ระบบจอมยุทธ์สุดโกงแห่งโลกคู่ขนาน - ตอนที่ 461-3 มิตรภาพเป็นเรื่องหลัก การแข่งขันเป็นเรื่องรอง (3)
- Home
- ระบบจอมยุทธ์สุดโกงแห่งโลกคู่ขนาน
- ตอนที่ 461-3 มิตรภาพเป็นเรื่องหลัก การแข่งขันเป็นเรื่องรอง (3)
ตอนที่ 461 มิตรภาพเป็นเรื่องหลัก การแข่งขันเป็นเรื่องรอง (3)
………………..
ในสายตาฟางผิง เหยาเฉิงจวินกำลังข่มขู่เพื่อนตัวน้อยเท่านั้น
เขตพัก
ฟางผิงถอนหายใจว่า “เหล่าเหยาทำเกินไปแล้ว จะสู้ก็สู้ ขู่คนเขาทำไมกัน?”
ไอสังหาร กลิ่นคาวเลือด ของพวกนี้คนที่สังหารคนมามากแทบจะมีเป็นเรื่องปกติ
อย่างอื่นไม่พูดถึง ตอนแรกฟางผิงประมือกับหลิงอีอีในขั้นสาม หลิงอีอีระเบิดไอสังหารยังพุ่งชนพลังจิตใจของเขากระจัดกระจาย
แม้ถ้ำใต้ดินปักกิ่งจะค่อนข้างสงบ แต่การต่อสู้ก็มีไม่น้อย
หลิงอีอีผู้หญิงคนนั้นมักจะลงถ้ำใต้ดินเป็นประจำ ทั้งยังฆ่าคนราวกับมด
สำหรับยอดฝีมือมหาวิทยาลัยศิลปะการต่อสู้บางส่วน ตอนที่ประมือ ระเบิดกลิ่นคาวเลือดแทบไม่มีประโยชน์อะไร
สนามรบที่แท้จริงก็เคยไปมาแล้ว ฟางผิงที่ลงถ้ำใต้ดินไม่กี่ครั้งยังมีประสบการณ์ผ่านสงครามขนาดใหญ่ของระดับต่ำและระดับกลางมาก่อน บาดเจ็บล้มตายนับไม่ถ้วน ใครจะสนใจเรื่องนี้กัน
แต่จำต้องพูดว่าเหยาเฉิงจวินระเบิดไอสังหารควบคู่กับพลังจิตใจ สำหรับเจียงซีเหยียนแล้ว ยังเป็นท่าไม้ตายที่สุดยอดจริงๆ
ตอนนี้ทั้งสองคนประมือกลางอากาศหลายครั้งแล้ว หอกและกระบี่ปะทะกันเสียงดังไม่ขาดสาย
แต่เสียงกระบี่ของเจียงซีเหยียนกลับขาดๆ หายๆ
มักจะขาดช่วง!
ทุกครั้งที่ขาดช่วงจะเกิดหลังจากเสียงตะโกนของเหยาเฉิงจวิน!
เจ้าหมอนี้ปราณสู้อีกฝ่ายไม่ได้ ความแข็งแกร่งของร่างกายก็สู้ไม่ได้ อาวุธก็ยังด้อยไปอยู่บ้าง ภายใต้การปะทะ อันที่จริงเขาล้วนเป็นฝ่ายเสียเปรียบ แขนข้างที่จับหอกเนื้อหนังแหลกเหลวไปนานแล้ว
แต่ทุกครั้งที่เจียงซีเหยียนถูกพลังจิตใจและไอสังหารสั่นสะเทือน เหยาเฉิงจวินก็จะพุ่งหอกออกไปอย่างบ้าคลั่ง ทุกหอกล้วนมีกลิ่นคาวเลือดอย่างเต็มเปี่ยม
ช่วงเวลาสั้นๆ แทบจะควบคุมเจียงซีเหยียนอย่างสิ้นเชิง ปะทะกับเจียงซีเหยียนจนกระเด็นลอยออกไปหลายครั้ง
บางครั้งแม้เจียงซีเหยียนจะโต้กลับ เห็นว่ากระบี่จะแทงโดนเขา เหยาเฉิงจวินกลับไม่คิดหลบหลีก ถือหอกแทงไปที่หัวของอีกฝ่าย ทำท่าราวกับพร้อมจะพังพินาศไปด้วยกัน!
เจียงซีเหยียนไหนเลยจะกล้าตกตายตามไปกับเขา สู้จนอัดอั้นตันใจ ทำได้เพียงถอยหลบเท่านั้น!
เวลานี้เธอมีความคิดเดียวกับเจี่ยงเชาแล้ว คนพวกนี้เสียสติกันไปหมดแล้ว!
—
บนเวทีหลัก
หลี่โม่ไม่พูดอะไรอีกแล้ว สีหน้านั้นแทบดูไม่ได้
หรือจะแพ้อีกแล้ว?
ก่อนหน้านี้แม้จะไม่แพ้ แต่ในสายตาของเขา แทบไม่ต่างอะไรกับการแพ้
ตอนนี้เจียงซีเหยียนแทบจะถูกคนกดขี่ตลอดการแข่ง ถูกคนที่ฝีมือสู้ตัวเองไม่ได้ไล่ต้อน พลังจิตใจของเหยาเฉิงจวินยังไม่ได้หลอมเป็นหนึ่งกับปราณ สำหรับผู้ฝึกยุทธ์ขั้นหกตอนกลางถือว่าสร้างความเสียหายอย่างจำกัด
ขอแค่เจียงซีเหยียนมีจิตใจแน่วแน่ เดิมทีแทบไม่อาจได้รับผลกระทบ
น่าเสียดายที่เจียงซีเหยียนเป็นหญิงสาวที่ไม่ได้ผ่านร้อนผ่านหนาวมาเท่าไหร่ แม้ความสามารถจะแข็งแกร่ง แต่ก็เพิ่งอายุไม่กี่ยี่สิบปี ประสบการณ์อาจไม่เยอะกว่าหญิงสาวทั่วไปในสังคม จะมีจิตใจแน่วแน่ขนาดนั้นได้ยังไง
เป็นแบบนั้นอยู่หลายครั้ง เจียงซีเหยียนเสียศูนย์ไปนานแล้ว ตอนนี้กำลังร้องอย่างเกรี้ยวกราด กระบี่ยาวระเบิดคลื่นปราณและพลังงานไม่หยุดหย่อน กลับไม่เป็นระบบระเบียบอยู่บ้าง
ต่อให้ออกกระบวนท่าแข็งแกร่งขนาดไหนก็ต้องทำให้เข้าเป้าอีกฝ่ายให้ได้อยู่ดี
เหยาเฉิงจวินที่ก่อนหน้านี้ห้าวหาญไร้เทียบเทียม ตอนนี้ยั่วให้กระบวนท่าอีกฝ่ายยุ่งเหยิงแล้ว กลับเคร่งขรึมหนักแน่นอย่างยิ่ง แทบไม่ระเบิดพลังอะไร แต่เลือกหลบหลีกเป็นหลัก
แม้ว่าร่างจะถูกไอกระบี่ของเจียงซีเหยียนระเบิดกระบวนท่าฟันจนเนื้อหนังหลุดรุ่ย เหยาเฉิงจวินกลับไม่สะทกสะท้าน ค่อยๆ ล่อให้อีกฝ่ายระเบิดกระบวนท่าใหญ่อย่างต่อเนื่อง กระตุ้นอารมณ์ของเธอ
ไอกระบี่ที่เจิดจ้า ระเบิดกลางอากาศอย่างต่อเนื่อง
เหยาเฉิงจวินกลับไม่ไปไหนไกล ร่อนเร่อยู่รอบๆ บริเวณที่พลังระเบิด ไม่อยากให้อีกฝ่ายหยุดปล่อยพลังเพราะตัวเองออกห่าง
เห็นฉากนี้ หลี่โม่ก็ถอนหายใจเบาๆ ส่ายหน้าเล็กน้อย
ผู้ฝึกยุทธ์ที่มาจากโรงเรียนเตรียมทหารคนนี้กำลังบดขยี้จิตใจของเจียงซีเหยียน ผลาญปราณของเธอ ยับยั้งพลังอันฮึกเหิมของเธอ
ปล่อยให้บดขยี้ต่อไป ขอแค่เหยาเฉิงจวินสามารถยืนหยัดถึงเสี้ยวนาทีที่เจียงซีเหยียนอ่อนแอ ระเบิดท่าไม้ตายออกมา เกรงว่าคงจะสามารถฆ่าได้ในกระบวนท่าเดียว
—
เรื่องจริงไม่ต่างจากที่ขั้นแปดสูงสุดคนนี้คาดการณ์เท่าไหร่
เจียงซีเหยียนระเบิดพลังติดต่อกันกว่าสิบครั้ง ผลปรากฏว่าเหยาเฉิงจวินที่ก่อนหน้านี้ปะทะตัวต่อตัวกับเธอ เวลานี้กลับเอาแต่หลบหลีก ทำให้เธอโมโหอย่างยิ่ง เสียสมดุลมากขึ้นไปอีก
ในตอนที่เจียงซีเหยียนเตรียมจะสูดลมหายใจระเบิดพลังอีกครั้ง เหยาเฉิงจวินที่หลบหลีกมาโดยตลอดก็ลงมือทันที!
ครู่ต่อมาบนหอกยาวก็ประกายแสงสีแดง เกิดเป็นระลอกคลื่นใหญ่
“ตายซะ!”
เสียงตะโกนดังสะท้านฟ้า ประกายแสงสีแดงวาบผ่านอย่างรวดเร็ว ชั่วพริบตาก็ทะลวงผ่านข้างกระบี่ยาว แทงเข้าไปที่ช่วงอกของเจียงซีเหยียน
‘ปัง!’
เกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว เจียงซีเหยียนกระเด็นลอยออกไป ปากกระอักเลือดไม่ขาดสาย
ในเวลาเดียวกัน เสื้อตัวนอกเธอก็ขาดวิ่น ข้างในปรากฏเกราะที่เผยแสงสีทอง เกราะตัวในและหอกยาวปะทะกัน เกิดเป็นประกายไฟ ครู่ต่อมาบนเกราะก็ระเบิดพลังแข็งแกร่งสะท้อนกลับมา สั่นสะเทือนหอกยาวของเหยาเฉิงจวินจนเกิดเสียงระเบิดดังก้อง
เหยาเฉิงจวินถอยหลังไปไม่หยุดหย่อน เท้าเหยียบอากาศจนระเบิดเปรี้ยง ในมือมีเลือดหยดลงบนพื้น
ครู่ต่อมาเหยาเฉิงจวินก็หล่นสู่พื้น ทำให้พื้นที่เหยียบเกิดเป็นหลุมนับไม่ถ้วน ฝั่งตรงข้าม เจียงซีเหยียนก็กระโดดลงสู่พื้นเช่นกัน ใบหน้าเผยความขุ่นเคือง
ส่วนบาดแผลนั้น…ไม่ร้ายแรงเท่าไหร่ หอกยาวไม่สามารถแทงทะลุเกราะที่สร้างจากร่างทองของสัตว์ปีศาจขั้นแปดได้
พลังปราณที่แทรกซึมเข้าไปกลับสั่นสะเทือนจนเหยาเฉิงจวินบาดเจ็บไม่น้อย
เทียบกับเจี่ยงเชาแล้ว เจียงซีเหยียนดีกว่าเล็กน้อย ไม่ได้ยอมแพ้ ยังคิดจะสู้ต่อ
“คุณปู่หลี่…”
“ยอมแพ้ซะ”
เจียงซีเหยียนเผยสีหน้าไม่ยินยอม แต่ก็ทำได้เพียงเอ่ยอย่างไม่เต็มใจว่า “ฉันยอมแพ้!”
ทิ้งคำพูดนี้แล้ว เจียงซีเหยียนก็เผยสีหน้าแดงก่ำ หมุนตัวจากไป
เหยาเฉิงจวินพยักหน้าเล็กน้อย ไม่พูดมากเช่นกัน เดินกลับไปยังเขตพัก อาการบาดเจ็บของเขาไม่ได้ร้ายแรงจนเกินไป แต่พลังจิตใจใช้จนเกลี้ยงแล้ว หากสู้รอบต่อไปอีก คงถูกทรมานเป็นผักเป็นปลา ไม่มีความจำเป็นต้องทำแบบนั้น
ยังไงข้างหลังก็ยังมีเจ้าพวกโหดนั่นอยู่อีกเยอะ ก่อนหน้านี้เขาเคยแพ้คนพวกนี้มาแล้วเหมือนกัน พอจะเอาชนะหลี่หานซงได้เท่านั้น แต่ตอนนี้หลี่หานซงอยู่ขั้นห้าสูงสุดแล้ว สูงกว่าเขาถึงสองระดับเล็กๆ หากต่อสู้อีกครั้ง เขาต้องไม่ใช่คู่ต่อสู้อย่างแน่นอน
สามคนนี้ พูดให้ละเอียดหน่อย น่าจะมีหวังจินหยางที่พอจะสูสีกับเขา ฟางผิงและหลี่หานซงเอาชนะเขาได้อย่างแน่นอน
—
เหยาเฉิงจวินและเจียงซีเหยียนต่างเดินลงจากเวที พวกหลี่เฟยไม่เผยสีหน้าบิดเบี้ยวอีก แต่เผยความหนักแน่นขึ้นมา
ฉินเฟิ่งชิงที่อยู่ด้านข้าง ยังพูดโจมตีโม้เกินจริงไปอีก “พวกเราไม่อยากฆ่าคน หอกเมื่อกี้ของเหยาเฉิงจวินไม่ได้แทงไปที่หัวเพราะจงใจอ่อนข้อให้ นายอ้วน นายทำได้ถูกต้องแล้ว ยอมถอยออกมาก่อน ไม่งั้นเขาใจอ่อนกับผู้หญิง แต่ถ้าเป็นนาย หอกเดียวทะลวงคอ คงจะทำให้นายเลือดตกยางออกแล้ว!”
เจี่ยงเชาหดลำคอตัวเอง กระซิบว่า “นายโล้น สามคนข้างหลังนั้น ยังแข็งแกร่งกว่างั้นเหรอ?”
ฉินเฟิ่งชิงหัวเราะว่า “ว่าแบบนี้เถอะ อ้างจากความได้เปรียบเรื่องลำดับขั้น ฟางผิงและหลี่หานซงล้วนอยู่ขั้นห้าสูงสุด คนอย่างพวกเราเลื่อนขึ้นระดับเล็กๆ พลังต่อสู้เพิ่มขึ้นมาประมาณหนึ่งเท่า คำนวณแล้วน่าจะแข็งแกร่งกว่าเหยาเฉิงจวินสองสามเท่า”
เจี่ยงเชาเผยสีหน้าหวาดกลัวอยู่บ้าง ก่อนจะทำหน้าราวกับโชคดีขึ้นมาอีกครั้ง ตบไหล่ฉินเฟิ่งชิง เอ่ยอย่างซาบซึ้งว่า “โชคดีที่ฉันเจอกับนาย นายเพิ่งจะขั้นห้าตอนต้น ขอบคุณนายจริงๆ!”
ฉินเฟิ่งชิงเผยแววตาแฝงไอสังหาร ช่างเถอะ ตอนนี้ยังไม่หาเรื่องนาย รอฉันเรียกนายเป็นสหายหลอกจนนายหมดตัวแล้ว ฉันค่อยไปจัดการนายอีกที
—————–
………………..