิ์ได้!”
ขณะที่นางพูดคำเหล่านั้นออกมา เหล่าทหารองค์รักษ์ต่างมองหน้ากันอย่างเงียบๆ และเผยให้เห็นรอยยิ้มที่เข้าใจกันโดยไม่ต้องพูดอะไร
วาจาของหญิงสาวผู้นี้ช่างเสียงดังนัก!
แต่น่าเสียดายที่เป็นเพียงคนไร้สมองเท่านั้น!
ในอาณาจักรเสิ่นซวี่มีผู้แข็งแกร่งระดับเทพขั้นสูงไม่น้อย ยาอายุวัฒนะที่ช่วยให้เลื่อนขั้นเป็นเทพล้วนมีอยู่ทุกหนทุกแห่ง
แต่พวกเข้าไม่เคยได้ยินเรื่องเช่นนี้มาก่อน ในใต้หล้านี้มียาอายุวัฒนะชนิดหนึ่ง หลังจากใช้ยาไปแล้วก็มั่นใจได้เลยว่าภายในหนึ่งปีสามารถเปลี่ยนเป็นร่างศักดิ์สิทธิ์ได้อย่างแน่นอน!
หญิงสาวผู้นี้พูดโอ้อวดเกินไป
สายตาของฉู่หลิวเยว่กวาดตามองพวกเขาสองสามคนอย่างรวดเร็ว และคาดเดาได้อย่างง่ายดายถึงความคิดของพวกเขาในเวลานี้
ริมฝีปากนางยกขึ้นเล็กน้อยพลางหัวเราะเสียงบางเบาขึ้น และหันมาชายตามองอีกครั้ง
ขณะนั้นกล่องไม้ในมือของนางก็สลายไปจนหมด
“ในเมื่อของก็ตรวจสอบแล้วและข้าก็ใช้ไปแล้ว ทีนี้ก็ปล่อยพวกเขาทุกคนเข้ามาได้แล้วล่ะ”
เหล่าทหารองค์รักษ์น้อมรับคำสั่งในทันที
“ขอรับ! เชิญพระชายา! เชิญทุกท่าน!”
ไม่ว่าอย่างไรก็ตามจะต้องไว้หน้าพระชายาเสมอ
ฉู่หลิวเยว่พยักหน้าไปทางเฉิงอีและคนอื่นๆ
เมื่อทุกคนผ่านค่ายกลเข้ามาทีละคนๆ แต่ค่ายกลกลับไม่เกิดความเปลี่ยนแปลงที่ผิดปกติอันใดขึ้นอีก
สายตาของฉู่หลิวเยว่ที่กวาดตามองทุกคนพลางยิ้มและเอ่ยขึ้น
“ในเมื่อมาแล้วก็ตามข้าไปที่เขาฉางจื้อกันก่อนเถิด พอดีกับที่ข้าก็ไม่ได้พบพวกเจ้ามาสักพักแล้ว พวกเราจะได้พูดคุยกันสักหน่อย”
เมื่อพูดจบนางจึงหันหลังและมุ่งหน้าไปทางเขาฉางจื้อ
ทุกคนจึงตามหลังนางไป
หลังจากรอให้ร่างพวกเขาค่อยๆ ไกลห่างออกไป เหล่าทหารองค์รักษ์จึงผ่อนคลายลง
“หึ! หญิงสาวเมื่อครู่ที่ชื่อน้องแปดอันใดนั่น ช่างอวดดีและไร้มารยาทเสียจริง พูดพล่ามแต่เรื่องไร้สาระ ในโลกนี้จะมียาอายุวัฒนะแบบนั้นได้เช่นไรกัน พูดจาพล่อยๆ ออกมาคงโดยไม่หาสรรพคุณมาก่อนล่วงหน้ากระมัง พูดออกมาแล้วจะทำให้ถูกหัวเราะเยาะเอาง่ายๆ”
“ได้ยินว่าพวกเขามากจากราชวงศ์เทียนลิ่งเช่นเดียวกับพระชายา บางทีคงคิดว่าพวกเราไม่รู้เรื่องอันใดเช่นคนธรรมดาอย่างพวกเขากระมัง ฮ่า!”
“ที่แท้เป็นชาติกำเนิดที่อยู่นอกอาณาจักรเสิ่นซวี่…เช่นนั้นก็มิน่าแปลกใจอันใด ไม่รู้จริงๆ ว่าพระชายาเลือกคนอย่างใดกัน ถึงได้ยอมรับคนเช่นนี้ไว้เป็นผู้ใต้บังคับบัญชาได้…”
“พวกเจ้ายังไม่เห็นคนอายุน้อยที่สุดนั่น ดูแล้วเพิ่งจะอายุสิบสามปีกระมัง หรือว่าคงมีเพียงแต่เด็กๆ! จะไปทำอันใดได้! คาดว่าที่พระชายาเลือกคนเหล่านี้ก็เอาไว้เล่นๆ กระมัง”
“เฮ้! หวังว่าพวกเขาจะไม่สร้างเรื่องอันใดขึ้นมาอีกนะ! แต่ดูเหมือนจะยาก”
นี่ยังไม่ทันได้เขามาก็ก่อนเรื่องขึ้นเสียแล้ว
หลังจากนี้ใครเล่าจะรู้ว่าคนพวกนั้นจะสร้างเรื่องอะไรขึ้นมาอีก
เหล่าทหารองค์รักษ์ต่างส่ายหน้าอย่างไม่เห็นด้วย
“เดิมที่พระชายาเป็นคนโดดเด่นยิ่งนักและมิอาจมีข้อโต้แย้งได้อย่างแท้จริง ทว่าน่าเสียดายนัก…เพราะสิ่งนี้จะเป็นการฉุดรั้งนางไว้ค่อนข้างมากทีเดียว!”
………………..