ระบบจอมยุทธ์สุดโกงแห่งโลกคู่ขนาน - ตอนที่ 461-2 มิตรภาพเป็นเรื่องหลัก การแข่งขันเป็นเรื่องรอง (2)
- Home
- ระบบจอมยุทธ์สุดโกงแห่งโลกคู่ขนาน
- ตอนที่ 461-2 มิตรภาพเป็นเรื่องหลัก การแข่งขันเป็นเรื่องรอง (2)
ตอนที่ 461 มิตรภาพเป็นเรื่องหลัก การแข่งขันเป็นเรื่องรอง (2)
………………..
ฉินเฟิ่งชิงเอ่ยต่อ “นายลงสนามก่อน ถือว่าประเมินตัวเองถูกแล้ว ฉันคนนี้ไม่ลงมือหนักกับใคร เหยาเฉิงจวินที่มาจากหน่วยทหารพวกนั้น ฆ่าคนราวกับมด เขาลงสนามฆ่านายตรงๆ แทบจะเป็นเรื่องปกติ ฉันชอบคนที่รู้จักตัวเองดีอย่างนาย หลังจากนี้มาเป็นเพื่อนกันเถอะ!”
“ไม่ได้ลงมือหนัก?”
เจี่ยงเชาตกตะลึงไป เอ่ยอย่างร้องไห้ไม่ออกอยู่บ้าง “พูดแบบนี้…ก่อนหน้านี้คือ…ไม่ได้ลงมือหนัก?”
ฉินเฟิ่งชิงเอ่ยอย่างไม่ใส่ใจ “นี่เรียกว่าลงมือหนักหรือไง? สถานการณ์ทั่วไป เจอกับคนที่แข็งแกร่งกว่าอย่างนาย ฉันคิดจะระเบิดสะพานฟ้าดินของตัวเองด้วยซ้ำ ระเบิดตายหนึ่งคนก็นับว่ากำจัดได้หนึ่งคน แต่ตระหนักว่าพวกนายไม่ใช่คนนิสัยเลวร้ายอะไร ครั้งนี้จึงแล้วไป”
ทุกคนแทบจะตกตะลึง!
พวกเราแค่จะแลกเปลี่ยนความรู้เท่านั้น!
แลกเปลี่ยนความรู้ เข้าใจหรือเปล่า?
เห็นพวกเขามองตัวเอง ฉินเฟิ่งชิงก็เอ่ยเสียงดังว่า “บนสังเวียนไม่มีการแลกเปลี่ยนความรู้ ขึ้นสังเวียนแล้ว แบ่งระดับสูงต่ำ รวมถึงความเป็นความตายด้วยเช่นกัน! พวกนายอย่ามองการแข่งขันบนสังเวียนเป็นเรื่องเล่นๆ ผู้ฝึกยุทธ์ประมือกัน เกิดเหตุไม่คาดฝันได้ทุกเมื่อ! ไม่ว่าจะเป็นการต่อสู้บนสังเวียน การแลกเปลี่ยนความรู้หรือการต่อสู้ในทุกสนาม ให้มองเป็นการต่อสู้ระหว่างความเป็นความตายทั้งหมด! อาศัยความคิดอย่างพวกนาย ออกห่างจากผู้อาวุโสแล้ว ไม่ช้าก็เร็วมีแต่จะตายเท่านั้น คนอย่างพวกนาย หากไม่ตายเป็นเบือ เกรงว่าคงไม่อาจเข้าใจหลักการนี้ได้ชั่วชีวิต!”
เมื่อคำพูดนี้ออกมา ทุกคนก็เงียบลงทันที
ฉินเฟิ่งชิงไม่พูดมากเช่นกัน หมุนกายเตรียมจะเดินออกไป จู่ๆ ร่างกายก็อ่อนแรง กระอักเลือดออกมา!
“นายโล้น นายไม่เป็นไรสินะ?”
“เป็นอะไรไป?”
“อาการบาดเจ็บกำเริบงั้นเหรอ?”
“เจี่ยงเชา นายลงมือหนักเกินไปแล้ว!”
“ไม่ต้องพูดแล้ว ยังมีน้ำแร่ชีวิตไม่ใช่หรือไง? เอาให้เขาดื่มสักหน่อยสิ…”
ทุกคนโหวกเหวกเสียงดัง มีคนควักน้ำแร่ชีวิตออกมา ฉินเฟิ่งชิงที่อยู่ในสภาวะ ‘กึ่งไร้สติ’ แทบจะยื่นปากไปชนข้างบนขวดของอีกฝ่ายแล้ว รีบป้อนฉันสิ ยังจะพูดอะไรกันอีก!
—
บนเวที
รัฐมนตรีหวังที่เตรียมจะประกาศการแข่งรอบที่สอง มองลงไปด้านล่างเวทีแวบหนึ่ง ใบหน้าแข็งทื่ออย่างถึงที่สุด!
ด้านข้าง หลู่เฟิ่งโหรวหันหน้าไปทางอื่น ตาเฒ่าหลี่พึมพำกับตัวเอง “ปีนี้รับสมัครนักศึกษาไปเท่าไหร่นะ? มหาวิทยาลัยขาดแคลนทรัพยากรไปอยู่บ้าง รับนักศึกษาจะรับเยอะเกินไปไม่ได้…”
สองคนนี้เหมือนจะมองไม่เห็นฉินเฟิ่งชิงที่อยู่ทางนั้นโดยสิ้นเชิง ทั้งไม่เห็นสภาพ ‘เจ็บหนักปางตาย’ ของเขาเช่นกัน
หลี่โม่มองพวกเขา ก่อนจะมองฉินเฟิ่งชิง ผ่านไปสักพักก็หัวเราะว่า “นักศึกษามหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้…น่าสนใจจริงๆ”
ก่อนหน้านี้หลี่โม่เผยสีหน้าอึมครึม
นึกไม่ถึงว่าเจี่ยงเชาจะถูกอัดจนออกจากสนามไป เขารู้สึกแค่ว่าขายหน้าอย่างยิ่ง
แต่ตอนนี้…ยิ่งขายหน้ามากกว่า!
เจ้าเด็กโง่พวกนี้ โง่จนไร้ทางรักษาแล้วจริงๆ
แม้จะโกรธเคือง หลี่โม่ยังคงเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “เด็กพวกนี้ล้วนมีจิตใจใสซื่อ มิตรภาพเป็นเรื่องหลัก การแข่งขันเป็นเรื่องรอง…”
รัฐมนตรีหวังฟังหูซ้ายทะลุหูขวา ทำเป็นว่าไม่ได้ยินคำปลอบใจของเขา
นายบอกว่าใสซื่อก็ใสซื่อ ตัวเองมีความสุขก็เพียงพอแล้ว
เด็กพวกนี้มามหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้ เกรงว่าจะเป็นความผิดพลาดที่ร้ายแรงที่สุดของพวกเขาแล้ว
ไม่สนใจเสียงดังวุ่นวายข้างล่างอีก รัฐมนตรีหวังตะโกนว่า “การแข่งรอบที่สองเริ่มได้!”
เหยาเฉิงจวินถือหอกเดินลงสนาม
อีกฟากหนึ่ง ในที่สุดฉินเฟิ่งชิงก็ดื่มน้ำแร่ชีวิตเข้าไปหนึ่งหยด ลอบดีใจอย่างบ้าคลั่ง ดึงตัวเองขึ้นมาขมวดคิ้วว่า “ตื่นตระหนกเกินไปซะได้ บาดเจ็บแค่นี้พวกนายเสียงดังอะไรกัน? นี่แหละคือการแข่งขัน ฉันจะขึ้นไปดูข้างบนก่อน มีโอกาสพวกเราค่อยคุยกันใหม่!”
เจียงซีเหยียนที่อยู่ฝั่งหลี่เฟยยังไม่ทันลงสนาม ฉินเฟิ่งชิงก็หอบกระดูกแขนไปกวัดแกว่งต่อหน้ารัฐมนตรีหวังแล้ว
ปากรายงานกับพวกหลี่ฉางเซิงว่า ‘บาดเจ็บเล็กน้อย’ ‘ไม่เป็นปัญหาอะไรมาก’ ‘ไม่เป็นอะไร ต้องต่อสู้เพื่อแสดงชื่อเสียงของกระทรวงการศึกษาและมหาวิทยาลัยศิลปะการต่อสู้’…
มือกลับเคลื่อนไหวไม่หยุดหย่อน แทบจะยื่นไปถูกหน้าของรัฐมนตรีหวังแล้ว
รัฐมนตรีหวังหน้าดำคล้ำจนดูไม่ได้ ไม่ได้ถลึงตาใส่ฉินเฟิ่งชิง แต่เป็นตาเฒ่าหลี่ ผู้ใหญ่ประพฤติไม่ชอบ ผู้น้อยก็จะเลียนแบบตาม!
มหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้สอนพวกนายจนกลายเป็นสภาพนี้แล้ว?
ตาเฒ่าหลี่รู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรม แม่งไม่ใช่ความผิดฉันสักหน่อย นี่ถ้าไม่ใช่คำชี้แนะของฟางผิง เอาปืนมายิงหัวเขาได้เลย!
แม้รัฐมนตรีหวังจะก่นด่าในใจ แต่เจ้าเด็กนี้กวัดแกว่งกระดูกแขนสีขาวใกล้หูใกล้ตาเขา ท่าทีราวกับถ้าไม่รักษาให้หายก็จะกวัดแกว่งจนคุณตายทำให้รัฐมนตรีหวังอับจนหนทางอย่างถึงที่สุด
สะบัดมือปล่อยแสงสีทองออกไปอย่างส่งๆ ก่อนเนื้อหนังบนแขนของฉินเฟิ่งชิงจะเริ่มประสานตัวขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัดเจน
เวลานี้ฉินเฟิ่งชิงจึงหยุดการกระทำลง
พอหยุดแล้ว เจ้าหมอนี่ไม่ได้กลับไปทางฟางผิง แต่วิ่งโร่ไปหาพวกเจี่ยงเชาอีกครั้ง หลี่โม่อยากจะยื่นมือ…แต่ก็เก็บกลับไปอย่างรวดเร็ว ช่างเถอะ ไม่ขายหน้าคนๆ นี้แล้ว
เด็กพวกนี้ให้จำเป็นบทเรียนก็ดีเหมือนกัน
แต่หลี่โม่ยังคงเอ่ยอย่างเรียบนิ่งออกไปหนึ่งประโยค “ฉินเฟิ่งชิงคนนี้…หูตากว้างไกลไม่น้อย”
ตาเฒ่าหลี่คลี่ยิ้มว่า “ฉินเฟิ่งชิงนั้นยังใสซื่อบริสุทธิ์”
ใช่แล้ว ตาแก่ นายต้องเชื่อว่าฉินเฟิ่งชิงคนนี้เป็นเด็กใสซื่อคนหนึ่ง
สายตาของนายนี้ ใครเป็นตัวการวางแผนยังมองไม่ออกเลย จะมาเป็นขั้นแปดอะไร อย่าขายหน้าดีกว่า
—
ฉินเฟิ่งชิงยังแฝงตัวในกลุ่มศัตรูต่อ ในสนามนั้นเริ่มการแข่งขันรอบสองแล้ว
ทางหลี่เฟยมีผู้หญิงสามคน เจียงซีเหยียนเป็นผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เข้าสู่ขั้นหกตอนกลาง
เจี่ยงเชาถูกชนไม่มีปัญหา แต่เธอเป็นผู้หญิง ถูกชนแบบนั้นน่าอายเกินไป
ผลปรากฏว่า…เธอเพิ่งจะออกมา เหยาเฉิงจวินก็ระเบิดพลังจิตใจขึ้นมาตรงๆ!
ไม่ใช่แค่พลังจิตใจ พลังจิตใจที่แข็งแกร่งยังปะปนด้วยกลิ่นคาวเลือดอันเข้มข้น กลิ่นคาวเลือดที่ทำให้อยากอาเจียนนั้นระเบิดออกมาจากหอกยาวของเขาอย่างรวดเร็ว!
ชั่วพริบตานี้ ในหัวของเจียงซีเหยียนพลันปรากฏฉากการสังหารในสงครามขึ้นนับไม่ถ้วน
แขนขาดขาขาด เลือดเนื้อ ลำไส้ สมองไหลกระจัดกระจาย ซากศพนอนกลาดเกลื่อนกันเป็นกองภูเขา
ในช่วงเวลานี้ การเคลื่อนไหวของเจียงซีเหยียนก็ชะงักลงเล็กน้อย ใบหน้าซีดเผือด ปรากฏท่าทีขัดแย้งในใจ
เธอเคยเห็นฉากแบบนี้มาก่อนที่ไหนกัน!
ในตอนที่สมองพยายามลบฉากพวกนั้นออกไป เจียงซีเหยียนก็ได้กลิ่นคาวเลือดฉุนจมูก
เวลานี้ยอดฝีมือขั้นหกถูกปฏิกิริยาโต้กลับแล้ว ชั่วพริบตาที่เจียงซีเหยียนตกอยู่ในภวังค์ ด้านหน้าก็ปรากฏร่างของเหยาเฉิงจวินตอนนี้เหยาเฉิงจวินราวกับเทพสังหาร!
ทั่วร่างอบอวลไปด้วยปราณ เสี้ยวนาทีที่เจียงซีเหยียนเผชิญกับสายตาเยียบเย็นของเขาก็อดเบนหลบจากสายตาที่พร้อมสังหารคนไม่ได้
“ตายซะ!”
เสียงตะโกนที่เยือกเย็นปะปนกับพลังจิตใจสั่นสะเทือนโจมตีในหัวของเจียงซีเหยียนอีกครั้ง
เจียงซีเหยียนรับรู้ถึงภัยคุกคาม พยายามกวัดแกว่งดาบแทงไปหาเหยาเฉิงจวิน!
หอกยาวของเหยาเฉิงจวินพุ่งเข้ามา พลังที่สั่นสะเทือนบนหอกทำให้ร่างของเขาสั่นไหวไม่หยุด เกิดเป็นเสียงระเบิดกระจายไปทั่ว
เหยาเฉิงจวินกลับตะโกนอย่างเยือกเย็นอีกครั้ง!
“ตายซะ!”
ตั้งแต่ต้นจนถึงตอนนี้เหยาเฉิงจวินเผยความเลือดเย็นและโหดเหี้ยม อบอวลไปด้วยกลิ่นคาวเลือดตลอดเวลา
—————