ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ - ตอนที่ 2110 หันกลับไปมอง
ตอนที่ 2110 หันกลับไปมอง
………………..
“โอ้ว…”
ผู้อาวุโสหมิงที่สามสิบหกไม่คิดว่าสองคนนี้พูดว่าจะไปก็ไป ทันทีที่เขาส่งเสียงขึ้น ร่างของทั้งสองคนนั้นก็จากไปไกลแล้ว
เข้าอ้าปากค้าง คำที่พูดทั้งหมดกลับกลืนลงคอไป
นี่จะทำอะไรนะ
มีใครไม่รู้บ้างว่าความสัมพันธ์ระหว่างเผ่าอสูรศักดิ์สิทธิ์ระดับบรรพกาลทั้งสองอยู่ในความสมดุลที่ละเอียดอ่อนอย่างมาก ทั้งสองฝ่ายไม่ค่อยปรากฏตัวพร้อมกัน ยิ่งไม่ต้องกล่าวถึงท่านประมุข
ครั้งก่อนที่พวกเขามาด้วยกัน เพื่อเห็นแก่งานแต่งงานของหรงซิวกับฉู่หลิวเยว่
ครั้งนี้เกิดอะไรขึ้นอีก
ทว่าถามเพียงหนึ่งคำก็ไปเสียแล้ว…
ผู้อาวุโสหมิงที่สามสิบหกยังคงรู้สึกประหลาดใจอยู่ ทันใดนั้นอวี๋กวงจึงเหลือบไปเห็นภาพประหลาดแปลกตรงขอบฟ้า
เขาจับจ้องมองและตกตะลึงขึ้นในทันที
เมื่อรับรู้ได้ว่าเกิดอะไรขึ้น เขาจึงสูดลมหายใจเย็นๆ เข้าในทันที
“ปรากฏประตูแดนสวรรค์ใหม่หรือ!”
และทางด้านนั้นก็เป็นทิศทางที่อี้เจาและทั้งสองคนมุ่งหน้าไป!
ผู้อาวุโสหมิงที่สามสิบหกหันกลับมาอย่างไม่ลังเลสงสัย
อาณาจักรเสินซวี่ เกรงว่าจะเปลี่ยนฟ้าเสียแล้ว!
…
ไม่เพียงแค่อี้เจ้ากับโหมวเจิน
เมื่อระลอกคลื่นที่แปลกประหลาดปรากฏออกมาจากม่านแสงตรงขอบฟ้า ภายในอาณาจักรเสิ่นซวี่ผู้คนมากมายนับไม่ถ้วนต่างอกสั่นหวั่นไหว
ในชั่วครู่อาณาจักรเสิ่นซวี่ทั้งหมดสั่นสะเทือนขึ้น
…
ณ ทะเลทรายจันทราสีชาด
พระอาทิตย์แผดเผากลางท้องฟ้า
ฉู่หลิวเยว่เงยหน้ามองครู่หนึ่ง
ในเวลานี้นางขอบคุณตนเองยิ่งนักที่ฝึกฝนร่างศักดิ์สิทธิ์ได้ แม้ว่าจะอยู่ที่นี่ตลอดทั้งกลางวันและกลางคืน ก็ไม่ได้ทรมานเกินไป
สิ่งเดียวที่ทำให้นางรำคาญใจเป็นเพราะพวกเขาค้นหาที่นี่มาสามวันแล้ว แต่กลับยังไม่พบร่อยรอยของถวนจื่อกับจื่อเฉิน
กระแสน้ำวนก่อนหน้านี้ ถึงแม้จะสามารถสัมผัสได้ถึงลมปราณที่คุ้นเคยอย่างเลือนลาง แต่บัดนี้แม้แต่เบาะแสอะไรบางอย่างก็ล้วนไม่มี
ทะเลทรายจันทราสีชาดกว้างใหญ่ไพศาล หากคิดจะตามหาพวกเขา คงไม่ต่างกับการงมเข็มในมหาสมุทร
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงดวงตานั่นที่ก่อให้เกิดปัญหาประหลาดขึ้น
สิ่งนี้ทำให้พวกเขายิ่งตามหาคนได้ยากลำบากมากขึ้น
นางหยุดฝีเท้าลง
“หากตามหาต่อไปเช่นนี้ เกรงกว่าคงไม่มีความคืบหน้า”
หลังจากวันนั้นดวงตานั่นก็หายไปอย่างไร้ร่องรอยและไม่ปรากฏขึ้นมาอีกเลย
ดังพี่เป่ากล่าวไว้ ที่แห่งนี้คืออาณาเขตของสิ่งนั้น และมันยิ่งคุ้นเคยกับที่แห่งนี้ ย่อมเป็นข้อได้เปรียบอย่างมาก
หากฝ่ายตรงข้ามไม่เริ่มปรากฏตัว เช่นนั้นพวกเขาก็ยังไม่รู้ว่าจะหาเจอเมื่อใด
และก็ไม่อาจสำเร็จ
หรงซิวเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย
“ด้านค่ายกลกระสวยสวรรค์ ก็ไม่มีความเคลื่อนไหวอันใด”
หลังจากถวนจื่อกับจื่อเฉินหายตัวไป แม้ว่ายังหาพวกเขาไม่พบ แต่หรงซิวก็ยังเลือกทิ้งค่ายกลกระสวยสวรรค์ลงไป
ฉู่หลิวเยว่ถอนหายใจ
“สิ่งนั้นเจ้าเลห์ยิ่งนัก ในเวลาอันสั้นมันจะไม่ปรากฏตัวขึ้นตามใจชอบอย่างแน่นอน”
นางหรี่ตาลงและตกอยู่ในความคิด
“หรงซิว เจ้าว่า…จุดประสงค์ของสิ่งนั้นที่แท้คือผู้ใด”
และมองนางเงียบๆ ครู่หนึ่งพลางเอ่ยขึ้น
“พูดเช่นนี้?”
“ข้ารู้สึกมาตลอดว่า…แม้ว่ามันจะพุ่งเป้าไปที่ถวนจื่อกับจื่อเฉิน แต่เป้าหมายที่แท้จริงของมันดูเหมือนจะเป็น…ข้า”
ฉู่หลิวเยว่เอามือเท้าคาง คิ้วขมวดแน่นและลูบคางไปมาเบาๆ
“เหตุใดจู่ๆ ถึงมีความคิดเช่นนี้”
หรงซิวเอ่ยถามเสียงเรียบเย็น
ฉู่หลิวเยว่ส่ายหน้า
“ไม่ใช่เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน”
อันที่จริงนับตั้งแต่ที่เห็นดวงตานั่น นางจึงสังเกตุถึงสิ่งนี้ได้อย่างลางๆ
ก่อนหน้านี้ในสำนักหลิงเซียว นางพุ่งเข้าไปในดวงตาน้ำพุของเขาหมื่นเมรัยและสัมผัสกับผนึกของมือนั่นอย่างไม่ทันระวัง สิ่งนี้จึงนำไปสู่เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นในเวลาต่อมา
ถึงแม้ทุกอย่างจะสงบลง แต่ภาพเหตุการณ์ในวันนั้น ยังคงปรากฏขึ้นในหัวของนางอย่างกระจ่างชัด
เมื่อมองเห็นดวงตาคู่นั้น นางรู้สึกอย่างชัดเจนว่าตนเองเหมือนถูกตกเป็นเป้า
และตอนแรกกระแสน้ำวนที่แปลกประหลาดนั่น ปรากฏอยู่ใต้เท้าของนางจริงๆ
ระหว่างที่นางกระโดดอยู่หลายครั้ง ก็มิอาจสลัดมันออกได้ สุดท้ายหรงซิวจึงลงมือจัดการมันได้ในที่สุด
ทว่าผ่านไปไม่นาน ถวนจื่อกับจื่อเฉินก็เกิดเรื่องขึ้นเสียแล้ว
พวกมันคือพันธสัญญาสัตว์อสูรของนาง จึงเป็นเรื่องปกติธรรมดาที่จะเกี่ยวข้องพัวพันกัน
ทันใดนั้น เสียงถล่มดังสนั่นขึ้น!
ฉู่หลิวเยว่กับหรงซิวหันหน้ามาพร้อมกัน จึงเห็นเงาร่างทั้งสองวิ่งตามกันมาทางด้านนี้!
พวกเขารวดเร็วอย่างมาก ในชั่วพริบตาก็มาปรากฏตัวตรงหน้าทั้งสองคน
“ที่แท้พวกเจ้าอยู่ที่นี่”
ฉู่หลิวเยว่จ้องมองทั้งสองคนตรงหน้าที่ปรากฏตัวขึ้นมากะทันหันอย่างคาดไม่ถึง
“ผู้อาวุโสอี้เจา ผู้อาวุโสโหมวเจิน? เหตุใดพวกท่าน…”
“อีกทั้ง…ยังอยู่ด้วยกัน!”
ขณะที่เอ่ยถามออกไป นางก็รับรู้ได้ถึงอะไรบางอย่างในทันที
“พวกเจ้ามาเพราะถวนจื่อกันจื่อเฉิน?”
อี้เจาพยักหน้าและเอ่ยถามขึ้นในทันที
“จู่ๆ การติดต่อระหว่างข้ากับถวนจื่อก็ถูกตัดขาด เจ้ารู้หรือไม่ว่าเกิดเรื่องอันใดขึ้น”
ความรู้สึกของฉู่หลิวเยว่จมลงชั่วขณะ
เดิมทีคิดว่าถวนจื่อแค่ตัดการติดต่อกับนางเท่านั้น ไม่คิดว่า…
ต่อไปนี้จะยุ่งยากแล้ว
“เรียนผู้อาวุโสทั้งสองตามตรง ตอนนี้ข้ากับพวกเขาทั้งสอง ก็ติดต่อไม่ได้เช่นกัน”
“จะเป็นไปได้อย่างไร!”
สีหน้าของอี้เจาแข็งค้าง
ฉู่หลิวเยว่กับพวกเขามีความสัมพันธ์ตามพันธสัญญา จะเป็นเช่นนี้ไปได้อย่างไร
ในขณะนั้นฉู่หลิวเยว่จึงอธิบายเรื่องราวง่ายๆ รอบหนึ่ง
“…เรื่องราวก็เป็นเช่นนี้ หลายวันมานี้ข้ากับหรงซิวตามหาจากร่องรอยของพวกเขาอยู่ตลอด แต่…”
สีหน้าของอี้เจาหมองลง
โหมวเจินเอ่ยถามขึ้นในทันที
“ที่นี่คือที่ใดกัน”
“ทะเลทรายจันทราสีชาด”
ฉู่หลิวเยว่พูดขึ้น
“และเป็นอาณาเขตของราชวงศ์เทียนลิ่ง”
โหมวเจินกลับส่ายหน้า ด้วยตาทั้งคู่ของเขาจ้องมองด้านหลังฉู่หลิวเยว่อย่างแน่นิ่ง
“ไม่ เจ้าหันไปดูสิ”