ราชินีพลิกสวรรค์ - ตอนที่ 143 อาจารย์เจ้าหลอกเจ้าแล้วล่ะ!
“…”
“…”
‘ข้าจะทำอย่างไรได้ ข้าควบคุมมันไม่ได้น่ะสิ!’
ขณะที่ไหวปี้พูดคำนั้นออกไป เจียงหลีก็เงียบไม่พูดอะไรส่วนไหวปี้ก็เงียบไปเช่นกัน
ทั้งสองพูดไม่ออก และบรรยากาศแปลกประหลาดก็ค่อยๆ คืบคลานเข้ามา
ไม่รู้ว่านานแค่ไหน ในที่สุดเจียงหลีก็สามารถควบคุมอารมณ์ที่เกือบจะรุนแรงของนางไว้ได้ และพูดคำต่อคำว่า “ข้าไม่ชอบสตรี”
“ข้าก็ไม่ชอบสตรีเช่นกัน!” ไหวปี้พูดต่อ ในสายตาของนาง เศร้ายิ่งกว่าเดิม
เมื่อมองไปที่ดวงตาของเจียงหลี ราวกับว่านางกำลังมองชายหนุ่มอย่างไรอย่างนั้น
ไม่สามารถต้านทานวิธีนี้ของนางได้ เจียงหลีละสายตาและพูดอย่างเย็นชาว่า “แล้วเจ้าหมายความว่าอย่างไร”
ไหวปี้ส่ายหัวอย่างโกรธเคืองและเพิกเฉยต่อนาง
นางก็หดหู่ใจมากเหมือนกัน ไม่รู้จริงๆ ว่าสวรรค์ตาบอดหรืออย่างไร ถึงได้บอกว่าเจียงหลีคือโชคชะตาของนางได้ มันทำให้นางรู้สึกอธิบายไม่ถูกกับสตรีคนหนึ่งในตอนนี้ และความร รู้สึกที่ไม่ชัดเจนแบบนั้นทำให้นางแทบบ้า
ไหวปี้ได้ใจ แต่เจียงหลีไม่สนใจที่จะเกลี้ยกล่อมนาง
เป็นการดีที่สุดที่จะไม่เข้าไปพัวพัน!
เจียงหลีหันหลังกลับและเดินหน้าต่อไป
หลังจากนั้น นางเพิ่งเดินไปได้สองก้าว ไหวปี้ก็กระทืบเท้า “หยุดนะ”
“ไม่ต้องมาอ้อนข้า ข้าไม่หลงกลหรอก” เจียงหลีไม่เพียงแต่ไม่หยุด แต่ยังเร่งฝีเท้าให้เร็วกว่าเดิมแทน
ไหวปี้กัดฟันและหายตัวไปปรากฏต่อหน้าเจียงหลี จากนั้นก็เอื้อมมือออกไปขวางทางนาง
เจียงหลีขมวดคิ้ว กำลังคิดจะจากไปโดยใช้ศาสตร์ลับ แต่นางได้ยินไหวปี้พูดว่า “ใครให้เจ้าเป็นคนลิขิตของข้าล่ะ ข้าถูกลิขิตให้พัวพันกับเจ้าตลอดชีวิตนี้ของข้า”
“…” อะไรนะ
เจียงหลีกลัวมากจนก้าวถอยหลังไปสองสามก้าวและมีอาการขนลุก
นี่เป็นครั้งแรกในสองชีวิตของนางที่ถูกสตรีไล่ตามมากเช่นนี้!
“อะไรคือคนในชะตาลิขิต อะไรคือพัวพันกันไม่หยุด เจ้าพูดให้มันชัดเจนทีสิ” ดวงตาของเจียงหลีฉายแววตกตะลึง
ดวงตาที่ไม่ปิดบังของนางเช่นนั้น ทำให้ไหวปี้รู้สึกเจ็บปวดมาก
“ข้าทำให้เจ้ารังเกียจขนาดนั้นเชียวรึ” ไหวปี้รู้สึกเสียใจอย่างมาก อย่างไรก็ตาม นางก็เป็นถึงเทพธิดาศักดิ์สิทธิ์แห่งวังเวิ่นฉิง มีบุรุษหลายคนที่ต้องการเป็นที่โปรดปรานของนา าง และต้องการคุกเข่าแทบเท้าของนาง
แต่กับเจียงหลี นางปฏิบัติต่อตัวเองเหมือนดั่งแมงป่องที่มีพิษร้ายอย่างไรอย่างนั้น
“เจ้าไม่ได้น่ารังเกียจ แต่พฤติกรรมของเจ้าน่ารังเกียจ” เจียงหลีกล่าวอย่างจริงใจ
ไหวปี้จ้องมองที่นางและถอนหายใจ เล่าเรื่องทั้งหมดให้นางฟัง “ตอนที่ข้าได้รับตำแหน่งเทพธิดาศักดิ์สิทธิ์แห่งวังเวิ่นฉิงนั้น ซือจุนบอกว่าข้าจะพบกับความรัก ครั้งหนึ่งข้าเคยถ ถามนางว่าจะแก้ไขอย่างไร นางยิ้มและบอกว่าหญิงสาวในวังเวิ่นฉิงนั้นมีอารมณ์อ่อนไหว ความรักกับเราเปรียบเสมือนดาบสองคม จะแก้ไขอย่างไร จำเป็นต้องทำตามหัวใจและคิดเอาเอง”
“แล้วเกี่ยวอะไรกับข้า เจ้าคงไม่คิดว่าความรักของเจ้านั้นขึ้นอยู่กับข้าหรอกนะ” เจียงหลีแหวลั่น
นี่มันวิเศษเกินไปแล้ว!
เจียงหลีถามตัวเอง ทั้งสองชีวิตของนางชอบเพียงแต่ชายหนุ่มเท่านั้น! ชายหนุ่ม! เข้าใจไหม!
“ซือจุนของข้าบอกแล้วว่า หากมีคนที่ข้าไม่สามารถมองทะลุได้ปรากฏ คนๆ นั้นก็คือคนลิขิตของข้า” ไหวปี้พูดด้วยน้ำเสียงโกรธจัด
“…” เจียงหลีมึนงง
ไหวปี้กล่าวต่อ “คนแรกที่ข้าไม่สามารถมองทะลุได้คือเจ้า เจ้าคิดว่าข้าคิดอย่างไรล่ะ และคนที่รังแกข้าจนตายได้นั้น ก็มีเพียงเจ้า คนที่ไม่ได้รับผลกระทบจากวิชามารยาของข้ า ก็เป็นเจ้า วันนี้เจ้าก็ช่วยชีวิตข้าอีกครั้ง ข้า…”
“หยุด!” เจียงหลียกมือขึ้นขัดจังหวะไหวปี้
ไหวปี้ปิดปากของนางและมองดูเจียงหลีด้วยสายตาเศร้าสร้อย
เจียงหลีหายใจเข้าลึกๆ และนึกถึงสิ่งที่ไหวปี้พูดอย่างระมัดระวัง จากนั้นนางก็แสดงรอยยิ้มและชะลอน้ำเสียงของนาง “เทพธิดาไหวปี้ เจ้าแน่ใจหรือว่าซือจุนของเจ้าไม่ได้โกหกเจ้าน่ ะ”
“…” เพราะคำพูดของนาง ไหวปี้ได้แสดงความตกตะลึงบนใบหน้าที่งดงามของนาง นางขมวดคิ้วและโต้กลับทันที “ซือจุนของข้าจะโกหกข้าได้อย่างไร”
“บางที นางอาจพลาดไปสักคำ” เจียงหลียังคงยิ้ม
“คำว่าอะไร” ไหวปี้ประหลาดใจ
เจียงหลีกล่าวอย่างจริงจังว่า “ชายหนุ่มคนแรกที่เจ้าไม่สามารถมองทะลุได้ คือคนลิขิตของเจ้า!” นางจงใจเน้นคำว่า ‘ชายหนุ่ม’
ไหวปี้หัวเราะเยาะ “ยังไม่มีชายหนุ่มคนใดที่ข้าไม่สามารถมองทะลุได้เลย ยิ่งไปกว่านั้น ก่อนที่ข้าจะไปที่เมืองซู่หยา ซือจุนของข้าก็เตือนให้ข้าใส่ใจกับคนที่ข้าพบเป็นพิเศษ”
เจียงหลีหลับตาลง พยายามระงับความโกรธในหัวใจ
นางแน่ใจแล้วว่า ซือจุนของไหวปี้ไม่ได้โกหกไหวปี้ แต่เป็นนางเองที่โกหกตัวเอง!
อารมณ์สงบลงอีกครั้ง เจียงหลีแสดงรอยยิ้มที่เป็นมิตรอีกครั้ง เพื่อแก้ไขความเข้าใจผิดของไหวปี้ “ข้าไม่ใช่คนเดียวที่เจ้าพบเจอ บางที…คนลิขิตของเจ้า คือพี่ชายของข้าล่ะ”
เพื่อปกป้องตัวเอง เจียงหลีเลยจำเป็นต้องขายเจียงเฮ่า!
อย่างไรก็ตาม เจียงเฮ่าตายด้านต่อความรักแล้ว การพัวพันของไหวปี้นั้นก็คงจะไร้ประโยชน์
“เจ้าทึ่มนั่นน่ะหรือ” ไหวปี้ยิ้มเย้ยหยัน
มุมปากของเจียงหลีกระตุกเล็กน้อย รอยยิ้มนี้ช่างแดกดันมาก! ดูถูกพี่ชายของนางอย่างนั้นหรือ
“พี่ใหญ่ของเจ้าไม่เลวจริงๆ แตกต่างจากชายหนุ่มทั่วไป แต่หากข้ามองคนง่ายๆ เช่นนี้ไม่ทะลุล่ะก็ ข้าก็ไม่จำเป็นต้องเป็นเทพธิดาศักดิ์สิทธิ์แห่งวังเวิ่นฉิงแล้วล่ะ” ไหวปี้มองเ เจียงหลีด้วยสีหน้าเยาะเย้ย
รอยยิ้มของเจียงหลีเปลี่ยนไปอย่างขมขื่น ทำไมสตรีคนนี้ถึงไม่มีเหตุผลเลยล่ะ
“อย่ากังวลไป ข้าไม่ได้จะทำไรเจ้า เพียงแค่หวังว่าเจ้าจะสามารถช่วยให้ข้าผ่านช่วงความรักนี้ไปได้เท่านั้นเอง” ไหวปี้กล่าวอย่างเบื่อหน่าย
“อ่ะแฮ่ม” เจียงหลีกระแอมไอ
ช่วยไหวปี้ผ่านช่วงความรักงั้นหรือ จะช่วยได้อย่างไร นางไม่ได้มีเวลาว่างขนาดนี้หรอกนะ! งานของตัวเองก็มีตั้งมากมาย
“เรื่องนี้ ข้าอาจช่วยเจ้าไม่ได้ ข้าเป็นคนมีชาติตระกูลนะ” เจียงหลีพูดอย่างอายขึ้นมาทันที
“ตระกูล!”
ไหวปี้มองนางด้วยความประหลาดใจ
เจียงหลีพยักหน้าอย่างจริงจังมาก “ใช่แล้ว”
“เจ้า…เจ้าแต่งงานแล้วงั้นรึ” ไหวปี้ร้องออกมาอย่างเงียบๆ หลังจากมองไปที่เจียงหลีสองสามครั้ง และหัวเราะเยาะอีกครั้ง “เจ้าคงไม่ลืมนะว่าข้ามาจากไหนกัน เจ้ายังมีครั้งแรกอยู่ หรือไม่ข้าจะมองไม่ออกได้อย่างไร”
เจียงหลีไม่รู้สึกละอายและพูดอย่างโผงผางว่า “หมั้นแล้วก็ไม่ได้หรือไร”
“ใครกันที่โชคดีได้แต่งงานกับคนงดงามผู้ยิ่งใหญ่อย่างเจ้า” ร่องรอยของความผิดหวังปรากฏบนดวงตาของไหวปี้
เมื่อคิดถึงลู่เจี้ย เจียงหลีก็ยิ้มอย่างอ่อนหวาน “แท้จริง เขาโชคดีที่ได้พบข้า และข้าก็โชคดีที่ได้พบเขาเช่นกัน”
ไหวปี้กัดริมฝีปากของนางเบาๆ และนิ่งเงียบ
เจียงหลีหันมามองนางและพูดอย่างจริงจัง “ดังนั้น ข้าขอเตือนเจ้า หลังจากที่เจ้าออกจากดินแดนผนึกมารนี้แล้ว เพื่อป้องกันไม่ให้เจ้าจำคนผิดและเสียเวลาผ่านช่วงความรักนี้ของเจ จ้า ขอให้เจ้าไปถามซือจุนของเจ้าให้ชัดเจนว่ามีอะไรผิดปกติหรือไม่ หรือมีที่ใดที่เจ้าเข้าใจผิดไป
“เจ้ารังเกียจข้าขนาดนั้นเชียวหรือ” ไหวปี้กังวล
เจียงหลีตอบทันที “ไม่ใช่ว่าข้ารังเกียจเจ้า แต่ข้าไม่คุ้นเคยกับเจ้าเลยตั้งแต่แรก หากเจ้าอยู่ในความสัมพันธ์ปกติกับข้า ก็คงไม่เป็นไร มีสหายหลายคนก็มีหลายทางน่ะ แต่นี่เจ้ ากลับต้องการให้ข้าช่วยเจ้าผ่านช่วงแห่งความรัก แบบนี้ไม่ได้เป็นการลำบากข้าหรอกหรือ”
ไหวปี้โกรธกับสิ่งที่นางพูด แต่ก็ไม่รู้ว่าจะตอบโต้มันอย่างไร
ในที่สุด นางก็กระทืบเท้าอย่างดุดัน และงอแง “ข้าไม่สน! อย่างไรก็ตาม ก่อนที่ข้าจะถามซือจุนให้ชัดแจ้ง ข้าตามติดตัวเจ้าเป็นแน่!”