ระบบจอมยุทธ์สุดโกงแห่งโลกคู่ขนาน - ตอนที่ 456-2 ฟางผิงเป็นคนดี (2)
ตอนที่ 456 ฟางผิงเป็นคนดี (2)
………………..
“พวกเราฆ่าศัตรูให้มากเท่าไหร่ พวกนายก็จะปลอดภัยมากเท่านั้น เป็นการคิดเผื่อพวกนายเหมือนกัน…”
ฟางผิงหาเหตุผลให้ตัวเองในใจ นับว่าดึงตัวเองออกมาจากบทของผู้ร้าย
“อีกอย่างต้องมอบบทเรียนให้พวกนายด้วย ถือว่าเพื่อปูเส้นทางเติบโตของพวกนาย”
“คิดแบบนี้แล้ว…ฉันช่างยิ่งใหญ่จริงๆ!”
ฟางผิงพูดเกลี้ยกล่อมตัวเอง ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกว่าตัวเองยิ่งใหญ่เสียจริง
เพื่อความปลอดภัยของพวกอาจารย์ เพื่อให้คนพวกนี้เติบโต ฉันไม่ได้ทำเพื่อตัวเอง
ในตอนที่ฟางผิงครุ่นคิดเรื่องพวกนี้ เจี่ยงเชาที่กำลังกินผลไม้พลังงานก็ถามขึ้นมาว่า “ฟางผิง ถ้ำใต้ดินเซี่ยงไฮ้สนุกหรือเปล่า?”
ฟางผิงนิ่งไปเล็กน้อย สีหน้าค่อยๆ เยือกเย็นขึ้นมา แต่ยังคงยิ้มออกไป “พอใช้ได้ล่ะมั้ง”
สนุกเหรอ?
ถ้ำใต้ดินไม่สนุกสักนิด!
ก่อนหน้านี้ยังคิดว่าอยู่ดีๆ มาปล้นคนพวกนี้ไม่เหมาะสมอยู่บ้าง ตอนนี้ดูแล้ว…ปล้นก็ปล้นเถอะ
ถ้ำใต้ดินจะมาสนุกได้ยังไงกัน?
หลายปีมานี้ถ้ำใต้ดินเซี่ยงไฮ้มีผู้ฝึกยุทธ์ตายในสนามรบนับไม่ถ้วน
แค่มหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้ ปรมาจารย์ก็ตายไปสี่คนแล้ว ผู้ฝึกยุทธ์ระดับกลางเกือบพันคน!
สามระดับล่างก็ไม่น้อยเหมือนกัน
บรรพบุรุษของคนพวกนี้หลั่งเลือดในสนามรบไม่ผิดอยู่แล้ว แต่คนพวกนี้กลับมองถ้ำใต้ดินเป็นเรื่องสนุกเท่านั้น นั่นไม่ใช่เรื่องที่จะมาล้อเล่น
บางทีในความคิดของพวกเขา ถ้ำใต้ดินอาจจะเป็นแบบนั้นจริงๆ แบ่งแค่สนุกกับไม่สนุกเท่านั้น ไม่ได้รู้สึกอันตรายเหมือนคนอื่น
คนที่เหลือไม่ได้แสดงท่าทีแปลกออกไปเช่นกัน
คนพวกนี้คงไม่ได้สัมผัสถึงความโหดร้ายและเศร้าสลดของถ้ำใต้ดินจริงๆ พวกเขาไปถ้ำใต้ดินน้อยครั้ง ถึงจะไปก็ไปถ้ำใต้ดินที่มีความปลอดภัยค่อนข้างสูง มีคนคุ้มกันให้พวกเขา
ไม่คุ้มกันคงไม่ได้ คนพวกนี้ตายในถ้ำใต้ดินไม่ใช่เรื่องเล็กๆ
ฟางผิงพูดถึงการเดินทางในถ้ำราวกับเป็นการทัศนศึกษา คนพวกนี้ก็มองเป็นการทัศนศึกษาจริงๆ แทบไม่มีความรู้สึกแตกต่างออกไป
นี่ไม่เกี่ยวกับเรื่องนิสัย เป็นเพราะว่าทุกคนมีประสบการณ์ไม่เหมือนกันเท่านั้น
“พอใช้ได้? ฟางผิง ปกติพวกนายลงถ้ำใต้ดินจะเฝ้าเมืองหรือออกสำรวจซะส่วนใหญ่?”
“ออกสำรวจ”
“อย่างนั้นเหรอ…เคยไปเขาต้านสมุทรหรือเปล่า? ฉันได้ยินว่าเขาต้านสมุทรเป็นเขตม่านพลังงานที่มนุษย์สร้างขึ้น พูดกันว่าเขาต้านสมุทรกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา ทะลวงผ่านอาณาเขตสี่ทิศทางเหนือใต้ออกตก ถ้ำใต้ดินเซี่ยงไฮ้ก็มีเขาต้านสมุทรเหมือนกันสินะ?”
ฟางผิงเลิกคิ้วเล็กน้อย เอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “มี ถ้ำใต้ดินอื่นๆ ก็มี อาณาเขตเหนือใต้ออกตกเหมือนจะแบ่งเป็นเขตแดนเล็กๆ จำนวนมาก รุ่นพี่เจี่ยงรู้หรือเปล่าว่ามีเขตแดนเล็กๆ ทั้งหมดเท่าไหร่?”
เจี่ยงเชาเอ่ยออกไปอย่างไม่ใส่ใจ “เหมือนว่า…เหมือนว่าจะหนึ่งร้อยแปดแห่ง ซู่ซู่ ใช่หรือเปล่า?”
ซูจื่อซู่พยักหน้าว่า “อืม ครั้งก่อนก็เคยสอนแล้วไม่ใช่หรือไง? นายอ้วนเจี่ยง ความจำจะแย่เกินไปแล้ว ประเทศจีนของพวกเราเผชิญหน้ากับเขตแดนทางใต้ เขตแดนทางใต้ยี่สิบเจ็ดแห่ง…”
“ฉันขี้เกียจจะสนใจเรื่องพวกนี้ ยังไงก็ไม่ไปหรอก”
สองคนนี้พูดคุยกันส่งๆ ฟางผิงกลับเก็บข้อมูลอย่างเงียบๆ
ครุ่นคิดแล้วก็เอ่ยว่า “ตอนนี้ประเทศจีนมีทางเข้าแค่ยี่สิบสามแห่ง งั้นก็ยังมีทางเข้าอีกสี่แห่งที่ยังไม่ปรากฏ?”
“ไม่ใช่ เขตแดนทางใต้เปิดยี่สิบหกแห่งแล้วไม่ใช่หรือไง?” ซูจื่อซู่เอ่ยอย่างแปลกใจอยู่บ้าง “ทางพวกเรายี่สิบสี่แห่ง ยังมีอีกสองแห่งที่เป็นประเทศรอบๆ ของจีน เขตแดนทางใต้มีแค่พื้นที่เล็กๆ ที่ยังไม่ได้เปิด?”
“พวกเรามียี่สิบสี่แห่ง?”
ฟางผิงม่านตาหดเกร็ง!
เขามั่นใจว่าประเทศจีนมีทางเข้าแค่ยี่สิบสามแห่ง ไม่ได้มียี่สิบสี่แห่งอย่างแน่นอน!
เมื่อคำพูดนี้ของซูจื่อซู่หลุดออกมา เธอยังไม่ทันตระหนักอะไรได้ เจิ้งหนานฉีและหลี่เฟยที่อยู่ด้านข้าง จู่ๆ ก็กระแอมไอขึ้นมา ตำหนิว่า “ซู่ซู่ อย่าพูดมั่วซั่ว”
“ฉัน…”
ฟางผิงเผยท่าทีไม่สะทกสะท้าน เอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “งั้นฉันไม่ถามแล้ว แค่รู้สึกว่าตัวเองประสบการณ์น้อยจริงๆ ทำให้เห็นเรื่องตลกซะแล้ว”
“ไม่เป็นไร พวกเราก็ฟังมาจากที่บ้านเหมือนกัน ไม่อย่างนั้นคงไม่รู้เรื่องพวกนี้หรอก”
ระหว่างที่ซูจื่อซู่พูดก็เอ่ยอย่างอดไม่ได้ “รอทุกเขตแดนเปิดทั้งหมดแล้ว…บางทีครั้งหน้าคงไม่มีโอกาสได้ออกมาอีก…”
“ซู่ซู่!”
เจิ้งหนานฉีพูดเสียงดัง ซูจื่อซู่พึมพำว่า “รู้แล้วๆ แค่อึดอัดใจเท่านั้น”
ฟางผิงยังคงเผยสีหน้าเรียบนิ่ง พาทุกคนเดินไปข้างหน้าต่อ ทำราวกับไม่ได้ยินเรื่องพวกนี้
เดินไปตลอดทางจนมาถึงหน้าประตูทางเข้าเขตทางใต้
ที่นั่นฉินเฟิ่งชิงที่หัวล้านสะดุดตากำลังหันหลังให้ทุกคนอยู่ เอ่ยเสียงดังว่า “เหล่าจาง ไอ้พวกลูกหมาทีมแลกเปลี่ยนพวกนั้นเมื่อไหร่จะมา?”
เมื่อคำพูดนี้หลุดออกมา พวกเจิ้งหนานฉีก็หน้าเปลี่ยนสีทันที
ฟางผิงหน้าเปลี่ยนสีเช่นกัน เผยท่าทีขอโทษขอโพยกับทุกคน
ราวกับขัดบทสนทนาไม่ทัน ฉินเฟิ่งชิงเอ่ยขึ้นอีกครั้ง “ไอ้พวกลูกหมานั่นเคยเห็นคาวเลือดมาก่อนหรือเปล่า? ยังจะมาท้าประลองกับอาจารย์ของมหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้ ไม่ใช่มาเห็นเลือดแล้วก็เป็นลมกันล่ะ! อย่ามองว่าพวกเขาอยู่ขั้นหกเลย มหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้ของเราส่งนักศึกษาขั้นสี่ออกไปแทบจะสู้หนึ่งต่อสิบได้ด้วยซ้ำ! ฟางผิงยังให้พวกเรามาต้อนรับดีๆ ต้อนรับกับผีน่ะสิ! ฟางผิงก็ขี้ขลาด ฉันบอกเขาไปแล้วว่าอย่ารบกวนอาจารย์ ส่งพวกเราไปก็พอแล้ว จัดการเจ้าลูกหมาพวกนั้นเองแทบไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร ตอนนี้กลับแล้วใหญ่ ยังต้องเรียกอาจารย์ออกมาจากด่าน วุ่นวายหรือเปล่าล่ะ!”
“ฉินเฟิ่งชิง เลิกพูดได้แล้ว” จางอวี่กดเสียงเบา เอ่ยเสริมว่า “ถูกคนได้ยินเข้าจะไม่ดี”
“กลัวอะไร! ให้พูดต่อหน้าพวกเขา ฉันก็กล้าเหมือนกัน! มีแค่พวกนายนั่นแหละที่กลัวจะเกิดเรื่อง ถึงฉันจะพูดต่อหน้าพวกเขา ไอ้พวกลูกหมานั่นน่าจะกลัวจนไม่กล้าปริปากเหมือนกัน พวกเราไม่อาจออมมืออยู่แล้ว ไม่เหมือนพวกอาจารย์ น่าจะทำเป็นรับมืออยู่พักหนึ่ง ไม่ได้ต่อสู้จริงจังอะไรกับพวกเขา”
ข้างหลังนั้น ฟางผิงหน้าดำเป็นก้นหม้อ เผยรอยยิ้มขอโทษเป็นนัยส่งให้ทุกคนอีกครั้ง ก่อนจะเอ่ยอย่างโมโห “ฉินเฟิ่งชิง! นายจงใจหาเรื่องให้มหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้ของพวกเราหรือไง?”
ไม่ใช่แค่ฟางผิงที่สีหน้าดำคล้ำ พวกเจี่ยงเชาก็สีหน้าแทบดูไม่ได้เหมือนกัน
“ฉินเฟิ่งชิง!”
ฟางผิงเอ่ยอย่างโมโห “รีบขอโทษพวกรุ่นพี่เดี๋ยวนี้!”
“นายจะให้ฉันขอโทษ?”
ฉินเฟิ่งชิงราวกับถูกเหยียบหาง เอ่ยอย่างมีโทสะ “ถือสิทธิ์อะไร! หรือสิ่งที่ฉันพูดไม่ใช่เรื่องจริง? ทำไม พูดความจริงก็ผิด? อย่ามองว่าพวกเขาขั้นหก ฉันสู้หนึ่งต่อสิบได้ด้วยซ้ำ! นายกลัวปัญหา แสร้งทำเป็นอ่อนแอ ฉันไม่ทำอ่อนแอเหมือนนายหรอก! นายคนเดียวสู้พวกเขาสิบคนเป็นปัญหาหรือไง? คนพวกนี้คิดว่าอาจารย์ของพวกเราว่างถึงขนาดนั้น? แค่พวกคนไร้ประสบการณ์ที่เห็นเลือดก็อาจจะร้องไห้ได้แล้ว ยังจะให้อาจารย์พวกเราออกจากด่านมารอเขาท้าประลองเป็นเพื่อนเล่น?”
ฟางผิง ‘โมโห’ จนหน้าแดงก่ำ ตะโกนว่า “ไสหัวไป! ไสหัวไปเดี๋ยวนี้ ได้ยินหรือเปล่า?”
“เชอะ ขี้ขลาด นายขี้ขลาดขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่? นายยังเป็นประธานสมาคมผู้ฝึกยุทธ์อยู่หรือเปล่า? ขายหน้าให้มหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้จริงๆ! ไม่ใช่ว่าสู้ไม่ได้สักหน่อย สู้ไม่ได้นั่นถึงจะยอมรับ แค่พวกผู้ฝึกยุทธ์ปราณ นายสู้พวกเขาไม่ได้? พูดตามตรง ฉันเห็นพวกนายมาตั้งแต่ไกลๆ แล้ว ฟางผิง นายอยู่ในมหาวิทยาลัยเหิมเกริมขนาดนั้น ลงถ้ำใต้ดินก็ไม่กลัวอะไร อยู่ต่อหน้าพวกเขานึกไม่ถึงว่าจะแกล้งทำเป็นอ่อนแอ ฉันเห็นแล้วขัดหูขัดตา!”