ราชินีพลิกสวรรค์ - ตอนที่ 230 จักรพรรดินีต้องเป็นคนสุดท้าย!
เสียงหอบถี่ๆ ผู้คนถึงได้รู้ว่าภายใต้ฐานะที่สูงศักดิ์และอำนาจที่ยิ่งใหญ่นั้นก็คือพลังอันแข็งแกร่งที่ถูกผู้คนมองข้าม
ถ้าเทียบกับเทียนเจียวของกลุ่มอำนาจระดับสูงกลุ่มอื่น กงเสวี่ยฮวาจะดูอ่อนแอกว่ามาก
เหมือนว่าเขาไม่ได้มีข่าวลือเรื่องฝีมือการต่อสู้ที่แข็งแกร่งแพร่ออกไปด้านนอกเลย จนกระทั่งคนจำนวนมากเข้าใจว่าเขามีฐานะเป็นเพียงนายน้อยแห่งวังเทียนอู่กง
ภายใต้ความตกตะลึงของผู้คน เจียงหลีกลับดีใจแทนกงเสวี่ยฮวา
นางรู้จักนิสัยของกงเสวี่ยฮวาดี เขาไม่ชอบการแข่งขันเป็นอย่างมาก ในการฝึกฝนก็ถือว่าเขาเป็นคนที่ใจกว้างมาก ไม่เคยอิจฉาใคร ยิ่งไม่มีทางเหยียบย่ำคนอื่นเพื่อให้คนภายนอกรู้ถึงศั กยภาพของตนเอง
เขาเดินในทางของเขา ที่เขาฝึกฝนนั้นก็คือจิตใจที่ไม่ยึดติด
ดังนั้น เขาไม่สนใจอยู่แล้วว่าคนภายนอกจะมองเขาอย่างไร จะเข้าใจว่าเขาเป็นอย่างไร และยิ่งไม่สนใจฐานะของตัวเองและไม่มีทางวางมาดนายน้อยแห่งวังเทียนอู่กง
ถ้าหากว่าเขาทำตรงกันข้าม เช่นนั้นก็แสดงว่าเขาเกลียดชังคนผู้นั้นมากจริงๆ ถึงได้พุ่งเป้าไปหาทุกที
การโจมตีของกงเสวี่ยฮวาไม่ได้หยุดลงเพราะความตะลึงของผู้คน การโจมตีที่น่าสะพรึงกลัวของเขาถูกอีกฝ่ายใช้หุ่นเชิดศพมาบังไว้และตรงหน้าของเขาก็มีแสงสีทองรวมตัวกันเป็นคมดาบแ แห่งการลงทัณฑ์อยู่กลางอากาศ
มือทั้งสองข้างของเขาจับดาบแห่งการลงทัณฑ์เอาไว้มั่น ดาบนั้นแฝงไปด้วยพลังที่สังหารทุกสิ่ง ทำให้ผู้คนตะลึงและหวาดกลัวเป็นอย่างมาก
แสงทองแห่งการลงทัณฑ์ที่น่ากลัวพุ่งเข้าไปหาหลิงหวังสำนักหลีหุนจงอย่างบ้าคลั่ง เหมือนว่าไม่มีการหยุดชะงักเลย ต้องสังหารหลิงหวังคนนั้นถึงจะยอมเลิกราและยุติเรื่องนี้
หลิงหวังคนนั้นตะลึงจนทำอะไรไม่ถูก ทำได้เพียงเป็นฝ่ายที่ถูกกระทำ ถึงขนาดลืมโจมตีตอบโต้
การประลองได้เริ่มตั้งแต่เช้าตรู่ถึงตอนพระอาทิตย์ตกดิน ตอนนี้แสงพระอาทิตย์ตกดินสาดส่องมายังบนเวทีประลอง ผิวน้ำในทะเลสาบส่องแสงแวววาว ช่างงดงามอย่างยิ่ง
แต่ว่าผู้คนมากมายที่เบียดเสียดกันอยู่ริมฝั่งกลับไม่มีเวลาที่จะชื่นชม ความสนใจของพวกเขาล้วนแต่มารวมอยู่ที่การประลองยกที่สี่บนเวทีประลอง!
เพราะว่านี่ยังเป็นครั้งแรกที่พวกเขาได้เห็นศักยภาพของนายน้อยแห่งวังเทียนอู่กงอีกด้วย!
ภายใต้แรงกดดันที่หนักอึ้ง ความปรารถนาที่จะมีชีวิตรอดของหลิงหวังสำนักหลีหุนจง ในที่สุดก็ทำให้เขาปลดปล่อยวิญญาณยุทธ์ออกมา พอวิญญาณยุทธ์ที่น่าสะพรึงกลัวนั้นปรากฏขึ้น ก็แฝงไปด ด้วยความชั่วร้าย ทำให้ผู้คนรู้สึกหนาวจนสะท้าน
แสงสีทองระเบิดออก กงเสวี่ยฮวายิ้มอย่างเยือกเย็นและพุ่งเข้าไปโจมตี วิญญาณยุทธ์ทั้งหมดของเขาก็ออกมาอยู่ด้านหลังของเขา ทั้งหมดล้วนแต่เป็นวิญญาณยุทธ์ขั้นที่หนึ่ง ไม่รู้ว่าทำ ำให้คนอิจฉาไปมากมายขนาดไหน
นายน้อยของวังเทียนอู่กงไม่ได้โกหกจริงๆ!
ร่างกายของทั้งสองคนเข้าปะทะกัน
เดิมทีผู้คนยังคิดว่าดูต่อไปจะได้เห็นการต่อสู้ครั้งยิ่งใหญ่ที่แข็งแกร่งมาก แต่กลับไม่คิดว่าในขณะที่กำลังปะทะกัน ฝ่ามือยักษ์ที่น่าสะพรึงกลัวก็ปรากฏอยู่บนตัวของกงเสวี่ยฮวา า ฝ่ามือนั้นเต็มไปด้วยพลังอำนาจที่จะทำลายทุกอย่าง ฝ่ามือนั้นได้ตบเข้าไปที่ตัวของหลิงหวังคนนั้น เขาถูกกดลงมาจากกลางอากาศให้อยู่บนเวที
พลังที่น่าสะพรึงกลัวนั้น เปลวไฟอ่อนๆ ลุกขึ้นอยู่กลางอากาศ และหลิงหวังคนนั้นก็ดิ้นรนขัดขืนอยู่กลางฝ่ามือยักษ์ แต่กลับทำได้เพียงแค่เข้าใกล้เวทีประลองขึ้นเรื่อยๆ เสียงที่ดัง มากดังขึ้น หลิงหวังสำนักหลีหุนจงถูกโจมตีจนเข้าไปในเวที บนเวทีเหลือเพียงรอบบุบทิ้งไว้
กลุ่มอำนาจสองสามกลุ่มที่ดูการประลองอยู่บนอัฒจันทร์ล้วนแต่ลุกขึ้นมาโดยสัญชาตญาณแล้วมองไปยังรอยฝ่ามือบนเวทีประลอง จะมีเพียงประมุขวังเวิ่นฉิงและเจียงหลีแห่งจยาเซียนเท่านั้นท ที่นั่งดูอย่างหน้าตาเฉย เหมือนประมุขวังเวิ่นฉิงไม่ได้สนใจผลการประลองนี้ ส่วนเจียงหลีก็เหมือนรู้จุดจบอยู่แล้ว
เวทีการประลองที่ถูกมู่เหยี่ยนฉือและกงเสวี่ยฮวาทำลายจนเสียหายยับเยิน เวทีการประลองที่เต็มไปด้วยรอยแตกร้าว เพราะว่าพลังอำนาจของพลังฝ่ามือของกงเสวี่ยฮวาก็เลยยิ่งทำให้เวที เกือบจะขาดเป็นสองท่อนอยู่แล้ว
กงเสวี่ยฮวาลงมาจากกลางอากาศ แล้วยืนอยู่กลางฝ่ามือ เขายื่นเท้าออกมาเตะหลิงหวังสำนักหลีหุนจงที่นอนอยู่กับพื้น “นี่ๆ…”
อีกฝ่ายไม่มีการตอบสนอง
กงเสวี่ยฮวาลองตรวจดู แล้วก็เบะปากพูดว่า “ตายแล้วหรือ ช่างไม่ทนมือเอาเสียเลย”
“…”
“…”
บริเวณรอบๆ เงียบกริบ
เป็นที่รู้กันไปทั่วว่าคนสำนักหลีหุนจงอาศัยหุ่นเชิดในการต่อสู้ เดิมทีฝีมือการต่อสู้ก็ถือว่าธรรมดาทั่วไป แน่นอนว่าธรรมดาทั่วไปนี้สำหรับเทียนเจียวของกลุ่มอำนาจอื่น แต่สำหรับ บคนอื่นๆ ลูกศิษย์สำนักหลีหุนจงก็ยังคงทำให้คนรู้สึกหวาดกลัวเมื่อได้ยิน
การต่อสู้ของจยาเซียนในครั้งนี้ล้วนแต่เป็นเทียนเจียวที่แข็งแกร่ง บวกกับพอเริ่มการต่อสู้ พวกเขาก็จัดการหุ่นเชิดก่อน แล้วก็ขั้นพลังหลิงหวังกันหมด สำนักหลีหุนจงจะไม่พ่ายแพ้ ได้อย่างไรกัน
ทุกคนถูกสำนักหลีหุนจงที่อยู่มานานทำให้สับสน แล้วคิดว่าจยาเซียนอ่อนแอเกินไป ไม่สามารถเอาชนะสำนักหลีหุนจงได้ แต่กลับลืมไปว่าในการประลองที่งานเลี้ยงเหล่าเซียน การต่อสู้คือ ความสามารถในการต่อสู้ของแต่ละคน ไม่ใช่ความแข็งแกร่งในการปกครองของกลุ่มอำนาจ!
กงเสวี่ยฮวาเดินกลับมาอยู่ข้างๆ เจียงหลีอย่างหมดสนุก แล้วพูดกับนางว่า “ข้ายังไม่เต็มที่เลย”
เจียงหลียิ้มและสุดท้ายก็เปลี่ยนท่านั่งที่เกียจคร้าน แล้วลุกขึ้นอย่างช้าๆ
พอนางขยับ ผู้คนถึงได้สติขึ้นมาทันทีว่าจยาเซียนชนะสี่ยกติดแล้ว การประลองยกสุดท้ายเจียงหลีจะลงมือด้วยตัวเองแล้ว
“คนในใจของเจ้าจะลงสนามแล้ว เพียงแต่ข้าคิดว่าการประลองยกสุดท้ายนี้ยากที่สุด สำนักหลีหุนจงแพ้แล้ว คนสำนักหลีหุนที่เหลืออยู่ตอนนี้ หลังจากกลับไปก็จะถูกฆ่าตายเพื่อระบายอารมณ์ ประเมิณจากนิสัยของกุ่ยชื่อแล้ว หากพวกเขาต้องการรักษาชีวิตไว้ คนที่จะลงสนามคนต่อไป ทำได้เพียงต่อสู้อย่างสุดความสามารถ ต้องพยายามหาวิธีเพื่อฆ่าคนๆ หนึ่ง เพื่อแลกกับการท ที่กุ่ยชื่อจะยกโทษให้ แน่นอนว่านี่ก็เป็นเพียงความคิดลมๆ แล้งๆ ถ้ากุ่ยชื่อรู้จักการให้อภัยล่ะก็ กุ่ยชื่อก็คงไม่ใช่กุ่ยชื่อแล้ว เพียงแต่หนทางรอดสุดท้ายนี้ หลิงหวังที่จะลงสน นามก็อยากจะคว้ามันไว้ให้ได้”
เสียงของประมุขวังเวิ่นฉิงค่อยๆ ลอยเข้าหูไหวปี้ ทำให้จิตใจของนางเริ่มไม่เป็นสุข
นางเชื่อในศักยภาพของเจียงหลี แต่ก็ยากที่จะไม่ให้เป็นห่วงนาง
“ผู้อาวุโส!” หลิงหวังสำนักหลีหุนจงคนสุดท้ายยืนอยู่ข้างๆ ผู้อาวุโส น้ำเสียงแฝงไปด้วยความดุดันที่สิ้นหวัง
ผู้อาวุโสมองเขา แววตามืดมัวคลุมเครือ “เจ้ากับข้าจะอยู่หรือตาย ก็ขึ้นอยู่กับการต่อสู้ครั้งนี้ของเจ้าแล้ว เจ้ารู้ใช่ไหมว่าจะต้องทำอย่างไร”
หลิงหวังตัวสั่น สีหน้าซีดเซียว
ในใจของเขาสับสนอยู่ครู่หนึ่ง แล้วแววตาของเขาก็มุ่งมั่นขึ้นมา “ข้าเข้าใจแล้ว”
“ไปเถอะ” ผู้อาวุโสพยักหน้า ใช้สายตาปลอบเขา
ฟุบ!
หลิงหวังสำนักหลีหุนจงคนสุดท้ายคนนั้นหายตัวแล้วไปปรากฏตัวอยู่บนเวทีประลองที่แตกร้าว ด้านหลังของเขายังมีหุ่นศพสาวตัวหนึ่งที่แฝงไปด้วยพลังลมปราณที่น่าสะพรึงกลัว
ถึงแม้ว่าผู้คนจะไม่เข้าใจ แต่ก็สามารถรับรู้ได้ว่าพลังลมปราณที่หุ่นศพสาวนั้นปล่อยออกมา แข็งแกร่งกว่าหุ่นศพสาวก่อนหน้านี้ที่ได้เห็น
เจียงหลีมองเขาอย่างเฉยชา สีหน้าสงบนิ่ง แล้วพูดอย่างเย็นชาว่า “เวทีประลองพังแล้ว เจ้ากับข้ามาสู้กันกลางอากาศเถอะ” พูดจบ ร่างของนางก็กลายเป็นแสงสีทองหายไปจากที่เดิม
ในตอนที่ปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง ก็ได้ไปอยู่บนฟ้ากลางอากาศแล้ว
ผู้คนเงยหน้ามองนาง กลับเห็นนางเหมือนกับจักรพรรดิแห่งสวรรค์ เป็นราชินีแห่งปฐพี ท่าทางที่ชำเลืองมองผู้คนจากที่สูง รูปลักษณ์ภายนอกที่สวยหยาดเยิ้ม ในตอนนี้ไร้ซึ่งพลังมาร เหลือ เพียงพลังอันยอดเยี่ยมที่สูงส่ง
แต่ทว่า ในขณะที่ผู้คนตะลึงกับพลังอำนาจของเจียงหลี หลิงหวังสำนักหลีหุนจงกลับตะโกนเสียงดังขึ้นมา ตัวของเขาระเบิดแสงสีทองที่แสบตาออกมาปกคลุมตัวเขาและหุ่นศพสาว……