ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ - ตอนที่ 2424 นี่ไม่ใช่สิ่งที่นางจะเลือกได้
ตอนที่ 2424 นี่ไม่ใช่สิ่งที่นางจะเลือกได้
………………..
ปฏิกิริยาของนางทำให้เซียวหรานรู้สึกประหลาดใจมาก
“…ใช่แล้ว ก่อนหน้านี้ข้าไม่เคยบอกเจ้าหรือ?”
เขาเกาศีรษะ
“อ่า เรื่องสำคัญเช่นนี้ คนในพระราชวังมายาศักดิ์สิทธิ์ล้วนรู้กันถ้วนทั่ว ดังนั้นข้าจึงอาจจะลืมบอกเจ้าไป เหตุใดหรือ มีอันใดไม่ถูกต้องอย่างนั้นหรือ?”
ฉู่หลิวเยว่ขมวดคิ้วขึ้นเล็กน้อย ภายในใจของนางมีระลอกคลื่นปรากฏออกมา
นางรู้อยู่แล้วว่าภายในตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์นั้นมีเสินสื่อหลายคน แต่ละคนล้วนมีหน้าที่แตกต่างกันออกไป แต่นางไม่เคยคิดเลยว่า พวกเขาจะมีกันสิบสามคน!
เหตุใดมันถึงบังเอิญขนาดนี้ สิบสามผู้พิทักษ์เยว่ของนาง…
ก็มีสิบสามคนเช่นเดียวกัน!
ตอนนั้นมีอันใดบางอย่างในสมองของฉู่หลิวเยว่อย่างรวดเร็ว นางต้องการจะคว้ามันเอาไว้ ตอนที่นางดึงสติกลับมาได้ ทุกอย่างมันก็สายเกินไปแล้ว
“ม่ะ…ไม่มีอันใดเจ้าค่ะ…”
นางส่ายหน้าแล้วพูดพึมพำเสียงต่ำแล้วหลุบสายตาลงเล็กน้อยเพื่อปิดบังความรู้สึกของตัวเอง
เป็นไปได้อย่างใด?
บางที…นางอาจจะคิดมากเกินไป?
สิบสามผู้พิทักษ์เยว่ติดตามนางมาตั้งแต่เด็ก อีกทั้งยังอยู่กับนางมาเป็นเวลาสิบกว่าปี
ในช่วงเวลาที่ผ่านมานี้ พวกนางก็ผ่านความเป็นความตายมาเป็นจำนวนมาก
ไม่มีใครรู้จักสิบสามผู้พิทักษ์เยว่ดีไปกว่านางแล้ว
แต่สิบสามเสินสื่อของพระราชวังมายาศักดิ์สิทธิ์กลับอยู่ที่นี่มานานนับหมื่นปีแล้ว
“ไม่เป็นอันใดจริงๆ หรือ?”
ดูจากท่าทางของนางเช่นนั้นเหมือนว่าจะไม่ใช่แบบนั้นนะ
ฉู่หลิวเยว่เงยหน้าขึ้นมอง สีหน้าของนางก็กลับคืนสู่ความปกติ รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนริมฝีปากบาง
“ไม่มีอันใดจริงๆ เจ้าค่ะ ข้าแค่นึกขึ้นได้ว่า…สิบสามผู้พิทักษ์เยว่ที่ติดตามข้าก็มีสิบสามคนเช่นกัน ดังนั้นจึงรู้สึกว่ามันบังเอิญ”
“อ่า งั้นหรือ?”
เซียวหรานเข้าใจแล้ว
“นั่นก็จริง…แต่ลูกน้องของเจ้า เหมือนว่าจะไม่ได้ติดตามมาที่นี่ทั้งหมดไม่ใช่หรือ?”
ฉู่หลิวเยว่พยักหน้า
“มีบางคนอยู่ที่…บ้านเจ้าค่ะ”
สำหรับท่าเรือดอกท้อก็เป็นเหมือนกับบ้านของนางหลังหนึ่ง
“อย่างนี้นี่เอง น่าเสียดายจริงๆ”
เซียวหรานพูดขึ้นมาอย่างสนใจ
“ข้าเห็นว่าคนที่ติดตามเจ้ามาที่พระราชวังมายาศักดิ์สิทธิ์ล้วนเป็นคนที่มีพรสวรรค์สูงส่ง ฝีมือก็ยอดเยี่ยม!”
ไม่ต้องพูดถึงคนอื่น เพียงแค่ชีหานคนเดียว หลังจากเขาเข้ามาที่นี่ได้ไม่นาน เขาก็สามารถเข้าใจค่ายกลบนเส้นทางดวงดาวได้ทั้งหมดแล้ว อีกทั้งยังสามารถเดินทางเข้ามาในตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์ได้สำเร็จ!
ตอนที่เซียวหรานได้ยินเรื่องเหล่านี้ ในใจก็รู้สึกขมขื่นไม่น้อย
ต่อให้ฉู่หลิวเยว่เป็นคนประหลาดก็ช่างเถอะ แต่เหตุใดแม้กระทั่งลูกน้องของนางยังมีฝีมือร้ายกาจขนาดนี้
ถ้าจำไม่ผิดละก็ ชีหานคนนั้นเหมือนจะเพิ่งมาถึงพระราชวังมายาศักดิ์สิทธิ์ได้แค่สองสามเดือนเท่านั้น!
ส่วนเขาใช้เวลาที่นี่เป็นหมื่นปี หากไม่ได้รับคำชี้แนะจากฉู่หลิวเยว่จนสามารถเข้าใจค่ายกลลำดับสุดท้ายได้อย่างทะลุปรุโปร่ง และสามารถทะลวงด่านได้สำเร็จ เขาก็ไม่สามารถเข้ามาได้อย่างง่ายดายขนาดนี้แน่นอน!
นอกจากชีหานแล้ว ผู้ติดตามคนที่เหลือของนางก็ไม่อาจดูเบาได้
มุมปากของฉู่หลิวเยว่ยกโค้งขึ้น
“พวกเขา…โดดเด่นจริงๆ นั่นแหละเจ้าค่ะ”
…
เสินสื่อลำดับที่หนึ่งเคาะระฆังปิดประตู เสินสื่อที่เหลือก็รีบมารวมตัวกันที่หน้าตำหนักใหญ่มายาศักดิ์สิทธิ์ทันที
เมื่อเห็นเงาร่างทั้งเก้าบนบันได หลังจากที่เสินสื่อทุกคนมาถึง พวกเขาก็โค้งคำนับด้วยความเคารพ
“คารวะเสินสื่อลำดับที่หนึ่ง!”
สีหน้าของมู่ชิงเห่อราบเรียบ เขายืนเอามือไพล่หลัง
เมื่อเห็นปฏิกิริยาของเขาเช่นนั้น เสินสื่อทุกคนก็ไม่ได้มีท่าทางประหลาดใจ
…ฐานะของเสินสื่อลำดับที่หนึ่งอยู่เหนือบุคคลทั่วไป เขาเป็นลูกน้องลำดับที่หนึ่งของเสินจู่ ดังนั้นจึงแตกต่างจากพวกเขามาก
เพียงแต่…
พวกเขาทั้งหลายหันไปมองอวี้เชียนที่ไม่ขยับตัว
หลายปีที่ผ่านมานี้ เสินสื่อลำดับที่หนึ่งปิดด่านฝึก ไม่ปรากฏตัวออกมา เรื่องน้อยใหญ่ภายในตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์ ล้วนเป็นเสินสื่อลำดับที่สองที่จัดการ
หลายคนคาดเดาเอาไว้ว่า เสินจู่ตั้งใจมอบอำนาจให้แก่เขา
และด้วยเหตุนี้หลายปีที่ผ่านมาอำนาจและชื่อเสียงของอวี้เชียนจึงเพิ่มขึ้นตลอดเวลา
คนจำนวนมากปฏิบัติตัวต่อเขาเหมือนเขาเป็นเสินสื่อลำดับที่หนึ่ง
แต่ใครจะรู้เล่าว่า…ตอนที่ประตูสวรรค์กำลังจะปิด เสินสื่อลำดับที่หนึ่งกลับปรากฏตัวออกมา!
แม้เขาจะยังไม่ได้ออกจากหน้าประตูใหญ่ แต่เท่านี้ก็สามารถมอบบทเรียนให้แก่อวี้เชียน เขาสั่งให้อีกฝ่ายคุกเข่าที่ด้านนอกประตูเป็นเวลาสามวันสามคืน!
การตบหน้าครั้งนี้เสียงดังมาก
แม้คนภายนอกจะไม่รู้เรื่อง แต่คนภายในตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์ล้วนรู้ดีทุกคน
การคุกเข่าลงครั้งนี้ เป็นการทำลายความเพียรพยายามตลอดหลายปีที่ผ่านมาของอวี้เชียนจนหมดสิ้น อีกทั้งยังทำลายชื่อเสียงและความน่าเกรงขามที่สั่งสมมาแล้วหลายปีจนมอดไหม้!
ท้ายที่สุดแล้วเสินสื่อลำดับที่สองก็ไม่สามารถก้าวข้ามเสินสื่อลำดับที่หนึ่ง!
เรื่องนี้ทำให้ผู้คนที่กำลังจะเคลื่อนไหวต้องระงับความคิดเหล่านั้นลงไป และไม่กล้าทำอันใดอีก
ต่อให้เสินสื่อลำดับที่หนึ่งจะไม่ได้ออกจากด่านฝึกมาหลายปี และยังอยู่ภายในตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์ตลอดเวลา แต่นอกจากเสินจู่แล้วก็ไม่มีใครสามารถยั่วโมโหเขาได้ทั้งนั้น!
แน่นอนว่าอวี้เชียนก็สามารถสัมผัสได้ถึงสายตาเหล่านั้น
ภายในใจของเขารู้สึกโมโหและหมดความอดทน แต่เขาก็ไม่ได้แสดงสีหน้าอันใดออกมาทั้งนั้น
เหตุการณ์เหล่านี้เคยเกิดขึ้นไปแล้ว ตอนนี้สิ่งที่เขาสามารถทำได้ก็มีเพียงแค่พยายามเปิดเผยมัน
แต่ตอนที่เขาหันสายตาไปมองทางเงาร่างสูงตระหง่านสวมชุดสีน้ำเงินเทา เขาก็ต้องกัดฟันกรอดอย่างอดไม่ได้
จากความพยายามหลายปีที่ผ่านมานี้…เพียงแค่คำพูดของเขาประโยคเดียว ทุกอย่างก็กลายเป็นโมฆะ!
อย่าว่าแต่อวี้เชียนเลย ต่อให้เป็นคนอื่นก็คงจะไม่สามารถผ่านไปได้อย่างง่ายดายแน่นอน
แต่…ใครใช้ให้มู่ชิงเห่อเป็นเสินสื่อลำดับที่หนึ่ง!
อีกทั้งเบื้องหลังของเขายังคงมีเสินจู่สนับสนุน…
เมื่อคิดถึงตรงนี้อวี้เชียนก็ถอนสายตากลับมา
เขาหันไปมองโดยรอบ จากนั้นก็ขมวดคิ้วขึ้นเล็กน้อย
“เหตุใดจิ่วหลงกับสีเยี่ยนยังไม่กลับมาอีก?”
ทันทีที่ประโยคนี้หลุดออกจากปาก เสินสื่อทุกคนก็เงียบเสียงลง
หลังจากผ่านไปสักพัก จิ้นอวิ๋นไหล่ก็พูดขึ้นว่า
“ท่านเทพ…ลงโทษพวกเขาให้ไปทะเลมายาศักดิ์สิทธิ์ไม่ใช่หรือขอรับ?”
ความจริงแล้วเรื่องนี้พวกเขาก็ได้ยินมาบ้าง เพียงแต่ไม่รู้รายละเอียดเท่านั้น
ล่วงเกิน?
แต่ระหว่างนั้นเกิดอันใดขึ้นก็ไม่มีใครทราบ
ทันใดนั้นซูจิ้งก็นึกอันใดบางอย่างขึ้นมาได้ นางหันไปมองยังทางทิศทางหนึ่ง แล้วพูดขึ้นเสียงเรียบ
“เรื่องนี้อาจจะต้องถามซั่งกวนเยว่ล่ะมั้งเจ้าคะ?”
เนื้อเพลงฉินสองส่วนแรกยอมรับนางเป็นเจ้านายแล้ว เรื่องนี้รู้ดีในหมู่เสินสื่อ แต่สำหรับคนทั่วไปแล้วยังเป็นความลับอยู่
ดังนั้นพวกเขาจึงไม่สามารถทำอันใดกับนางได้
แต่ในที่สุดก็รอมาจนถึงวันนี้
ซูจิ้งยิ้มขึ้นมาอย่างกะทันหัน
“ประตูสวรรค์ปิด ผู้บำเพ็ญเพียรทุกคนจะต้องขึ้นสวรรค์ทลายเทพ ครั้งนี้นางควรจะต้องคืนเนื้อเพลงฉินทั้งหมดให้แก่ตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์ไม่ใช่หรือ?”
ไม่มีใครพูดอันใด แต่พวกเขาก็มีความคิดเห็นตรงกัน
ท้ายที่สุดแล้วของของตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์จะให้ตกอยู่ในมือของคนอื่นได้อย่างใด?
ครั้งนี้เป็นโอกาสอันดีที่จะแย่งเนื้อเพลงฉินกลับคืนมา!
ฝานอวิ๋นเซียวได้ยินดังนั้นจึงหันมองตามสายตาของนางด้วยความอยากรู้อยากเห็น
“คนที่เจ้าพูดถึงนั้น คือแม่นางที่สวมชุดแดงคนนั้นน่ะหรือ?”
ก่อนหน้านี้เขาไม่เคยเจอฉู่หลิวเยว่มาก่อน
ซูจิ้งพยักหน้า “ถูกต้อง”
ฝานอวิ๋นเซียวหรี่ตาลงเล็กน้อย
“หากพูดไปตรงๆ นางคงไม่มีทางเห็นด้วยหรอก? ท้ายที่สุดแล้ว…”
ท้ายที่สุดแล้วมันก็เป็นของล้ำค่าชิ้นหนึ่ง!
นางกลับมาที่ตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์นานขนาดนี้แล้ว แต่ก็ไม่มีทีท่าว่าจะคืน แล้วครั้งนี้นางจะยินยอมหรือ?
ซูจิ้งหัวเราะ
“นี่ไม่ใช่สิ่งที่นางจะเลือกได้”