ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ - ตอนพิเศษ ตอนที่ 24 ท่านเทพ เจ้าคงไม่ไร้น้ำยาขนาดนั้นใช่หรือไม่
- Home
- ยอดหญิงลิขิตสวรรค์
- ตอนพิเศษ ตอนที่ 24 ท่านเทพ เจ้าคงไม่ไร้น้ำยาขนาดนั้นใช่หรือไม่
ตอนพิเศษ ตอนที่ 24 ท่านเทพ เจ้าคงไม่ไร้น้ำยาขนาดนั้นใช่หรือไม่
……………
ของสิ่งนั้นงดงามมากจริงๆ แต่มันก็หรูหราฟุ่มเฟือย
ฉู่หลิวเยว่อดกลั้นเอาไว้ครู่หนึ่ง ในที่สุดนางก็อดทนไม่ได้แล้วมองไปที่ซั่งกวนโหยวด้วยสายตาสงสัย
นางจำได้ว่า ก่อนหน้านี้พ่อของนางมีรสนิยมดีมาโดยตลอด แต่ทำไมตอนนี้…
ซั่งกวนโหยวเอ็งก็รู้สึกประหลาดใจเช่นเดียวกัน
“เกินไปอย่างนั้นหรือ จะเป็นไปได้อย่างใด เจ้าดูนี่สิ มันสลักเป็นรูปดอกท้อซ้อนกันหลายชั้น งดงามมากทีเดียว!”
ขณะที่พูด ใบหน้าของเขาก็เต็มไปด้วยความยินดี
“หนูน้อยใส่แล้วจะต้องงดงามมากแน่นอน!”
เมื่อได้ยินดังนั้น หรงซิวก็หยิบกุญแจอายุยืนดอกนั้นมาจากมือของนาง ก่อนสำรวจอย่างละเอียด แล้วพยักหน้าชื่นชมว่า
“งดงามจริงๆ ขอบคุณขอรับพ่อตา”
ซั่งกวนโหยวรู้สึกพึงพอใจมาก
“ดูสิ! หรงซิวก็คิดเช่นนี้เหมือนกัน!”
ฉู่หลิวเยว่ “…”
หลังจากครุ่นคิด นางก็พยายามโต้เถียงขึ้นมา
“ถ้า ถ้าเป็นชายหนึ่งหญิงหนึ่ง…”
“ถ้าอย่างนั้นลูกชายก็ต้องเสียสละให้น้องสาว นางก็ใส่สองอันไปเลย!”
เหมือนว่าซั่งกวนโหยวคิดคำตอบนี้เอาไว้นานแล้ว ดังนั้นจึงโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ
ฉู่หลิวเยว่ “…”
“เยว่เอ๋อร์”
ฉู่หนิงเดินเข้าไปหา แต่เมื่อเห็นว่าซั่งกวนโหยวนำหน้าเขามาก่อนหนึ่งก้าว สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย
ใบหน้าของซั่งกวนโหยวเผยประกายความภาคภูมิใจ สายตากวาดสำรวจของที่อยู่ในมือฉู่หนิง
“โอ้ ฉู่หนิง บังเอิญเสียจริง เจ้าก็มามอบของขวัญให้กับเยว่เอ๋อร์เหมือนกันอย่างนั้นหรือ”
เหมือนกัน
นั่นหมายความว่าเขาได้มอบให้ไปแล้วสินะ
ฉู่หนิงหรี่ตาลงเล็กน้อย หลังจากนั้นเขาก็สามารถมองเห็นกุญแจอายุยืนสองอันในมือของหรงซิวได้อย่างรวดเร็ว เขาจึงเข้าใจขึ้นมาในทันที
“ขอรับ ข้าทำของเล็กน้อยเอาไว้เป็นของเล่นให้กับเด็กๆ”
เมื่อพูดจบเขาก็ยื่นกล่องหนึ่งออกมา
“เยว่เอ๋อร์ เจ้าลองดูสิ”
เขาก็เหมือนกับซั่งกวนโหยวที่ไม่เคยคิดจะยื่นให้หรงซิวดูเลย
แต่หรงซิวก็ไม่ได้ถือสา เขากลับเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แล้วหันหน้าไปดู
“ขอบคุณท่านพ่อ”
ฉู่หลิวเยว่รับกล่องนั้นมา
นางเปิดกล่องนั้นจนมีเสียงดังขึ้น
“แกร๊ก”
เสียงเขย่าเบาๆ ดังตามไล่ขึ้นมา ของที่อยู่ด้านในก็นอนแน่นิ่ง
มันคือกลองป๋องแป๋งขนาดเล็กที่ทำขึ้นด้วยความประณีต ด้ามจับเป็นไม้หายากแกะสลัก ตัวกลองแบนเล็กน้อย เชือกถักร้อยลูกปัดสีแดง
ประเด็นสำคัญเลยก็คือ พื้นกลองดูสะอาดและน่าเอ็นดูมาก
ฉู่หลิวเยว่ลอบถอนหายใจออกมาเบาๆ ใบหน้าปรากฏรอยยิ้มลึกขึ้น
“ขอบคุณเจ้าค่ะท่านพ่อ ข้าชอบมาก”
ซั่งกวนโหยวเห็นดังนั้นก็หัวเราะเย็นๆ ออกมา
ฉู่หนิงหรี่ตาลงเล็กน้อยแล้วพูดว่า
“เยว่เอ๋อร์ลองหยิบขึ้นมาดู”
ฉู่หลิวเยว่ชะงักไปเล็กน้อย จากนั้นก็หยิบขึ้นมาด้วยความประหลาดใจ พร้อมหมุนกลองไปมา
เสียงกลองดังกังวาน เห็นได้ชัดว่าวัสดุที่ใช้ทำกลองนั้นคุณภาพสูงมาก
แต่นั่นก็ไม่ได้สำคัญ
เพราะบริเวณหนังกองมีประกายไฟจำนวนนับไม่ถ้วนเปล่งประกายสว่างไสวออกมา ดูแล้วครึกครื้นมาก!
เมื่อเห็นภาพเหตุการณ์เช่นนี้ ซั่งกวนโหยวก็หน้าเปลี่ยนสีไปเล็กน้อย มุมปากของฉู่หนิงยกยิ้มขึ้น
“แสงไฟและลวดลายเหล่านี้จะขึ้นอยู่กับจังหวะในการเขย่า น่าเสียดายที่มีเวลาไม่พอ ไม่อย่างนั้นสีและลวดลายก็จะมากกว่านี้…”
มุมปากของฉู่หลิวเยว่กระตุกขึ้น
“ไม่ ไม่เป็นอันใด เท่านี้ก็พอแล้วเจ้าค่ะ…”
เพียงเท่านี้ก็ทำให้นางรู้สึกตื่นตระหนกมากแล้ว
ซั่งกวนโหยวหัวเราะเสียงเย็น แล้วพูดด้วยใบหน้าบูดบึ้ง
“เจ้าก็มีความสามารถจริงๆ…”
ฉู่หนิงจัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อย
“ที่ไหนกัน ของเหล่านี้เป็นของที่เด็กน้อยมักจะชอบ ข้าแค่นำมาปรับปรุงบางอย่างเท่านั้น”
ฉู่หลิวเยว่ “…”
เหมือนว่ามีตรงไหนที่ไม่ถูกต้อง…
“เอ๊ะ! พวกเจ้าอยู่ที่นี่กันหมดเลยหรือ”
ตอนที่ซั่งกวนจิ้งเดินเข้ามาหา พวกเขาก็เห็นว่าทุกคนรวมตัวกันอยู่บริเวณนี้ ดังนั้นจึงตกใจอย่างอดไม่ได้
เขาสาวเท้าไปอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็เห็นกุญแจอายุยืนในมือของหรงซิว และกลองป๋องแป๋งในมือของฉู่หลิวเยว่
ทันใดนั้นเขาก็เข้าใจทุกอย่าง
ซั่งกวนโหยวกระแอมไอ
“ไท่จู่”
ฉู่หนิงยิ้มออกมา
“วันนี้ผู้อาวุโสซั่งกวนมาที่นี่ น่าจะมามอบของขวัญเหมือนกันใช่หรือไม่”
ซั่งกวนจิ้งเลิกคิ้วขึ้น เขาไม่รู้สึกแปลกใจที่อีกฝ่ายสามารถคาดเดาถูกต้อง
“แน่นอนอยู่แล้ว!”
เขาหัวเราะอย่างภาคภูมิใจ จากนั้นก็หันมองทางฉู่หลิวเยว่
“นางหนูเยว่เอ๋อร์ ของขวัญที่ข้าจะมอบให้เจ้า เจ้าจะต้องชอบอย่างแน่นอน!”
ตั้งแต่ที่เขาเข้ามา ฉู่หลิวเยว่ก็เห็นอยู่แล้วว่าเขาเอามือทั้งสองข้างไพล่หลัง เหมือนถือสิ่งของอะไรบางอย่างมาด้วย
เมื่อได้ยินคำพูดเช่นนี้ ฉู่หลิวเยว่ก็มั่นใจมากขึ้นกว่าเดิม
ท้ายที่สุดแล้วไท่จู่ก็คือไท่จู่ น่าจะมอบอาวุธศักดิ์สิทธิ์ให้เป็นของขวัญ ไม่น่าจะเหมือนกับเสด็จพ่อและพ่อของนาง
แต่เรื่องนี้ก็เป็นเรื่องที่ยากจะพูดแล้ว
นางกระแอมไอแล้วพูดว่า
“ของที่ฝ่าบาทกับท่านพ่อให้มาข้าก็ชอบมาก สิ่งที่ท่านให้มาข้าก็ชอบเช่นกัน ดังนั้นความรู้สึกเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด”
“ไม่ทราบพวกอาวุโสซั่งกวนจะมอบสิ่งใดให้ ให้พวกเราดูก่อนได้หรือไม่ สิ่งที่ทำให้ท่านมั่นใจมากขนาดนั้น น่าจะ…มิใช่ของธรรมดา”
ฉู่หลิวเยว่ยังพูดไม่ทันจบ ฉู่หนิงก็พูดแทรกขึ้นมาอย่างกะทันหัน
นางเหลือบตาขึ้นมอง เมื่อเห็นว่าฉู่หนิงมีสีหน้ายืนหยัดมั่นคง ดังนั้นจึงรู้สึกปวดหัวขึ้นมา
นี่คือการต่อสู้กันอย่างนั้นหรือ
มันมีอะไรให้สู้กัน!
คิดไม่ถึงเลยว่า ซั่งกวนโหยวก็เหมือนจะถูกยุขึ้น ดังนั้นเขาจึงพูดขึ้นว่า
“ใช่แล้ว ไท่จู่ ท่านมอบสิ่งใดกัน พวกเราขอดูก่อนได้หรือไม่”
อีกทั้งยังพูดจากับไท่จู่เช่นนี้อีก
ทำไมพวกเขาถึงกระหายชัยชนะขึ้นมาอย่างกะทันหันแบบนี้
แต่ซั่งกวนจิ้งก็ไม่ได้โมโห เขายังมีทีท่าภาคภูมิใจ
“หึ พวกเจ้าไม่ยอมแพ้อย่างนั้นหรือ ถ้าเช่นนั้นข้าจะแสดงให้พวกเจ้าดูเอง!”
เมื่อพูดจบ เขาก็หยิบของสิ่งนั้นออกมาจากด้านหลังอย่างระมัดระวัง
“เยว่เอ๋อร์! เจ้าดูสิ! ชอบหรือไม่”
รองเท้ารูปหัวเสือเล็กๆ และนุ่มนิ่มวางอยู่บนฝ่ามือของเขาอย่างเงียบเชียบ
รองเท้าคู่นั้นเล็กมาก มันมีขนาดไม่ถึงครึ่งฝ่ามือของเขาด้วยซ้ำ แต่มันงดงามประณีตมาก
ซั่งกวนจิ้งมีท่าทางภาคภูมิใจ
“นี่เราคือรองเท้าหัวเสือที่ข้าเย็บขึ้นมาด้วยตัวเอง! ไม่เพียงแค่สวมใส่สบาย แต่มันยังมีประโยชน์มาก! เพียงแค่ใส่มัน รับรองได้เลยว่าเจ้าหนูน้อยจะต้องวิ่งเร็วขึ้นอย่างแน่นอน!”
เส้นเลือดบริเวณหน้าผากของฉู่หลิวเยว่เต้นตุ้บๆ
แน่นอนว่ารองเท้ารูปหัวเสือนั้นน่าเอ็นดูมาก อีกทั้งไท่จู่ต่อให้ไม่ได้พูด นางก็มองออกว่า เขาจะต้องทุ่มเททุ่มเทแรงกายแรงใจไปไม่น้อยเลย
เพราะนี่คือ อาวุธศักดิ์สิทธิ์แห่งจุนเจ๋อ
แต่ว่า…
“ไท่จู่ เหตุใดท่านถึงใช้ผ้าสีชมพูเล่า”
ซั่งกวนจิ้งร้องขึ้นมา
“อ่า”
“สีชมพูไม่สวยอย่างนั้นหรือ ผ้าไหมทอเมฆนี้ล้ำค่ามาก ฟันแทงไม่เข้า สีชมพูยิ่งหาได้ยาก ต้องใช้ความพยายามอย่างมากกว่าจะหามันได้”
ฉู่หลิวเยว่กุมหน้าผากของตัวเอง แล้วพูดออกมาอย่างสติไม่สู้ดี
“สะ…สวย…”
“ข้าก็คิดเอาไว้แล้ว! นอกจากนี้ด้านบนยังมีไข่มุกสีชมพู ที่ข้าได้มาจากถังเคอ! มันก็งดงามมาก!”
ซั่งกวนโหยวมีสีหน้าผิดหวัง
“สมแล้วที่เป็นไท่จู่”
ฉู่หนิงถอนหายใจออกมา
“ฉู่หนิงรู้สึกละอายใจจริงๆ”
คาดไม่ถึงว่าเขาจะรู้สึกพ่ายแพ้ออกมาด้วยใจจริง
ท่านเทพที่มีสีหน้าสูงส่งเย็นชามาโดยตลอด หลังจากเขาต้องมองรองเท้าหัวเสือสีชมพูอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็ทอดถอนหายใจออก แล้วพูดขึ้นอย่างจริงจังว่า
“มันสวยและน่าเอ็นดูจริงๆ ต้องทำให้ท่านลำบากแล้ว”
ซั่งกวนจิ้งยืดอกภาคภูมิใจ
“ข้าก็บอกแล้วว่าข้าชนะแน่นอน!”
ฉู่หลิวเยว่เงียบไปครู่หนึ่ง แล้วพูดขึ้นอย่างหมดแรง
“ถ้าลูกทั้งสองคน…”
พี่เป่าผลักประตูเข้ามาอย่างกะทันหัน เมื่อได้ยินดังนั้นก็ขมวดคิ้วขึ้นดูถูก ก่อนหันมองทางหรงซิว
“เจ้าคงไม่ไร้น้ำยาขนาดนั้นใช่หรือไม่”
……………