ศิษย์หลานข้า ระวังอย่าหลงผิด - ตอนที่ 397 กำราบวิญญาณ
“ทิ้งวิญญาณมากขนาดนี้ไว้ จะก่อเกิดราชาผี” อวิ๋นเจี่ยวเตือน
นาทีถัดมา สีหน้าของทุกคนแย่ลงกว่าเดิมทันที รับมือกับผีร้ายก็ยากลำบากมากแล้ว ยิ่งไม่ต้องพูดถึงราชาผี อีกทั้งพวกเขายังมีความสามารถไม่พออีก
“งั้น…งั้นตอนนี้ พวกเราต้องทำอย่างไร” มีคนถามขึ้น พวกเขามองอวิ๋นเจี่ยวเป็นผู้นำในครั้งนี้ไปแล้ว แม้แต่นายท่านเผยและนายท่านจางต่างก็หันมามองเธอ
“ย่อมต้องกำราบให้หมด ส่งกลับยมโลก!” อวิ๋นเจี่ยวตอบ
ทันทีที่สิ้นเสียง สีหน้าของทุกคนเผยให้เห็นความเก้อเขิน
“อาจารย์อวิ๋น...” นายท่านเผยทำหน้าลำบากใจ “ผมรู้ว่าวัยรุ่นอย่างพวกคุณมีความเที่ยงธรรมภายในใจ อีกทั้งคุณยังสามารถส่งวิญญาณสู่สุคติได้ แต่วิญญาณมากเพียงนี้ หากคิดจะกำรา าบทั้งหมดเป็นเรื่องที่ยากมาก การส่งไปสู่สุคติยิ่งไม่ง่าย”
“ไม่มีความแตกต่าง!” อวิ๋นเจี่ยวตอบ เพียงแค่เปิดประตูผีเท่านั้น ส่งหนึ่งตัวคือส่ง ส่งหนึ่งกลุ่มก็คือส่ง
เธอไม่ได้อธิบายอะไรมาก เพียงแต่หันไปพูดกับยายอวี้ “ชาย…ยายอวี้ ยันต์สายฟ้าล่ะ? วิญญาณด้านนอกยังอยู่ ทำเวลาหน่อย”
“อ่อๆๆ” ยายอวี้ผงะ ก่อนจะดึงสายตากลับจากฝูงวิญญาณ เธอล้วงกระเป๋าหยิบยันต์สีทองที่เหมือนกันสามใบออกไป “ให้!”
ทำไมเธอถึงรู้สึกว่าวิญญาณที่รวมตัวอยู่ด้านนอกคุ้นตาอย่างยิ่ง อีกทั้งเมื่อเทียบกับเหล่าคนที่หวาดกลัวมากบ้างน้อยบ้าง เธอไม่มีความรู้สึกกลัวแม้แต่น้อย
อวิ๋นเจี่ยวรับยันต์ไป ก่อนจะโยนขึ้นไปด้านบน ต่อมาทุกคนในวัดต่างเห็นเหตุการณ์ที่ยากจะลืมเลือนไปทั้งชีวิต
เห็นเพียงแต่ยันต์ทั้งสามใบที่อวิ๋นเจี่ยวโยนขึ้นไปนั้นกลายเป็นแสงสีทองแสบตาพุ่งทะยานขึ้นฟ้า นาทีถัดมาพวกเขาก็ได้ยินเสียงฟ้าร้องดังขึ้น จากนั้นสายฟ้าสีขาวพุ่งตรงลงมาจากด ด้านบน ผ่าเข้าไปยังฝูงผีที่ล้อมอยู่ด้านนอก
พลังหยินที่หนาแน่นแต่เดิมสลายไปทั้งหมดภายใต้การโจมตีของสายฟ้าสวรรค์ ทิวทัศน์ที่มืดสนิทตรงหน้าชัดเจนขึ้นมา อีกทั้งยังสามารถมองเห็นแสงที่กำลังกระพริบ ส่วนเงาผีที่น่ากลัว เหล่านั้นถูกผ่าจนโปร่งใส ไร้ความน่ากลัวเหมือนก่อนหน้านี้
ทุกสิ่งเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ตั้งแต่โยนยันต์จนกระทั่งสายฟ้าสวรรค์ผ่าลงมา ใช้เวลาเพียงห้าหกนาทีเท่านั้น วิญญาณในบริเวณนี้สลายไปจนเกือบหมดแล้ว อีกทั้งมีบางตัวคิดจะลอยกล ลับขึ้นบนภูเขาไป
“พวกคุณใครมียันต์เก็บผี” อวิ๋นเจี่ยวถาม
ทุกคนต่างผงะ พวกเขายังตั้งสติจากเหตุการณ์ตรงหน้าไม่ได้ นายท่านตระกูลจางพึมพำตอบ “ผมมีหลายใบ แต่ว่า…” วิญญาณมากขนาดนี้ ไม่พอใช้
“ให้ฉันสักใบได้ไหม” อวิ๋นเจี่ยวยื่นมืออกไป “ก่อนหน้านี้ฉันไม่ได้เตรียมไว้”
“อ่อ” นายท่านตระกูลจางส่งไปให้หนึ่งใบ
อวิ๋นเจี่ยวรับมันมา ก่อนจะก้มลงมองทีหนึ่ง พบว่ายันต์ใบนี้วาดผิดหลายจุด ถึงแม้จะเก็บวิญญาณได้ แต่ผลของมันไม่ได้ประสิทธิภาพ อย่างมากได้แค่สองตัว อีกทั้งต้องเป็นวิญญ ญาณธรรมดาเท่านั้น เธอใช้พลังลมปราณจิ้มลงไปบนยันต์ เห็นเพียงยันต์อักขระสีแดงด้านบนค่อยๆ ปรับไปยังตำแหน่งที่ถูกต้องตามปลายนิ้วของเธอ
ส่วนกระดาษยันต์จากสีเหลืองในตอนแรกค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นสีม่วง เธอยกยันต์ขึ้นมา ทุกคนรู้สึกเพียงมีลมพายุโหมกระหน่ำ บนยันต์นั้นปรากฏแรงดูดอย่างแปลกประหลาด
เหล่าวิญญาณที่ถูกฟ้าผ่าจนอ่อนแออย่างมาก และกำลังหนีอย่างกระเจิดกระเจิงนั้นกลายเป็นควันสีเทา ถูกเก็บเข้าไปภายในยันต์ทั้งหมด
ไม่ถึงครึ่งนาที สถานที่แห่งนี้สะอาดหมดจด ไร้วิญญาณแม้แต่ครึ่งตัว
นายท่านเผย “…”
นายท่านจาง “…”
ทุกคน “…”
พวกเขาอยู่ไหน เมื่อกี้เกิดอะไรขึ้น
“อา…อาจารย์อวิ๋น คุณ…เป็นคนใช่ไหม”
อวิ๋นเจี่ยว “…” ด่าเธอทำไมกัน
…
สถานการณ์วิกฤตที่อันตรายถึงแก่ชีวิตถูกจัดการอย่างง่ายดาย ไม่เพียงแต่คนที่มาช่วย แม้แต่นายท่านตระกูลเผยและตระกูลจางต่างยังงุนงงอยู่ พวกเขาไม่คิดว่าอวิ๋นเจี่ยวจะเก่งกาจถึ งเพียงนี้ ถึงแม้รู้ว่าวิชาเวทของเธออาจไม่ต่ำ เพราะการคลายคำสาปนั้นต้องใช้กำลังไม่ธรรมดา แต่…นี่สูงเกินไปไหม!
ยังไม่ต้องพูดถึงยันต์ที่สามารถชักนำสายฟ้าสวรรค์ลงมา แค่ค่ายกลเมื่อกี้ อย่าว่าแต่คนอื่น ชายชราที่อยู่มาหลายสิบปีอย่างพวกเขาทั้งสองคนยังไม่เคยเห็นไม่เคยได้ยินมาก่อน มัน นไม่ใช่วิชาเวทของมนุษย์ แต่จะบอกว่าเป็นวิชาเซียนก็ไม่เกินไป
แต่เธอเป็นคนธรรมดาจริงๆ ตระกูลลัทธิเต๋าอย่างพวกเขา มีตระกูลไหนที่ไม่มีอำนาจที่ซ่อนเอาไว้ อีกทั้งเรื่องการปราบมารในครั้งนี้สำคัญอย่างยิ่ง ดังนั้นเขาจึงสืบข้อมูลของอวิ๋ นเจี่ยวมาก่อน
บนข้อมูลระบุไว้อย่างชัดเจน ตั้งแต่เล็กจนโตเรื่องเล็กเรื่องใหญ่ล้วนอยู่ในข้อมูล อีกทั้งข้อมูลบางอย่างที่ตัวเธอเองยังไม่รู้พวกเขาก็สามารถสืบได้ เธอไม่มีความพิเศษอะไร อีกทั้งด้านบนไม่มีเรื่องที่เธอศึกษาทางเต๋า ดูแล้วเหมือนเป็นหมอธรรมดาเท่านั้น ถึงแม้ฝีมือทางการแพทย์ไม่เลว แต่ก็ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับวิชาเต๋าแม้แต่น้อย
แต่เมื่อกี้คืออะไรกัน? มหัศจรรย์เหรอ
นายท่านเผยคิดไม่ตก แต่ก็รู้ว่าไม่อาจคิดต่อไปได้ คนตรงหน้าตระกูลเผยไม่อาจยุ่งได้
“สถานที่ผนึกปีศาจงูอยู่บนเขานั้นใช่ไหม!” อวิ๋นเจี่ยวพูด
นายท่านเผยผงะ ก่อนจะตั้งสติกลับมาจากความตะลึง เขามองตามทิศทางที่เธอชี้ ก่อนจะพยักหน้า “อยู่ทางนั้น”
อวิ๋นเจี่ยวขมวดคิ้วเล็กน้อย ทำไมเธอรู้สึกได้ว่าพลังสีแดงที่พุ่งทะยานขึ้นฟ้าจะสว่างขึ้นอีกเล็กน้อย
“ฟ้ายังไม่สว่าง ขึ้นไปดูเถอะ!” เธอพูด ก่อนจะหันหลังเดินขึ้นเขาไป
นายท่านเผยผงะ ก่อนจะนึกถึงเป้าหมายที่เดินทางมาของพวกเขา “อ่อ...อ่อ” แต่ภายในใจเขาลังเลเล็กน้อย แค่ผีร้ายบริเวณเชิงเขาก็น่ากลัวมากแล้ว พวกเขายังต้องขึ้นไปอีกเหรอ มีล ลางสังหรณ์เหมือนกำลังไปตาย
เขาตัวสั่นหนึ่งที มองอวิ๋นเจี่ยวที่เดินจากไปไกลแล้ว ก่อนจะมองคนที่ลังเลอยู่ด้านหลัง จากนั้นจึงรีบสาวเท้าตามติดอวิ๋นเจี่ยวเอาไว้ ประสบการณ์หลายสิบปีบอกเขา อยู่ข้างตัวเ เธอมีโอกาสรอดสูงกว่า
ทุกคนในวัดต่างผงะ ก่อนจะตั้งสติได้ พวกเขารีบเดินตามขึ้นไปทันที อีกทั้งเบียดกันอยู่ด้านหลังอวิ๋นเจี่ยว ล้วนเป็นคนที่อยู่มานาน ต่างคนต่างมีความคิดของตนเอง
ดังนั้น ด้านหลังของใครบางคน มีกลุ่มคนชราที่เกาะติดเธออย่าง…ใกล้ชิด!
อวิ๋นเจี่ยว “…” เธอนำคณะทัวร์มาเที่ยวสินะ?