ราชินีพลิกสวรรค์ - ตอนที่ 229 นายน้อยผู้สูงศักดิ์
“จิตสังหารที่รุนแรงขนาดนี้” เสียงของประมุขวังเวิ่นฉิงดังมากจากไกลๆ
ผู้อาวุโสสำนักหลีหุนจงมองนางด้วยความเยือกเย็น แต่กลับถูกสายตาที่เหยียดหยามของนางกระตุ้น เขาได้สงบสติอารมณ์แล้วค่อยๆ นั่งลง
ยกที่สาม แพ้แล้ว!
การต่อสู้บนความเป็นความตายทั้งห้ายก ฝ่ายตรงข้ามชนะติดต่อกันไปแล้วสามยก สำนักหลีหุนจงแพ้แล้ว แต่ว่ายังเหลือการต่อสู่อีกสองยก แล้วแบบนี้จะดำเนินต่อไปอย่างไร…
ในตอนนี้ สิ่งที่ผู้อาวุโสสำนักหลีหุนจงเป็นกังวลไม่ใช่เรื่องที่สำนักหลีหุนจงจะตกไปเป็นกลุ่มอำนาจระดับล่างหรือไม่ แต่เขาเป็นห่วงชีวิตของตัวเอง
แพ้แล้วหรือ
แพ้อีกแล้ว!
ผู้ชมบนอัฒจันทร์ที่อยู่รอบๆ เวทีประลองเงียบสงัด ราวกับถูกผลการประลองโจมตี
มู่เหยี่ยนฉือหมดหน้าที่แล้ว ก็หันตัวเดินลงเวทีอย่างเงียบๆ แล้วกลับไปบนอัฒจันทร์ของจยาเซียน
ข่าวแพร่ออกไปทั่วทั้งเมืองหูเฉิงอย่างรวดเร็ว ผลการประลองที่เหนือความคาดหมายนี้ ทำให้ผู้คนในเมืองหูเฉิงส่งเสียงโห่ร้อง ถึงอย่างไรคนที่สามารถดูการประลองได้ก็มีจำนวนน้อย แต ต่ว่าคนที่วางเดิมพันนั้นเกือบจะทั้งเมือง! สำหรับคนเหล่านี้แล้ว ข่าวความพ่ายแพ้ของสำนักหลีหุนจงก็เหมือนฟ้าล่มสลายอย่างไรอย่างนั้น
“แพ้แล้วหรือ แพ้ได้อย่างไรกัน! สำนักหลีหุนจงที่แข็งแกร่งขนาดนั้น จะมาพ่ายแพ้จยาเซียนที่เป็นกลุ่มอำนาจระดับล่างได้อย่างไร ไม่จริง! เป็นกลุ่มอำนาจที่ก่อตั้งยังไม่ถึงสิบปีแ แลย!”
“หินวิญญาณของข้าล่ะ! หินวิญญาณที่ข้ารวบรวมมาด้วยความยากลำบากล่ะ!”
“ข้าไม่เชื่อ! ข้าไม่เชื่อ! ต้องมีเบื้องหลังอะไรแน่ๆ!”
“เบื้องหลังรึ เบื้องหลังอะไรกัน หลิงหวังสำนักหลีหุนจงตายไปสามคนแล้วนะ!”
“ศักยภาพของจยาเซียนน่าสะพรึงกลัวขนาดนี้เชียวหรือ”
“ครั้งนี้พวกเราพ่ายแพ้อย่างน่าสังเวช!”
“ไม่ใช่นะ! ยังมีคนไม่น้อยที่ระดมเงินมหาศาลวางเดิมพันชัยชนะห้ายกติดของจยาเซียน!”
“ใช่แล้ว! เรื่องนี้ข้าก็รู้”
“เช่นนั้นถ้าจยาเซียนชนะอีกสองยก ไม่ใช่ว่าคนเหล่านี้จะได้สองเท่าหรือ”
“พวกเขาได้สองเท่า แต่ว่าเจ้ามือคงจะเสียจนหมดตัวแล้วกระมัง!”
“…”
โรงสุราและโรงน้ำชาในเมืองหูเฉิง ไม่ว่าที่ไหนผู้คนก็คุยกันถึงเรื่องการท้าประลองครั้งนี้ มีคนเสียใจที่แพ้แล้วต้องเสียหินวิญญาณ และก็มีคนที่อิจฉาคนที่ชนะเดิมพัน ยิ่งไปกว ว่านั้นมีคนเริ่มอยากเห็นเจ้ามือหมดตัวเพราะตัวเองเสีย
แต่พวกเขากลับไม่รู้ว่าคนเหล่านี้ที่วางเดิมพันฝั่งจยาเซียน เบื้องหลังทั้งหมดก็คือเจียงหลี!
และการประลองที่กำลังดำเนินอยู่ เจียงหลีพูดกับพี่ชายตัวเอง ฉินเทียนอีและมู่เหยี่ยนฉือว่า “ข้ากลัวว่าเจ้ามือแพ้แล้วจะหนี ก่อนหน้านี้ข้าได้ให้มู่ชิงเหยียนพาคนจับตาดูไว้ พ พวกเจ้าสามคนไปช่วยนาง ถ้าหากเจ้ามือจะหนีไปจริงๆ ก็ให้เขาชดใช้เงินที่ค้างไว้ก่อน แล้วค่อยว่ากัน”
ตอนนี้ หลังจากที่ได้ฟังคำพูดของนาง พวกเขาถึงได้เข้าใจว่าทำไมเวลาที่สำคัญแบบนี้ กลับไม่เห็นมู่ชิงเหยียนเลย ที่แท้นางก็ทำภารกิจอื่นอยู่! เป็นภารกิจที่เกี่ยวข้องกับอนาคตของ พวกเขาว่าจะสามารถใช้ชีวิตที่หรูหราอย่างง่ายดายได้หรือไม่
“รีบไปๆ! ข้าจะสามารถใช้ชีวิตที่อุดมสมบูรณ์และมั่งคั่งได้หรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับพี่ชิงเหยียนคนสวยแล้ว อีกสองยกที่เหลือ พวกเจ้าไม่ต้องเป็นห่วง!” กงเสวี่ยฮวาพูดเร่ง
เจียงเฮ่าจ้องเขาตาเขม็ง แล้วถึงได้จากไปพร้อมกับฉินเทียนอีและมู่เหยี่ยนฉืออย่างเงียบๆ
ในขณะเดียวกัน ผู้อาวุโสสำนักหลีหุนจงมีความคิดสับสน รีบคิดหาวิธีรับมือยกต่อไปอย่างรวดเร็ว และไม่มีเวลาสนใจว่าคนของจยาเซียนหายไป
การประลองแพ้แล้ว ถ้าข้ากลับสำนักไป ข้าต้องถูกเจ้าสำนักโมโหจนฆ่าข้าตายแน่ ข้าจำเป็นต้องหาทางเอาตัวรอด ผู้อาวุโสสำนักหลีหุนจงคิดในใจอย่างรวดเร็ว
ใช่แล้ว! นายน้อยกงแห่งวังเทียนอู่กงยังไม่ได้ลงสนาม ถ้าหากยกต่อไปเป็นเขาที่ลงสนาม ข้าก็จะเสนอให้ยุติการประลองเสียเลย ด้วยวิธีนี้ก็จะสามารถทำให้วังเทียนอู่กงติดค้างไ ได้ครั้งหนึ่ง หลังจากจบเรื่องนี้ข้าค่อยไปพึ่งพาอาศัยวังเทียนอู่กง บางทีอาจจะรักษาชีวิตน้อยๆ ของข้าไว้ได้
ชั่วพริบตา ผู้อาวุโสสำนักหลีหุนจงก็คิดวิธีเอาตัวรอดออก
“ยกที่สี่…” เสียงของผู้ประกาศดังขึ้น
บนอัฒจันทร์ มีคนจำนวนไม่น้อยเลยที่เสียใจเพราะเสียหินวิญญาณ จึงหมดความสนใจที่จะดูต่อไป แต่ว่าเสียหินวิญญาณถ่อมาดูถึงที่นี่ ถ้าไม่ดู ก็จะไม่ยิ่งขาดทุนหรือ
คิดไปคิดมา พวกเขาก็สงบจิตสงบใจลงแล้วก็เตรียมดูการประลองอีกสองยกที่เหลือต่อ
“ฮวาฮวา” เจียงหลีพูดขึ้น
“รับทราบ!” กงเสวี่ยฮวาที่อดใจรอไม่ไหวแล้ว พอได้ยินเจียงหลีพูด ก็รีบพุ่งขึ้นไปบนเวทีประลอง
ผู้อาวุโสสำนักหลีหุนจงหรี่ตาทั้งสองข้าง พูดในใจว่า เป็นนายน้อยกงลงสนามจริงๆ ด้วย! แววตาของเขาเปล่งประกาย ยังคงตัดสินใจทำตามแผน
เขาลุกขึ้นยืน พูดด้วยน้ำเสียงที่คาดเดาไม่ได้ว่ารู้สึกอย่างไร “ในเมื่อผลออกมาแล้ว การต่อสู้อีกสองยกที่เหลือก็ไม่จำเป็นต้องดำเนินต่อไปหรอก”
ฮะ!
ไม่ง่ายเลยที่ผู้คนจะปรับอารมณ์ตัวเองเพื่อเตรียมตัวดูการประลองต่อ ถูกคำพูดของเขาทำให้ตกใจอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว
เจียงหลีเลิกคิ้ว เผยรอยยิ้มที่ขี้เล่นออกมา มองไปทางสำนักหลีหุนจงด้วยสายตาที่เย็นชา อยากจะยุติการประลองอย่างนั้นรึ ไม่มีทางเสียหรอก นางต้องได้ชัยชนะห้าครั้งรวด!
“บ้าจริง! เจ้าดูถูกข้าใช่หรือไม่” กงเสวี่ยฮวาที่อยู่บนเวทีได้ยินคำพูดนี้ก็โกรธขึ้นมา
เขารอตั้งนาน ไม่ง่ายเลยกว่าจะมาถึงตาของเขาลงสนาม แต่ฝ่ายตรงข้ามกลับไม่ประลองด้วยแล้ว?
ไม่ได้!
ไม่ได้เด็ดขาด!
“นายน้อยกง ความเป็นความตายบนเวทีการประลองคือชีวิต ท่านมีฐานะสูงศักดิ์ แล้วยังเป็นนายน้อยกงแห่งวังเทียนอู่กง แล้วทำไมจะต้องเสี่ยงอันตรายด้วยล่ะ ถ้าหากว่าบาดเจ็บขึ้นมา แล้ วความโกรธแค้นของวังเทียนอู่บังเกิดขึ้น แล้วใครจะรับผิดชอบ” ผู้อาวุโสสำนักหลีหุนจงพูดโน้มน้าว
แต่ทว่าเมื่อกงเสวี่ยฮวาได้ยินคำพูดนี้ กลับมีความหมายที่เปลี่ยนไป กลายเป็นว่ากงเสวี่ยฮวาคิดว่าผู้อาวุโสดูถูกตัวเองว่าเขาจะแพ้อย่างแน่นอน
ประมุขวังเวิ่นฉิงยิ้มออกมา แล้วพูดขึ้นมาด้วยแววตาที่เย็นชา “คนๆ นี้ก็ไม่โง่นะ” หันไปมองไหวปี้อย่างหยอกเย้า “เจ้ากับนางก็ถือว่าสนิทกัน ทำไมไม่ไปอยู่จยาเซียนหมือนกับนาย น้อยกง ไม่อยากได้ชื่อว่าเป็นผู้อาวุโสรึ แบบนี้จะเป็นการง่ายกว่าไหมที่จะได้อยู่เคียงข้างนาง”
ไหวปี้ถูกคำพูดของนางทำให้รู้สึกไม่สบายใจ สุดท้ายพูดได้แค่ว่า “นาง…นางรังเกียจที่ข้าอยู่ใกล้นาง”
ประมุขวังเวิ่นฉิงอึ้งไป ทันใดนั้นก็ยิ้มออก แล้วนางก็พูดขึ้นว่า “ลูกศิษย์ผู้โง่เขลาของข้า อยู่ต่อหน้าคนอื่น เจ้าก็ฉลาดออก ทำไมเมื่ออยู่ต่อหน้านาง ถึงได้ดูใสซื่อบริสุทธิ์ ราวกับกระดาษขาวอย่างนั้นล่ะ”
ไหวปี้ราวกับถูกสายฟ้าฟาด ตกใจยืนอยู่กับที่ คำพูดของซือจุนยังคงอยู่ในหัวของนางตลอด
“ไม่ได้! การต่อสู้ในวันนี้ อย่างไรข้าก็ต้องได้สู้! ต่อให้ตายบนเวที ก็ไม่เกี่ยวกับใคร รีบเรียกคนของเจ้าขึ้นเวทีมาเดี๋ยวนี้ ไม่เช่นนั้นข้าจะเลือกเองแล้วนะ!” กงเสวี่ยฮวาพูด ตะโกน
ผู้อาวุโสสำนักหลีหุนจงเห็นว่าเขาไม่เข้าใจสถานการณ์ แววตาดับลง ทำได้เพียงส่งคนลงสนามประลอง
หลิงหวังอีกคนลงเวทีประลอง ฝั่งนี้ตายไปสามคนแล้ว ตอนนี้ที่เขาขึ้นเวทีมายังไม่ทันสู้ก็กลัวแล้ว
โอ้ววว!
พริบตาเดียวทั้งสองก็เข้าประชิดกัน กงเสวี่ยฮวาก็เริ่มโจมตีอย่างกล้าหาญ ด้านหลังของเขามีเงาของวิญญาณยุทธ์ปรากฎขึ้นมา การโจมตีนี้เหมือนกับสามารถพังทลายฟ้าดินได้เลย
ภายใต้ความกระวนกระวายของหลิงหวังสำนักหลีหุนจง เขาทำได้เพียงสั่งให้หุ่นศพสาวขึ้นมาบังการโจมตีนี้ให้เขา
ปัง ปังงงง!
เสียงที่ดังมากดังขึ้น ร่างของหุ่นศพสาวถูกโจมตีจนกระเด็นลอยไปตกอยู่ด้านนอกเวทีประลอง บนตัวเต็มไปด้วยรอยแตกที่น่าสะพรึงกลัว…