ยอดอาจารย์มหาเมตตา - ตอนที่ 654 เจ้าคิดว่าเจ้าเป็ นใคร?
“ข้า… “กู้จื่อเจี๋ยตื่นตระหนกอย่างสมบูรณ์ เขานึกถึงความ เย่อหยิ่งและความหยาบคายก่อนหน้านี้และรู ้สึกเสียใจ เขาไม่เคย คาดคิดว่าเย่ชิวจะเป็ นเทพสูงสุดของดินแดนศักดิ์สิทธิ์เยียวยาสวรรค์
ความวุ่นวายทาให้บรรยากาศตึงเครียดยิ่งขึ้น ทุกคนต่างมองมา รวมถึงผู้น าตระกูลโบราณบางคน แม้แต่ยวี่ฉางเซิงก็มองด้วยความ ประหลาดใจ
เย่ชิวมองไปที่กู้จื่อเจี๋ยที่ลุกลี้ลุกลนอย่างเงียบ ๆ อย่างไรก็ตาม มี ความโกรธไม่รู ้จบซ่อนอยู่ภายใต้ความเยือกเย็นสงบนี้
ทุกคนรู ้สึกได้ถึงความโกรธที่น่าตกใจในอากาศ เจตนาสังหารที่ พวยพุ่งออกมา และบรรยากาศก็ยิ่งบีบคั้นมากขึ้นไปอีก กู้จื่อชิว เข้าใจทันทีว่าถ้าเขาไม่ยืนขึ้นในเวลานี้ น้องชายรองที่โง่เขลาและ แม้แต่ตระกูลกู้ก็อาจจะมีส่วนเกี่ยวข้อง
เขารีบออกมาขอโทษและพูดว่า “สหายน้อยเย่ น้องชายรองของ ข้าหยาบคายก่อนหน้านี้และทาให้เจ้าขุ่นเคือง ข้าขอโทษด้วย”
คาขอโทษที่ต่าต้อยนี้ไม่ได้รับความเคารพจากเย่ชิว เขามองไป ที่กู้จื่อชิวอย่างไร ้การแสดงออก “เจ้าคิดว่าเจ้าเป็ นใคร?”
เย่ชิวไม่ชอบคาขอโทษเช่นนี้ ณ จุดนี้ อีกฝ่ ายยังต้องการที่จะใช ้ ประโยชน์จากความอาวุโสหรือ? ในโลกนี้ ความแข็งแกร่งคือความ จริง อายุเป็ นเรื่องตลก อีกฝ่ ายเรียกเย่ชิวว่า ‘สหายน้อย’ เพราะ ต้องการใช ้ประโยชน์จากความเป็ นผู้อาวุโส หากเย่ชิวไม่ยอมปล่อย อาจเป็ นเพราะเขาไม่รู ้จักมารยาท หากเป็ นคนธรรมดา พวกเขาคง ยอมตกลงด้วยจริง ๆ อย่างไรก็ตาม เย่ชิวไม่ได้ตกหลุมพราง
เย่ชิวมองไปรอบ ๆ และหยิบกระบี่เทพเจ้าซึ่งกาลังเปล่งเปลวเพลิง ออกมาอย่างเงียบ ๆ เขาพูดอย่างเย็นชา “บังเอิญว่าวันนี้ข้าได้รับ สมบัติเซียนมา เป็ นกระบี่เทพเจ้าที่ยังไม่ลับคม เช่นนั้นข้าจะใช ้เจ้า เป็ นเครื่องสังเวย”
ทันทีที่คาพูดเหล่านี้ถูกพูดออกมา บรรยากาศก็ถึงจุดสุดยอด ทันที ทุกคนตกตะลึงเมื่อมองไปที่กระบี่เทพเจ้ามีปราณเซียนที่น่า อัศจรรย์
ในขณะนี้ แม้กระทั่งผู้นาของตระกูลยวี่ ยวี่ฉางเซิง ก็จ้องมอง อย่างตกตะลึง ตามด้วยร่องรอยของความโลภ “สมบัติเซียนโกลาหล ปฐมกาล! เด็กคนนี้ใจกว้างจริง ๆ เขาเอามาจากที่ใดกัน?”
ในช่วงเวลานั้น ยวี่ฉางเซิงตกลงไปในห้วงความคิด เขามองดู กระบี่เทพเจ้าและชอบมันมากยิ่งขึ้น
ในทางกลับกัน ช่วงเวลาที่กู้จื่อชิวเห็นกระบี่เทพเจ้า เขามองไปที่ คู่มู่ไห่ด้วยสายตาอ้อนวอน เขารู ้อยู่ในใจว่าเย่ชิวไม่ใช่คนมีเหตุผล ความเมตตากรุณาและศีลธรรมไม่ได้ผลกับอีกฝ่าย
นอกจากนี้ อีกฝ่ ายไม่ง่ายที่จะรับมือเหมือนกับเจียงหลิงเอ๋อ ช่วงเวลาที่เย่ชิวหยิบกระบี่เทพเจ้าออกมา หัวใจของกู้จื่อชิวก็กลาย เป็ นขี้เถ้าทันที เขาเข้าใจว่าเรื่องตลกในวันนี้ถูกกาหนดไว้แล้วว่าจะ จบลงไม่ได้
กลิ่นอายเย่ชิวแข็งแกร่งเกินไป ขณะที่เจตนาสังหารที่น่าตกตะลึง ถูกเปิดเผย ทั้งห้องโถงก็บีบคั้น
เจียงหลิงเอ๋อก็หันมามองด้วยความตกใจเช่นกัน
“ช่างเป็ นกลิ่นอายที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก ความแข็งแกร่งของ บุคคลนี้คงไม่ต่ากว่าหมิงเยว่”
เจียงหลิงเอ๋อตกใจอย่างหาที่เปรียบมิได้ เดิมทีนางคิดว่าใน ดินแดนศักดิ์สิทธิ์เยียวยาสวรรค์ทั้งหมด มีเพียงหมิงเยว่เท่านั้นที่ สามารถแข่งขันกับนางได้
โดยไม่คาดคิด ถึงกับมีตัวตนที่น่ากลัวเช่นนี้ซ่อนอยู่ในดินแดน ศักดิ์สิทธิ์เยียวยาสวรรค์นี้ ดวงตาของนางเผยให้เห็นร่องรอยของ ความหลงใหล ราวกับว่านางได้พบคู่ต่อสู้ที่พลังอีกคนหนึ่ง จิต วิญญาณแห่งการต่อสู้ของนางเริ่มตื่นเต้นขึ้นเรื่อย ๆ
เมื่อเห็นว่าบรรยากาศเริ่มตึงเครียดขึ้นเรื่อย ๆ และเขาไม่สามารถ จบฉากได้ คู่มู่ไห่ได้แต่รั้งตนเองและเดินออกไปเมื่อเห็นกู้จื่อชิวจ้องม องอย่างอ้อนวอน
เขาเสียใจมาก เขาไม่คิดว่าเย่ชิวจะดื้อรั้นขนาดนี้ ถ้าเขารู ้ก่อน หน้านี้ เขาคงไม่ปล่อยให้กู้จื่อเจี๋ยทาเช่นนี้
สาเหตุทั้งหมดมาจากเขา ดังนั้นเขาควรแก้ไข แต่เขารู ้ว่าเขาไม่ สามารถเอาชนะเย่ชิวได้และรู ้ว่าเย่ชิวน่ากลัวแค่ไหน อย่างไรก็ตาม ถ้าเขาเลือกที่จะนั่งเฉย ๆ และไม่ทาอะไรในวันนี้ เขาจะสูญเสีย ผู้ติดตามที่ภักดีที่สุด คงเป็ นเรื่องยากสาหรับเขาที่จะกลับมาใน อนาคต
ออกไปอย่างไม่มีทางเลือก คู่มู่ไห่ค่อย ๆ เดินออกมาและพูดว่า “ท่านเทพ คน ๆ นี้เย่อหยิ่งเกินไป เขาทาให้ท่านเทพขุ่นเคืองและมี โทษถึงตาย! อย่างไรก็ตาม ตระกูลกู้แห่งเมืองเทียนหลงและข้าเป็ น สหายที่ดีต่อกันมาหลายปีแล้ว ข้าสงสัยว่าคราวนี้ท่านเทพจะไว้ชีวิต เขาได้หรือไม่”
“ไม่ต้องห่วง ท่านเทพ เมื่อกลับไป ข้าจะสอนบทเรียนเจ้าคนบ้า คนนี้ให้อย่างแน่นอนจะได้ไม่ออกมาสร ้างปัญหาในอนาคต” หลังจาก พูดเช่นนี้ ใบหน้าของคู่มู่ไห่ก็ซีดลงราวกับขอทาน เขาหวังว่าเย่ชิวจะ ไว้หน้าเขา
อย่างไรก็ตาม เย่ชิวเพียงมองไปที่อีกฝ่ ายอย่างเย็นชาและพูดว่า “ดูเหมือนว่าผู้อาวุโสคู่ต้องการทดสอบกระบี่เทพเจ้าของข้าเช่นกัน? เอาล่ะ เข้ามาพร ้อมกันเสีย! ข้าไม่รังเกียจวิญญาณอื่นภายใต้กของ ข้า”
ทันทีที่คาพูดเหล่านี้ถูกพูดออกมา หัวใจของคู่มู่ไห่เย็นชา เขา เข้าใจทันทีว่าเย่ชิวไม่ไว้หน้าเขา
คู่มู่ไห่สบถทันที “เย่ชิว อย่าไปไกลเกินไป นี่คือโถงยอดสวรรค์ ไม่ใช่โถงฝึ กเมฆาม่วงของเจ้า มีกฎที่ส านัก เจ้าไม่สามารถท าทุก อย่างที่เจ้าต้องการได้”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ เย่ชิวก็ยิ้มและพูดว่า “ข้าจะทา เจ้าจะทาอะไร ได้?”
“เจ้า!” คู่มู่ไห่โกรธมากจนใบหน้าเปลี่ยนเป็ นสีแดง เมื่อเห็นสิ่งนี้ กู้จื่อชิวก็ยืนขึ้นและขู่ว่า “ท่านอย่าไปไกลเกินไป แม้ว่าท่านจะเป็ น เทพ เราเคารพผู้อาวุโสเมิ่ง ไม่ใช่ท่าน หากท่านยืนกรานที่จะดื้อรั้น ฮึ่ม… ตระกูลกู้ในเมืองเทียนหลงของข้าก็จงไม่เกรงใจ”
ณ จุดนี้ เย่ชิวยิ้มทันที นี่เป็ นการคุกคามหรือไม่? ไม่เลว ดู เหมือนว่าตระกูลกู้แห่งเมืองเทียนหลงอยู่ในรายชื่อศัตรูที่เขาต้องการ ไปเยี่ยม เย่ชิวทาร ้ายคนมามากแล้วและไม่รังเกียจที่จะเพิ่มอีกสอง สามคน
“เอาล่ะ แล้วข้าจะดูว่าข้าจะทาให้เจ้ากลัวได้หรือไม่” ด้วยรอยยิ้ม เย่ชิวยื่นมือและคว้ากระบี่เทพเจ้า เขากาลังจะทดสอบเคล็ดวิชา สังหารมังกรที่เขาฝึกฝนอย่างขมขื่นมาหลายวัน
ในขณะที่พวกเขากาลังจะต่อสู้กัน เสียงโบราณก็ดังขึ้น “ฮ่าฮ่า… สหายน้อย เจ้าจะเอะอะโวยวายในงานใหญ่เช่นนี้ไม่ได้ สันติภาพ สาคัญที่สุด”
ทุกคนมองข้ามไปและเห็นยวี่ฉางเซิงเดินมาพร ้อมรอยยิ้ม ทันทีที่ เขาปรากฏตัว ฉากก็เงียบลงทันที ทุกคนแสดงความเคารพ
กู้จื่อชิวจ้องมองอย่างขอบคุณ เขาไม่คาดคิดว่ายวี่ฉางเซิง ผู้ฝึก ตนเก่าคนนี้จะพูดแทนพวกเขาในช่วงเวลาวิกฤตเช่นนี้
คู่มู่ไห่ถอนหายใจด้วยความโล่งอก เขารู ้ว่าถ้าพวกเขาสู้กันจริง ๆ พวกเขาอาจไม่คู่ควรกับเย่ชิวแม้ว่าพวกเขาจะเสมอกันก็ตาม ตอนนี้ หากยวี่ฉางเซิงยืนขึ้นและพูด เย่ชิวจะก็ควรไว้หน้าหน้ากับอีก ฝ่าย
ท้ายที่สุดแล้ว ผู้ฝึกตนเก่านี้เป็ นยอดฝีมือขอบเขตปลิดเต๋ารุ่น เก่า ความแข็งแกร่งและสถานะเป็ นสิ่งที่แม้แต่คนโหดเหี้ยมอย่างเย่อู๋ เหินยังต้องเคารพ
เจียงหลิงเอ๋อ ที่อยู่ข้าง ๆ หยาหยา อดขมวดคิ้วไม่ได้เมื่อได้ยิน คาพูดของยวี่ฉางเซิง “เหตุใดสหายเก่าคนนี้ถึงมาร่วมสนุกในเวลานี้? อาจเป็ นเพราะเขาต้องการเอาชนะใจผู้คน?”