ระบบพี่เลี้ยงอสูรขั้นเทพ (神宠进c化系统) - ตอนที่ 470 : ต้นตอปัญหา
เมื่อมองออกไปไกลก็เห็นจุดสีดําที่พุ่งเข้ามาทางพวกเขา ทุกคนก็ พากันหยุดและค่อยๆ เดินหน้าไปทีละก้าวๆ
เมื่อเห็นจุดสีดําใกล้เข้ามาเรื่อยๆ พวกเขาก็พากันสงสัยว่ามันคือ อะไรกันแน่
ไม่กี่นาทีจุดสีดําก็อยู่ห่างพวกเขาแค่ไม่กี่ร้อยเมตร
ตอนนั้นหวังเย่าและคนอื่นๆ ก็เห็นได้ชัดว่ามันเป็นรูปร่างแบบไหน
นี่คือมนุษย์ที่สวมชุดเกราะ ใบหน้าของเขาถูกเกราะปิดบังเอาไว้ มันทําให้ทุกคนไม่อาจจะเห็นใบหน้าที่แท้จริงของอีกฝ่ายได้
พวกเขาพากันหยุดอยู่ห่างจากอีกฝ่าย 100 เมตร และไม่ได้พูด อะไรออกไปแต่ในใจของพวกเขานั้นพากันระวังตัวอย่างมาก ยังไงซะก็ ไม่อาจจะรับรองได้ว่าคนตรงหน้านี้เป็นศัตรูรึมิตร การที่พวกเขาต้อง ระวังตัวนั้นถูกแล้ว ไม่งั้นแล้วอาจจะเกิดปัญหาขึ้นได้
ชายสวมเกราะเองก็หยุดเช่นกัน สายตานั้นมองมาที่กลุ่มของ หวังเย่าพร้อมกับพูดบางอย่างออกมาด้วยภาษาที่ทุกคนไม่เข้าใจ
“ …” เมื่อได้ยินภาษาต่างชาติ ทุกคนต่างก็พากันเงียบไป
หลังจากที่ชายคนนั้นพูดจบเขาก็ชี้ไปที่ภูเขาหิมะราวกับจะบอก บางอย่าง แต่หวังเย่าและคนอื่นๆ ไม่เข้าใจคําพูดของเขาเลยแม้แต่น้อย
“คุณพูดถึงอะไร เราไม่เข้าใจ ” สุดท้ายเมื่อไม่อาจจะเข้าใจคําพูด ของอีกฝ่ายได้ หวังเย่าก็ขัดขึ้นมาทันที
เมื่อได้ยินคําพูดของหวังเย่าชายคนนั้นก็แสดงสายตาตะลึง เขา เงียบไปสักพัก ก่อนจะพูดขึ้นมาว่า “ พวกคุณมาจากหัวเซี่ยงั้นหรือ ? ” ชายคนนั้นเปลี่ยนมาพูดภาษาจีนทันที
เพราะหวังเย่าและคนอื่นๆ ใส่ชุดเกราะปิดบังใบหน้าเอาไว้เช่นกัน ชายคนนี้จึงไม่รู้ว่าพวกเขาเป็นคนหัวเซี่ย
ไม่งั้นแล้วหากได้เห็นหน้าตากันแล้ว ชายคนนี้อาจจะเดาออก
“เราเป็นคนหัวเซี่ย” เมื่อได้ยินภาษาจีนจากอีกฝ่าย หวังเย่าและ คนอื่นๆ ต่างก็พากันแปลกใจ
สุดท้ายพวกเขาก็สื่อสารกันได้สักที
“คุณพูดเรื่องตะกี้เป็นภาษาจีนได้รึเปล่า ? ” เฉี่ยนเจินเฉียนมองไป ที่ชายตรงหน้าและถามขึ้นมา
“ได้สิ ที่ฉันอยากจะบอกคือมีสัตว์อสูรที่น่ากลัวในภูเขาหิมะนั่น พวกคุณไม่ควรจะเข้าไป” ชายสวมเกราะได้พูดคําพูดเดิมออกมาด้วย ภาษาจีน
“นี่…”
เมื่อได้ยินแบบนั้นทุกคนต่างก็พากันคิ้วขมวด
หวังเย่ามองไปที่อีกฝ่ายและชี้ไปที่เส้นตัดมิติบนท้องฟ้าแล้วถาม ขึ้น “ เส้นสีดําบนท้องฟ้านั่นมันอะไรกัน ? ”
เมื่อมองตามที่หวังเย่าชี้ไป ชายคนนั้นก็แสดงท่าทีหนักใจออกมา
“มันเกิดขึ้นเมื่อเดือนก่อน มันกําเนิดขึ้นมาจากทางเข้ามิติลับที่อยู่ ด้านหลังภูเขาหิมะนี้ ตอนที่มันปรากฏขึ้นมา คนในเมืองต่างพากันส่ง คนเข้าไปสํารวจมิติลับ แต่ก็ไม่ได้ข่าวอะไรกลับมาจนถึงตอนนี้ ”
“บางคนตายในมิติลับนั้น บางคนโดนขังเอาไว้และส่งสัญญาณ ต้องการความช่วยเหลือออกมา หลังจากนั้นทางเมืองก็ได้ส่งคนเข้าไป อีก มันถึงกับมีคนระดับ SSS เข้าไปด้วย แต่จนตอนนี้ก็ยังไม่มีใครกลับ ออกมา ไม่มีแม้แต่ข่าวคราวเลยสักนิด พวกระดับสูงในเมืองพากันกังวล เรื่องมิติลับนี้อย่างมาก พวกเขากลัวที่จะส่งคนเข้าไปอีก ดังนั้นตอนนี้จึง ไม่มีข่าวอะไรเกี่ยวกับที่นั่น พวกเขาไม่กล้าที่จะแตะต้องมิติลับนั้นอีก”
หวังเย่าและคนอื่นๆ ได้ยินแบบนั้นก็พอเข้าใจต้นกําเนิดของเส้น ตัดมิตินี้ขึ้นมาบ้าง
“แล้วสัตว์อสูรในภูเขาที่คุณพูดถึงล่ะ ? ” เมื่ออีกฝ่ายยอมบอก ข้อมูล ก็เป็นธรรมดาที่พวกเขาจะสืบหาข้อมูลให้ได้มากที่สุด
“ฉันไม่รู้สถานการณ์แน่ชัด ฉันรู้แค่ว่ามันน่ากลัวอย่างมาก มัน สนใจในตัวมนุษย์ มีข่าวลือว่าคนที่เคยเจอมันไม่เคยมีใครรอดกลับมา พวกเขาโดนทรมานจนตาย มันออกจากมิติลับมาเมื่อเดือนก่อน” ชาย สวมเกราะพูดขึ้น
หวังเย่าและคนอื่นๆ ได้ยินแบบนั้นก็อดที่จะสงสัยไม่ได้
“พวกคุณจะคิดยังไงก็เรื่องของพวกคุณไม่ได้เกี่ยวอะไรกับฉัน ฉัน ขอตัวก่อน” ชายสวมเกราะมองไปที่กลุ่มของ หวังเย่าก่อนจะออกจากที่ นั่นไป
“เราจะเดินทางไปที่ภูเขานั่นรึเปล่า ? ” ทุกคนพากันชั่งใจ
หากจะเเดินทางอ้อมภูเขานี้ก็กินเวลานานเกินไป ยังไงซะก็ไม่มีใคร รู้ว่าแผ่นน�าแข็งนี้มีพื้นที่กว้างแค่ไหนด้วย
“ในด้านความแข็งแกร่งแล้ว เมื่อรวมกับหวังเย่า ถ้าเราระวังตัว เรา ก็น่าจะเดินทางในพื้นที่นี้ได้” จางจื้อเฉียง
ดูจะมีความคิดตรงกันข้ามกับชายสวมชุดเกราะ
“ใช่ ฉันกลัวว่าที่เขาไม่เดินหน้าต่อเพราะอันตราย แต่มันไม่ได้มี ความหมายอะไรกับเรามากนัก” ฮวงเทียนเจวี๋ยนพูดขึ้น
ซือคงเป่าและไป๋พั่วหล้างไม่ได้พูดะไรออกมาแต่พวกเขาพยักหน้า ตอบกลับ ดูเหมือนว่าพวกเขาเองก็คิดแบบเดียวกัน
หวังเย่าเองก็คิดเหมือนกัน พวกเขารู้ว่าพวกเขามีเวลาไม่มากนัก
หากที่นั่นมีอันตรายอยู่ บอกได้ว่าพวกเขาก็พอจะรับมือกับ อันตรายนั้นได้
“ฉันเองก็คิดแบบเดียวกัน เมื่อพวกนายคิดแบบนั้น งั้นก็ไม่ จําเป็นต้องพูดอะไรอีก ไปกันเถอะ” เฉี่ยนเจินเฉียนตัดสินใจแล้วเดิน ออกไปทันที
เมื่อเห็นแบบนั้นทุกคนก็เดินตามไปทันที