ยอดอาจารย์มหาเมตตา - ตอนที่ 660 การตรวจสอบของเย่อู๋เหิน
เมื่อเผชิญหน้ากับการคุกคามของยวี่ฉางเซิง เย่ชิวยิ้มและไม่ สนใจ เขาพูดเพียงว่า “เอาสิ ข้าจะรอเจ้า”
เย่ชิวพูดด้วยรอยยิ้ม “เจ้าไม่จาเป็ นต้องตามหาข้าด้วยตนเอง หากข้ามีเวลา ข้าจะไปเยี่ยมด้วยตนเอง”
ทันทีที่คาพูดเหล่านี้ถูกพูดออกมา ทุกคนที่อยู่ตรงนั้นก็สูด อากาศเย็น ๆ ทันที แม้แต่เย่อู๋เหินก็มองด้วยความประหลาดใจ “เจ้า เด็กนี่ เขาค่อนข้างหยิ่งยโส! ฮ่าฮ่า ความกล้าหาญของเด็กคนนี้ เหมือนข้าตอนเด็ก ๆ ข้าชอบเขามากขึ้นเรื่อย ๆ”
เย่อู๋เหินยกย่องเย่ชิวจากก้นบึ้งของหัวใจ เขาเฝ้ าสังเกตการณ์ ตั้งแต่ความขัดแย้งระหว่างเย่ชิวและยวี่ฉางเซิงปะทุขึ้น
เย่อู๋เหินตกตะลึงกับท่าทีของเย่ชิวที่น่าอัศจรรย์ เขานึกไม่ออก จริง ๆ ว่าความมั่นใจของอีกฝ่ ายมาจากไหน อีกฝ่ ายยังคงพูดและ หัวเราะอย่างใจเย็นได้อย่างไรเมื่อเผชิญกับสถานการณ์เช่นนี้?
เมื่อได้ยินเช่นนี้ ยวี่ฉางเซิงยิ่งโมโหใหญ่ เขาตอบอย่างเย็นชา “ฮึ่ม… เจ้าหนุ่ม สาหรับความเย่อหยิ่งของเจ้ามีราคาที่ต้องชดใช ้ ข้า หวังว่าเจ้าจะยังคงหัวเราะได้ในอนาคต” จากนั้นเขาก็โบกมือและ ต้องการจากไป
ในขณะนี้ เย่อู๋เหินพูดอย่างเย็นชา “เดี๋ยวก่อน เจ้าเฒ่า ข้าบอก ว่าเจ้าออกไปได้แล้วรึ?”
ทันทีที่คาพูดเหล่านี้ถูกพูดออกมา บรรยากาศก็ตึงเครียดขึ้นอีก ครั้ง
ยวี่ฉางเซิงหันไปด้วยสีหน้าที่มืดมนและมองไปที่เย่อู๋เหิน “อะไร? เจ้ายังมีอะไรอีก?”
เมื่อเห็นเช่นนี้ เจตนาสังหารของเย่อู๋เหินก็ทะยานขึ้นทันที “เจ้า เฒ่า ได้เวลาตัดสินระหว่างเราแล้ว ?”
“ฮ่าฮ่า เย่อู๋เหิน ข้ารู ้ว่าเจ้าเกลียดข้าเข้ากระดูกด า แต่น่าเสียดาย เจ้าไม่มีหลักฐานพิสูจน์ว่าตอนนั้นข้าเป็ นคนเริ่มก่อการจลาจลใน ตอนนั้น”
“ในตอนนั้น ถ้าผู้อาวุโสเมิ่งไม่ช่วยชีวิตเจ้า เจ้าคงถูกฝังอยู่ใน ทะเลเลือดไปนานแล้ว เป็ นไปได้หรือไม่ว่าตอนนี้เจ้ายังไม่แม้แต่จะ เผชิญหน้ากับผู้อาวุโสเมิ่ง และเริ่มการสังหารหมู่ในดินแดนศักดิ์สิทธิ์ เยียวยาสวรรค์?”
ทันทีที่คาพูดเหล่านี้ถูกพูดออกมา สีหน้าของเย่อู๋เหินก็เปลี่ยน ทันทีและเขาก็ยับยั้งตนเอง ความโกรธในใจค่อย ๆ ถูกยับยั้งลง
“ท่านพ่อ เรื่องนี้ท่านไม่ต้องห่วง เมื่อข้าทะลวงไปจนถึงขอบเขต ปลิดเต๋าในอนาคต ท่านและข้าจะชาระแค้นกับตระกูลยวี่นี้และล้าง แค้นให้ท่านแม่และพี่ใหญ่”
ในขณะนี้ เย่ฉิงซวนที่เงียบอยู่ก็พูดขึ้น ดวงตาเต็มไปด้วยความ เกลียดชังและความโกรธ อย่างไรก็ตาม เขายังคงสงบเหมือนเคยและ ไม่ออกนอกลู่นอกทาง อีกทั้งยังเกลี้ยกล่อมเย่อู๋เหินแทน
ในที่สุดเย่อู๋เหินก็รู ้สึกปลื้มใจมากขึ้นหลังจากได้ยินสิ่งนี้ นี่คือ ความแค้นระหว่างพ่อลูก ถึงเวลาแล้วที่ทั้งสองจะต้องแก้แค้น
เย่ฉิงซวนอยู่ในขอบเขตจ้าวสวรรค์เท่านั้น แม้ว่าเขาจะเข้าสู่ ขอบเขตจ้าวสวรรค์พร ้อมกับวิหารสวรรค์หลังที่สิบ แต่ก็ยังไม่เพียง พอที่จะคุกคามยอดฝี มือขอบเขตปลิดเต๋า ยิ่งไปกว่านั้น ในฐานะ ตระกูลโบราณ ความแข็งแกร่งของตระกูลยวี่นั้นห่างไกลจากความ เรียบง่ายอย่างที่คิด
ยวี่ฉางเซิงเป็ นคนเจ้าเล่ห์ อาจมีสิ่งมีชีวิตที่น่ากลัวยืนอยู่ข้างหลัง อีกฝ่ าย เมื่อนึกถึงสิ่งนี้ เย่อู๋เหินเยาะเย้ยและพูดว่า “ยวี่ฉางเซิง หนี้ แค้นระหว่างเราจะได้รับการช าระไม่เร็วก็ช ้า”
“เอาล่ะ ข้าจะรอเจ้าและดูว่าเจ้าสามารถทาอะไรได้บ้าง” ยวี่ฉาง เซิงไม่กลัวการคุกคามของอีกฝ่ าย ตั้งแต่ต้นจนจบ ในสายตาของเขา เย่อู๋เหินยังคงเป็ นเด็กเหลือขอ
เมื่อเห็นฉากนี้ เย่ชิวครุ่นคิดและดูทั้งหมดนี้อย่างเงียบ ๆ “น่าสนใจ ดูเหมือนว่าสองคนนี้จะมีเรื่องกัน” ดูเหมือนว่าเขาไม่ จาเป็ นต้องเป็ นคนแรกที่ต่อสู้
หลังจากเรื่องตลกจบลง เย่ชิวยักไหล่ ดูเหมือนไม่มีการแสดงดี ๆ ให้ดูแล้ว เขาก็พูดว่า “ไม่มีโอกาสดูละครแล้วกระมัง ทุกคนแยกย้าย กลับบ้านไปท าธุระของตนเองซะ”
ทันทีที่คาพูดเหล่านี้ถูกพูดออกมา บรรยากาศที่ตึงเครียดได้ ผ่อนคลายลงมาก ทุกคนมองหน้ากันและยิ้ม ขบขันกับอารมณ์ขัน ของเย่ชิว
หลังจากฝูงชนแยกย้ายกันไป พ่อลูกตระกูลเย่ก็ยังไม่ไปไหน เย่ ชิวยิ้มและพูดว่า “ขอบคุณที่ช่วยข้าก่อนหน้านี้ ผู้อาวุโส ข้า ขอขอบคุณมาก”
ไม่ว่าอย่างไร เขาก็ยังต้องมีมารยาทอยู่ดี สิ่งสาคัญคือเย่ชิวสนใจ เย่อู๋เหินมาก
สาหรับเย่ฉิงซวน ยิ่งเขามองไปที่อีกฝ่ าย เขาก็ยิ่งไม่ชอบ ด้วย เหตุผลบางอย่าง พวกเขาทั้งสองต้องการที่จะต่อสู้ทันทีที่พบกัน เย่ฉิง ซวนมองเย่ชิวอย่างเย็นชา และค ารามในล าคอโดยไม่พูดอะไร
เย่อู๋เหินยิ้มและพูดว่า “สหายน้อย เจ้าคิดมากไปเอง แม้ว่าตอนนี้ ข้าจะไม่ได้เคลื่อนไหว แต่ข้าก็เชื่อว่าเจ้าสามารถพลิกสถานการณ์ ได้ ?” ดวงตาเผยให้เห็นการจ้องมองที่มีเลศนัย ราวกับว่าเขามอง ความคิดของเย่ชิวออก
เย่ชิวก็ตกใจเช่นกัน เขายังสงสัยด้วยซ้าว่าอีกฝ่ ายอาจเห็นไพ่ ตายของเขา คงต้องบอกว่าสายตาของเย่อู๋เหินนั้นร ้ายกาจจริง ๆ! ดู เหมือนว่าเขาต้องอยู่ห่างจากอีกฝ่ายเสียแล้ว
“ท่านยกยอข้าเกินไปแล้ว ข้าไม่กล้าอวดทักษะไร ้ค่าต่อหน้าผู้ อาวุโส ในทางกลับกัน ลูกชายของท่านน่าทึ่งอย่างไม่มีใครเทียบได้ เขาเป็ นหนึ่งในอัจฉริยะของดินแดนศักดิ์สิทธิ์เยียวยาสวรรค์ของข้า ผู้อาวุโสให้กาเนิดลูกชายที่ดีจริง ๆ”
เย่ชิวชมเชยอย่างใจกว้าง แต่คาพูดเหล่านี้ฟังดูไม่สบายใจ ส าหรับเย่ฉิงซวน เหตุใดฟังดูเหมือนอีกฝ่ายก าลังต่อว่าตนเองอยู่กัน?
มุมปากของเย่ฉิงซวนกระตุก ถ้าอีกฝ่ ายไม่อยู่ เขาอยากจะด่า แล้วเอาคืนอย่างมาก แม้ว่าเขาจะไม่พอใจมาก เขาก็ยังเก็บมันไว้
เย่อู๋เหินรู ้สึกยินดีเมื่อเห็นเย่ชิวยกย่องลูกชายของตน เขาไม่ได้ ยินค าสาปแช่งของเย่ชิว เขากลับมีความสุขมากและพูดว่า “ฮ่าฮ่า ถูกต้อง ถูกต้อง”
อย่างไรก็ตาม หลังจากนั้นไม่นาน เย่อู๋เหินก็เปลี่ยนน้าเสียงและ พูดว่า “อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับเจ้า ลูกชายของข้ายังคงอ่อนต่อ โลกนัก”
“พรสวรรค์ของสหายน้อยเป็ นเรื่องที่น่าตกตะลึงและไม่มีใคร เทียบได้ในประวัติศาสตร ์ไม่น่าแปลกใจที่เจ้าจะได้รับบุญคุณจากผู้ อาวุโสเมิ่ง และได้รับตาแหน่งเทพ ข้าอยากรู ้จริง ๆ ข้าไม่ได้หมายถึง
สิ่งอื่นใดตามภูมิหลังของเจ้า ข้าแค่อยากเห็นว่าคนแบบไหนที่ สามารถเลี้ยงดูลูกชายที่โดดเด่นเช่นนี้ได้ ข้าสงสัยว่าพ่อแม่ของเจ้า ชื่ออะไรและพวกเขามาจากไหน?”
ทันทีที่คาพูดเหล่านี้ถูกพูดออกมา เย่ชิวขมวดคิ้วทันทีและมอง ไปที่เย่อู๋เหินอย่างระแวดระวัง นี่คือสอบสวน!
“เขาอยากรู ้เกี่ยวกับภูมิหลังของข้างั้นหรือ?” เย่ชิวอดไม่ได้ที่จะ รู ้สึกงงงวย เขามองดูเย่อู๋เหินด้วยสายตาคาดหวังและระแวดระวังอย่าง มาก จากนั้น เขามองไปที่เย่ฉิงซวน พ่อลูกคู่นี้ไม่ง่ายที่จะรับมือ ระวัง ไว้จะดีกว่า
เย่ชิวไม่เคยได้ยินเกี่ยวกับพ่อแม่ ไม่ต้องพูดถึงเขา แม้แต่นักพรต ซวนเทียนก็ไม่รู ้ นี่เป็ นเพราะตอนที่อีกฝ่ ายพบเย่ชิวในตอนนั้น เย่ชิ วอยู่ตามลาพัง และความจาทั้งหมดในช่วงครึ่งแรกของชีวิตก็ถูกถูก ลบออกไป
ก่อนหน้านั้น นักพรตซวนเทียนก็ค้นพบความแปลกประหลาดนี้ เช่นกัน ดังนั้น เขาจึงเข้าสู่โลกมนุษย์ถึงสามครั้งเพื่อช่วยเย่ชิวสืบหา ภูมิหลัง แต่ทว่า เขากลับมามือเปล่า ความจาเดียวของเย่ชิวครึ่งแรก ของชีวิตคือชื่อนี้ เย่ชิว!
นอกเหนือจากนั้น เขาจาอะไรอย่างอื่นไม่ได้อีกแล้ว นี่เป็ นครั้ง แรกที่นักพรตซวนเทียนได้เห็นสิ่งแปลกประหลาดเช่นนี้ในชีวิต เขา รู ้สึกสับสน
เย่ชิวก็ไม่มีความจาเกี่ยวกับพ่อแม่เช่นกัน ดังนั้น เมื่อเย่อู๋เหิน ถามคาถามนี้อย่างกะทันหัน เย่ชิวจึงรู ้สึกกลัว