ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ - ตอนพิเศษ ตอนที่ 25 ไม่
ตอนพิเศษ ตอนที่ 25 ไม่
……………
หรงซิว “…”
ฉู่หลิวเยว่ “…”
ซั่งกวนจิ้งวางรองเท้าไว้ในมือของฉู่หลิวเยว่ จากนั้นก็โบกมือขึ้น
“จะเป็นเช่นนั้นได้อย่างใด!”
นั่นมีโอกาสน้อยมากเลยทีเดียว!
พี่เป่าหันสายตามามองเขาเล็กน้อย จากนั้นก็เห็นของที่ฉู่หลิวเยว่และหรงซิวถือเอาไว้อยู่ จากนั้นเขาก็เผยสีหน้าพึงพอใจอย่างหาได้ยาก
“ของเหล่านี้ไม่เลวเลย”
ฉู่หลิวเยว่สูดลมหายใจเข้าลึกๆ จากนั้นก็ตัดสินใจว่าจะไม่ยุ่งเรื่องของพวกเขา
ตอนแรกก็คุยกันแล้วว่าไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายก็ดีทั้งนั้น แต่ผลเป็นอย่างไรเล่า
ดูจากของขวัญเหล่านี้แล้ว เหมือนว่าความคิดของพวกเขา…จะชัดเจนอย่างมาก
พี่เป่าเดินมานั่งตรงข้ามกับฉู่หลิวเยว่
ทุกคนล้วนรู้ดีว่านี่คือการศึกษาก่อนคลอดในทุกวัน
ฉู่หลิวเยว่หยิบของต่างๆ ขึ้นมา พี่เป่ายกมือขึ้น กระดานหมากรุกก็ปรากฏ
คนที่เหลือก็ไม่ได้จากไป พวกเขาวางแผนว่าจะดูการต่อสู้ครั้งนี้
ฉู่หลิวเยว่กลับนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้อย่างกะทันหัน จากนั้นก็หันไปมองทางหรงซิว แล้วพูดว่า
“ทางด้านของแม่ทัพสวรรค์ฝ่ายซ้าย ไม่ต้องการคนช่วยจริงๆ หรือ”
มุมปากของหรงซิวยกยิ้มขึ้น
“ไม่จำเป็น อีกเดี๋ยวเขาก็กลับมาแล้ว”
นางหัวเราะขึ้นมา
“ถ้าอย่างนั้นข้าคงต้องรออีกสักพักกว่าที่จะรับแม่ทัพสวรรค์ฝ่ายซ้ายมาเป็นคนของตัวเองได้”
หรงซิวเลิกคิ้วขึ้น เขายกชาขึ้นมาจิบ
“ไม่จำเป็นต้องรอ”
…
น้องแปดหลับไปแล้วงีบหนึ่ง เมื่อตื่นขึ้นก็เป็นเวลาพลบค่ำแล้ว
นางหันออกไปมองทางด้านนอก
ภายในเรือนนั้นเงียบมาก ไม่มีใครมาที่นี่เลย
นางรู้สึกว่าภายในใจของตัวเองไม่มีความสุขเล็กน้อย
ไม่รู้ว่าที่นางโกรธเพราะไม่มีใครมาที่นี่ หรือโกรธที่ตัวเองกำลังรอใครบางคน
นางแค่นหัวเราะ จากนั้นก็ก้มหน้ามองเท้าของตัวเอง
ความจริงแล้ว อาการปวดที่ขาของนางก็ไม่ได้ร้ายแรง หากผ่านไปแค่วันสองวันก็จะดีขึ้นแล้ว
ต่อให้เมื่อวานตอนดึก นางจะไม่สามารถลุกขึ้นได้เลยก็ตาม
บริเวณหางตาของนางยังมีรองเท้าคู่หนึ่งวางเอาไว้อย่างเป็นระเบียบ
นางขมวดคิ้วขึ้น นางเดินไปเพราะอยากจะเอารองเท้าไปทิ้ง แต่เมื่อขยับตัวได้เพียงเล็กน้อย การเคลื่อนไหวของนางก็หยุดกะทันหัน
นางลังเลอยู่นาน สุดท้ายก็วางรองเท้ากลับที่เดิม
นางเดินมาที่โต๊ะเครื่องแป้ง แล้วมองคนที่อยู่ในกระจก
บางทีอาจจะเป็นเพราะนางนอนไม่หลับ ใบหน้าจึงดูเหนื่อยล้า ผมเพ้ายุ่งเหยิงเล็กน้อย
ซึ่งแตกต่างจากเวลาปกติของนางมาก
น้องแปดกัดฟัน
ไม่ชอบก็ไม่ชอบสิ!
นางไม่สามารถไปแขวนคอตายใต้ต้นไม้ได้นี่นา
เยี่ยนชิงไม่สนใจนาง เช่นนั้นนางก็จะไม่ชอบเขาเหมือนกัน
เขาก็เป็นแค่ผู้ชายคนหนึ่งมีอะไรดีเด่นกัน
“เหอะ เป็นอย่างเมื่อก่อนยังดีกว่าเลย…”
นางจับปลายคางครุ่นคิดถึงวันเวลาที่เต็มไปด้วยอิสรภาพและผ่อนคลาย
ยังดีที่เรื่องนี้ไม่มีใครรู้มากนัก ไม่อย่างนั้นคงขายหน้าแย่
คนที่ชอบนางมีมากมาย แล้วทำไมนางจะต้องมาสนใจเยี่ยนชิงด้วย
นางคาดเดาว่า อีกสักพักก็คงจะดีขึ้น
เมื่อคิดถึงเรื่องเหล่านี้ น้องแปดก็รู้สึกดีขึ้นมากเลยทีเดียว
นางหันไปมองคนที่อยู่ในกระจกทองเหลือง พร้อมกะพริบตาปริบๆ แล้วยิ้มเผยเสน่ห์และความบริสุทธิ์
แม้นางจะมีท่าทีง่วงงุนเล็กน้อย แต่ใบหน้าของนางก็ยังทำให้ผู้คนใจสั่นสะท้านได้
หากนางดูแลตัวเองดีๆ ต้องมีคนมาชอบเยอะกว่านี้หลายเท่าแน่นอน
นางลุกขึ้นยืน รูปร่างของนางก็น่าหลงใหลเช่นเดียวกัน
“เดิมทีความสวยของผู้หญิงก็เป็นสิ่งที่รอช้าไม่ได้”
นางพูดพึมพำเสียงเบา และหัวเราะขึ้น ไม่รู้ว่ากำลังพูดอยู่กับใคร
“ต่อไปเจ้าจะต้องเสียใจแน่นอน!”
…
เช้าวันรุ่งขึ้น น้องแปดเก็บข้าวเก็บของแล้วเดินออกไปข้างนอกด้วยความสดชื่น
นางคือเซียนหมอ แน่นอนว่านางรู้วิธีจัดการกับบาดแผลของตนเอง
ดังนั้นตอนนี้นางจึงหายดีเป็นปลิดทิ้งแล้ว
นางเดินไปที่ยอดเขาโอสถอย่างเชื่องช้า
วันนี้น้องแปดสวยมาก
เดิมทีใบหน้าของนางก็งดงามอยู่แล้ว แต่วันนี้ตั้งแต่หัวจรดเท้า เหมือนมีมนต์เสน่ห์ที่ไม่สามารถปกปิดแผ่กระจายออกมา
แสงแดดกระทบเข้าที่ร่างกายของนางจึงทำให้นางดูอ่อนโยนเป็นพิเศษ
เมื่อนางสาวเท้าไปด้านหน้า นางก็กลายเป็นจุดสนใจของทุกผู้คนในทันที
“วันนี้เสินสื่อลำดับที่แปดดูดีเป็นพิเศษเลยนะขอรับ”
“ข้าแค่รู้สึกว่า…ในที่สุดบาดแผลของนางก็หายดีแล้ว”
“นั่นสินะ”
“เสินสื่อลำดับที่แปดยอดเยี่ยมขนาดนี้ ไม่รู้ว่าใครจะได้ครองคู่กับนางในอนาคต ตั้งแต่เหนือจรดใต้มีคนตามเกี้ยวนางมากมาย แต่นางกลับไม่ชอบใครเลย”
…
สือฟังเดินเข้ามาหาพร้อมกวาดสายตาขึ้นลง สำรวจอยู่หลายรอบ
“พี่แปด บาดแผลของพี่เป็นอย่างใดบ้างแล้ว”
น้องแปดยิ้มออกมา คนที่อยู่รอบข้างต่างตกตะลึงนิ่งค้างไป
นางพูดเสียงเบาว่า
“ดีขึ้นมากแล้ว”
สือฟังจึงวางใจลง แต่ก็รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย
“ถ้าเช่นนั้นก็ดีแล้ว พี่แปดต้องนอนพักผ่อนให้มากๆ สิ แล้วเหตุใดวันนี้พี่ถึงมาที่นี่ได้”
เขาคิดว่าตัวเองเข้าใจน้องแปดมากที่สุด หากนางขี้เกียจนางก็จะขี้เกียจสุดๆ แต่ทำไมจู่ๆ วันนี้นั่งถึงแต่งตัวสวยเดินทางมาที่ยอดเขาโอสถได้ล่ะ
ไม่ใช่ว่าเมื่อก่อนไม่สวยนะ เพียงแต่ว่าวันนี้…สวยแบบสังหาร
น้องแปดพูดขึ้นอย่างเชื่องช้าว่า
วันนี้นางแต่งตัวสวยสะดุดตามาก แต่ความจริงแล้วเหมือนแฝงจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้อยู่ด้วย
ต่อสู้อย่างนั้นหรือ
แล้วจะต่อสู้กับใคร
สือฟังไม่เข้าใจ แต่ก็ไม่อยากจะถามเซ้าซี้
หลังจากเขาทำงานอยู่ที่ยอดเขาโอสถมาเป็นเวลานาน ดังนั้นเขาจึงอยากจะมีชีวิตอยู่รอดต่อไป
“เจ้าไปทำงานเถอะ เดี๋ยวข้าจะไปเดินรอบๆ”
เห็นได้ชัดว่าน้องแปดไม่มีความตั้งใจที่จะช่วยสือฟังจัดการงาน เมื่อพูดจบนางก็เดินจากไปทันที
…
แน่นอนว่าที่น้องแปดแต่งตัวสวยขนาดนี้เป็นเพราะว่านางมีเป้าหมาย
เดิมทีนางอยากจะให้เยี่ยนชิงได้เห็น เขาไม่ชอบนาง แต่มีคนมากมายที่ชอบ
แต่สุดท้ายแล้ว นางเดินวนรอบพระราชวังมายาศักดิ์สิทธิ์แต่กลับไม่เจอคนผู้นั้นเลย
ในตอนกลางคืน นางเพิ่งได้รู้ว่าเขาเดินทางออกจากพระราชวังมายาศักดิ์สิทธิ์ไปอาณาจักรเสิ่นซวี่แล้ว
นางเสียเวลาอยู่ทั้งวัน
น้องแปดนั่งอยู่ภายในห้อง พร้อมดึงกลีบดอกไม้อย่างดุเดือด
นางเดินจนเท้าของตัวเองเจ็บไปหมด!
ใครจะรู้เล่าว่าอีกฝ่ายไม่อยู่
นางเงยหน้าขึ้นอย่างหงุดหงิด มีของขวัญมากมายกองอยู่ในเรือน
แต่นางไม่ชอบมันเลย
ความจริงแล้ววันนี้นางก็มองหาคนผู้นั้นอยู่ตลอด นางคิดว่าในพระราชวังมายาศักดิ์สิทธิ์มีคนตั้งมากมาย จะต้องมีใครสักคนที่เข้าตานางบ้าง
แต่ไม่รู้ว่าทำไม ไม่ว่าจะในระยะใกล้ระยะไกล นางก็ไม่ได้รู้สึกชอบเลย
บางคนแค่เหลือบสายตามองเล็กน้อย ภายในใจของนางก็มีข้อด้อยของอีกฝ่ายปรากฏขึ้นมามากมาย
หน้าตาดี ฝีมือไม่ดี
ฝีมือพอไหว แต่นิสัยแตกต่างกันเกินไป
ไม่ว่าอย่างไร…
“น่ารำคาญจริงๆ เลย”
น้องแปดลุกขึ้นยืนพรวด แล้วหันหลังกลับไปนอน
…
เพียงชั่วพริบตาเดี๋ยวก็ผ่านไปสิบวันแล้ว
เยี่ยนชิงยังไม่ได้กลับมา ซ้ำยังไม่มีข่าวคราวเลยแม้แต่น้อย
แน่นอนว่าน้องแปดไปสืบเรื่องราวมาแล้ว อีกทั้งยังถามเนื้อหาบางส่วนมาได้ด้วย
แต่นางก็ปฏิเสธและต้องการกดสิ่งเหล่านี้ลงไป
ในวันนี้ นางตั้งใจเดินทางไปหาฉู่หลิวเยว่ เมื่อเดินมาได้ครึ่งทาง นางกลับได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวทางประตูสวรรค์
หัวใจของนางกระตุกวูบ จากนั้นก็รีบหันไปดูทางนั้นอย่างรวดเร็ว