ลูกเขยมังกร Royal Dragon Husband - บทที่ 220 วิชาดอกไม้ลิ่วลมตัดใบไม้!
บทที่ 220 วิชาดอกไม้ลิ่วลมตัดใบไม้!
“คุณเฉิน คุณไม่ตามไปหรือ” เวลาแค่ชั่วพริบตาเดียว อู๋จิ่วโยก็หนีไปไกลกว่ายี่สิบเมตรแล้ว ดูแล้วเขาคงล้มลุกคลุกคลานผ่านลานบ้านไปที่รั้วแล้ว ทว่าเฉินเฟิงกลับยังยืนอยู่ที่เดิมไม่ขยับ เย่ไห่ถังจึงร้อนใจขึ้นมา
“ต้องตามไปแน่นอน” เฉินเฟิงตอบอย่างเสียไม่ได้ อู๋จิ่วโยมาหาถึงที่แล้ว หากเขายังปล่อยให้อู๋จิ่วโยหนีไปอีก อย่างนั้นเขาคงต้องหาเต้าหู้สักก้อนมาให้ตัวเองกระแทกตายแล้ว
หลังจากที่เฉินเฟิงพูดจบ เย่ไห่ถังยังถามว่าจะตามไปอย่างไรอีก กลับเห็นว่าเฉินเฟิงเด็ดใบไม้สีเขียวบนต้นแปะก๊วยที่อยู่ข้างๆ มาหนึ่งใบ
จากนั้นก็โยนขึ้นไปปล่อยให้ปลิวไปตามลม ปัดเบาๆ
ฟิ้ว!
ใบไม้ล่องลอยในอากาศ! พุ่งไปทางที่อู๋จิ่วโยกำลังวิ่งหนีไป
เย่ไห่ถังกระแทกเท้าด้วยความโกรธ เธอคิดไม่ถึงว่า วิธีที่เฉินเฟิงใช้จะเป็นวิธีแบบนี้ หยิบใบไม้มาหนึ่งใบ!
นั่นคืออู๋จิ่วโยนะ จอมยุทธ์ผู้มีวรยุทธ์ระดับกลาง
ไม่ใช่คนธรรมดา การที่เฉินเฟิงดูถูกเขาแบบนี้ เท่ากับเป็นการปล่อยเสือเข้าป่า?!
ป้าชิงที่นอนอยู่บนพื้นก็ถอนหายใจ คิดว่าเฉินเฟิงใช้วิธีนี้แล้วอาจจะช้าเกินไป
เย่ไห่ถังและป้าชิงต่างก็คิดเช่นนี้ แค่คิดก็รู้เลยว่า ตอนนี้อู๋จิ่วโยจะดีใจขนาดไหน
แม้จะไม่มีโอกาสกลับตัว แต่ว่าเขากลับรู้สึกได้ว่า เฉินเฟิงใช้อาวุธตามล่าเขา
ช่างเป็นความคิดที่เพ้อฝันลมๆ แล้งๆ จริงๆ!
อู๋จิ่วโยอดไม่ได้ที่จะตื่นเต้นยินดี อย่างไรเสียเขาก็เป็นจอมยุทธ์ผู้มีวรยุทธ์ระดับกลางที่แข็งแกร่ง เฉินเฟิงกลับดูถูกเขาเช่นนี้
แค่ใบไม้ใบเดียว คิดว่าจะทำอะไรเขาได้?
คิดว่าตนเองเป็นปรมาจารย์หรืออย่างไร!
กำแพงรั้วใกล้เข้ามาเรื่อยๆ อู๋จิ่วโยยิ่งรู้สึกตื่นเต้นยินดี ขอแค่ข้ามผ่านกำแพงนี้ไปได้ เขาก็หนีเอารอดชีวิตได้แล้ว!
สุดท้าย เขาก็มาถึงขอบกำแพง
แม้ว่ากำแพงจะสูงสองเมตร แต่ว่าอู๋จิ่วโยกลับไม่หวาดหวั่นสักนิด สำหรับผู้มีวรยุทธ์ชั้นกลางอย่างเขา กำแพงสูงสองเมตรกับกองดินเล็กๆ แทบไม่มีอะไรต่างกัน แค่ยกขาก็ก้าวข้ามไปได้
อู๋จิ่วโยคิดพลางเตรียมยกขาขึ้น ข้ามกำแพงตรงหน้า
เวลานี้เอง เขากลับรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ ทำไมขาของเขา ถึงได้เย็นวูบวาบ
ไม่มีเรี่ยวแรงเลย
อู๋จิ่วโยอดไม่ได้ที่จะก้มดู มองดูขาขวาของตนเองตั้งแต่หน้าแข้งลงไป
สายตา ชั่ววินาทีนั้นทำให้เขาตกใจจนแทบหยุดหายใจ เป็นวิญญาณที่ล่องลอย!
ขาของเขา……
ไม่มีแล้ว!
ตั้งแต่ส่วนหน้าแข้งลงไป ขาดหายไป!
ขาดหายไปตั้งแต่เมื่อไหร่? อู๋จิ่วโยไม่ทันได้คิดถึงคำถามข้อนี้แล้ว เพราะความเจ็บปวด!
ความเจ็บปวดแทบขาดใจเข้ามาแทน!
ความเจ็บปวดที่รุนแรง วินาทีนั้นทำให้อู๋จิ่วโยขาดการทรงตัว ล้มลงกับพื้น
อู๋จิ่วโยไร้ซึ่งเสียงร้อง ขาขวาขาดหายไป เลือดพุ่งออกมาเป็นน้ำพุ!
ฉากที่น่ากลัวสยดสยองนี้ ทำเอาเติ้งซื่อชีตกใจจนแทบเสียสติ วิญญาณเลื่อนลอย
เย่ไห่ถังและป้าชิงเองก็ตัวแข็งทื่อ ราวกับรูปปั้น
วิชาดอกไม้ลิ่วลมตัดใบไม้!
วิชาศิลปะการต่อสู้ของปรมาจารย์ในตำนาน!
หรือว่าเฉินเฟิงตรงหน้านี้ จะเป็นปรมาจารย์?!
ทั้งสองต่างตื่นตกใจ ในใจเหมือนมีคลื่นลูกใหญ่ถาโถม นอกจากท่านปรมาจารย์การต่อสู้แล้ว ทั้งสองก็ยังคิดถึงคำอื่นที่จะมาพรรณนาความน่ากลัวของเฉินเฟิงไม่ได้ กับอีแค่ใบไม้สีเขียวใบเดียว สามารถทำให้ขาขวาของอู๋จิ่วโยผู้มีวรยุทธ์ชั้นกลางขาดหายไปได้ต่อหน้าพวกเธออย่างเหลือเชื่อ!
และดูท่าทางของเฉินเฟิงแล้ว เห็นชัดว่าออมมืออยู่ เขาไม่ได้คิดอยากจะเข่นฆ่า อู๋จิ่วโย ไม่อย่างนั้น ใบไม้ใบนั้นของเขา อาจพุ่งเข้าไปถึงหัวใจของอู๋จิ่วโยก็ได้!
“อู๋จิ่วโย แกสำนึกผิดแล้วหรือยัง?” เฉินเฟิงเอ่ยเสียงเรียบ แน่นอนว่าเขาสามารถฆ่าอู๋จิ่วโยเลยก็ยังได้ แต่เขาไม่คิดจะทำแบบนั้น เขาอยากรู้ว่าวิชา สำนักยู่นู นอกจากอู๋จิ่วโยแล้ว ยังมีใครเก็บรักษาเอาไว้อีกบ้าง
อู๋จิ่วโยกลับไม่ตอบคำถามนี้ของเฉินเฟิง มองเฉินเฟิงด้วยหน้าตาที่ตื่นกลัว ถามอย่างตัวสั่นว่า “แก……แกคือปรมาจารย์แห่งการต่อสู้เหรอ?!”
“คำถามนี้……มีความจำเป็นต้องตอบมั้ย?” เฉินเฟิงยิ้มอ่อน การที่เขาจะเป็นปรมาจารย์หรือไม่ นั้นไม่สำคัญ ไม่ว่าอย่างไร อู๋จิ่วโยก็ยากที่จะรอดชีวิต
“ฮ่าๆๆๆ!” อู๋จิ่วโยหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง เฉินเฟิงแม้จะไม่ยอมรับ ทว่าไม่ใช่ก็ใกล้เคียง
ปรมาจารย์ด้านการต่อสู้!
ปรมาจารย์ด้านการต่อสู้!
ในเมื่อเป็นปรมาจารย์การต่อสู้!
ไปมาทั่วร้อยเอ็ดเจ็ดย่านน้ำ ก็ยังไม่เคยได้พบปรมาจารย์การต่อสู้ ในที่สุดเขาก็ได้พบแล้ว!
เขาอู๋จิ่วโย ทำไมถึงได้ซวยขนาดนี้?!
อู๋จิ่วโยไม่ยอม ไม่ยอมให้เป็นแบบนี้!
เขาคิดไม่ตกว่า ทำไมชะตาชีวิตเขา ถึงได้แย่ขนาดนี้!
แค่ออกจากบ้าน ก็ได้พบกับปรมาจารย์การต่อสู้ในตำนาน ทั้งอายุยังน้อยขนาดนี้!
“แกไปเรียนวิชาพลังยู่นูมาได้ยังไง?” เฉินเฟิงถามพลางขมวดคิ้ว ตอนนั้น เขาและเซียวกั่วจงอยู่ที่ตะเข็บชายแดนเหมียว แทบจะทำให้คนในสำนักยู่นูแทบจะสูญสิ้นหมด ปรมาจารย์สำนักหั้วจิ้งขั้นกลางถูกเซียวกั่วจงหักแขนหักขา โยนเข้าไปในหุบเขาอสรพิษแล้ว ส่วนตำราของสำนักยู่นูก็ถูกเซียวกั่วจงเอาไฟเผาจนมอดไหม้ไปหมด ว่ากันตามเหตุผลแล้ว ภายนอกไม่น่าจะมีวิชาของสำนักยู่นูเผยแพร่ออกมาแล้ว แต่ทว่า ที่อู๋จิ่วโยฝึกฝนมา กลับเป็นวิชาพลังยู่นูที่บริสุทธิ์ที่สุด ข้อนี้ทำให้เฉินเฟิงคิดยังไงก็ยังไม่เข้าใจ
“แกรู้จักวิชาพลังยู่นู?!” อู๋จิ่วโยตื่นตกใจ แม้แต่วิชาพลังยู่นูเฉินเฟิงก็รู้จัก นี่ถือว่าเป็นความลับสุดยอดของเขา แม้แต่เพื่อนสนิทของเขาอย่างเติ้งเฟิงเหนียนยังไม่รู้เลย เรื่องที่เขาฝึกวิชาพลังยู่นู เฉินเฟิงรู้ได้ยังไง หรือว่า……
ทันใดนั้นอู๋จิ่วโยก็นึกถึงความเป็นไปได้ข้อหนึ่งขึ้นมา!
“เซียวกั่วจง! แกเป็นลูกศิษของเซียวกั่วจง!” อู๋จิ่วโยมองเฉิงเฟิงอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตา รู้สึกว่าฟ้าจะถล่มลงมาก็ไม่ปาน
เฉินเฟิงหัวเราะเยาะ “แกรู้จักอาจารย์ของฉันด้วยเหรอ ดูท่าแล้ว ตอนนั้นแกกับสำนักยู่นู คงจะมีความเกี่ยวพันกันอย่างลึกซึ้ง”
“ฮ่าๆ ลูกศิษย์ของเซียวกั่วจง ที่แท้แกก็เป็นลูกศิษย์ของเซียวกั่วจง” อู๋จิ่วโยหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง หัวเราะจนน้ำตาไหลออกมา เขาเข้าใจแล้ว เขาเข้าใจทั้งหมดแล้ว!
ทำไมเฉินเฟิงที่ยังหนุ่มยังแน่น ก็นึกว่าเป็นถึงปรมาจารย์ ที่แท้ก็เป็นแค่ลูกศิษย์ของปรมาจารย์แห่งการต่อสู้เซียวกั่วจง!
อู๋จิ่วโยไม่รู้ว่าจะพูดอะไรดีแล้ว ได้พบกับปรมาจารย์ก็ถือว่าดีแล้ว ตอนนี้ ตอนนี้แม้แต่ปรมาจารย์ด้านการต่อสู้ก็ยังถูกโยงไปเกี่ยวข้องด้วย
มหาปรมาจารย์ศิลปะการต่อสู้น่ากลัวกว่าท่านอาจารย์ศิลปะการต่อสู้ร้อยเท่าพันเท่า!
ช่วงยุคหวาเซี่ยมีจำนวนคนหนึ่งพันสี่ร้อยล้านคน พื้นที่เก้าล้านหกแสนตารางกิโลเมตร มีมหาปรมาจารย์แค่เพียงเก้าคนเท่านั้น!
มหาปรมาจารย์ของการต่อสู้ สำหรับคนบนโลก ก็คือเทพ ก็คือเซียน ก็คือการมีชีวิตอยู่ยงคงกระพัน!
ในคนจำนวนสองร้อยล้านคน มีมาปรมาจารย์เพียงแค่หนึ่งคน!
นี่ก็คือมหาปรมาจารย์การต่อสู้!
มหาปรมาจารย์ช่างเป็นโชคดีของประเทศชาติ!
ตอนนั้น อาจารย์ของอู๋จิ่วโย เหลยเชียนซาน คือเป็นปรมาจารย์ศิลปะการต่อสู้ของหั้วจิ้งขั้นกลาง!
อยู่ในลำดับที่ห้าของสรวงสวรรค์ของในเมืองเขตแดนเหมียว! แข็งแกร่งกว่าเฉินเฟิงในตอนนี้มากมายนัก
แต่เหลยเชียนซาน ก็ตกอยู่ในเงื้อมมือของเซียวกั่วจง แม้แต่กระบวนท่าเดียวก็ยังต้านไม่ไหว ถูกเซียวกั่วจงตีจนแขนขาหัก โยนเข้าไปในหุบเขาอสรพิษ
อู๋จิ่วโยอยู่ที่ต่างประเทศแสนไกล พอรู้สำนักยู่นูถูกทำลาย เขาก็ไม่กล้าย่างกรายเข้ามาที่หวาเซี่ย เลยแม้แต่ก้าวเดียว เป็นเวลาสิบปี
แม้ว่าจะห่างไกลแสนไกลจากเซียวกั่วจง ช่วงสิบปีนั้นอู๋จิ่วโยยังคงนอนไม่หลับด้วยความหวาดกลัว!
มีมหาปรมาจารย์ศิลปะการต่อสู้ท่านหนึ่ง จะทำให้จอมยุทธ์อ้านจิ้งขั้นกลางคนหนึ่งที่อยู่อีกมุมหนึ่งของโลก นอนไม่หลับเลยตลอดสิบปี!
นี่คือพลังของปรมาจารย์ของการต่อสู้!
ต่อมา อู๋จิ่วโยก็กล้ากลับเข้าประเทศมา ก็เพราะได้ยินว่าเซียวกั่วจงหายตัวไป ไม่ยุ่งเกี่ยวกับทางโลก
ไม่เช่นนั้น คนขี้ขลาดตาขาวอย่างเขา ก็คงไม่กล้าย่างกรายเข้ามาหวาเซี่ยแม้เพียงครึ่งก้าว