ระบบจอมยุทธ์สุดโกงแห่งโลกคู่ขนาน - ตอนที่ 450 ความเศร้าหลั่งไหลเป็นสายน้ำ (1)
ตอนที่ 450 ความเศร้าหลั่งไหลเป็นสายน้ำ (1)
………………..
หลู่เฟิ่งโหรวอ่อนโยนขึ้นมา กลับน่าตกใจเป็นพิเศษ
เดินคุยกันไป รอจนได้ฟังฟางผิงเล่าเรื่องอย่างละเอียด หลู่เฟิ่งโหรวก็ขมวดคิ้วขึ้นมา “อู๋ขุยซานมีอาวุธวิเศษ?”
ฟางผิงเอ่ยทันที “ทำจากกิ่งก้านของต้นเทียนเหมิน”
หลู่เฟิ่งโหรวสีหน้าเปลี่ยนแล้วเปลี่ยนอีก ตาเฒ่าหลี่ที่อยู่ด้านข้างเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ไม่ใช่ว่าเหล่าอู๋จะไม่ทำ แค่ไม่ได้บอกเธอเท่านั้น…”
หลู่เฟิ่งโหรวหันไปมองเขา เอ่ยด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นว่า “นายตามพวกเรามาทำไม?”
ตาเฒ่าหลี่เอ่ยด้วยใบหน้าไร้คำพูด “เธอทะลวงด่านแล้ว!”
“แล้วไงต่อ?”
“…”
ตาเฒ่าหลี่แทบจะลืมไปแล้วว่าตัวเองจะพูดอะไร
แล้วไงต่อล่ะ?
เธอทะลวงด่านแล้ว ฉันตามมา…เหมือนจะไม่มีประโยชน์อะไรเหมือนกัน
แต่เธอทะลวงด่าน ยังไงก็ต้องมีความเคลื่อนไหวบ้างอยู่แล้ว?
อย่างเช่น…กินเลี้ยงฉลองสักมื้ออะไรแบบนี้?
ถูกหลู่เฟิ่งโหรวพุ่งเป้ามา จู่ๆ ตาเฒ่าหลี่ก็มองไปทางฉินเฟิ่งชิงที่ตามมาอย่างเงียบเชียบ ตำหนิว่า “ฉินเฟิ่งชิง เธอตามพวกเรามาทำไม?”
ฉินเฟิ่งชิงชะงักสีหน้า คุณมาหาเรื่องผมทำไมล่ะเนี่ย?
เห็นผมรังแกได้ง่ายๆ หรือไง?
ที่นี่มีคนตั้งมากมาย จ้าวเสวี่ยเหมย เฉินอวิ๋นซี เหลียงเฟิงหวา เย่ฉิง หลิวเมิ่งเหยา เหลียงหวาเป่า คนอยู่เยอะขนาดนี้ แม้ฟางผิงจะไม่ได้รังแกง่าย คุณก็อย่ามารังแกผมสิ!
ฟางผิงกลั้นขำจนปวดท้อง พยายามไม่หัวเราะออกมา
ฉินเฟิ่งชิงอัดอั้นตันใจ ไม่สบอารมณ์เอาซะเลย
“แล้วไงต่อ?” ตาเฒ่าหลี่ทำหน้าไม่แยแส เธอทะลวงด่านก็ดีกับเธอเท่านั้น
ฉินเฟิ่งชิงเหนื่อยใจ อธิบายว่า “ผมจะใช้น้ำแร่พลังงานทะลวงด่านก็คือจะบดหินพลังงานทั้งหมด หลอมรวมพลังงานเป็นของเหลว ประเด็นอยู่ที่ห้องแหล่งพลังงานยังทำไม่ถึงขั้นนี้ได้ ดังนั้นผมเลยอยากให้คุณและอาจารย์หลู่ช่วยผมสักหน่อย บดขยี้หินพลังงานแปรสภาพเป็นของเหลวให้ผม”
ตาเฒ่าหลี่หนังตากระตุก ไอ้หนูนี้ใจเด็ดขนาดนี้เลยหรือไง?
เธอจะใช้วิธีนี้ทะลวงด่าน?
หลู่เฟิ่งโหรวรู้สึกว่าตัวเองรั้งท้ายอีกครั้ง เจ้ายาจกฉินเฟิ่งชิงฟุ่มเฟือยได้ขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่?
ระหว่างที่พูดฉินเฟิ่งชิงก็เอ่ยว่า “ผมมีหินพลังงานระดับสูงหกจิน ไม่รู้ว่าจะพอหรือเปล่า”
ฟางผิงเอ่ยอย่างหงุดหงิด “อย่ามาอวดต่อหน้าฉัน ฉันมีสองล้านคะแนนยังไม่เอามาอวดเลย นายจะแกล้งเป็นเศรษฐีกับฉันเนี่ยนะ?”
ฉินเฟิ่งชิงเอ่ยอย่างไม่ได้รับความยุติธรรม “ฉันไปแกล้งเป็นเศรษฐีตอนไหน? ฉันแค่รู้สึกว่าอาจจะไม่พอจริงๆ นายเอาแต่หาเรื่องฉัน ฉันไปทำอะไรนายหรือไง?”
“พวกเธอทั้งสองคนหุบปาก!”
หลู่เฟิ่งโหรวตำหนิออกมา เธอรับไม่ไหวอยู่บ้าง
พวกเธอมั่นใจนะว่าไม่ได้จงใจ?
อีกอย่างเมื่อกี้จู่ๆ ฟางผิงก็แจกสองแสนกว่าคะแนนออกไปฟรีๆ มีเงินให้ผลาญเยอะขนาดนั้นเลย?
แต่ว่า…เจ้าเด็กนี้ได้มาตั้งสองล้านคะแนน?
ตอนนี้มาถึงจุดที่ใช้หลักล้านนับเป็นคะแนนได้แล้ว?
ทำไมถึงรู้สึกว่าสองเดือนนี้เหมือนตัวเองพลาดอะไรไปมากมาย
กวาดตามองฉินเฟิ่งชิงแวบหนึ่ง หลู่เฟิ่งโหรวครุ่นคิดเล็กน้อย “ช่วงนี้ฉันจะปรับสภาพให้เข้ากับขั้นใหม่สักหน่อย รออีกสองสามวันจะช่วยเธอละกัน”
“ไม่ต้องหรอกครับ คุณทำธุระของคุณไปเถอะ อาจารย์หลี่ คุณไม่มีอะไรให้ทำอยู่แล้ว ช่วยผมหน่อยสิครับ”
ตอนนี้ฉันเป็นผู้มีอำนาจสูงสุดในมหาวิทยาลัย จะไม่มีเรื่องให้ทำได้ยังไง?
แต่คิดดูแล้ว เหมือนจะไม่มีอะไรจริงๆ ทำได้แค่เอ่ยว่า “ได้ๆๆ ฉันจะช่วยเธอเอง ตอนนี้พวกนักศึกษาแทบจะสั่งการอาจารย์อยู่แล้วนี่ ยังมีความเคารพต่อครูบาอาจารย์บ้างหรือเปล่า?”
ฉินเฟิ่งชิงมักรู้สึกว่าคำพูดนี้พุ่งเป้ามาที่ตัวเองยังไงไม่รู้ เอ่ยอย่างไม่สบอารมณ์ “ฟางผิงก็ชอบสั่งการอยู่บ่อยๆ”
“เจ้านั่นให้อาวุธวิเศษ ให้น้ำแร่ชีวิต ให้หินพลังงาน เธอจะให้สักหน่อยไหมล่ะ?”
ฉินเฟิ่งชิงถอนหายใจทันที มีเหตุผล ให้เงินฉัน ฉันก็ทำเหมือนกัน คนจนช่างน่าเศร้าจริงๆ
ไม่พูดถึงบทสนทนาของสองคนนี้แล้ว หลู่เฟิ่งโหรวเห็นตาเฒ่าหลี่ยังตามมาก็อดเอ่ยไม่ได้ “นายไปช่วยฉินเฟิ่งชิงแปรสภาพหินพลังงานสิ จะมาตามฉันทำไม”
ตาเฒ่าหลี่แทบอยากจะกระอักเลือด
มักรู้สึกว่าบรรยากาศผิดเพี้ยนไปยังไงไม่รู้!
ทะลวงด่านเป็นปรมาจารย์แล้ว เธอกลับพูดแค่ไม่กี่ประโยค ควรพูดถึงความรู้สึกที่ทะลวงด่านได้ไม่ก็แผนรับมือกับถ้ำใต้ดินต่อจากนี้สิ…
หรือจะพูดเรื่องงานเลี้ยงปรมาจารย์ก็ได้
เธอกลับไม่พูดอะไรเลย เอาแต่ไล่คนไปอย่างเดียว
ภายใต้สถานการณ์จนใจ ตาเฒ่าหลี่จึงไม่พูดมากอีก ถอนหายใจว่า “ได้ ฉันไปล่ะ ไว้ค่อยคุยกัน”
พูดจบก็คว้าหัวล้านของฉินเฟิ่งชิงมุ่งไปทางห้องแหล่งพลังงานทันที
หัวล้านของฟางผิงไม่เหลือแล้ว ฉินเฟิ่งชิงยังเหมือนเดิม แค่ไม่ได้ลื่นมือเหมือนของฟางผิง แต่ตอนนี้พอจะรังแกได้ก็ไม่เลวแล้ว
เห็นฉินเฟิ่งชิงถูกตาเฒ่าหลี่ลากหัวไป ฟางผิงเห็นใจขึ้นมาอยู่บ้าง
เหล่าฉินน่าอนาถจริงๆ!
เพิ่งจะเห็นใจฉินเฟิ่งชิง หลู่เฟิ่งโหรวกลับเอ่ยด้วยหน้าเปลี่ยนสี “ครั้งหน้ามีอาวุธวิเศษต้องเอาให้ฉัน ไม่อนุญาตให้ตาเฒ่านั่นอีก!”
ฟางผิงยิ้มเจื่อนๆ “ต้องให้อาจารย์อยู่แล้วครับ”
พวกคุณเห็นของพวกนี้หาได้ง่ายๆ กันหรือไง?
อยู่ใกล้หูใกล้ตาแค่นี้ จะไปฆ่าเมื่อไหร่ก็ได้ด้วยซ้ำ
—
ในเวลาเดียวกัน
ป่าราชันเจี่ยว
เจี่ยวสะบัดหัวของมันเล็กน้อย ปลูกต้นไม้ต่อไป พลางครุ่นคิดไปด้วยว่าใครขุดบ่ออุจาระของมัน?
ตอนนี้เจี่ยวกลับมาที่ป่าราชันเจี่ยวแล้ว
บางคนต้องการเงินไม่สนใจชีวิต
ปีศาจบางตัวก็ต้องการเงินโดยไม่สนใจชีวิตเช่นกัน
เรื่องของป่าร้อยอสูรและเมืองเทียนเหมินยังไม่ทันคลี่คลาย แต่ต่อให้เจี่ยวถูกตีตายก็ไม่ยินดีจะรั้งตัวอยู่ที่ป่าร้อยอสูร พวกฟางผิงเพิ่งออกไป เจี่ยวก็กลับมาแล้ว
มันวางแผนจะปลูกต้นไม้ต่อ แต่ตอนนี้พักเรื่องรุกล้ำเมืองเยามู่ไปก่อน
รออีกหน่อย!
รอทั้งสองฝ่ายเปิดฉากสงครามหรือเจรจากัน มันค่อยปลูกต้นไม้ไปจนถึงปากประตูเมืองเยามู่โดยที่อีกฝ่ายไม่ทันรู้ตัว
หากเกิดสงคราม นั่นก็จะเป็นศัตรู ปลูกต้นไม้ไม่เป็นไรอยู่แล้ว
ถ้าเจรจา เมืองเยามู่ก็จะไม่กล้าลงมือกับมัน ทำเกินไปหน่อยก็ไม่เป็นไร
แค่เสียดายที่ตอนนี้ไม่อาจเข้าสู่เขตแหล่งแร่ได้อีก
หันหัวขนาดมหึมาไปมองเมืองความหวังที่อยู่ข้างหลัง พ่อครัวอยู่ที่นั่น พ่อครัวสามารถรวบรวมพลังฟ้าดินได้แล้ว ไม่รู้ว่าจะหาโอกาสจับกลับมาได้อีกหรือเปล่า?
เจี่ยวครุ่นคิดเรื่องพวกนี้ โคลงเคลงหัวของมันต่อ ไว้ค่อยจับละกัน ที่นั่นมียอดฝีมืออยู่ เจอแล้วค่อยจับกลับมาอีกที
—
เขตบ้านพักอาจารย์
บ้านพักหมายเลขแปด
หลู่เฟิ่งโหรวถามเรื่องราวที่เกิดขึ้นในสองเดือนนี้อย่างคร่าวๆ
รอจนได้ทราบว่าก่อนปีใหม่ฟางผิงถูกโจมตี ฆ่าขั้นหกสูงสุดไปหนึ่งคน รีดไถสองบริษัทใหญ่ หลังจากนั้นยังเข้าถ้ำใต้ดิน ทำให้เกิดปฏิกิริยาลูกโซ่ติดต่อกันไม่หยุด
แค่หลู่เฟิ่งโหรวได้ฟัง ยังรู้สึกว่าเจ้าหมอนี่จะมีความสามารถก่อเรื่องเกินไปแล้ว
ฟางผิงยังคงเอ่ยต่อว่า “อันที่จริงก่อนหน้านี้ผมไม่คิดจะแตะต้องเมืองเทียนเหมิน ตอนแรกคิดจะไปเมืองเยาขุยดูเท่านั้น ใครจะรู้ว่าจับพลัดจับผลูจนกลายมาเป็นแบบนี้ ความตั้งใจแรกของผมคือรอคุณและอาจารย์ถังทะลวงด่านก่อน ฝีมือของพวกเราแข็งแกร่งแล้วค่อยล่อคนของเมืองเทียนเหมินออกมา ฆ่าได้เท่าไหร่ สร้างความเสียหายได้เท่าไหร่ก็เท่านั้น ทำให้สูญเสียเยอะที่สุดประมาณนั้น แล้วก็ให้ต้นเทียนเหมินรักษาอาการบาดเจ็บให้พวกเขา ผมจะไปขโมยน้ำแร่ชีวิตมาอีกที ตอนนี้เรื่องราวกับลุกลามใหญ่โต ก็ไม่รู้ว่ายังจะหาโอกาสได้หรือเปล่า”
เมื่อคำพูดนี้ออกมา พวกเฉินอวิ๋นซีแทบจะลอบตกตะลึงในใจ ฟางผิงใจกล้าจริงๆ วางแผนกับเจ้าเมืองเทียนเหมินมาตั้งนานแล้ว
————————