ระบบจอมยุทธ์สุดโกงแห่งโลกคู่ขนาน - ตอนที่ 458-2 ฟางผิงผู้มีคุณธรรม (2)
ฉินเฟิ่งชิงเอ่ยทันที “ฉันล่ะ?”
“นายชนะก่อนค่อยว่ากัน”
ฟางผิงพูดจบ ตาเฒ่าหลี่ก็มองเขาแวบหนึ่ง ผ่านไปสักพักค่อยเอ่ยว่า “เธอเรียกคนพวกนั้นมาเพื่อฝึกประสบการณ์เนี่ยนะ?”
ฟางผิงเงียบไปพักหนึ่ง “มีความคิดแบบเด็กๆ อยู่บ้าง ถ้าเป็นอย่างที่พวกเราคาดเดาจริงๆ บางทีหลังจากนี้มีโอกาสร่วมมือกันอีก พวกเขาคงไม่พลาดแน่ ทั้งไม่อาจเลือกแค่ยอดฝีมือในหมู่เด็กรุ่นใหม่ได้ เทียบกับพวกเขาแล้ว ฉินเฟิ่งชิงฝีมือด้อยกว่าเยอะ…”
ฉินเฟิ่งชิงใบหน้าเขียวคล้ำ เอ่ยอย่างโมโหว่า “นายหมายความว่ายังไง?”
ฟางผิงเอ่ยอย่างไม่ใส่ใจ “หมายความตรงตัวนั่นแหละ”
พูดจบ ฟางผิงก็ไม่สนใจเขา เอ่ยต่อว่า “ครั้งนี้นับว่าดึงพวกเขามาอยู่ในแนวรบเดียวกัน พูดตามตรง…คนพวกนี้มีโอกาสฟื้นพลังหากจังหวะประจวบเหมาะ ผมคิดว่ามีบางอย่างเกี่ยวข้องอยู่ภายใน”
ตาเฒ่าหลี่จ้องมองเขา “เธอเองก็ด้วยไม่ใช่หรือไง?”
ฟางผิงยิ้มอย่างมีลับลมคมใน กลับลอบด่าอยู่ในใจ ฉันก็เป็นคนทั่วไป จะไปอยู่ได้ยังไงว่าคนพวกนี้ฟื้นพลังได้เพราะอะไร
ด้านข้างฉินเฟิ่งชิงไม่โมโหอีก แต่เอ่ยอย่างสับสนว่า “ฟื้นพลังอะไร?”
ฟางผิงชำเลืองมองเขา เอ่ยอย่างเรียบนิ่ง “เรื่องของระดับสูงมหาวิทยาลัย ไม่เกี่ยวกับนาย”
ฉินเฟิ่งชิง “…”
พูดเหมือนจะมีหลักการ!
ตาเฒ่าหลี่ไม่พูดเรื่องพวกนี้อีกแล้วเช่นกัน เอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “ไม่สนใจเรื่องพวกนี้แล้ว แล้วแต่เธอละกัน จริงสิ เธอต้องเอาให้แน่ๆ ล่ะ หากมหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้คว้าอาวุธวิเศษสี่ชิ้นได้ งั้นความสามารถก็เพิ่มขึ้นช่วงใหญ่แล้ว! อาวุธวิเศษอยู่ในมือเจ้าพวกนั้นไม่มีประโยชน์สักเท่าไหร่ แต่มาอยู่ในมือพวกเรา บ่มเพาะอีกสักระยะ อย่างน้อยพลังต่อสู้ต้องเพิ่มขึ้นสามส่วน! อย่ามองว่าเจ้าพวกนั้นมีอาวุธวิเศษกันหมด หากไม่เหนือความคาดหมาย พวกเขาน่าจะเป็นบุคคลสำคัญในหมู่คนพวกนั้นแล้ว ไม่ใช่คนชายขอบอย่างแน่นอน คนพวกนี้อาจจะเป็นทายาทสายตรงกลุ่มสุดท้ายแล้ว ไม่ก็เป็นกลุ่มที่มีพรสวรรค์มากที่สุด ไม่งั้นแม้จะเป็นขั้นเก้าขั้นสุดยอดก็คงไม่ฆ่าสัตว์ปีศาจขั้นเจ็ดขั้นแปดอย่างส่งเดชเพื่อสร้างอาวุธวิเศษหรอก เข่นฆ่ามากเกินไป อาจจะก่อให้เกิดการโต้กลับได้ เข้าใจความหมายฉันใช่หรือเปล่า?”
“ครับ ผมเข้าใจ” ฟางผิงเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ดังนั้นผมถึงล่อให้พวกเขาติดกับ ให้คนทึ่มอย่างฉินเฟิ่งชิงออกหน้า ใช้คนอ่อนแออย่างเขากระตุ้นให้พวกเขาเดิมพัน ไม่ใช่ผมเป็นคนออกหน้า ฉินเฟิ่งชิงไม่อาจเป็นตัวแทนของมหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้ได้ หากก่อให้เกิดปัญหาบางอย่างจริงๆ โยนฉินเฟิ่งชิงออกไปก็สิ้นเรื่องแล้ว”
ฉินเฟิ่งชิงใบหน้าดำคล้ำจนดูไม่ได้!
สรุปแล้วนายยังวางแผนใช้ฉันเป็นเกราะกำบังจริงๆ สินะ!
จากความหมายของฟางผิงเห็นได้ชัดว่าตัวเองมีฐานะสูงกว่า เพียงพอให้เป็นตัวแทนมหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้ แต่ฉินเฟิ่งชิง…ครุ่นคิดดูแล้ว เหมือนจะเป็นแบบนั้นจริงๆ เขาไม่สามารถเป็นตัวแทนให้มหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้ได้
ฉินเฟิ่งชิงเผยสีหน้าเศร้าสร้อย ไม่นานก็เปลี่ยนความขุ่นเคืองเป็นพลัง กัดฟันว่า “นายพูดมาก่อน ตกลงจะให้ผลประโยชน์ฉันเท่าไหร่?”
ฟางผิงหัวเราะว่า “ฉันจะยกหนี้สองพันล้านให้นาย ตกลงหรือเปล่า?”
“ไสหัวไป!”
ฉินเฟิ่งชิงมีโทสะขึ้นมา สองพันล้านอะไรกัน ฉันลืมไปหมดแล้ว!
ฉันต้องการเห็นผลประโยชน์ที่จับต้องได้!
ผลประโยชน์ในกระดาษแบบนี้ เขาไม่ต้องการ ไม่มีประโยชน์อะไร
ฟางผิงหัวเราะขึ้นมา เงียบไปพักหนึ่ง “แบบนี้ละกัน นายตั้งใจต่อสู้ดีๆ สู้ชนะ ฉันจะให้อาวุธระดับ A กับนายหนึ่งชิ้น หินพลังงานฝึกวิชาอีกหนึ่งจิน แต่ถ้าแพ้ไม่ได้หินพลังงาน อาวุธยังพอให้ได้”
ฉินเฟิ่งชิงใช้ดาบยาวระดับ B มาโดยตลอด ใช้มาตั้งแต่ขั้นสามจนถึงตอนนี้
แต่เจ้าหมอนี่ยังมีเกราะในที่ทำจากหนังปีศาจขั้นหก อุปกรณ์ไม่ถือว่าแย่อะไร
อาวุธระดับ B อันที่จริงก็เพียงพอให้เขาใช้แล้ว แต่เปลี่ยนเป็นระดับ A เขาสามารถใช้ไปจนถึงขั้นหกสูงสุดได้
ฉินเฟิ่งชิงลอบคำนวณในใจ ดาบยาวระดับ A น่าจะอยู่ระหว่างสามพันถึงห้าพันคะแนน
หินฝึกวิชาห้าร้อยกรัมกลับเป็นหนึ่งหมื่นห้าพันคะแนน
รวมเข้าด้วยกันแล้วเกือบสองหมื่นคะแนน!
นี่ไม่ใช่จำนวนน้อยๆ แต่ต้องชนะก่อนถึงจะได้ แพ้คงได้แค่ดาบเล่มเดียวเท่านั้น
ครุ่นคิดว่าตัวเองเพิ่งจะขั้นห้าตอนต้น…ฉินเฟิ่งชิงเอ่ยอึกอักว่า “ฟางผิง ต่อให้ฉันจะแพ้หรือชนะก็ควรได้รางวัลทั้งคู่หรือเปล่า ยังไงพวกเราก็ชนะอยู่แล้ว…”
ฟางผิงแค่นยิ้ม “ก็ได้ แต่เลือกแบบนี้ งั้นนายก็ต้องแบกรับความเสี่ยง แพ้ทั้งทีม นายต้องรับผิดชอบทรัพยากรหนึ่งในห้า นั่นก็คือหนึ่งหมื่นล้านเช่นกัน นายมั่นใจนะว่าจะเลือกแบบนี้?”
ฉินเฟิ่งชิงเผยสีหน้าจนใจ ฉันจะไปเอาเงินมาจากไหน
ส่วนชนะร้อยเปอร์เซ็นต์หรือเปล่า นั่นก็พูดยาก
จากนิสัยของเขา คงต้องลองเสี่ยงสักตั้ง…แต่เวลานี้ฟางผิงเอ่ยอย่างจริงจังว่า “ถ้าแพ้เสียทรัพยกรห้าหมื่นล้านจริงๆ ฉันไม่ล้อเล่นกับนายอยู่แล้ว นายอยากได้มาก งั้นก็ต้องจ่ายออกไปมาก! ถึงเวลานั้น นายต้องรับผิดชอบส่วนนี้เหมือนกัน เงื่อนไขนี้คนอื่นๆ ก็ไม่มีการยกเว้น เพราะพวกเขาก็มีประโยชน์ของพวกเขา หลี่หัวเหล็กเป็นตัวแทนของมหาวิทยาลัยปักกิ่ง แม้อีกสองคนฉันไม่ได้ให้เขาเป็นตัวแทนใคร แต่ฉันก็ไม่ได้ให้ผลประโยชน์อะไรมากมาย แต่ฉินเฟิ่งชิง นายฝีมืออ่อนที่สุด แถมอยากได้มาก หากแพ้จริงๆ นายเอาทรัพยากรหมื่นล้านมาไม่ได้ ฉันคงไม่อาจทำอะไรกับนาย แต่หลังจากนี้ชื่อของนายจะไม่อยู่ในมหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้อีก”
ฉินเฟิ่งชิงเอ่ยอย่างกระอักกระอ่วน “ถึงขั้นนั้นเลย?”
“ถึงขั้นนั้นแหละ!”
ฟางผิงเอ่ยอย่างจริงจัง “นายมีบรรพบุรุษอยู่ในระดับสุดยอดหรือเปล่า? ถ้าไม่มี นายก็พึ่งพาตัวเองแต่โดยดี อาศัยความสามารถของตัวเองซะ รวมถึงฉันก็เป็นแบบนั้นเหมือนกัน! พวกเราไม่มีพ่อแม่ที่สามารถหนุนหลังได้ รวมถึงอาจารย์ของพวกเรา ต่อให้อาจารย์ดีขนาดไหนก็ไม่ใช่พ่อของนาย เข้าใจความหมายของฉันหรือยัง?”
ฉินเฟิ่งชิงจับหัวตัวเอง ผ่านไปสักพักจึงเอ่ยว่า “ก็ได้ๆ ตามที่นายว่า งั้นก็ยึดแบบแรก ฉันแพ้ให้อาวุธ ถ้าชนะก็ให้หินพลังงานและอาวุธ”
ฟางผิงพยักหน้าเบาๆ ก่อนจะมองไปยังจางอวี่ที่อยู่ด้านข้าง “รุ่นพี่จาง ฉันจะให้ผลไป๋ชุ่ยกับนายเหมือนกัน น้ำใจเล็กๆ น้อยๆ”
จางอวี่ยิ้มเฝื่อนๆ “ฉันแค่พูดไม่กี่ประโยคเท่านั้น ไม่จำเป็นต้องทำแบบนี้…”
“ไม่ใช่เพราะเรื่องนี้หรอก ฉันอยากให้นายรีบเข้าสู่ขั้นห้าเร็วๆ ยังไงนายก็รับปากว่าจะรั้งตัวอยู่มหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้ อาจารย์ขั้นสี่…อ่อนแอเกินไป”
จางอวี่ยิ้มเจื่อนๆ ขึ้นมาอีกครั้ง เอาเถอะ อาจารย์ขั้นสี่ยังกลายเป็นผู้อ่อนแอซะแล้ว
ก็ถูก สำหรับมหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้ในตอนนี้ บางทีขั้นสี่อาจอ่อนแอไปบ้างจริงๆ
หากเป็นมหาวิทยาลัยศิลปะการต่อสู้ทั่วไป อาจารย์ขั้นสามถึงจะเป็นกระแสหลัก
แต่ช่วงนี้พวกอาจารย์ของเซี่ยงไฮ้พัฒนาความสามารถอย่างรวดเร็ว เป็นแบบนี้ต่อไป ขั้นสี่จะอยู่ปลายแถวแล้วจริงๆ
ฉินเฟิ่งชิงที่อยู่ด้านข้างคล้ายจะคิดอะไรได้ เอ่ยอย่างแปลกใจว่า “แล้วนายล่ะ?”
ฟางผิงแค่นยิ้มว่า “ฉันขอแค่สิทธิ์ความเป็นเจ้าของของอาวุธวิเศษสี่ชิ้น ฉันไม่ได้ให้อาจารย์ทุกคนฟรีๆ ผู้ฝึกยุทธ์ต้องมีการแลกเปลี่ยน รอถึงวันไหนที่ฉันต้องการ อาวุธวิเศษพวกนี้ยังคงเป็นของฉัน”
ตาเฒ่าหลี่เอ่ยด้วยใบหน้าจริงจัง “เหมาะสมเหมือนกัน อันที่จริงพวกเราก็เอาเปรียบเธออยู่ รอเธอต้องการเมื่อไหร่ก็สามารถเอาไปได้ทุกเมื่อ”
ฟางผิงไม่ใส่ใจเช่นกัน เอ่ยต่อว่า “ผมยังมีอีกหนึ่งล้านแปดแสนคะแนน หากแพ้จริงๆ ใช้คะแนนพวกนี้เป็นของเดิมพันน่าจะพอแล้ว ถ้ายังไม่พอ ผมค่อยคิดหาทางอีกที ผมไม่ได้มีเป้าหมายยิ่งใหญ่อะไร แต่ผมอยากให้มหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้ดีขึ้นกว่าเดิม ทั้งหวังให้คณบดีทุกคนอย่าโทษที่ผมตัดสินใจเอาเอง…”
หลัวอี้ชวนเอ่ยอย่างขมขื่นอยู่บ้าง “ที่ไหนกันล่ะ ตั้งแต่เธอกลายเป็นประธานสมาคม สิ่งที่เธอทำมาทั้งหมด พวกเราต่างเห็นแล้ว กลับเป็นพวกเราที่สิ้นเปลืองทรัพยากรจำนวนมาก หยุดอยู่ที่ขั้นหกสูงสุดมาโดยตลอด ทำไม่ถึงขั้นหลอมปราณและจิตใจสักที ถ้าพวกเรากลายเป็นผู้ฝึกยุทธ์ระดับปรมาจารย์ได้เหมือนกัน คงไม่ถึงกับทำให้เด็กอายุยี่สิบอย่างเธอต้องแบกรับภาระที่หนักหน่วงแบบนี้…”
พวกเฉินเจิ้นหวาเผยสีหน้าจนใจเช่นกัน รู้สึกขื่นขมและจนใจที่ไม่มีความสามารถทำอะไรได้
หากทุกคนเป็นยอดฝีมือกันหมด จะมาถึงขั้นที่ให้ฟางผิงวางแผนกับคนอื่นแบบนี้ได้ยังไง
ผลประโยชน์ยกให้ทุกคน คำด่าฟางผิงเป็นคนแบกรับ
คิดว่าการวางแผนลูกหลานขั้นเก้าขั้นสุดยอดพวกนี้เป็นเรื่องง่ายจริงๆ งั้นเหรอ?
ผู้อาวุโสพวกนั้นไม่ใช่คนโง่ ตอนนี้ไม่รู้ก็แล้วไป สุดท้ายทราบเรื่องต้องรู้ว่าถูกคนวางแผนแน่
บางทีพวกเขาอาจไม่สนใจเรื่องเล็กน้อยแค่นี้เหมือนกัน แต่ให้ก็คือให้ คุณวางแผนเอาของจากลูกหลานของพวกเขา พวกเขาจะไม่มีความคิดอะไรเลยงั้นเหรอ?
หากไม่ระวัง สำหรับฟางผิงแล้ว ถือเป็นภัยอย่างร้ายแรง
แต่ฟางผิงกลับไม่ลังเล เลือกที่จะทำต่อไป
นึกมาถึงตรงนี้พวกเขาก็ยิ่งรู้สึกขมขื่นขึ้นไปอีก
ฟางผิงเอ่ยปลอบใจว่า “อาจารย์อย่าทำแบบนี้กันสิครับ ผมใช้ชีวิตได้อิสระเพียบพร้อมจนถึงตอนนี้ก็เพราะพวกอาจารย์ช่วยเหลือประคองในวันคืนเหล่านั้น วันขึ้นปีใหม่แค่ข้อความเดียวอาจารย์หลายคนก็เร่งตามเข้ามากว่าพันลี้แล้ว บุญคุณและความนับถือในครั้งนั้นทำให้ผมจดจำไว้ในใจ…”
“ยังจะทำมาเป็นพูดซาบซึ้งอีก”
มหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้ไม่เหลือแล้ว!
อาวุธวิเศษสี่ชิ้น รวมกับสัตว์ปีศาจของหวงจิ่งตัวนั้น ปรมาจารย์และกึ่งปรมาจารย์ในมหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้ตอนนี้ มีแค่อู๋ขุยซานที่ยังไม่ถูกซื้อตัวเท่านั้น
กระทั่งคณบดีขั้นหกสูงสุดพวกนี้ แม้ฟางผิงจะไม่ได้ให้อาวุธวิเศษ แต่ห้องฝึกวิชาพลังฟ้าดิน รวมถึงฟางผิงทุ่มเงินให้มหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้ไม่ขาดสาย ทุ่มจนพวกเขาแทบจะหัวปั่นไปหมดแล้วเช่นกัน
มหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้ รอถึงเวลาที่อาวุธวิเศษอยู่ในมือฟางผิงคงเปลี่ยนเป็นแซ่ฟางจริงๆ แล้ว เหล่าอู๋จะพลิกเปลี่ยนสถานการณ์นี้ได้หรือเปล่า
“เหล่าอู๋เอ๋ยเหล่าอู๋ ขั้นแปดแล้วยังไง…นายนับว่าถูกยึดอำนาจแล้ว เป็นลูกมืออย่างสงบเสงี่ยมไปเถอะ”
ฉินเฟิ่งชิงลอบถอนหายใจ เห็นใจเหล่าอู๋ขึ้นมาอยู่บ้าง
ส่วนตัวเอง…ช่างเถอะ เหล่าอู๋อยู่ขั้นแปดยังถูกยึดอำนาจ เขาเป็นแค่ขั้นห้า ถูกฟางผิงรังแกหน่อยจะเป็นไรไป
ยังไงฟางผิงตบหัวแล้วก็ยังลูบหลัง
“ยังต้องอยู่ต่อที่มหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้สินะ…ฉันไปไหนไม่ได้ ฟางผิงทุ่มเงินให้ฉันไม่น้อย ฉันไปคงจะถูกเขาฆ่าตาย”
ตอนนี้ฉินเฟิ่งชิงสมองโล่งเป็นพิเศษ อย่างอื่นไม่พูดถึง สัญญากู้ยืมสองพันล้านนั่น เขาขายชีวิตอยู่ที่มหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้ก็ไม่จำเป็นต้องสนใจอีกแล้ว
ไม่อยู่ขายชีวิตที่เซี่ยงไฮ้ ฟางผิงอาจจะตามทวงหนี้จนถึงขั้นเขาสงสัยเหตุผลในการใช้ชีวิตของตัวเองขึ้นมาเลยก็ได้
“ไอ้เวรนี่ เรื่องที่ฉันไปหนานเจียงและกองตั้งมั่นเฝ้าระวังต้องมีเขาอยู่เบื้องหลังแน่!”
สุดท้ายฉินเฟิ่งชิงก็ปรากฏความคิดแบบนี้ขึ้นมาในหัว โหดเหี้ยมชะมัด!
————