ระบบกลืนกินพรสวรรค์ - บทที่ 197 เจ็ดราชันย์เทพยุทธ์ต้องการคน และลูกศิษย์ราชันย์เทพยุทธ์เหมันต์เยือกแข็ง!
- Home
- ระบบกลืนกินพรสวรรค์
- บทที่ 197 เจ็ดราชันย์เทพยุทธ์ต้องการคน และลูกศิษย์ราชันย์เทพยุทธ์เหมันต์เยือกแข็ง!
บทที่ 197 เจ็ดราชันย์เทพยุทธ์ต้องการคน และลูกศิษย์ราชันย์เทพยุทธ์เหมันต์เยือกแข็ง!
หลังจากที่ทั้งสามปรากฏตัวขึ้นตาม ๆ กันและบอกความต้องการที่จะรับเฉินซีเวยไปเป็นศิษย์
อีกสี่ร่างที่เหลือก็ปรากฏตัวขึ้นเพื่อเชื้อเชิญเฉินซีเวยด้วยเช่นกัน
“สาวน้อย มาอยู่ในการดูแลของฉัน แล้วฉันจะให้ทรัพยากรที่สุดที่และพื้นฐานที่ล้ำลึกที่สุด!”
“ไร้สาระ! พลังแค่หมาแมวสองสามตัวของเธอจะให้ทรัพยากรและพื้นฐานที่ล้ำลึกที่สุดได้ยังไง? หน้าไม่อายจริง ๆ …สาวน้อย ฉันคือราชันย์เทพยุทธ์อัคคีคราม ถึงจะเป็นแค่ราชันย์เทพยุทธ์แห่งสมาพันธ์เสรีก็เป็นคนสันโดษและไม่เคยรับศิษย์มาก่อน ตราบใดที่ยินดีให้เป็นอาจารย์ ไม่ว่าเธอต้องการอะไรฉันก็จะหามาให้!”
“นี่นายยังมียางอายอยู่บ้างไหม? นายฝึกฝนพรสวรรค์ธาตุไฟที่ไม่เข้ากันกับพรสวรรค์ของสาวน้อยคนนี้เลย ขืนรับเป็นศิษย์ก็มีแต่จะทำร้ายเธอ… สาวน้อย ฉันคือราชันย์เทพยุทธ์นภามหาสมุทร ฉันมีพรสวรรค์ธาตุน้ำที่ใกล้เคียงกับพรสวรรค์เยือกแข็งของเธอมากที่สุด ทำไมไม่ให้ฉันเป็นอาจารย์ล่ะ!”
“อย่ามาทำเป็นพูดเลย นายไม่มีคุณสมบัติที่จะสอนเธอเลยสักนิด ในหมู่พวกเราเจ็ดคน ฉันมีระดับพลังสูงสุดและเป็นคนเดียวที่เหมาะสม!”
“มีแค่กระบวนท่าจากกะโหลกแก่ ๆ ของนายแล้วยังอยากจะรับคนอื่นเป็นศิษย์อีกเหรอ? ไม่กลัวว่าสาวน้อยคนนี้จะกลัวรึไง?”
…
ราชันย์เทพยุทธ์คนแล้วคนเล่าเปิดปากแข่งกันโน้มน้าวเฉินซีเวย เพื่อที่จะได้รับเธอมาเป็นศิษย์ พวกเขาไม่ลังเลที่จะโจมตีและเปิดเผยความลับเก่าแก่ของกันและกันด้วยซ้ำ
และภาพนี้
ทำให้ผู้ปลุกพลังทุกคนสั่นสะท้านและกตตะลึงทันที
“ราชันย์เทพยุทธ์ปฐพีโลกา!”
“ราชันย์เทพยุทธ์กะโหลกขาว!”
“ราชันย์เทพยุทธ์อวตารจุติ!”
“ราชันย์เทพยุทธ์ผลาญจิต!”
“ราชันย์เทพยุทธ์อัคคีคราม!”
“ราชันย์เทพยุทธ์นภามหาสมุทร!”
“พระเจ้า! นี่มันเหล่าเจ็ดราชันย์เทพยุทธ์นี่!”
“ถ้าจำไม่ผิด ราชันย์เทพยุทธ์เหล่านี้ต่างก็เป็นราชันย์เทพยุทธ์ที่โด่งดังมากว่าหลายสิบหรือกระทั่งร้อยปีแล้ว!”
“มีรายงานว่าราชันย์เทพยุทธ์อัคคีครามออกไปสำรวจและเผชิญเข้ากับสัตว์อสูรที่กำลังจะเริ่มก่อตั้งฝูงสัตว์อสูร เขาโกรธจัดและใช้วิชาเผาผลาญท้องฟ้าทำลายพงไพรโดยรอบสองแสนกิโลเมตร ทำให้สัตว์อสูรหลายล้านตัวกลายเป็นเถ้าถ่าน!”
“หลังจากที่ราชันย์เทพยุทธ์ปฐพีโลกากลายเป็นราชันย์เทพยุทธ์ เขาก็ถูกสัตว์อสูรระดับ 8 โจมตี จากนั้นได้เรียนรู้พลังเหนือธรรมชาติและใช้ห่วงโซ่แห่งความเกลียดชังทั้งเก้าเพื่อเปิดโลก ทำให้สัตว์อสูรระดับ 8 ถูกเขาฆ่าตายทันที!”
“ทุกคนเป็นราชันย์เทพยุทธ์ที่ทรงพลังและแต่ละคนก็มีประวัติระดับตำนาน ในทั่วทั้งฐานจงไห่ไม่มีผู้ปลุกพลังคนใดที่ไม่นับถือบูชา แต่ตอนนี้พวกเขามาปรากฏตัวอยู่ตรงหน้าเพียงเพื่อแย่งลูกศิษย์เพียงคนเดียวงั้นเหรอ?!”
“น่ากลัว! น่าสะพรึงกลัวจริง ๆ!”
ดวงตาของพวกเขาหรี่ลงขณะอุทานออกมาโดยไม่รู้ตัว เพราะภาพตรงหน้าทำให้ตกตะลึงอย่างหนัก
มิน่าล่ะ ราชันย์เทพยุทธ์เหล่านี้ถึงหยาบคายกันยิ่งนัก
เพราะพรสวรรค์ของเฉินซีเวยทรงพลังเกินไปจริง ๆ!
และถ้าเธอถูกยอมรับเป็นศิษย์ ในไม่ช้าจะกลายเป็นศิษย์ผู้ทรงพลังของราชันย์เทพยุทธ์อย่างแน่นอน
แม้ว่าพวกเขาจะเป็นราชันย์เทพยุทธ์เหมือนกัน
แต่ก็มีช่องว่างระหว่างความแข็งแกร่งของราชันย์เทพยุทธ์แต่ละคนด้วย!
และหากเฉินซีเวยกลายเป็นราชันย์เทพยุทธ์ได้ เธอจะมีพละกำลังแข็งแกร่งและได้รับประโยชน์จากพวกเขามหาศาลอย่างแน่นอน!
ดังนั้นแล้ว
พวกเขาจึงอยากสู้กันจนถึงที่สุดเพื่อให้ได้เธอมาเป็นลูกศิษย์
นอกจากนี้ สำหรับผู้ปลุกพลังทั้งหลายในฐานจงไห่แล้ว เหล่าราชันย์เทพยุทธ์แทบไม่เคยปรากฏตัวให้เห็น แต่ในตอนนี้กลับมีพวกเขาถึงหกคนเถียงกันไปมาอยู่บนฟ้าและกลายเป็นเรื่องใหญ่จนแทบจะโจมตีใส่กันแล้ว
และเบื้องบนท้องฟ้า
เพราะอารมณ์ที่แปรปรวนของราชันย์เทพยุทธ์ทั้งหก ทำให้สถานการณ์เปลี่ยนไปในทันใด สายฟ้าและแรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัวทิ้งตัวลงมาราวกับภูเขา
มันทำให้ผู้ปลุกพลังนับไม่ถ้วนในฐานตื่นตระหนกและรู้สึกราวกับว่าท้องฟ้ากำลังจะพังทลาย
“เอาละ พวกเราหยุดทะเลาะกันได้แล้ว!”
ตอนนั้นเอง หญิงชราผู้ถือไม้เท้าพลันเอ่ยขึ้น “ถ้าเรายังเถียงกันแบบนี้ก็ไม่ได้อะไรหรอก บางทีอาจจะสู้กันเองเลยก็ได้!”
“แบบนี้ดีกว่า ถามสาวน้อยคนนั้นสิ แล้วดูกันว่าจะอยากให้ใครเห็นอาจารย์ ตราบใดที่เธอเป็นคนเลือกก็ไม่มีใครต้องต่อสู้เพื่อแย่งกัน!”
ทันทีที่คำพูดเหล่านั้นออกมา ราชันย์เทพยุทธ์อีกหกคนก็พยักหน้าไปตาม ๆ กัน
“ราชันย์เทพยุทธ์อวตารจุติพูดถูก พวกเราให้สาวน้อยเลือกคนที่จะยอมรับเป็นอาจารย์เถอะ”
“ใช่แล้ว!”
ราชันย์เทพยุทธ์ทั้งหลายพยักหน้าและหันไปมองเฉินซีเวยแทน
“สาวน้อย จะให้ใครเป็นอาจารย์ดีล่ะ?”
ราชันย์เทพยุทธ์อวตารจุติถามอย่างอ่อนโยน
บนพื้นดิน
ตอนนี้ฉู่โม่วไม่คาดคิดว่าสิ่งต่าง ๆ จะมาจนถึงจุดนี้
ราชันย์เทพยุทธ์ทั้งหกมาที่นี่และอยากจะรับเธอเป็นศิษย์จริง ๆ
เมื่อสัมผัสได้ถึงสายตาเหล่านั้น ชายหนุ่มก็อดหันไปมองสาวเจ้าไม่ได้ เขาพบว่าเธอเองก็สับสนและตัดสินใจได้อย่างยากลำบาก
แต่แล้ว…
ในตอนนั้นเอง
ระหว่างสวรรค์และโลก
ลมหายใจอ้อยอิ่งพลันพัดมา
อุณหภูมิของทั่วทั้งฐานหนาวเหน็บขึ้นทันใด
เพราะการทะเลาะกันของราชันย์เทพยุทธ์ทั้งหก ทำให้ท้องฟ้าเปลี่ยนแปลงไปและสายฝนที่ตกลงมาก็กลายเป็นผลึกน้ำแข็งที่แข็งตัวกลางอากาศ
“นี่คือ…”
“หรือว่าจะเป็น… คนนั้น?”
“เธอมาที่นี่ด้วยตัวเองจริง ๆ เหรอ?”
“ว่ากันว่าเธอไม่สนใจเรื่องแบบนี้ไม่ใช่เหรอไง?!”
หลังจากที่สัมผัสได้ถึงลมหายใจนี้ ใบหน้าของราชันย์เทพยุทธ์ทั้งหกที่ยืนอยู่กลางอากาศก็เปลี่ยนไปเป็นสีหน้าเหลือเชื่อทันที
ตู้ม!
ระหว่างที่เหล่าราชันย์เทพยุทธ์พูด พวกเขาต่างประหลาดใจและตกตะลึง เพราะมีบันไดที่ทำขึ้นจากน้ำแข็งพุ่งออกมาจากไกลออกไป
บนบันไดมีผู้หญิงคนหนึ่งเดินอยู่
เธอสวมใส่ชุดผ้าแพรสีขาวเรียบ ท่าทีเยือกเย็นราวกับเทพธิดา และรูปลักษณ์ก็น่าตกตะลึงยิ่งกว่า!
เธอดูเกียจคร้านและไม่ได้เผยรัศมีที่น่าสะพรึงกลัวใด ๆ ออกมา
แต่…
ราชันย์เทพยุทธ์ที่เฝ้าดูอยู่ ไม่ว่าเธอจะเป็นใครพวกเขาก็ไม่กล้าดูถูกอย่างเด็ดขาด
ราชันย์เทพยุทธ์ทรราชผู้หัวรั้นมาตลอดเผยความเคารพออกมาทางสายตา ก่อนจะโค้งคำนับและกล่าวด้วยความเคารพ “ราชันย์เทพยุทธ์อัคคีครามจากสมาพันธ์เสรี ต้อนรับราชันย์เทพยุทธ์เหมันต์เยือกแข็ง!”
นอกจากนี้
ราชันย์เทพยุทธ์อีกหกคนต่างโค้งคำนับและต้อนรับเธอด้วยความเคารพ
ที่สุดยอดฐานจงไห่
…ยังมีอีกสามกองกำลังระดับสูงสุด
ได้แก่สำนักเพลิงปฐพี สมาพันธ์เสรีและตำหนักมหาวรยุทธ์
นอกจากนี้ก็ยังมีกองกำลังใหญ่อย่างตำหนักสุดขอบฟ้าอีกด้วย!
แต่…
นอกจากกองกำลังเหล่านี้แล้ว ในฐานจงไห่ยังมีตัวตนอันยิ่งใหญ่ที่อยู่ในใจของผู้ปลุกพลังนับไม่ถ้วน!
นั่นคือราชันย์เทพยุทธ์เหมันต์เยือกแข็ง!
เธอเป็นเด็กกำพร้าผู้ได้รับพรแห่งสวรรค์และโลกเพื่อให้กลายเป็นผู้ปลุกพลัง ด้วยเวลาเพียงสิบปีทะยานไปถึงขั้นราชันย์ยุทธ์ และใช้เวลาอีกสามสิบปีในการเข้าสู่ขั้นราชันย์เทพยุทธ์
แม้ว่าจะยังไม่เคยเข้าร่วมกองกำลังไหนมาก่อน แต่ด้วยพละกำลังของตัวเอง เธอกลายเป็นตัวตนที่ไม่อาจเมินเฉยได้ในฐานจงไห่!
แม้แต่สัตว์ประหลาดที่ยิ่งใหญ่อย่างวิหารราชันย์เทพยุทธ์ก็ไม่กล้าหาเรื่องง่าย ๆ!
เมื่อเผชิญหน้ากับราชันย์เทพยุทธ์เหมันต์เยือกแข็ง แม้แต่เจ้าวิหารราชันย์เทพยุทธ์ก็ต้องปฏิบัติกับเธอเป็นอย่างดีและไม่กล้าทำอะไรหุนหันแม้แต่น้อย
ส่วนผู้มีประสบการณ์หรือหน้าใหม่ทั้งหลายในฐานแห่งนี้ต่างก็เคารพเธอยิ่งกว่า
นั่นคือเหตุผล
เพราะความน่าอัศจรรย์ของราชันย์เทพยุทธ์เหมันต์เยือกแข็ง
ในปีที่สองของการเป็นราชันย์เทพยุทธ์ เธอข้ามน้ำข้ามทะเลไปตัดหัวสัตว์อสูรระดับ 8!
เคยมีรอยแยกมิติระดับสวรรค์อยู่ในฐานจงไห่ที่อยู่เหนือการควบคุม เขาเข้าไปข้างในคนเดียวในดินแดนเยือกแข็งที่กว้างใหญ่กว่าสองแสนกิโลเมตรด้วยพลังเหนือธรรมชาติ และจัดการสัตว์อสูรหลายร้อยล้านตัวด้วยตัวคนเดียว!
หลังจากนั้นก็ไปทางทิศเหนือคนเดียวเพื่อสังหารสัตว์อสูรระดับ 8 หมีกลืนนภา!
ระหว่างทางกลับก็ถูกลอบโจมตีโดยสัตว์อสรระดับ 8 อีกสิบสามตัว
และไม่เพียงแค่รอดมาได้ แต่ด้วยความยิ่งใหญ่และไร้เทียมทานได้ตัดหัวสัตว์อสูรระดับ 8 ถึงหกตัว ทำให้ห้าตัวได้รับบาดเจ็บสาหัส และเหลือเพียงสัตว์อสูรสองตัวที่วิ่งหนีไปด้วยความหวาดผวาเท่านั้น
ไม่มีใครรู้ว่าขีดจำกัดของเธออยู่ที่ไหน
หรือระดับพลังสูงเพียงใด!
เธอเป็นดั่งเทพเจ้าไร้เทียมทาน ด้วยท่าทีไม่เหมือนใครและเป็นอิสระจากโลกนี้จึงไม่ได้อยู่บนพื้นโลก แต่ยืนอยู่เหนือพระราชวังท่ามกลางหมู่ดาราด้วยความภาคภูมิใจและมองสิ่งมีชีวิตทั้งหมดด้วยสายตาเย็นชา
ข้างในสุดยอดฐานจงไห่
ผู้ปลุกพลังมากมายถกเถียงเรื่องระดับพลังของราชันย์เทพยุทธ์กันอย่างลับ ๆ
แต่ไม่ว่าจะพยายามเท่าไร
ราชันย์เทพยุทธ์เหมันต์เยือกแข็งก็อยู่ในสามอันดับแรกเสมอและไม่เคยสั่นคลอนแม้แต่น้อย!
ตอนนี้
นี่คือหญิงผู้ไร้เทียมทานผู้มีพละกำลังมหาศาลและรูปลักษณ์สง่างามอย่างถึงที่สุด ดวงตาคู่งามกวาดไปรอบ ๆ ไม่ว่าผ่านไปที่ใด ไม่ว่าจะเป็นราชันย์เทพยุทธ์หรือผู้ปลุกพลังธรรมดา พวกเขาก็ต้องก้มหัวลงโค้งคำนับและไม่กล้ามองมาตรง ๆ แม้แต่น้อย
ในที่สุด
สายตาของเธอก็จับจ้องไปยังซีเวยและเผยความประหลาดใจออกมา แต่แล้วก็ส่ายหน้าและลงไปยืนข้างเธอพร้อมกล่าว “ฉันคือราชันย์เทพยุทธ์เหมันต์เยือกแข็ง เธออยากยกให้ฉันเป็นอาจารย์ไหม?”
เป็นประโยคที่เรียบง่าย
แต่เหมือนกับสายฟ้าที่ระเบิดในหูของทุกคน
เธอคาดเดาการมาของราชันย์เทพยุทธ์เยือกแข็งไว้บ้างแล้ว กระทั่งเตรียมใจเอาไว้ด้วยซ้ำ
แต่เมื่อราชันย์เทพยุทธ์เหมันต์เยือกแข็งกล่าวคำพูดเหล่านั้นออกมา เธอก็ยังต้องตกตะลึงเล็กน้อย
ราชันย์เทพยุทธ์เหมันต์เยือกแข็งไร้เทียมทานในแง่ของพละกำลัง แต่ไม่เคยรับใครเป็นศิษญ์มาก่อน จะมีก็แต่ผู้รับใช้หญิงที่รับผิดชอบงานต่าง ๆ ของเธอเท่านั้น
ระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา
มีผู้ปลุกพลังมากพรสวรรค์ที่อยากจะเป็นศิษย์ของเธอมากมาย แต่ไม่ว่าจะเป็นใครก็ไม่เคยอยู่ในสายตา
และตอนนี้…
หญิงสาวคนนี้ถูกเลือกแล้ว!
นั่นแสดงให้เห็นว่าราชันย์เทพยุทธ์เหมันต์เยือกแข็งมั่นใจในอนาคตของหญิงสาวคนนี้
ด้วยความตกตะลึง
ราชันย์เทพยุทธ์ทั้งหกเผยสีหน้าผิดหวังออกมา
เมื่อราชันย์เทพยุทธ์เหมันต์เยือกแข็งเป็นผู้พูด ผลลัพธ์ก็แทบจะชัดเจน
พวกเขาพลาดหญิงสาวมากพรสวรรค์ไร้ที่เปรียบคนนี้ไปแล้ว
ด้านหน้คฤหาสน์
เมื่อได้ยินคำพูดของราชันย์เทพยุทธ์เหมันต์เยือกแข็ง ดวงตาของเฉินซีเวยก็เปล่งประกายลุกวาว
เธอสัมผัสได้ว่ารัศมีที่ออกมาจากราชันย์เทพยุทธ์เหมันต์เยือกแข็งคล้ายกับเธอมาก ไม่ต้องสงสัยเลยว่าการฝึกฝนและเส้นทางของอีกฝ่ายเหมาะสมกับเธออย่างแน่นอน
นี่ทำให้เฉินซีเวยใจเต้นระรัวโดยไม่ได้ตั้งใจ
เพียงแต่ว่า…
เธอหันไปมองฉู่โม่วด้วยสายตาราวกับว่ากำลังสำรวจ
ชายหนุ่มพยักหน้าให้เบา ๆ
เมื่อเห็นดังนั้น
เฉินซีเวยจึงลุกขึ้นยืนทันที เธอหันไปมองราชันย์เทพยุทธ์เหมันต์เยือกแข็ง “ฉันยินดีรับคุณเป็นอาจารย์ค่ะ”