ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ - ตอนที่ 2108 เปิดประตูแดนสวรรค์!
ตอนที่ 2108 เปิดประตูแดนสวรรค์!
………………..
เมื่อพูดเช่นนี้ พวกเขาทั้งสามารถรับรู้ได้ถึงการมีอยู่ของดวงตานั่นที่ใต้พื้นดิน!
“เหตุใดล่ะ”
ฉู่หลิวเยว่ก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าวพลางย่นคิ้วถามขึ้น
ตู๋กูโม่เป่าจ้องมองนางด้วยสีหน้าเรียบเฉย
“ไม่มีเหตุผล”
“แต่ว่าในตอนแรกที่อยู่สำนักหลิงเซียว…”
“ครั้งนั้นเป็นเขาที่ลงมือ”
ตู๋กูโม่เป่าพูดอย่างมั่นใจ
ฉู่หลิวเยว่ตกตะลึงไปชั่วครู่และนึกถึงในเวลานั้นแม้พี่เป่าจะแอบช่วยเหลือ แต่กลับไม่เคยปรากฏตัวตั้งแต่ต้นจนจบ
ในอาณาจักรเสิ่นซวี่เขาแทบจะไม่เปิดเผยการโจมตีและแม้แต่ไม่ยอมรับในเรื่องนี้
นางคิดขึ้นมาปราณสายฟ้า จากนั้นจึงเอ่ยถามขึ้นอีกครั้ง
“นั่น…ถวนจื่อกับจื่อเฉินที่ตกอยู่ด้านล่าง…”
“พวกมันยังอยู่ที่นี่”
ตู๋กูโม่เป่ายกคางขึ้น สีหน้าแข็งค้างขึ้นเล็กน้อย
“ข้าบอกเจ้าได้แค่ว่า มันไม่มีทางออกจากทะเลทรายจันทราสีชาดได้”
ฉู่หลิวเยว่เลิกคิ้วขึ้น
“ก็คือ…”
แน่นอนว่าเป็นการพูดเปรียบเทียบกับพวกพี่เป่าทั้งสามคน
มิน่า…เหตุที่พวกเขาถูกขังที่นี่ เพราะเกี่ยวข้องกับสิ่งนั้นอย่างนั้นหรือ
“ช่วงนี้ข้ากักตน ผู้อาวุโสที่ห้ากับหลานเซียวคงยุ่งอยู่กับเรื่องร่างศักดิ์สิทธิ์ และไม่ว่าอย่างไรคงไม่มีทางออกมาได้ ทั้งหมดนี้…เจ้าต้องจัดการเองแล้วล่ะ”
เมื่อพูดจบเขาตรงไปข้างหน้า ทะเลสาบแยกออกจากกันและร่างของเขาก็หายไปอย่างรวดเร็ว
ชั่วครู่เหนือทะเลสาบก็กลับมาสงบนิ่ง สายลมพัดพาระลอกคลื่นเบาๆ
ฉู่หลิวเยว่ยืนอยู่ที่เดิมมาสักพักหนี่ง
ในเวลานี้ท้องฟ้ามีแสงขาวๆ ปรากฏขึ้นที่ขอบฟ้า
มองจากไกลๆ น้ำค้างแข็งบางๆ ที่จับตัวกันยามค่ำคืน ค่อยๆ ละลายลงอย่างเงียบๆ
เงียบสงัด…ว่างเปล่า
หรงซิวเดินเข้ามายืนอยู่ข้างๆ นางและจับมืองนางไว้
ฉู่หลิวเยว่หันหลังกลับพลางเอ่ยขึ้น
“ดูแล้ว มีเพียงข้าที่ต้องไปหาด้วยตัวเอง”
“ข้าจะไปกับเจ้าด้วย”
“โชคดีที่มันไม่ได้ออกจากทะเลทรายจันทราสีชาด ดีกว่าที่คิดไว้”
ฉู่หลิวเยว่ถอนหายใจด้วยความโล่งอก
หรงซิวเหลือบมองดูข้างทะเลสาบที่ค่อยๆ กลับคืนความสงบ จากนั้นเขาจึงมองนางอีกครั้งพลางเอ่ยถามขึ้น
“เจ้าไม่โกรธหรือ”
ฉู่หลิวเยว่ยกมุมปากขึ้นเล็กน้อยและส่ายหัว
“เหตุใดล่ะ”
อันที่จริงที่พี่เป่าไม่ยอมช่วย เดิมทีก็อยู่ในความคาดคิดของนาง
ดังนั้นเมื่อได้ยินคำตอบของเขา นางจึงไม่ได้ตื่นตระหนกหรือไม่พอใจอันใด
“พวกเขาปฏิบัติต่อข้าอย่างไร ข้าย่อมรู้ดี”
บัดนี้เมื่อเป็นเช่นนี้แล้วเห็นได้ชัดว่ามีสาเหตุอื่น
มือนั่นที่ใต้เขาหมื่นเมรัย และยังมีดวงตานั่นที่ทะเลทรายจันทราสีชาด…
เห็นได้ชัดว่ามันเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้!
“หากสามารถหาถวนจื่อกับจื่อเฉินได้ บางทีอาจจะ…”
ช่วยพวกเขาได้
ครึ่งประโยคที่เหลือ ฉู่หลิวเยว่ไม่พูดมันออกมา
นางหันตัวกลับและมองทะเลทรายอันกว้งใหญ่ที่อยู่ด้านหลัง
ดวงตานั่นซ่อนอยู่ที่ไหนกัน
…
ตู๋กูโม่เป่ากลับสู่ห้องขังอันมืดมิดและคับแคบ
ผู้อาวุโสที่ห้ากับหลานเซียวต่างมองมา
“สิ่งที่อยากถาม หรงซิวได้ช่วยถามให้พวกเขาแล้ว”
ตู๋กูโม่เป่าพูดอย่างเรียบเย็น
“คำตอบของนางหนูเยว่เออร์ พวกเจ้าก็ได้ยินแล้ว”
ตั้งแต่แรกเขาก็ไม่เคยกังวลว่านางจะมาหาพวกเขา แต่เพราะเรื่องที่วุ่นวายเช่นนี้
เป็นเพราะแต่ไหนแต่ไรมานางฉลาดเป็นที่สุด
ผู้อาวุโสที่ห้าถอนหายใจด้วยสีหน้าที่สับสนและพูดขึ้นด้วนความรู้สึกอย่างเอ่อล้นว่า
“และสิ่งที่นางทำก็เปล่าประโยชน์…”
ถวนจื่อกับหลานเซียวต่างมีความสำคัญต่อนางอย่างมาก บัดนี้จู่ๆ พวกมันหายตัวอย่างไร้ร่องรอย จึงเป็นไปได้ที่นางจะรู้สึกทั้งเป็นกังวลและเป็นห่วงพวกมัน
เมื่อเทียบกันแล้วคำพูดเหล่านั้นที่ตู๋กูโม่เป่าพูดออกมา ดูแปลกประหลาดอย่างเห็นได้ชัด
แต่โชคดีที่นางหนูเยว่เออร์ใจกว้างกับเรื่องเหล่านี้มาก
หลานเซียวเอ่ยถามขึ้น
ตู๋กูโม่เป่าเหลือบมองเขาด้วยสีหน้าไร้อารมณ์
“ตอนนี้เจ้านอกจากแค่เฝ้าดู ยังคิดจะทำสิ่งใดได้อีก”
จากท่าทางของเขาในตอนนี้ เมื่อถึงวันพระจันทร์สีเลือด เขาก็ไม่มีกำลังออกไปได้
หลานเซียวสำลัก เดิมทีเขาคิดจะแก้ต่างสักสองคำ แต่ทำอย่างไรได้คำพูดของตู๋กูโม่เป่าเป็นความจริง อันที่จริงเขาก็คิดอะไรไม่ออกที่จะโต้แย้ง สุดท้ายได้แต่ทำเสียง “หึ” ไม่หยุด
“รอนายน้อยสร้างร่างศักดิ์สิทธิ์ได้สำเร็จ จะออกไปสู้กับเจ้า!”
ตู๋กูโม่เป่านั่งลง หัวใจสั่นไหว ตรงหน้าปรากฏค่ายกลขึ้น
ค่ายกลนี้กับค่ายกลปกติทั่วไปแตกต่างกันอย่างมาก ด้านบนมีแสงสว่างไสวที่ผิดปกติ
เมื่อเห็นการเคลื่อนไวของเขา ผู้อาวุโสที่ห้ากับหลานเซียวต่างตกตะลึง
“ต้าเป่า นี่เจ้าจะทำสิ่งใด”
ผู้อาวุโสที่ห้ายืดตัวตรงขึ้นโดยไม่รู้ตัว สีหน้าเรียบเฉยและเอ่ยถามขึ้นด้วยเสียงต่ำลง
ตู๋กูโม่เป่าพูดขึ้นอย่างสงบนิ่ง
“เปิดประตูแดนสวรรค์”
“เจ้าบ้าไปแล้ว!”
หลานเซียวนั่งลงในทันที
เพราะความประหลาดใจ ใบหน้าของเขาจึงฟื้นคือได้ส่วนหนึ่ง เมื่อเห็นยังคงดูดุร้ายน่ากลัวอยู่บ้าง
“ทะเลทรายจันทราสีชาดกับอาณาจักรเสิ่นซวี่ มีประตูแดนสวรรค์ที่เชื่อมต่อกัน และประตูแดนสวรรค์นั่นก็ยังเป็นที่ที่เป็นความลับอย่างยิ่ง บัดนี้เจ้าเปิดประตูแดนสวรรค์ เพื่อต้องการดึงดูคนเหล่านั้นที่อาณาจักรเสิ่นซวี่หรือ”
ตู๋กูโม่เป่าพูดขึ้น
“แค่เพียงพวกข้าไม่ออกไป พวกเขาก็ไม่มีเหตุผลอันใดที่ต้องเข้ามา”
แต่บัดนี้…
“เจ้าอยากให้คนอื่นที่อาณาจักรเสิ่นซวี่เข้ามาหรือ”
ทันใดนั้นผู้อาวุโสห้ารับรู้ได้ถึงบางอย่าง จึงถามขึ้นอย่างตื่นตกใจ
ตู๋กูโม่เป่าพยักหน้า
“อาศัยแค่เพียงนางคนเดียว แน่นอนว่าไม่ใช่คู่ต่อสู้ของสิ่งนั้น แม้หรงซิวจะอยู่ แต่ก็ไม่ดีนักที่จะรับมือจัดการกับทุกๆ สิ่ง หากมีคนมาช่วยหลายๆ คน บางทีก็อาจสามารถชนะได้หลายส่วน
ผู้อาวุโสที่ห้ากับหลานเซียวสบตากันครู่หนึ่ง และเงียบลงเป็นเวลานาน
ตู๋กูโม่เป่าพูดเช่นนี้ เท่ากับทำให้พวกเขาตกอยู่ในความเสี่ยงโดยตรง
และทั้งหมดนี้ไม่ใช่เพื่อนางหนูเยว่เออร์หรอกหรือ
แม้ว่าปากบอกว่าไม่ยอมช่วยเหลือ แต่กลับตัดสินใจสิ่งนี้อย่างลับๆ…
“ในเมื่อเจ้าตัดสินใจแล้ว เช่นนั้นพวกข้าย่อมไม่มีความเห็นอันใด”
ผู้อาวุโสที่ห้าพยักหน้าและถอดถอนหายใจอีกครั้ง
“เพียงหวังว่าเรื่องเหล่านี้ จะสามารถจบลงได้ ก่อนที่ภัยบุหลันครั้งต่อไปจะมาเถอะ!”
จู่ๆ หลานเซียวก็หันตัวไปครึ่งหนึ่งและหลับตาลง
แสงไฟลูกหนึ่งพุ่งขึ้นมาในฝ่ามือของเขา
ผู้อาวุโสที่ห้าพูดขึ้นอย่างประหลาดใจ
“หลานเซียว เจ้าจะทำอันใด”
ดวงตาของหลานเซียวไม่ได้ลืม เพียงฮัมเสียงเบาๆ
“ย่อมเป็นการสร้างร่างศักดิ์สิทธิ์ใหม่! สามารถช่วยนางหนูเยว่เออร์ ไม่ใช่เพียงตู๋กูโม่เป่าคนเดียว!”
ครั้งนี้ไม่ว่าพูดอะไรก็สำเร็จ!
ตู๋กูโม่เป่ามองเขาครู่หนึ่ง และรีบถอนสายตากลับไปมองค่ายกลที่อยู่ตรงหน้า
ในช่วงเวลาอันยาวนาน ประตูแดนสวรรค์นี้ไม่เคยเปิดออก
แต่ครั้งนี้ก็คงไม่อาจสนใจได้มากขนาดนั้นแล้ว
แสงระยับระยับที่สะท้อนบนใบหน้าของเขา ยิ่งทำให้ดวงตาสีม่วงคู่นั้นมีเสน่ห์มากขึ้น
ทันทีที่เขายกมือขึ้นและแตะเบาๆ บนค่ายกล
ปัง!
เสียงเล็กๆ ดังขึ้นจากในค่ายกล! แสงสว่างนั่นก็แตกกระจายออกไปอย่างรวดเร็ว!
…
ในชั่วพริบตาเดียวกันภายในอาณาจักรเสิ่นซวี่ สวรรค์และโลกก็สั่นสะเทือน!
………………..