ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ - ตอนที่ 1796 ไม่ได้ตั้งใจ
ตอนที่ 1796 ไม่ได้ตั้งใจ
………………..
ฉู่หลิวเยว่หัวเราะพลางเอ่ยถามขึ้น
“เจ้าไม่ถามว่าเขาเป็นใคร ก็ตอบตกลงแล้วอย่างนั้นรึ”
เฉิงอีเอ่ยขึ้น
“ในเมื่อเป็นเพื่อนของท่าน แน่นอนว่าไม่มีปัญหา”
หากทำให้นางยอมรับสถานะของเพื่อนคนนี้ได้อย่างแท้จริง ทว่ากลับมีคนไม่มากนักที่ทำได้
ฉู่หลิวเยว่หัวเราะพล่างส่ายหัวอย่างไม่มีทางเลือก
เฉิงอีฉลาดเกินไปแล้ว บางครั้งเขาก็ดูน่าเบื่ออยู่บ้าง
เพื่อนคนนี้ที่นางพูดถึงแน่นอนว่าคือหลินจือเฟย
ซึ่งครั้งนี้เขาไม่ได้มา แต่ก่อนหน้านางได้ถามมู่หงอวี่แล้วว่า ช่วงที่ผ่านมานี้ลินจือเฟยไม่ต่างจากเมื่อก่อน เพราะยุ่งแต่กับเรื่องค่ายกลเคลื่อนย้ายอยู่ในสำนักมาโดยตลอด
ความหมายที่มู่หงอวี่ได้ยินมาว่าช่วงนี้พลังของหลินจือเฟยเพิ่มขึ้นมาก อีกทั้งค่ายกลเคลื่อนย้ายที่เขาสร้างขึ้นก็ดูไม่ธรรมดาทีเดียว
เช่นนั้นผู้อาวุโสบางท่านในสำนักรู้เรื่องนี้และชื่นชนเขาไม่ขาดปาก
เพียงแต่พวกเขาล้วนคิดว่าหลินจือเฟยมีความสนใจต่อค่ายกลเคลื่อนย้ายนั้น ถึงได้ตั้งใจศึกษาค้นคว้าอย่างยากลำบากเช่นนี้
แต่ในความเป็นจริง…
ทั้งหมดนี้เป็นเพราะระหว่างเขากับฉู่หลิวเยว่ได้ทำข้อตกลงกันไว้
ดูเหมือนว่าเรื่องนี้คงคืบหน้าไปได้ดีทีเดียว…
“อีกไม่กี่วันก็จะถึงวันแต่งงานแล้ว ช่วงเวลานี้พวกเจ้าก็อยู่ที่เขาฉางจื้อไปก่อน ก่อนหน้านี้ข้าได้สั่งให้คนจัดเตรียมห้องไว้ให้เรียบร้อยแล้ว หากมีเรื่องอันใดแค่มาหาข้าก็พอ”
น้องแปดกะพริบตาคู่สวยมีเสน่ห์หาใครเปรียบ และขยับเข้าไปใกล้ๆ ฉู่หลิวเยว่ นางยิ้มพลางเอ่ยขึ้น
“นายท่าน เมื่อก่อนข้าเคยได้ยินเกี่ยวกับพระราชวังเมฆาสวรรค์มา แต่กลับยังไม่เคยไปที่แห่งนี้เลย ไม่รู้ว่า…”
รอยยิ้มของน้องแปดกระจ่างชัดขึ้น
“ข้ารู้ว่านายท่านดีที่สุด!”
…
“ได้ยินหรือไม่ อดีตเหล่าผู้ใต้บังคับบัญชาของรางวงศ์เทียนลิ่งของพระชายาก็มาด้วย! ดูเหมือนเมื่อครู่ยังอยู่ที่ค่ายกลนั่นอยู่เลยและมีเรื่องโต้แย้งกันอีกด้วยล่ะ!”
“ตอนนี้ข่าวได้แพร่ไปทั่วพระราชวังเมฆาสวรรค์แล้ว ยังมีใครไม่รู้เรื่องอีกหรือ ไม่ใช่ว่าเป็นเพราะหญิงสาวคนนั้นที่นำสิ่งของอันใดนั่นเข้ามาจึงทำให้ค่ายกลเกิดปฏิกิริยาที่ไม่ปกติขึ้น และทำให้พวกเขาถูกรั้งตัวเอาไว้หรอกหรือ”
“นี่ๆ ที่ข้าจะบอกก็คือคนนี้แหละ! พวกเจ้าก็รู้จัก หญิงสาวคนนั้นไงที่ไม่ยอมมอบสิ่งของนั่นออกมา ที่แท้มันคือสิ่งใดกันนะ”
“อันใดนะ”
“ยาอายุวัฒนะ! นางยังพูดว่าเพียงแค่พระชายาใช้ยาอายุวัฒนะนั่นแล้ว ภายในหนึ่งปีจะต้องได้เลื่อนขั้นเป็นร่างศักด์สิทธิ์เชียวนะ!”
“อันใดนะ ในใต้หล้านี้ยังมียาอายุวัฒนะเช่นนี้อยู่อีกรึ เหตุใดพวกเราถึงไม่รู้เรื่องเลยล่ะ”
“ฮึ ส่วนใหญ่ก็เพื่อเอาหน้า ทำเป็นพูดเสียงแข็งก็เท่านั้น! สุดท้ายก็เป็นคนที่มาจากนอกอาณาจักรเสิ่นซวี่…”
ทุกคนเดินขึ้นไปพลางและพูดไปพลาง
แม้ว่าพระราชวังเมฆาสวรรค์จะมีพื้นที่กว้างใหญ่ไพศาล แต่ข่าวระหว่างทั้งสองฝั่งของคนในตระกูลได้แพร่สะพัดไปอย่างรวดเร็ว
เรื่องทางฝั่งนั้นเพิ่งจะเกิดขึ้นได้ไม่นาน ส่วนทางฝั่งนี้ก็มีคนมากมายรู้เรื่องเข้าแล้ว
สำหรับฉู่หลิวเยว่คิดว่าพวกเขาล้วนไม่อะไรจะพูด
ทั้งมีพรสวรรค์โดดเด่น พลังก็แข็งแกร่ง รูปร่างหน้าตายิ่งงดงามไม่เป็นสองรองใคร
ข้อบกพร่องมีอยู่อย่างเดียวก็คือภูมิหลังของครอบครัวนี้
“อันที่จริง…ข้าคิดว่าพระชายาก็ใช่ว่าจะไม่มีคนหนุนหลัง ชื่อเสียงของผู้อาวุโสซั่งกวนจิ้งในปีนั้นก็เป็นที่เลื่องลือมาก แม้กระทั้งบัดนี้ช่างหลอมอาวุธระดับปรมาจารย์ในทั่วทั้งอาณาจักรเสิ่นซวี่ล้วนหายากและสูงส่งยิ่งนัก…อีกทั้งพระชายายังเป็นศิษย์เอกของเจ้าสำนักหลิงเซียว เช่นนี้นับว่ายอดเยี่ยมมากแล้ว!”
มีบางคนที่ไม่เห็นด้วยจึงมีเสียงเล็กๆ โต้แย้งขึ้น
“ที่พูดมาก็ถูก…”
“เหล่าเพื่อนสนิทและผู้ใต้บังคับของพระชายาที่มากันในครั้งนี้ ได้ยินว่าพลังล้วนไม่เท่าใด และมู่หงอวี่นั่นที่มาจากสำนักหลิงเซียวยิ่งไม่ต้องพูดถึง แม้ว่าจะมีพลังไม่ธรรมดา แต่ก็ถือว่าไม่มีภูมิหลังอันใดเลย กระทั่งพ่อของพระชายาก็เป็นเพียงจอมยุทธ์ขั้นแรก เช่นนี้จะมีสิ่งใดให้คาดหวังได้อีกกันเล่า”
ถึงแม้คำพูดจะไม่น่าฟัง แต่ล้วนเป็นเรื่องจริง!
หากคิดว่าจะยืนหยัดอยู่ในอาณาจักรเสิ่นซวี่ได้ คงไม่ง่ายเช่นนั้น?
ในขณะนั้นร่างที่แข็งแกร่งราวหิมะขาว จู่ๆ ก็พุ่งออกมาจากต้นไม้ที่อยู่ด้านข้าง และกระโจนเข้าใส่ทุกคนตรงนั้น
“อ๋า!”
บุรุษที่กำลังพูดอยู่และยืนอยู่ด้านหน้าสุดถูกทำให้ตกใจจนถอยหลังไปด้วยความหวาดกลัว
หากว่าเขาว่องไวแล้ว ฝั่งตรงข้ามกลับว่องไวยิ่งกว่า!
เขารู้สึกดวงตาพล่ามัวไปชั่วขณะและมีเงาสีขาวแวบเข้ามาอย่างกระทันหัน จากนั้นร่างของเขาก็กระเด็นออกไปอย่างควบคุมไม่ได้!
พลั่ก!
เสียงดังขึ้นจากความเงียบ
รอยข่วนที่คมชัดหลายรอยปรากฏให้เห็นบนหน้าอกของเข้า ทั้งเลือดและเนื้อปริออกมารอบๆ!
ความเจ็บปวดที่มากมายทำให้ใบหน้าของเขาซีดขาว!
ทุกคนที่เหลือต่างตกใจและกำลังจะลงมือ แต่กลับตะลึงงันไปชั่วขณะที่เห็นฝ่ายตรงข้าม
นั่นคือราชสีห์ขาว
มีขนขาวทั้งตัวดุจหิมะขาว ดวงตาน้ำแข็งสีครามทั้งคู่ทั้งเมินเฉยและเย็นชา ในขณะนั้นมันจ้องมองทุกคน ค่อยๆ ก้มตัวต่ำลงเตรียมพร้อมจู่โจมฝั่งตรงข้ามทุกเวลา
เจตนาฆ่าอย่างรุนแรงได้แผ่กระจายออกมาจากตัวของมัน!
สีหน้าของทุกคนที่เหลือขาวชีดกันหมด
มันคือสัตว์อสูรขององค์ชาย!
เหตุใดถึงมาลงมือทำร้ายได้
อีกอย่างพวกเขาก็ไม่มีทางเป็นคู่ต่อสู้กับมันได้หรอก!
สายตาที่มืดมนเย็นชาจ้องมองร่างที่ตกลงมาบนพื้นของชายผู้นั้นเต็มไปด้วยรอยบาดแผล จนทำให้เขาสั่นสะท้านไปทั้งตัว และกลืนคำพูดที่เหลือกลับเข้าไปทั้งหมด แม้แต่เสียงเล็กๆ ก็มิกล้าเอ่ยออกมา!
ราวกับอากาศหยุดหมุนและเหมือนถูกแช่แข็งไปทุกส่วน
ทั้งร่างของทุกคนเหมือนถูกบีบรัดเอาไว้
ผ่านไปครู่หนึ่ง จึงมีหนึ่งคนในนั้นฝืนใจเอ่ยขึ้นมาว่า
“ใต้เท้าเสวี่…เสวี่ยเสวี่ย คือว่า…เมื่อครู่ที่พวกเราพูดไปนั้นล้วนไม่ได้ตั้งใจ…”
เสวี่ยเสวี่ยหรี่ตาลง
ไม่ได้ตั้งใจ?
เห็นมันเป็นคนโง่อย่างนั้นหรือ
โฮก!
เสวี่ยเสวี่ยแผ่เสียงคำรามออกมาในลำคอและยกอุ้งเท้าขึ้นมาทันที
ในเมื่อพวกเขาไม่ได้ตั้งใจ เช่นนั้น…มันก็ลงมืออย่างไม่ได้ตั้งใจเช่นกัน!