ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ - ตอนที่ 2109 ไม่อยู่
ตอนที่ 2109 ไม่อยู่
………………..
อี้เจามีสีหน้าตกตะลึงเมื่อมาถึงด้านนอกพระราชวังเมฆาสวรรค์ จึงหันหน้ามองตรงทิศทางที่มีการเคลื่อนไหวขึ้นอย่างรวดเร็ว
ขอบฟ้าที่อยู่ห่างไกล จู่ๆ ก็มีระลอกคลื่นปรากฏขึ้นบนม่านแสงที่ตกลงมาจากท้องฟ้า
ตามมาด้วยการสั่นไหวของระลอกคลื่น พลังระหว่างสวรรค์และโลกได้รับผลกระทบเดือดพล่านอย่างหนัก!
เสียงระลอกคลื่นซัดสาด…
ราวกับเสียงกระแสน้ำที่กระทบกันดังเขามาในหูจนทำให้จิตใจสั่นไหว
ในตาของอี้เจาดูตกตะลึงอย่างที่สุด และพูดขึ้นอย่างไม่เชื่อว่า
“นี่คือ…”
ทันใดนั้นความว่างเปล่าก็ผันผวนขึ้นจากระยะไม่ไกล และมีร่างหนึ่งเดินออกมา
อี้เจามองผู้ที่มาเยือนอย่างระแวดระวังในทันที เมื่อเห็นใบหน้าฝ่ายตรงข้ามได้อย่างชัดเจน สีหน้าของเขาก็แข็งค้างขึ้นเล็กน้อย
โหมวเจินรีบเข้ามาและนึกไม่ถึงว่าจะชนกับคนรู้จักเข้าพอดี
ทั้งสองสบตากันครู่หนึ่ง บรรยากาศแปลกๆ เล็กน้อย
หงส์ทองคำกับไท่ซวีเฟิ่งหลงทั้งสองเป็นอสูรศักดิ์สิทธิ์ระดับบรรพกาล ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองเผ่านี้ลึกซึ้งอย่างมากมาโดยตลอด
หากพูดถึงในแต่ละด้าน ทั้งสองเผ่านี้ล้วนมีฐานะเท่าเทียมกัน
กระดูกของแต่ละคนล้วนหยิ่งยโสอย่างมาก ดังนั้นการเปรียบเทียบทั้งเปิดเผยและแอบแฝงที่มิอาจเลี่ยงได้
แต่อย่างไรก็ตามเพราะฉู่หลิวเยว่แบ่งพันธะสัญญากับถวนจื่อและจื่อเฉิน ทำให้สองเผ่านี้มีความเกี่ยวข้องกัน
ดังนั้นตอนนี้ได้พบหน้า ยังรู้สึกขัดเขินอยู่บ้างเล็กน้อย
ทว่าโหมวเจินมีจิตใจที่แข็งแกร่ง จึงเป็นคนแรกที่ตอบสนองเข้ามากล่าวทักทายด้วยรอยยิ้ม
“ประมุขอี้เจา ไม่คิดว่าจะได้พบท่านที่นี่ ช่างบังเอิญจริงๆ!”
โหมวเจินจ้องมองเขาอย่างไร้อารมณ์ และพูดขึ้นอย่างตรงไปตรงมาว่า
เมื่อจุดประสงค์ของเขาถูกเปิดเผย โหมวเจินรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยในตอนแรก
จากนั้นก็รับรู้ได้ว่าเรื่องราวนี้มีบางอย่างผิดปกติ
สีหน้าของเขาเคร่งขรึมขึ้น
“มิน่า…”
ทั้งสองสบตากันครู่หนึ่ง
ทั้งหมดคือการมีชีวิตอยู่ที่แข็งแกร่งมานับพันปี ยิ่งกว่านั้นทั้งสองคนมีความคิดที่ลึกซึ้ง ดังนั้นเพียงแค่พวกเขาสบตากัน ก็เข้าใจบางอย่างได้อย่างรวดเร็ว
โหมวเจินขมวดคิ้วถามขึ้น
“พูดตามตรง ข้าขาดการติดต่อกับจื่อเฉิน”
อี้เจาชะงักไปครู่หนึ่ง
“ถวนจื่อก็เช่นเดียวกัน”
ทั้งสองคนมาอย่างเงียบเชียบและอากาศเหมือนกับจะแข็งตัวขึ้นในชั่วขณะ
หากพูดว่าเป็นหนึ่งในถวนจื่อหรือจื่อเฉินที่ขาดการติดต่อกับพวกเขาไปยังดีเสียกว่า
แต่ตอนนี้ทั้งสองคนนั้นกลับหายไปด้วยกัน…
เช่นนี้ทำให้ผู้คนไม่คิดมากไม่ได้แล้ว
โหมวเจินพูดขึ้นอย่างรวดเร็ว
“ลองไปถามที่พระราชวังเมฆาสวรรค์”
ขณะที่พูดเขากำลังจะเคลื่อนไหว และได้ยินเสียงแปลกประหลาดดังขึ้นจากระยะไกล
เสียงพลังหลั่งไหล…
เขาชะงักไปและหันไปมองจึงเห็นม่านแสงที่ขอบฟ้าระยะไกล ไม่รู้เพราะเหตุใดมันปรากฏรอยพับสองเส้นขึ้น
แต่เสียงเมื่อครู่ เป็นการหลั่งไหลของพลังสวรรค์และโลก
“เหตุใดจึง…”
โหมวเจินตกตะลึงไปชั่วขณะ
อี้เจาพูดด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึมขึ้น
“อย่างที่เจ้าเห็น ประตูแดนสวรรค์ได้เปิดขึ้นอีกบาน”
“เป็นไปได้อย่างไร!”
โหมวเจินตอบกลับโดยไม่รู้ตัว
“เมื่อหมื่นปีก่อนประตูแดนสวรรค์ของอาณาจักรเสิ่นซวี่ได้ปรากฏม่านแสงที่ปกคลุมท้องฟ้า ตอนนี้เหตุใดมันถึงทะลุออกมาจากชั้นอากาศในหลายๆ แห่งเช่นนี้”
ตระกูลชั้นสูงในอาณาจักรเสิ่นซวี่ ในแต่ละตระกูลจะครอบครองประตูแดนสวรรค์ไม่มากก็น้อย
อีกทั้งสิ่งนี้เป็นสัญลักษณ์ประจำสถานะตำแหน่งของพวกเขา
มีเพียงการมีอยู่ของอำนาจที่แท้จริงและมีความสามารถในการต่อสู้ ถึงจะสามารถครอบครองประตูแดนสวรรค์ และรับผิดชอบเฝ้าประตู
แต่…ประตูแดนสวรรค์กลับไม่ได้ถูกเปิดโดยคนเหล่านี้ แต่ยังคงมีอยู่ตั้งแต่กำเนิดสวรรค์และโลก!
อี้เจาพูดขึ้น
“เจ้ากับข้าได้เห็นมากับตา เรื่องที่ไม่อาจเป็นไปได้บัดนี้ได้เกิดขึ้นแล้ว”
โหมวเจินมองมาอย่างตื่นตกใจ
จากที่ไกลเหนือแสงสว่างนั่น เหมือนลมที่พัดบนผิวน้ำจนระลอกน้ำกระเพื่อม…และเกิดเป็นประตูแดนสวรรค์ขึ้นใหม่!
ทันใดนั้นก็มีบางสิ่งผุดขึ้นมาในหัวของเขา
“ได้ยินข่าวว่าการมีอยู่อย่างลึกลับเหนือเทพศักดิ์สิทธิ์ ที่สามารถควบคุมประตูแดนสวรรค์ได้ทั้งหมด มิน่า…”
ทว่าในอาณาจักรเสิ่นซวี่ ตั้งแต่หมื่นปีที่ผ่านมาไม่เคยมีผู้แข็งแกร่งเช่นนั้นมาก่อน!
ตอนนี้มันเกิดอะไรขึ้นอีกกันแน่
อี้เจาเอามือไขว้หลัง ค่อยๆ กำมือแน่น และพูดขึ้นทีละคำ
“การเปลี่ยนแปลงจนน่าตกใจเช่นนี้ อาณาจักรเสิ่นซวี่ทั้งหมดต่างรู้”
แท้จริงแล้วการเคลื่อนไหวนี้ยิ่งใหญ่เกินไป ไม่ว่าเป็นใครก็ตาม เพียงแค่เงยหน้า ก็จะเห็นภาพเหตุการณ์นี้ในทันที!
“ประตูแดนสวรรค์ที่ปรากฏขึ้นนี้ดูไม่ปกติ!”
โหมวเจินขมวดคิ้วแน่น
จู่ๆ ถวนจื่อกับจื่อเฉินได้ขาดการติดต่อกับพวกเขาแต่ละคน สถานการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในเวลานี้
แต่เขากลับรู้โดยสัญชาติญาณว่า ระหว่างเรื่องนี้จะต้องมีส่วนเกี่ยวข้องบางอย่างเป็นแน่!
แม้อี้เจาไม่ได้พูดอันใด แต่อันที่จริงความคิดของเขาเหมือนกับโหมวเจิน
จู่ๆ เกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น เกรงว่าทั่วทั้งอาณาจักรเสิ่นซวี่จะเกิดความวุ่นวายเป็นแน่!
ในเวลานี้ด้านหลังของทั้งสองคน ค่ายกลพระราวังเมฆาสวรรค์ได้เปิดออกและมีคนหนึ่งเดินออกมา
ทั้งสองหันหน้ากลับมา ผู้ที่มาคือผู้อาวุโสหมิงที่สามสิบหก
ผู้อาวุโสหมิงที่สามสิบหกพุ่งตรงไปทำความเคารพคนทั้งสอง
“ไม่ทราบว่าท่านทั้งสองมาเยือน หากต้อนรับได้ไม่ดี หวังว่าท่านโปรดอภัย”
แม้ว่าคุณสมบัติระดับผู้อาวุโสจะอายุมากแล้ว แต่สองคนที่อยู่ตรงหน้ากลับห่างไกลนัก
ผู้อาวุโสหมิงที่สามสิบหกพลางถามไป พลางแอบพูดพึมพำอยู่ในใจ
ก็ไม่รู้ว่าวันนี้เป็นวันอะไร จู่ๆ ทั้งสองท่านก็มาพร้อมกันเช่นนีั้!
หลังจากได้ยินข่าว เขารีบมาในทันที เกรงว่าจะมีท่าทีเมินเฉย
โหมวเจินถามขึ้นอย่างตรงไปตรงมา
“ตอนนี้หรงซิวกับนางหนูเยว่เออร์อยู่ที่ใด”
ผู้อาวุโสหมิงที่สามสิบหกชะงักไปครู่หนึ่ง
และพุ่งเป้ามาที่สองคนนั้น แต่สีหน้าของโหมวเจินกับอี้เจา เหตุใดดูเหมือนไม่ปกติเล็กน้อย
เขาลังเลชั่วครู่พลางพูดขึ้น
“องค์ชายกับพระชายาออกไปได้สักพักแล้ว ก่อนหน้านี้รับสั่งแต่เพียงว่าจะไปอาณาจักรเสิ่นซวี่…”
ทั้งสองไปมาอย่างอิสระ แต่ไม่ได้บอกอย่างละเอียดเช่นนั้นกับผู้อาวุโสหมิงที่สามสิบหก
สุดท้ายไม่อยู่ที่พระราชวังเมฆาสวรรค์!
โหมวเจินกับอี้เขาส่งสายตากัน จากนั้นจึงหันตัวกลับพร้อมกันและมุ่งตรงขึ้นไปบนฟ้าทางประตูแดนสวรรค์นั่น!
………………..