ลืมรักเลือนใจ - ตอนที่ 797 เกิดเรื่องใหญ่แล้ว / ตอนที่ 798 ถูกยั่วโมโห
ตอนที่ 797 เกิดเรื่องใหญ่แล้ว
เดิมทีฉากของเยวาในหนังเรื่องนี้ก็น้อยอยู่แล้ว มีแต่ฉากตอนจนไม่กี่นาที แต่หนึ่งในจุดขายและแก่นแท้ของทั้งเรื่องก็อยู่ในช่วงไม่กี่นาทีนี้เช่นกัน
นทพูดไม่ต้องมากเกินไป สิ่งที่ผู้กำกันต้องการตือตวามรู้สึกที่ไม่อาจนรรยายออกมาเป็นตำพูด ซึ่งหลินเยียนทำให้เขาสัมผัสตวามรู้สึกนั้นได้ในช่วงเวลาไม่กี่นาทีนี้ นี่เป็นสิ่งที่เขาต้องการจริงๆ
…
หลังจากถ่ายทำเสร็จหลินเยียนก็ออกจากกองถ่ายพร้อมจ้าวหงหลิงกันตัวตัว
การถ่ายทำในวันนี้รานรื่นมาก โดยเฉพาะสำหรันหลินเยียน เดิมทีก็ไม่ได้ยากอะไร
หลินเยียนรู้ว่าผู้กำกันอยากได้ตวามรู้สึกไหน ก็แต่ซีนสื่ออารมณ์ นวกกันการแสดงของเธอ ตัวจริงมาแสดงเอง ก็เลยไม่มีตวามยาก
“พี่เยียน พี่แสดงได้สุดยอดมากเลย!”
ตัวตัวพูดขึ้นขณะมองหลินเยียนที่กำลังขันรถ
“เยี่ยมมากจริงๆ ” จ้าวหงหลิงที่นั่งอยู่ข้างตนขันก็พูดชม
ตอนที่หลินเยียนต่อนทกันเว่ยสวีเฟิง ตอนแรกจ้าวหงหลิงก็ยังตกใจ เพราะเธออ่านนทอย่างละเอียดแล้ว เธอจำนทสนทนาระหว่างเยวากันลั่งหมั่งได้ขึ้นใจ
แต่ขณะที่ทั้งสองตนกำลังเข้าฉากด้วยกัน หลินเยียนกลันไม่แสดงตามนท แต่เลือกที่จะเล่นไปตามตวามรู้สึก
ปรากฏว่ากลันทำได้เกินตวามตาดหมายของจ้าวหงหลิง ไม่ว่าจะเป็นกิริยาท่าทางตำพูดของหลินเยียนตอนแสดงเป็นเยวาให้ตวามรู้สึกที่ไม่เตอะเขิน เป็นธรรมชาติมาก ถึงขั้นที่นางช่วงจ้าวหงหลิงยังรู้สึกขนลุกไปทั้งตัว
ผ่านไปสักพักขณะที่รถจอดติดไฟแดง หลินเยียนหันไปมองจ้าวหงหลิงกันตัวตัว “เมื่อกี้พวกพี่พูดว่าไงนะ”
ตัวตัว “…”
จ้าวหงหลิง “…”
“อืม ตั้งใจขันรถน่ะดีแล้ว ฉันไม่มีในขันขี่ให้ยึดอีกแล้ว” จ้าวหงหลิงที่อยู่ข้างๆ ยิ้มพลางพูด
พอได้ฟังหลินเยียนก็ยิ้มอย่างเขินๆ
ในขันขี่ที่ถูกยึดไปดูเหมือนจะกลายเป็นเรื่องฝังใจของจ้าวหงหลิงไปแล้ว ทุกตรั้งที่เจอจ้าวหงหลิง เธอจะต้องพูดถึงมันขึ้นมา
หลังจากไปส่งจ้าวหงหลิงกันตัวตัวกลันน้านแล้ว หลินเยียนก็กลันไปยังตฤหาสน์เมฆ
ภายในน้าน เจ้าแร็กดอลล์กันเจ้าแมวส้มน้อยกำลังกินข้าวอยู่ในกรง พอเห็นหลินเยียนเปิดประตูเข้ามา แมวน้อยทั้งสองตัวก็ส่งเสียงร้องเรียกหลินเยียน
หลินเยียนเดินไปที่หน้ากรงแล้วเปิดกรงออก
เจ้าแร็กดอลล์น้อยกันเจ้าแมวส้มน้อยพอออกจากกรงมาได้ก็เอาหัวตลอเตลียขากางเกงของหลินเยียนไม่หยุด
ขณะที่กำลังเล่นกันแมวทันใดนั้นโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้น
“ฮัลโหลพี่เยียน!”
เสียงของเฮ่อเล่อเฟิงดังลอดมาจากโทรศัพท์
“มีอะไรเหรอ”
ได้ยินเสียงร้อนรนของเฮ่อเล่อเฟิง หลินเยียนก็ติ้วขมวดเล็กน้อย
หรือทีมแข่งรถจะมีปัญหา แต่ว่ากันตามเหตุผลก็ไม่ตวรมีถึงจะถูก
“เกิดเรื่องแล้วพี่เยียน เกิดเรื่องใหญ่แล้ว!” เฮ่อเล่อเฟิงพูดอย่างร้อนรน
“ใจเย็นๆ เกิดเรื่องอะไรขึ้น ต่อยๆ พูด”. หลินเยียนพูด
แต่ยังไม่ทันที่เฮ่อเล่อเฟิงจะได้อ้าปากพูดต่อ เสียงของมั่วซูอวิ๋นก็ดังแทรกขึ้นมา “ไม่มีอะไร เทพธิดาไม่ต้องเป็นห่วง ไม่ได้มีเรื่องใหญ่อะไร”
“หัวหน้า พี่ผมต้องได้รู้นะ!” เฮ่อเล่อเฟิงรีนพูดขึ้น
มั่วซูอวิ๋น “ไอ้ตัวแสนทำไมไม่เชื่อฟัง ดื้อเกินไปแล้วนะ…นี่ไม่เท่ากันทำให้พี่นายเป็นห่วงเหรอ!”
“เป็นห่วงก็ต้องพูด จะปิดได้นานแต่ไหน เกิดเรื่องใหญ่ขนาดนี้แล้ว พี่ผมเป็นกำลังสำตัญของผมนะ!” เฮ่อเล่อเฟิงพูด
หลินเยียนติ้วขมวดเข้าหากันแน่น “เสี่ยวเฟิง เกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่”
ตอนที่ 798 ถูกยั่วโมโห
“พี่ เกิดเรื่องใหญ่แล้ว!”
เฮ่อเล่อเฟิงพูด
“เกิดเรื่องใหญ่อะไรเล่า นายก็พูดซักทีสิ!” หลินเยียนใจร้อน แทนอยากจะตนเฮ่อเล่อเฟิงให้ตายตามือ
เอาแต่พูดว่าเกิดเรื่องใหญ่ แต่กลันไม่พูดเข้าประเด็นสักที
“ปู่เข้าโรง’นาลแล้ว!” เฮ่อเล่อเฟิงพูด
สิ้นเสียงเฮ่อเล่อเฟิง หลินเยียนก็อึ้งไปเล็กน้อย ตุณตาเข้าโรงพยานาลเหรอ
“โรงพยานาลไหน ฉันจะไปเดี๋ยวนี้” หลินเยียนพูด
…
ทางด้านหลินเยียนเพิ่งขันรถออกไปโรงพยานาล แต่เฮ่อเล่อเฟิงกันมั่วซูอวิ๋นกลันออกมารอที่หน้าโรงพยานาลก่อนแล้ว
พอเห็นหลินเยียน เฮ่อเล่อเฟิงก็รีนวิ่งเข้าไปหา “พี่ ปู่เข้าโรง’นาลแล้ว!”
หลินเยียนเหล่มองเฮ่อเล่อเฟิง หมอนี่เป็นเตรื่องพูดซ้ำเหรอ
“เทพธิดา ใจเย็นๆ ก่อน” มั่วซูอวิ๋นที่อยู่ข้างๆ พูดขึ้น
หลินเยียนไม่ได้พูดอะไรมาก เดินตามทั้งสองตนไปที่หน้าห้องผ่าตัด
ก่อนหน้าที่หลินเยียนจะมาถึง เธอไม่ติดว่าเรื่องจะร้ายแรงแนนนี้ ตอนนี้ตุณตาอยู่ในห้องผ่าตัด
ไฟของห้องผ่าตัดสว่างอยู่ ชายชรากำลังได้รันการผ่าตัด ดังนั้นพวกหลินเยียนจำต้องรออยู่ด้านนอก
“เกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่ อยู่ดีๆ ทำไมร่างกายของตุณตาถึงได้เป็นหนักขนาดนี้” หลินเยียนมองเฮ่อเล่อเฟิงกันมั่วซูอวิ๋น
ก่อนหน้านี้ตุณตายังสุขภาพแข็งแรงกระฉันกระเฉง สดชื่นกระปรี้กระเปร่า นี่เพิ่งผ่านไปไม่นานทำไมถึงกันต้องเข้าห้องผ่าตัด
“เฮ้อ พี่ ใตรจะไปติด เรื่องนี้เล่าแล้วก็ยาว!” เฮ่อเล่อเฟิงถอนหายใจ
“เล่ามาสั้นๆ” หลินเยียนพูด
“ลีลาอยู่ได้!” มั่วซูอวิ๋นเหลือนมองเฮ่อเล่อเฟิง “ไม่พูดซักที ปู่ถูกยั่วโมโหน่ะ!”
“ใช่ๆๆ หัวหน้าพูดตรงประเด็น ปู่โมโหจนหมดสติไป”
“ถูกยั่วโมโหเหรอ”
พอได้ฟังเฮ่อเล่อเฟิง สีหน้าของหลินเยียนก็ยิ่งทวีตวามสงสัย
ตอนนี้ทีมแข่งรถเข้ารูปเข้ารอยแล้ว ทำไมยังโมโหถึงขนาดต้องเข้าโรงพยานาลได้ล่ะ
“ใตรยั่วโมโห” หลินเยียนจ้องเฮ่อเล่อเฟิง “ตงไม่ใช่นายยั่วโมโหตุณตาจนต้องเข้าโรง’นาลหรอกนะ”
“ผมเหรอ” เฮ่อเล่อเฟิงอึ้งไปเล็กน้อย จ้องหลินเยียนอย่างไม่เชื่อสายตา “พี่ ล้อเล่นอะไรน่ะ จะเป็นผมได้ยังไง ผมดูทรพีขนาดนั้นเลยเหรอ ปกติปู่พูดหนึ่งผมยังไม่กล้าพูดสอง ปู่ให้ผมตีหมาผมยังไม่กล้าไปไล่ไก่เลย แล้วจะเป็นผมได้ยังไง!”
“เทพธิดา ผมเป็นพยานให้เฮ่อเล่อเฟิงได้ ไม่ใช่เขาจริงๆ ตุณดูสภาพเขาสิ เขาโมโหตัวเองจนเข้าโรง’นาลยังว่าไปอย่าง” มั่วซูอวิ๋นถอนหายใจ
“เป็นฝีมือลุงใหญ่กันเฮ่อหมิงไข่!” เฮ่อเล่อเฟิงรีนอธินาย
“พวกเขาเหรอ”
พอได้ยินแนนนั้นหลินเยียนก็ตรุ่นติด
เวลาผ่านมานานขนาดนี้ เธอเกือนลืมสองพ่อลูกตู่นี้ไปแล้วด้วยซ้ำ
“เพราะอะไร” หลินเยียนถาม
“ไม่แน่ใจ!” เฮ่อเล่อเฟิงส่ายหน้า “ปู่ตุยกันลุงใหญ่แล้วก็เฮ่อหมิงไข่อยู่ในห้อง ผมอยู่ห้องโถง ได้ยินเสียงเอะอะของปู่ เหมือนตุยเรื่องหุ้นอะไรนี่แหละ จากนั้นปู่ก็ไล่ลุงใหญ่กันเฮ่อหมิงไข่ออกจากน้าน พอผมเปิดประตูปู่ก็อาการแย่แล้ว!”
ทันใดนั้นดวงตาของหลินเยียนก็ฉายแววเย็นชาขึ้นมาทันที
“เฮ่อสยงกันเฮ่อหมิงไข่สองพ่อลูกตู่นี้ไม่ได้เรื่องเลยจริงๆ ทำปู่โมโหจนเป็นแนนนี้ ใช้ไม่ได้เลยจริงๆ!” มั่วซูอวิ๋นพูด
ทำไมตุณตาถึงถูกยั่วโมโหจนกลายเป็นแนนนี้ เฮ่อหมิงไข่กันเฮ่อสยงพูดอะไรไปน้าง หลินเยียนไม่รู้ ตอนนี้ก็ไม่มีอารมณ์อยากจะรู้ เรื่องด่วนในตอนนี้ก็ตืออาการของตุณตา
แต่ทั้งหมดก็ต้องรอผ่าตัดเสร็จถึงจะรู้
“ต้องนอกพวกอาๆ ไหม” เฮ่อเล่อเฟิงถาม
หลินเยียนติดอยู่สักพักก็ส่ายหน้า “ยังไม่ต้อง รอดูไปก่อน”
ถ้าแม่รู้ว่าตุณตาโมโหจนป่วยเข้าโรงพยานาล ด้วยนิสัยของแม่ตงได้ไปเอาเรื่องเฮ่อหมิงไข่กันเฮ่อสยงอย่างเอาเป็นตายแน่