ระบบหรรษา กับข้าผู้บำเพ็ญเซียนปลอม - ตอนที่ 524 ความอหังการน่ากลัวเช่นนี้
อันหลินรู้สึกว่าตอนนี้เหมือนมีอัลปากาหมื่นตัววิ่งห้อผ่านไป
เขาไม่คิดเลยว่าตำแหน่งที่ตนอยู่จะเป็นเขตดารามายา ในสถานที่ที่ลึกล้ำยากจะคาดเดาแห่งนี้ หากทะเล่อทะล่าเข้าไปในดินแดนอันตราย ตัวเองตายอย่างไรอาจจะไม่รู้เลยด้วยซ้ำ
โชคดีที่เขายังสามารถเหาะเหินได้ถึงสามพันกว่าลี้โดยที่ไม่คิดอะไร ดวงแข็งจริงๆ…
สงครามของบุรุษเผ่าปีกทมิฬคนนั้นกับวิหคสีแดงเรียกได้ว่าสะเทือนฟ้าดิน กระบวนท่าที่ยิ่งใหญ่ทั้งหลายถูกปล่อยออกมาไม่จบสิ้น ทำเอาตาพร่า
โชคดีที่อันหลินสวมชุดลวงดาราถึงได้เก็บงำพลังปราณ ไม่ถูกผู้แข็งแกร่งทั้งสองจับได้
แม้ชุดลวงดาราจะไม่สามารถทำถึงขั้นอำพรางได้อย่างสิ้นเชิงอย่างที่ต่อกรกับอสูรดารา แต่เก็บงำกลิ่นอายหลบหลีกการตรวจสอบด้วยพลังจิตระยะไกลก็ไม่มีปัญหาเลย
เสวี่ยจ่านเทียนในอกอันหลินทอดมองสงครามอันไกลโพ้นด้วยความอึ้งแล้วพูดอย่างใฝ่หาว่า “นี่สิสงครามที่บุรุษพึงมี ทุกท่วงท่าล้วนสะเทือนนภาลัย!”
ขณะที่กำลังพูด บุรุษเผ่าปีกทมิฬก็ตวัดดาบฟันปีกข้างหนึ่งของวิหคสีแดง โลหิตสีแดงสาดกระจายเวหาหาว
แต่ทว่าเลือดกลับไม่ถูกเปลวไฟมหาศาลทำให้ระเหย แต่ก่อตัวเป็นกระบี่โลหิตเล่มหนึ่งทันใด แล้วทะลุมิติไปปักหน้าอกของบุรุษเผ่าปีกทมิฬในพริบตา
โหดเหี้ยม!
อันหลินในฐานะจีนมุงที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมา ก็พอจะประเมินพลังยุทธ์ของบุรุษเผ่าปีกทมิฬกับวิหคสีแดงได้พอประมาณเหมือนกัน น่าจะอยู่ในระดับหวนสู่ความว่างเปล่าขั้นต้นทั้งคู่
การตอบสนองของฟ้าดินที่เกิดจากวิชาอาคมรุนแรงอย่างยิ่ง แต่กับการใช้มิติยังไม่ถือว่าคล่องแคล่วมากนัก
“ปกปักบรรพกาล สิ้นราตรี!”
บุรุษเผ่าปีกทมิฬชูดาบสีดำขึ้นสูง พยับเมฆบนนภาก่อตัวสิบลี้ในเสี้ยววินาที มีแสงสีดำลอดผ่านชั้นเมฆรำไร
อันหลินเห็นดังนั้นก็ขนลุกชูชัน ถอยหลังอย่างรวดเร็วสุดชีวิต
ร่างของวิหคสีแดงขยับเขยื้อน ปีกที่ถูกตัดกำลังจะสมานกัน ขณะนั้นเมื่อเห็นบุรุษสำแดงอาคมที่น่ากลัวแล้วก็สะดุ้งโหยง ขนเพลิงด้านหลังก็แพนออกอย่างเต็มที่
หงส์เปลวไฟขนาดพันจั้งตัวหนึ่งกางปีกแล้วพุ่งไปหาบุรุษที่ยืนกลางอากาศพร้อมกับทะเลเพลิงที่โหมซัด
เมื่อบุรุษตวัดดาบ พยับเมฆบนท้องฟ้าก็กระเพื่อม ดาบแสงสีดำพุ่งลงมาจากท้องฟ้าด้วยพลังที่น่ากลัวอย่างยิ่ง
ชั่ววินาทีนั้นราวกับฟ้าดินมืดมนตลอดกาล ไร้ซึ่งสีสันเลยสักนิด
แสงสว่างของหงส์เปลวไฟกับความมืดของลำแสงสีดำประสานงากัน การปะทะของพลังงานอันน่าสะพรึงทำให้พสุธาในรัศมีหลายลี้แหลกเป็นธุลี ระหว่างที่ความสว่างและความมืดยื้อแย่งกันอยู่นั้ น อันหลินก็ถูกคลื่นลูกหลงโจมตีด้วยเช่นกัน แม้แต่หมวกของชุดลวงดาราก็ถูกพัดจนหลุดออก
โชคดีที่เขาถอยอย่างรวดเร็วถึงไม่ได้รับบาดเจ็บ
สุดท้ายลำแสงก็ฉีกหงส์เปลวไฟตัวนั้นให้แหลกแล้วตกลงบนร่างของวิหคสีแดง
ลำแสงสีดำพุ่งถากร่างของวิหคสีแดง ทำให้เกิดเสียงแผดร้องดังขึ้นชั่วขณะ
เมื่อแสงสีดำจางหายไป อันหลินเห็นวิหคสีแดงชัดเจน ร่างของมันก็ถูกตัดออกเป็นสองซีกแล้ว ขนเพลิงสีแดงบนตัวหม่นหมองลงเรื่อยๆ เห็นได้ชัดว่าลมหายใจขาดสะบั้นแล้ว
บุรุษเผ่าปีกทมิฬยืนอยู่กลางเวหา สีหน้าเริ่มซีดเผือด บาดแผลตรงหน้าอกยังคงมีเลือดไหลอยู่
“นายท่าน! นี่มันโอกาสจากสวรรค์เลยนะ! บุรุษปีกทมิฬเสื่อมกำลังแล้ว พวกเราเข้าไปซ้ำเติมหมาตกน้ำตอนนี้เลย[1] เอามันให้ตาย!” จู่ๆ เสวี่ยจ่านเทียนในอกก็ฮึกเหิมขึ้นมา ดีดดิ้น ในอกของอันหลิน
อันหลินหัวเราะหึๆ “เจ้าอยากซ้ำมีดหรือ เอาชีวิตไปซ้ำหรือ อย่าได้ดูถูกพลังของผู้ยิ่งใหญ่หวนสู่ความว่างเปล่าเด็ดขาด ความแตกต่างของระดับพลังมีให้เห็น ขอเพียงคนเขายังไม่ตายก็มี วิธีมากมายในการสังหารพวกเรา”
เมื่อสิ้นเสียงเขาก็เห็นบุรุษปีกทมิฬเบนสายตามองมาทางตัวเอง
ชายคนนั้นแบกดาบเล่มใหญ่ ใบหน้าที่มองอันหลินฉายความตกตะลึง
อันหลินกะพริบตาปริบๆ แล้วถามเสวี่ยจ่านเทียนในอก “เขา…เขากำลังมองข้าหรือ”
เสวี่ยจ่านเทียนพูดว่า “อาจจะมองข้าก็ได้ เพราะข้าน่ารักถึงเพียงนี้”
อันหลิน “…”
อันหลินลูบหมวกของชุดลวงดาราด้านหลัง คิดในใจว่าเพราะหมวกถูกลมพัดจนหลุดออกไป กลิ่นอายจึงไม่ถูกอำพรางแล้วงั้นเหรอ
ไม่สิ! ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาคิดเรื่องนี้
อันหลินได้สติทันใด ก่อนจะสูดหายใจเข้าสองอึดใจ
ให้ตายสิ! สถานการณ์ในตอนนี้คือ…เขาถูกบุคคลระดับหวนสู่ความว่างเปล่าเพ่งเล็งเข้าแล้ว!
ความคิดแวบแรกก็คือวิ่ง! วิ่งหนีให้สุดชีวิต!
แต่ทว่าเขายังไม่ทันได้ขยับเขยื้อน บุรุษปีกทมิฬคนนั้นก็นำภาพวาดออกจากแหวนมิติโดยไม่สนใจใคร
บุรุษมองภาพวาดสลับกับมองอันหลินแล้วหน้าพลันพรั่นพรึง สูดหายใจเข้าสามอึดใจ
อันหลินมองบุรุษแวบหนึ่งด้วยความงุนงง แต่บุรุษกลับสะดุ้งโหยงแล้วถอยหลังเงียบๆ สองก้าว ใบหน้ามีความหวาดผวา
อันหลิน “…”
ชายปีกทมิฬไม่พูดพร่ำทำเพลง แหวกมิติแล้วพุ่งเข้าไปประตูมิติอย่างลนลาน หายลับไปจากดินแดนผืนนี้อย่างสิ้นเชิง
ผู้ยิ่งใหญ่หวนสู่ความว่างเปล่าเผ่าปีกทมิฬหนีงั้นเหรอ
อันหลินเห็นภาพนี้มุมปากก็อดกระตุกไม่ได้
เขามองรอบข้างด้วยความงงงวยพบว่าไม่มีอะไรที่น่ากลัวนี่นา
บุรุษวิ่งไวขนาดนั้นไปทำไม กลัวเรางั้นเหรอ
“เสี่ยวเทียนเทียน ข้าน่ากลัวมากเลยหรือ” อันหลินอดถามไม่ได้
เสวี่ยจ่านเทียนพูดเสียงกร้าว “ข้าเป็นถึงเสวี่ยจ่านเทียนเชียวนะ! เสวี่ยจ่านเทียนที่น่าเกรงขามอหังการ! อย่ามาเรียกข้าว่าเสี่ยวเถียนเถียน![2]”
อันหลินเส้นเลือดปูดทันที “ใครเรียกเจ้าว่าเสี่ยวเถียนเถียน อย่าเกิดบ้าขึ้นมาเอง! เจ้ายังไม่ตอบคำถามข้าเลย ข้าน่ากลัวมากหรือ ทำไมรู้สึกว่าบุรุษปีกทมิฬเลือกหนีเพราะหวาดกลัว ข้าล่ะ”
เห็นได้ชัดว่าเสวี่ยจ่านเทียนก็ฉงนใจอยู่บ้างเหมือนกัน หลังเงียบไปชั่วครู่ก็ย้อนถามว่า “ไม่น่ากลัวนี่นา ความอหังการของนายท่านยังไม่ได้ปล่อยออกมาเลย…หรือจะตกใจหนีเพราะควา ามอหังการน่าเกรงขามของข้า”
อันหลินแน่นหน้าอก รู้สึกว่าเสวนาเรื่องพรรค์นี้กับเสวี่ยจ่านเทียนมันไม่มีสาระ!
จู่ๆ เขาก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ หันมองศพของวิหคสีแดงที่อยู่กลางทะเลเพลิงที่ค่อยๆ มอดลง…
อันหลินพุ่งเข้าไปแล้วเริ่มคลำตามศพ
เป็นดังที่คาด ศาตราวุธสั่งสมมิติคล้ายห่วงก็ถูกเขาคลำออกมา
เสวี่ยจ่านเทียนตกตะลึง “คุณพระ! ช่างน่าเหลือเชื่อ! ไม่อยากจะเชื่อเลย! ชายคนนั้นตกใจจนวิ่งหนีไม่ทันเก็บของด้วยซ้ำงั้นหรือ นายท่าน...ท่าน...”
มันมองชายหนุ่มตรงหน้า ความเคารพนับถือพลันเกิดขึ้นในใจอย่างไม่มีสาเหตุ
มันไม่ได้คิดหรอกว่าบุรุษปีกทมิฬคนนั้นตกใจวิ่งหนีตน คนที่ทำให้เขาตกใจจนหนีได้มีแค่นายท่านเท่านั้น
ความสามารถของนายท่าน...เหมือนว่าจะยากลึกหยั่งถึงยิ่งกว่าที่คิดเสียอีก!
ขณะเดียวกันในมหาสมุทรสีทำแห่งหนึ่ง มิติถูกแหวกออก บุรุษที่แบกดาบเล่มใหญ่ ใบหน้าขาวซีดเดินออกมาแล้วมองรอยแยกที่หดตัวแล้วแวบหนึ่งด้วยความพรั่นพรึง
“ยังดีที่ไม่ตามมา มิเช่นนั้นเตาเย่ผู้นี้คงจะทิ้งชีวิตไว้ที่เขตดารามายาแล้ว…”
เขาถอนหายใจเบาๆ แล้วส่ายหน้าพูดว่า “สมกับเป็นอันหลินที่ปลิดชีพราชันอ้านเย่ แม้แต่ราชันเยว่เย่ก็ทำอะไรไม่ได้ ถึงสามารถเข้าใกล้ข้าโดยที่ไม่รู้ตัวได้ เลือกปรากฏตัวในตอนที่ข ข้าอ่อนแอที่สุด…”
“แววตาสุดท้ายนั่น แววตาที่เฉยชากับชีวิตทว่าอยู่เหนือผืนนภาช่างน่ากลัวจริงๆ… ยังดีข้าหนีได้ฉับไว อีกอย่างเขาก็ยังไม่ระเบิดจิตสังหารกับข้า มิเช่นนั้นข้าคงจบเห่แล้วจริ งๆ”
เตาเย่ปาดเหงื่อบนหน้าผาก ใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มบางๆ ชื่นชมความฉลาดของตัวเอง
เขาคิดๆ แล้วก็แหวกมิติแล้วก้าวเข้าไปในห้วงมิติต่อ
ตอนนี้ยังไกลไม่พอ เขายังต้องหนีไปไกลกว่านี้อีกสักหน่อย…
[1] หมาตกน้ำ หมายถึง คนเลวที่หมดอำนาจ
[2] เสี่ยวเถียนเถียน หมายถึง สาวน้อย