ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ - ตอนที่ 2426 ไม่รู้จัก
ตอนที่ 2426 ไม่รู้จัก
………………..
แม่นางสิบเอ็ดสังหรณ์ใจไม่ดี นางรีบจับตัวอีกฝ่ายเอาไว้ แต่ก็ยังสายไปครึ่งก้าว
ชั่วพริบตาเดียว แม่นางสิบสองก็วิ่งออกไปไกลแล้ว
หัวใจของน้องแปดก็เต้นกระหน่ำอย่างรุนแรง
“น้องต้องการจะทำอันใดน่ะ? รีบขวางเอาไว้!”
ที่นี่คือสถานที่แบบใดกัน
แม่นางสิบสองวิ่งออกไปแบบนั้น นางไม่รู้หรือว่ามันอันตรายขนาดไหน!
แม่นางสิบเอ็ดกระทืบเท้าลงพื้นแล้วพุ่งตัวออกไปทันที
“รีบตามไปเร็ว!”
น้องแปดร้อนใจมาก จากนั้นก็หันไปพูดกับเจี่ยนเฟิงฉือ
แม้ปกติแล้ว น้องแปดและเจี่ยนเฟิงฉือจะไม่ใช่คนที่เข้มงวดมาก แต่พวกเขาทั้งสองก็มีสติรับรู้เป็นอย่างดีว่าอันใดควรทำอันใดไม่ควรทำ
แม้พวกเขาจะสับสนและไม่เข้าใจเรื่องของมู่ชิงเห่อ แต่พวกเขาก็ไม่มีทางพุ่งตัวออกไปแบบนี้เด็ดขาด!
ทว่าคนรอบข้างก็มีจำนวนเยอะมาก ทั้งความเร็วของแม่นางทั้งสองคนก็สูงมาก น้องแปดและเจี่ยนเฟิงฉือจึงไม่สามารถตามทันได้
แม่นางสิบสองวิ่งออกมาจากกลุ่มคน พร้อมพุ่งตัวเข้าไปที่ประตูบ้านใหญ่ของตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์
เมื่อทุกคนเห็นภาพเหตุการณ์ดังนั้นจึงรู้สึกตกใจมาก
นั่นมันเรื่องอันใดกัน?
มีคนต้องการจะบุกเข้าไปในตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์อย่างนั้นหรือ?
หร่วนเจี้ยนเฟิงที่เฝ้าอยู่หน้าประตูก็เห็นเหตุการณ์นั้นได้ในทันที ใบหน้าของเขามืดครึ้ม เขายกกระบี่ขึ้นมาขวาง!
ตู้ม…!
ลำแสงกระบี่สีขาวหิมะพาดผ่านกลางอากาศ ชั่วพริบตาเดียวก็ปรากฏอยู่ตรงหน้าแม่นางสิบสองแล้ว!
เหมือนว่าคนผู้นี้ต้องการรนหาที่ตายจริงๆ
คนที่อยู่รอบข้างอดขมวดคิ้วขึ้นไม่ได้
เป็นแค่แม่นางน้อยคนหนึ่ง เหตุใดถึงคิดสั้นเช่นนี้…
กร๊อบ!
เสียงอาวุธมีคมแตกกระจาย
ทุกคนมองภาพเหตุการณ์ตรงหน้าพร้อมตาที่เบิกกว้าง อ้าปากค้าง พวกเขาเกือบจะคิดว่าตัวเองนั้นตาฝาดไปแล้ว
แม่นางน้อยคนนั้น…แค่สะบัดมือเบาๆ แต่กลับทำให้กระบี่ของเสินสื่อลำดับที่ห้าหักได้?
หร่วนเจี้ยนเฟิงก็ตกตะลึงเช่นเดียวกัน
เมื่อเห็นว่าแม่นางสิบสองโยนกระบี่ที่หักลงกับพื้นอย่างไม่ใส่ใจ หางตาของเขากระตุกขึ้นมาอย่างรุนแรง
คนผู้นี้มาจากที่ใดกัน?
จากนั้นเมื่อเห็นแม่นางสิบสองกำลังมุ่งหน้ามาทางนี้ หร่วนเจี้ยนเฟิงจึงรีบสาวเท้าไปด้านหน้าแล้วตะโกนขึ้นมาว่า “บังอาจ!”
เขารีบเข้ามาขวางด้วยตัวเอง แม่นางสิบสองจึงจำเป็นต้องหยุด
นางเงยหน้ามองทางหร่วนเจี้ยนเฟิง ใบหน้าแดงก่ำขึ้น ดวงตาทั้งสองข้างเต็มไปด้วยคราบน้ำตา
“ข้า…ข้าจะต้องเข้าไป!”
เสียงนั้นเบามาก แต่น้ำเสียงกลับหนักแน่นผิดปกติ
หร่วนเจี้ยนเฟิงมีสีหน้าเย็นชา
“ตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์เป็นสถานที่ที่เจ้าอยากจะเข้าก็เข้าได้อย่างนั้นหรือ? หากเจ้ายังไม่ถอยลงไปก็อย่าหาว่าข้าไม่เกรงใจ!”
วันนี้เป็นวันพิเศษ เขาไม่อยากจะลงมือกับแม่นางน้อยคนหนึ่ง เรื่องเช่นนี้มันยุ่งยากจริงๆ
“ข้า…”
แม่นางสิบสองกำลังจะพูดอีกครั้ง แต่ทันใดนั้นก็มีคนมาลากนางจากด้านหลัง
นางหันกลับไปมอง และพบว่าอีกฝ่ายคือ แม่นางสิบเอ็ด
แม่นางสิบเอ็ดมีท่าทางเย็นชามาก นางจับมืออีกฝ่ายแน่น
แม่นางสิบสองไม่อยากจะทำตาม
เท้าของนางเหมือนกับถูกตรึงไว้ที่พื้น กัดริมฝีปากแน่น น้ำตาไหลออกมาอย่างต่อเนื่อง
“แต่ว่า…พี่เจ้าคะ เจ้าไม่อยากเข้าไปถามหรือ? เหตุใดเขาถึง…”
เหตุใดเขาถึงอยู่ที่นี่?
เหตุใดเขาถึงกลายเป็นเสินสื่อลำดับที่หนึ่ง
ในที่สุดแม่นางสิบเอ็ดก็หวั่นไหวไปเล็กน้อย
ใช่ว่านางจะไม่อยากถาม
แต่…
“น้องสิบเอ็ด น้องสิบสอง นี่ไม่ใช่เวลาจะมาพูดเรื่องนี้ พวกเรากลับกันก่อนเถอะ!”
ในที่สุดตอนนี้น้องแปดและเจี่ยนเฟิงฉือก็มาถึงแล้ว
แม้น้องแปดจะรู้สึกตกใจมาก แต่นางก็มีอายุมากกว่าพวกนางหลายปี
ด้วยสถานการณ์ตอนนี้…ไม่มีทางอธิบายให้เข้าใจภายในหนึ่งประโยคแน่นอน?
แม่นางสิบสองจับมือของนางขึ้นมาอย่างกะทันหัน ดวงตาแดงก่ำ
“พี่แปด ข้าต้องเข้าไปถาม! ข้าต้องเข้าไป!”
นางแตกต่างจากแม่นางสิบเอ็ดมาก ปกติแล้วนางเป็นคนอ่อนโยน พูดน้อย เสียงเบา ไม่เคยโมโหหรือทะเลาะกับใครเลย
หากพบเจอกับเรื่องน่ายินดี นางก็เพียงแค่ยกยิ้มมุมปากเท่านั้น หากพบเจอกับเรื่องน่าเศร้าเสียใจ นางก็มักจะร้องไห้เงียบๆ หรือไม่ก็แอบไปร้องไห้โดยไม่ให้คนอื่นเห็น
นี่เป็นครั้งแรกที่น้องแปดต้องการจะทำอันใดบางอย่างด้วยความหนักแน่นขนาดนี้
นางเช็ดน้ำตาของตัวเองแล้วพูดขึ้นว่า
“ข้า ข้าต้องไปถามเขา เหตุใดเขาถึงทำเรื่องแบบนี้กับนายท่านได้? เขาตั้งใจหลอกลวงทุกคน! หลอกลวงนายท่านใช่หรือไม่!”
คนผู้นั้น…กำลังมองทางนี้อยู่หรือไม่?
หร่วนเจี้ยนเฟิงกล่าวเตือนขึ้นมาว่า
“ข้าจะนับหนึ่งถึงสาม ถ้าพวกเจ้ายังไม่ออกจากที่นี่ ข้าก็จะลงมือเดี๋ยวนี้!”
แม่นางสิบเอ็ดเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยสายตาเย็นยะเยือกทันที
“พวกเรามีเรื่องจะต้องคุยกับมู่ชิงเห่อ เจ้านับว่าเป็นตัวอันใดกัน?”
หร่วนเจี้ยนเฟิงยังไม่ทันได้สนใจประโยคหลัง
ความสนใจทั้งหมดของเขาอยู่ที่ประโยคครึ่งแรก
“บังอาจ!”
สีหน้าของเขาเย็นยะเยือก
คนที่อยู่รอบข้างได้ยินคำพูดของแม่นางสิบเอ็ด ต่างเงียบเสียงไปในทันที
“นางพูดว่าอันใดนะ? นางต้องการจะไปคุยกับใครนะ?”
“มะ…เหมือนว่าจะเป็น…เสินสื่อลำดับที่หนึ่ง?”
“อู้ย…นางอยากรนหาที่ตาอย่างนั้นหรือ? ไม่เพียงแค่พูดชื่อของเสินสื่อลำดับที่หนึ่งออกมาห้วนๆ แต่ยังพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเช่นนั้น?”
“ข้าว่าพวกเขาต้องเป็นคนบ้าไปแล้วแน่นอน…”
เจี่ยนเฟิงฉือร้อนรนมาก
“ข้าบอกแล้วว่าให้กลับไปก่อน เดี๋ยวข้าจะเล่าทุกอย่างให้ละ…”
เขายังพูดไม่ทันจบ แต่น้ำเสียงเย็นชาทุ้มต่ำก็ดังขึ้นมาจากภายในตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์อย่างกะทันหัน
“เจี้ยนเฟิง นี่คือวิธีการคุ้มกันประตูของเจ้าอย่างนั้นหรือ?”
พวกเขาทั้งหลายชะงักไปทันที
เสียงนั้นคุ้นหูมาก
แค่น้ำเสียงกลับไม่คุ้นเคย
หัวใจของหร่วนเจี้ยนเฟิงกระตุกวูบ จากนั้นก็รีบตอบขึ้นมาว่า
“เรียนเสินสื่อลำดับที่หนึ่ง พวกเขาเหล่านี้ต้องการพบท่าน…”
“ไม่ให้พบ”
น้ำเสียงของมู่ชิงเห่อเย็นชา
“หากยังมีคนต้องการบุกเข้ามาในตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์อีก…ก็ฆ่าให้หมด!”
เมื่อได้ยินถึงตรงนั้น ทุกคนที่อยู่บริเวณนั้นก็เงียบเสียงไปในทันที
ด้านนอกและด้านในประตูตำหนักมายาศักดิ์สิทธิ์ล้วนตกอยู่ในความเงียบราวป่าช้า
ฉู่หลิวเยว่หลุบตาลงต่ำ นางมองพื้นด้านหน้าแล้วยกยิ้มขึ้นทันที
………………..