ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ - ตอนที่ 1795 ดียิ่งนัก
ตอนที่ 1795 ดียิ่งนัก
………………..
หลังจากที่เยี่ยนชิงคุ้มกันคนของฉู่หลิวเยว่ไปส่งที่เขาฉางจื้อแล้ว จึงกล่าวอำลาและออกไปพร้อมกับอวี๋มั่ว
เมื่อพระชายาและผู้ใต้บังคับบัญชาของตนได้พบกัน จะต้องมีเรื่องมากมายให้พูดคุยกันอย่างแน่นอน หากมีคนนอกอยู่ด้วยคงไม่เหมาะสมนัก
เมื่อเห็นด้านหลังของเยี่ยนชิงกับอวี๋มั่ว น้องแปดเม้มริมฝีปากแดงขึ้น
“นับว่าเขาวิ่งได้เร็ว!”
ถ้าไม่เห็นแก่หน้านายท่าน เมื่อครู่นางได้ลงมือไปแล้ว!
ฉู่หลิวเยว่พาทุกคนกลับไปที่เรือนของตนและยิ้มพลางเอ่ยขึ้น
“เยี่ยนชิงกับอวี๋มั่วล้วนไม่ผิด เมื่อครู่ที่เขาพูดเช่นนั้นก็เป็นเพราะต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของข้า น้องแปด เจ้าก็ไม่ต้องไปสนใจจนเกินไป”
“ใครจะไปสนใจคนหน้าเย็นชาราวกับน้ำแข็งนั่นกัน”
น้องแปดกลอกตาไปมาด้วยสีหน้าไม่เต็มใจ
และแสร้างทำเป็นจริงจัง
แบบนี้คือสิ่งที่นางไม่ชอบมากที่สุด!
ฉู่หลิวเยว่มองนางอยู่ครู่หนึ่งจึงรู้ว่าในใจของนางยังคงไม่พอใจเยี่ยนชิง นางหัวเราะเสียงทุ้มต่ำและไม่ได้แนะนำอะไรต่อ
แม้ว่าน้องแปดจะมีนิสัยแปลกๆ ไปบ้าง แต่กลับเป็นคนที่ฉลาดมากทีเดียว
บัดนี้ที่นี่อยู่ในอาณาเขตของพระราชวังเมฆาสวรรค์ ดังนั้นไม่ว่านางจะเป็นเช่นไรจะไม่มีทางมีปัญหากับฝั่งตรงข้ามเด็ดขาด
เมื่อฉู่หลิวเยว่ผลักประตูเข้าไป มู่หงอวี๋กลับหยุดอยู่ที่หน้าประตู
“หลิวเยว่ ถ้าไม่อย่างนั้นพวกเจ้าคุยกันไปก่อน ข้าไม่รบกวนแล้วล่ะ!”
นางมองออกว่าคนพวกนี้ล้วนปฏิบัติตามผู้นำอย่างหลิวเยว่เสมอ
ในเมื่อพวกเขารีบรุดมาขนาดพันลี้ยังดูไม่ไกล ดังนั้นระหว่างนายกับบ่าวต้องมีเรื่องให้พูดคุยกันไม่น้อยอย่างแน่นอน
มู่หงอวี่มองดูทุกคนอย่างละเอียดด้วยความอยากรู้อยากเห็นในตอนท้าย จึงปิดประตูลงอย่างเงียบๆ และเดินออกไปตามลำพัง
…
ภายในห้องจึงเหลือแค่ฉู่หลิวเยว่กับเฉิงอีและคนอื่นๆ
“คาราวะ นายท่าน!”
ทุกคนทำความเคารพพร้อมกัน
ฉู่หลิวเยว่ยิ้มเบาๆ พลางเอ่ยขึ้น
“ไม่ได้พบกันนานที่พวกเจ้ามาในครั้งนี้การเดินทางน่าจะลำบากอย่างมาก และไม่ต้องมาถูกจับกุมแล้วล่ะ”
น้องแปดก้าวเข้ามาอย่างงดงามพราวเสน่ห์
“หรือว่านายท่านเจ็บปวดใจแทนพวกเรา…”
ฉู่หลิวเยว่เลิกคิ้วมองดูนางอยู่ครู่หนึ่ง
“ที่นี่ไม่มีคนนอกแล้ว ท่านยังให้ข้ายืนอยู่อีกหรือ”
น้องแปดทำหน้าบึ้งตึงทันทีและกระทืบเท้าไปมาด้วยความรู้สึกงอน
“นายท่านจะอภิเษกสมรสแล้ว คงไม่สนใจน้องแปดอีกแล้ว…
ฉู่หลิวเย่วกุมหน้าผากอย่างไม่มีทางเลือก
นางไม่มีทางจัดการน้องแปดได้จริงๆ…
เมื่อเฉิงอีเหลือบมองน้องแปดครู่หนึ่ง
น้องแปดจึงกระตือรือร้นขึ้นทันที และเค้นเสียงขึ้นเบาๆ อย่างไม่พอใจ แต่นางยังคงยืนอยู่อย่างจริงจัง
ทั่วทั้งใต้หล้านี้มีเพียงเฉิงอีเท่านั้นที่ควบคุมนางได้
และจะเป็นคนอื่นไปไม่ได้
ทว่า…พลังของเฉิงอีแข็งแกร่งกว่านางมากนัก เมื่อพูดว่าลงมือก็ลงมือทันทีโดยไม่มีแม้แต่มีความเมตตาใดๆ
แม้แต่ฉู่หลิวเยว่ที่ต้องเผชิญกับใบหน้าที่สวยงามและมีเสน่ห์เช่นนี้ ล้วนอดไม่ได้ที่ต้องใจอ่อน แต่กับเฉิงอีกลับไม่เคยเป็นมาก่อน
ฉู่หลิวเยว่เหลือบมองไปรอบๆ
ในครั้งนี้มากันทั้งหมดหกคนรวมทั้งเฉิงอีและน้องแปด
นอกจากพวกเขาสองคนแล้วยังมีซื่อจิง อวี๋จิ่วและสือฟังล้วนมาด้วยกันทั้งหมด
อีกทั้งยังมีน้องสิบสามด้วย
ฉู่หลิวเยว่หรี่ตามองและกวักมือเรียกเจ้าสิบสามน้อย
“สิบสาม รีบมานี่ ช่วงนี้ข้าเห็นเจ้าสูงขึ้นอีกแล้วใช่หรือไม่”
เมื่อก่อนน้องสิบสามคอยตามหลังทุกคนอย่างเชื่อฟังมาโดยตลอด ตอนนี้เมื่อได้ยินฉู่หลิวเยว่เรียกเขาก็ชอบใจขึ้นมาทันที
ดวงตาสดใสในวัยเด็ก ดูน่ารักสดใส และร่างกายที่กำลังโตกลับดูผอมบางลงเล็กน้อย
ระหว่างคิ้วยังหลงเหลือความเยาว์วัยอยู่บางส่วน แต่ซ่อนความเรียบเฉยบางส่วนที่ไม่เคยเห็นมาก่อนหน้า
สิ่งนั้นคงเป็นสัญลักษณ์ของการค่อยๆ เติบโต
ฉู่หลิวเยว่ลุกยืนขึ้น เพื่อรอน้องสิบสามวิ่งเข้ามาหา และนางเพิ่งรู้ว่าเขาสูงขึ้นกว่านางขึ้นอีกนิดแล้ว
นางชะงักไปครู่หนึ่ง และอดไม่ได้จึงหัวเราะออกมา
“เจ้าสิบสามโตขึ้นแล้วจริงๆ”
แม้ว่าหูของสิบสามจะแดงระเรื่อ แต่สีหน้ากลับดูมีความสุขอย่างมาก
เมื่อก่อนทุกคนล้วนมองเขาเป็นเด็กน้อย แต่ตอนนี้เขากลับรู้สึกได้อย่างชัดเจนว่าท่าทีที่ทุกคนมีต่อเขาได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างเห็นได้ชัด
เช่นนั้น…เขารู้สึกดีใจอย่างมาก
เมื่อโตขึ้นแล้ว และยังแข็งแรงขึ้น นับว่าต่อไปในอนาคตก็สามารถช่วยนายท่านทำเรื่องต่างๆ ได้แล้ว!
ฉู่หลิวเยว่ตบไหล่ของสิบสามเบาๆ พลางมองไปทางทุกคน
พวกเขาเหล่านี้ นอกจากเฉิงอีแท้จริงแล้วนางกลับไม่ได้เจอพวกเขาเลยมานานมากแล้ว
“ช่วงนี้พวกเจ้าเป็นอย่างใดกันบ้าง”
ทุกคนค่อยๆ พยักหน้า
อวี๋จิ่วเอ่ย “ช่วงนี้ได้ฝึกกระบี่อยู่ตลอด ดียิ่งนัก”
สือฟังเอ่ย “ช่วงนี้ได้ทำไร่ทำสวนอยู่ตลอด ดียิ่งนัก”
ฉู่หลิวเยว่ “…”
สิบสามเห็นหน้านางมีท่าทีหมดคำพูด จึงรีบยกมือขึ้นพลางเอ่ยขึ้น
“ช่วงนี้ได้วิ่งอยู่ตลอด ดียิ่งนัก!”
ฉู่หลิวเยว่มองเขาอย่างปลื้มใจพลางเอ่ยขึ้น
“ช่วงวัยเด็กควรได้วิ่งมากหน่อย ได้ฝึกกำลังร่างกายไปด้วย”
เมื่อสิบสามได้รับคำชมก็รู้สึกดีใจอย่างมาก รอยยิ้มที่เขินอายและสดใสได้ผลิบานบนใบหน้าที่แสนน่ารัก
“นายท่าน นานแล้วที่ท่านไม่ได้ชมสิบสามเลย ครั้งก่อนที่ท่านพูดว่าสิบสามทำได้ดี และยังชมอีกว่าสิบสามกินได้เยอะ”
ฉู่หลิวเยว่เอ่ยขึ้น “…อ้อ งั้นรึ”
นางส่งเสียงไอดังขึ้น
แม้จะไม่ได้เจอกันนาน แต่คนพวกนี้ก็ยังยุ่งอยู่กับเรื่องของตนเองอยู่ตลอด…
“แล้วคนอื่นๆ ล่ะ”
เฉิงอีตอบกลับขึ้นว่า
“ก่อนหน้านี้องค์ชายได้ส่งข่าวกลับมาที่เทียนลิ่ง จึงได้ทราบว่าท่านจะอภิเษกสมรสกับองค์ชาย ทว่าเวลารีบเร่งเล็กน้อย จึงรีบเดินทางมาแค่พวกเราไม่กี่คนเท่านั้น อีกทั้งพวกซื่อจิงให้อยู่รักษาการณ์ที่เทียนลิ่งแทน”
อย่างไรก็ต้องเหลือคนไว้อยู่ที่นั่น
ฉู่หลิวเย่วค่อยๆ พยักหน้า
“แม้ว่าพวกเจ้าจะมากันได้เท่านี้ ข้าก็รู้สึกประหลาดใจมากแล้ว”
ตั้งแต่เกิดเรื่องขึ้นกับนางในปีนั้น ทั้งสิบสามต้องออกจากเทียนลิ่งและต่างกระจัดกระจายไปที่เทียนหยา
เป็นเวลานานมากแล้วที่ไม่ได้มีโอกาสได้กลับมารวมตัวกันเช่นนี้
“ตอนนี้นายท่านฟื้นคืนความทรงจำแล้วใช่หรือไม่”
ฉู่หลิวเย่วพยักหน้าตอบรับ
เป็นเพราะนางได้เลื่อนขั้นกลายเป็นเทพอีกครั้งและต้องถูกเรียกตัวกลับอาณาเขตเซียนเทพ แน่นอนว่านางจึงได้ฟื้นคืนความทรงจำกลับมา
เฉิงอีพยักพยักหน้าเล็กน้อย
ในความเป็นจริงพวกเขาเดาได้ก่อนหน้าแล้ว เป็นเพราะมีหลายสิ่งที่สำคัญ ถึงอย่างไรก็คงต้องได้รับการยืนยันสักหน่อยถึงจะวางใจได้จริงๆ
ฉู่หลิวเยว่ถามพวกเขาอีกสองสามคำถาม ทุกคนล้วน…ตอบกลับ
นางก็เล่าบางเรื่องของตนเองที่เกิดขึ้นในช่วงนี้อย่างคร่าวๆ ให้พวกเขาฟัง
อู่เหยามีสีหน้าละอายใจขึ้น
“คิดไม่ถึงว่านายท่านต้องมาทนทุกข์ทรมานเช่นนี้อยู่ที่นี่ ล้วนต้องโทษที่พวกเรามาช้าเกินไป!”
ฉู่หลิวเยว่ยิ้มอย่างไม่สนใจอันใด
“เหตุการณ์ที่ผ่านมาไม่ว่าจะดีหรือร้าย แม้ว่าในที่สุดสิ่งที่เกิดขึ้นจะเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นเล็กน้อย แต่ทุกเรื่องก็สามารถอยู่กับมันได้ ต่อให้ต้องเจอเรื่องที่ยากลำบากก็จะผ่านมันไปได้ อีกทั้งข้าก็ได้รับอันใดมามากว่าการสูญเสีย”
โดยรวมแล้วก็นับว่าเป็นเรื่องที่ดีจริงๆ
สิบสามกำหมัดแน่นพลางเอ่ยขึ้น
“นายท่าน หลังจากนี้พวกเราจะไม่กลับไปแล้วล่ะ! จะติดตามท่านอยู่ที่อาณาจักรเสิ่นซวี่! จะคอยดูแลท่านอย่างดี!”
เมื่อเฉิงอีได้ยินเข้าสีหน้าพลันขยับเล็กน้อยและมองไปทางฉู่หลิวเยว่
“นายท่าน หลังจากนี้ท่านวางแผนไว้อย่างใด”
ฉู่หลิวเยว่รู้ว่าสิ่งที่เขาถามหมายถึงอะไร
นางหยุดไปครู่หนึ่ง กลับไม่ได้ตอบกลับในทันที เพียงยิ้มขึ้นที่มุมปากเท่านั้น
“ข้ามีเพื่อนคนหนึ่ง เขากำลังศึกษาวิธีสร้างค่ายกลเคลื่อนย้ายมาโดยตลอด หากเจ้ามีเวลาก็ไปสอนเขาหน่อยล่ะกัน”
เฉิงอีพยักหน้าพลางเอ่ย
“ขอรับ”