ลูกเขยมังกร Royal Dragon Husband - บทที่ 151 งั้นคุณ...ก็ไปตายซะ
บทที่ 151 งั้นคุณ…ก็ไปตายซะ
ต่อให้เป็นศิษย์เจ้าสำนักสำนักกำปั้นเทพ มีกู่เชียนซานที่เรียกกันว่าเป็นยอดอัจฉริยะอันดับหนึ่งของจินหลิง ก็ไม่แน่ว่าจะเก่งกว่าเฉินเฟิง
“อาซูชมมากไปแล้ว” เฉินเฟิงยิ้มบาง เขาไม่รู้สึกอะไรกับซูเห้าหรัน เขาเป็นคนดีคนหนึ่ง ก่อนนี้ที่ประชดประชันเย็นชาใส่เขา ก็เพราะหวังดีกับเขา
“พ่อหนุ่ม คนนี้คือจินลิ่วอาน เจ้าสำนักฝึกวิทยายุทธจินกัง” ซูเห้าหรันชะงักเล็กน้อย ก่อนหันมาแนะนำจินลิ่วอานให้เฉินเฟิงรู้จัก ถึงเฉินเฟิงจะบอกว่ารู้จักจินลิ่วอาน แต่ดูจากท่าทีจินลิ่วอานแล้ว เขากลับไม่รู้จักเฉินเฟิง เขาเองก็ไม่รู้ว่าทั้งสองมีเรื่องบาดหมางอะไรกัน การแนะนำครั้งนี้เพราะคิดว่า ถ้าระหว่างเฉินเฟิงกับจินลิ่วอานไม่มีความแค้นอะไรที่สะสางไม่ได้ เขาจะเป็นคนกลางทำหน้าไกล่เกลี่ยทั้งคู่ให้เอง
“ผมรู้จักเจ้าสำนักจิน” เฉินเฟิงพูดพลางมองจินลิ่วอานนิ่งๆ
“พ่อหนุ่มรู้จักผม?” จินลิ่วอานเลิกคิ้วถามอย่างแปลกใจ ไม่รู้ทำไมสายตานี้ของเฉินเฟิงทำให้เซนต์ป้องกันอันตรายของเขาตื่นตัว มันเป็นครั้งแรกที่เขามีความรู้สึกแบบนี้ในชีวิตการฝึกยุทธของเขาหลายสิบปีนี้!
แต่ว่าจินลิ่วอานก็บอกตัวเองว่าคิดมากไปแน่ๆ จอมยุทธ์หมิงจิ้ง ต่อให้แกร่งแค่ไหนก็ข่มขู่เขาไม่ได้หรอก
“เจ้าสำนักจินจำผมไม่ได้แล้วหรอ?” เฉินเฟิงสายตาสงบนิ่ง มองหน้าจินลิ่วอานตรงๆ
จินลิ่วอานหดรูจมูก รู้สีกถึงสัญญาณอันตรายอีกแล้ว
น่าตายนัก!
เฉินเฟิงคนนี้มีปัญหา! เขาไม่แค่ระดับต้นหมิงจิ้งแน่!
จินลิ่วอานสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามสงบใจนิ่งไว้ พูดเสียงต่ำว่า: “ต้องขอโทษด้วยจริงๆ ผมจำไม่ได้ว่าเคยเจอคุณที่ไหน แต่ถ้าคุณเคยเจอผม ก็บอกมาตรงๆเถอะ จะมาอ้อมค้อมทำไม ผมกล้าพูดกล้าทำไม่มีอะไรแอบแฝง มดสักตัวก็ไม่เคยฆ่าเลย เรื่องเลวร้ายผิดศีลธรรมผมยิ่งไม่เคยทำเลย…”
“ไม่เคยทำเรื่องเลวร้ายผิดศีลธรรมเลย?” ไม่รอจินลิ่วอานพูดจบ เฉินเฟิงแค่นเสียงเยาะออกมาเบรคเขาก่อน
“คุณพูดอย่างนี้หมายความว่ายังไง?” จินลิ่วอานขมวดคิ้วถาม น้ำเสียงค่อนข้างเย็นชา
เฉินเฟิงยิ้มเย็น: “จินลิ่วอาน คุณบอกว่าคุณไม่เคยทำเรื่องเลวร้ายผิดศีลธรรมเลย งั้นผมถามคุณหน่อยว่าจำ หยวนซี ฟางซ่าวหัว เฉินจิ้งหรัน…ได้ไหม”
เฉินเฟิงพูดชื่อคนสิบกว่าคนทีเดียวรวด ทุกคนทำหน้าเหลอหลา พวกเขารู้สึกได้อย่างชัดเจนว่า สิบกว่าคนนี้มีความสำคัญต่อเฉินเฟิงมาก แต่ท่าทางงงงวยของจินลิ่วอานก็ไม่เหมือนแกล้งทำ นี่มันเรื่องอะไรกันแน่?
“พ่อหนุ่ม คนที่คุณพูดถึง ผมไม่รู้จักเลยสักคน” จินลิ่วอานข่มกลั้นความโกรธไว้ เขาไม่รู้จักคนพวกนี้เลยจริงๆ
“ไม่รู้จักหรอ…” เฉินเฟิงส่ายหัว สายตามีแววเยาะหยัน ก็จริงนะ พวกเขาส่วนใหญ่เป็นคนธรรมดา คนธรรมดาที่รับผิดชอบดูแลแม่และตัวเขาเอง พวกเขาน่ะไม่ใช่จอมยุทธ์เลยด้วยซ้ำ
แต่คนธรรมดาพวกนี้กลับช่วยชีวิตเขาไว้เมื่อสามปีก่อน ตอนเขาโดนจอมยุทธ์หลายสิบคนไล่ฆ่า
การเผชิญหน้าจอมยุทธ์หมิงจิ้งหลายสิบคนบวกกับอ้านจิ้งหลายสิบคนไล่ฆ่า พวกเขาไม่มีใครรอดเลย!
พวกเขาใช้ร่างกายคนธรรมดาของคนช่วยเขาหลบหนีการไล่ฆ่าครั้งแล้วครั้งเล่า
คืนนี้ ร่างเฉินเฟิงเต็มไปด้วยเลือด เลือดพวกนั้นเป็นของศัตรูส่วนหนึ่ง แต่ส่วนมากเป็นเลือดของคนธรรมดาสิบกว่าคนนั้น!
เลือดสดพวกนั้นเป็นผลจากการที่พวกเขาสู้อย่างไม่กลัวตาย!
พวกเขาใช้ชีวิตตัวเองสร้างหนทางรอดที่เต็มไปด้วยเลือดให้กับเฉินเฟิง
พูดได้เลยว่า สามปีก่อน ถ้าไม่มีคนธรรมดาสิบกว่าคนนี้ เฉินเฟิงคงตายไปในการไล่ล่าครั้งนั้นแล้ว!
แต่วันนี้จินลิ่วอานกลับบอกว่า เขาไม่รู้จักคนพวกนั้น
ก็จริงนะ สำหรับจอมยุทธ์ที่อยู่สูงจนชินอย่างจินลิ่วอานแล้ว ชีวิตคนธรรมดาไม่ต่างอะไรกับมด เหยียบตายก็เหยียบไป
คนเหยียบมดตายตัวหนึ่ง มีหรือจะจำชื่อมดได้?
ไม่มีทาง!
แต่คนที่ถูกมดช่วยไว้ จำได้!
“ในเมื่อไม่รู้จัก ถ้างั้นคุณ…ก็ไปตายซะเถอะ” เฉินเฟิงชะงักก่อนพูดออกมาหน้านิ่ง เหมือนกำลังพูดเรื่องเล็กน้อย
พูดจบ เฉินเฟิงแผ่ออร่าทันที!
แค่พริบตาเดียว จมูกจินลิ่วอานอดกลั้นหายใจไม่ได้ ขนทั่วร่างตั้งชันทันที
เปลี่ยนแล้ว!
ออร่าของเฉินเฟิงเปลี่ยนไปแล้ว!
ถ้าบอกว่า เดิมทีเฉินเฟิงให้ความรู้สึกนิ่งสนิทเหมือนน้ำตาย งั้นหลังจากที่เขาพูดคำว่าตายออกมา ออร่าเขาเปลี่ยนเป็นเกรี้ยวกราดทันที!
ทันใดนั้นบรรยากาศในสถานที่ฝึกวิทยายุทธเห้าหรันก็ตกอยู่ในความน่ากลัวอย่างหนักมาก
ทุกคนตะลึง ใครก็คิดไม่ออกว่า ชายหนุ่มที่วินาทีก่อนหน้านี้ยังดูอ่อนโยนสุภาพ แค่พริบตาเดียว กลับเปล่งรังสีอำมหิตอาฆาตเหมือนผ่านภูเขาคนตายมาก็ไม่ปานออกมา แม้แต่อากาศยังโดนแช่แข็ง!
คนอื่นแค่โดนรังสีความโกรธของเฉินเฟิงผิวๆ ก็ยืนแทบไม่อยู่แล้ว
รู้ได้เลยว่า จินลิ่วอานที่เป็นศูนย์กลางความโกรธของเฉินเฟิงตอนนี้จะรู้สึกยังไง
หนาวมาก!
หนาวเสียดกระดูก!
จินลิ่วอานรู้สึกหนาวยะเยือกไปทั้งตัว เขารู้สึกเหมือนมีมือที่มองไม่เห็นกำลังบีบคอเขาอยู่ ขนาดหายใจยังลำบาก!
เขาเห็นเฉินเฟิงค่อยๆย่างเท้าเข้ามาหาเขา เขาเริ่มหลอนขึ้นมา
ทุกย่างก้าวของเฉินเฟิง รังสียิ่งแรงมากขึ้น
เหมือนพายุบ้าคลั่งโหมกระหน่ำ
ตามมาด้วยภูเขาพังทลาย
พอมายืนตรงหน้าจินลิ่วอาน ประหนึ่งฟ้าดินทลาย!
คลื่นรังสีบ้าคลั่งโหมกระหน่ำเข้าใส่จินลิ่วอานแล้วผ่านไป!
“พลั่ก” ดังขึ้น!
จินลิ่วอานสีหน้าแดงก่ำ เขาคุกเข่าลงพื้นทันที!
“ซี๊ด”
ทุกคนอดสะท้านไม่ได้ ทั้งหมดตะลึงอึ้งตัวแข็งค้างเหมือนรูปสลักหิน
อาศัยแค่รังสีออร่าก็ทำให้จินลิ่วอานที่เป็นจอมยุทธ์ระดับต้นอ้านจิ้งโดนกดดันจนคุกเข่าลงกับพื้น
เฉินเฟิงนี่มัน…สัตว์ประหลาดอะไรเนี่ย?!
จินลิ่วอานตากลมเบิกกว้างด้วยความโกรธ เส้นเลือดเขียวปูดโปนที่ขมับ ลำคอเปล่งเสียงคำรามเหมือนสัตว์ร้ายต่อต้านออกมา
ต่อต้าน!
เขาอยากต่อต้าน!
จินลิ่วอานคำถามในใจด้วยความโกรธ เขาเป็นจอมยุทธ์อ้านจิ้ง!
เขาพ่ายแพ้ได้ แต่เขาไม่ยอมให้ตัวเองพ่ายแพ้แบบไร้ศักดิ์ศรีแบบนี้!
ต่อให้ต้องตาย เขาก็จะทำเฉินเฟิงเลือดกบให้ได้!
เริ่มที่หัว ต่อมาก็แขน และลามไปทั่วร่าง จินลิ่วอานเส้นเลือดปูดโปน เขาส่งพลังไปทั่วร่าง อยากจะสลัดความกดดันที่เฉินเฟิงตรึงร่างเขาไว้
เขาจะลุกขึ้น!
เขายอมยืนตาย! ดีกว่าคุกเข่าแล้วรอด!
นี่เป็นความคิดของจินลิ่วอานในตอนนี้
“อยากลุกขึ้น?” เฉินเฟิงหรี่ตามอง สายตาส่อแววเย็นชาวูบหนึ่ง: “คุณถามความเห็นเพื่อนสิบกว่าคนนั้นของผมหรือยัง?”
การไล่ฆ่าตอนนั้น เพราะความสามารถของจินลิ่วอานอยู่ตรงกลาง ดังนั้นคนธรรมดาสิบกว่าคนนั้นที่ทำหน้าที่ปกป้องเขา บวกกับจอมยุทธ์ระดับต้นหมิงจิ้งหลายสิบคนนั้นเลยโดนรับมือโดยจินลิ่วอาน จินลิ่วอานในตอนนั้นโหดร้ายมาก