ศิษย์หลานข้า ระวังอย่าหลงผิด - ตอนที่ 441 เลิกเร็วอย่างไร้สาเหตุ
ชิงหยางในเวลานี้
ซื่อไป๋สีหน้าเปลี่ยนไป มีแนวโน้มจะดำลงเล็กน้อย เขาเผยท่าทางหงุดหงิดอย่างมาก ก่อนจะหันไปพูดกับคนด้านข้าง “อิ้งหลุน เจ้าบอกว่าสัมผัสได้ถึงพลังของทางเชื่อมระหว่างสองดินแดนไ ไม่ใช่หรือ คนล่ะ?”
“ข้าจะรู้ได้อย่างไร” อิ้งหลุนถลึงตาใส่เขา ตอบอย่างหงุดหงิด “พลังที่เกิดขึ้นเจ้าก็สัมผัสได้ไม่ใช่หรือ” เขาใช้จิตกวาดมองไปทั่วชิงหยาง อีกทั้งตะโกนเรียกหลายครั้ง แต่ไม่ได้รับก การตอบกลับแต่อย่างใด เป็นไปไม่ได้! ทางเชื่อมถูกเปิดออกแล้ว เหตุใดศิษย์หลานตัวน้อยกับตาไป๋ยังไม่กลับมา
“สิ่งเหล่านี้คืออะไร” ซื่อไป๋มองลังกระดาษเต็มพื้น
“คงเป็นสิ่งของที่ศิษย์ตัวน้อยส่งมาจากทางดินแดนนั้น!” ตอนเช้าที่พวกเขาออกจากบ้านยังไม่มี อีกทั้งด้านบนยังเต็มไปด้วยพลังจากต่างดินแดน
“เฮ้ย!” ซื่อไป๋แอบก่นด่าในใจ “คนไม่กลับมา ส่งสิ่งของกลับมามีประโยชน์อะไร ทำให้ข้าต้องวิ่งกลับมาอย่างรวดเร็ว หากไม่มีสาเหตุอะไร ข้าก็กลายเป็น…เลิกสอนเร็ว!” เขาทิ้งลูกศิษย์ ทั้งห้องวิ่งกลับมากลางคัน หากไม่มีเหตุผลที่เหมาะสม อาจารย์ดีเด่นในเดือนนี้ของเขาจะเป็นอย่างไร
ซื่อไป๋ยิ่งคิดยิ่งโกรธ ยิ่งโกรธยิ่งหงุดหงิด “โธ่เอ้ย เดือนนี้ข้าอดทนมายี่สิบกว่าวันแล้ว เหลืออีกเจ็ดวันก็คัดเลือกแล้ว ครานี้เลิกสอนเร็วอย่างไร้สาเหตุ ไม่รู้ว่าอันดับจ จะตกไปอยู่ที่เท่าใด”
“แค่การจัดอันดับเดือนละครั้งเท่านั้น เจ้าสนใจขนาดนี้ทำไม” อิ้งหลุนส่งสายตาดูถูกให้เขา สิ่งที่ควรกังวลคือเหตุใดศิษย์หลานตัวน้อยยังไม่กลับมาไม่ใช่หรือ
“ฮึ พูดราวกับเจ้าไม่สนใจ” ซื่อไป๋กลอกตาขาว พลางเอ่ยเตือน “เจ้าอย่าลืม เลิกสอนเร็วอย่างไร้สาเหตุไม่มีสิทธิ์เข้าร่วมการคัดเลือกอาจารย์ดีเด่นแห่งปี! อยู่อันดับสุดท้าย!”
“…” อิ้งหลุนที่ทำหน้าเรียบเฉยเผยสีหน้าดำทะมึน เฮ้ย! เกือบลืมเรื่องนี้ไปแล้ว! ทำอย่างไร ทำอย่างไร ยมโลกขายหน้าไม่ได้!
ทั้งสองคนทำสีหน้าร้อนใจ สายตากวาดมองไปรอบด้าน ก่อนจะจับต้องไปยังลังที่กองอยู่เต็มพื้น ทันใดนั้นภายในดวงตาฉายแววอะไรบางอย่าง สบตาซึ่งกันและกัน
“ข้ามีความคิด!”
“ดีมาก ข้าก็มี!”
…
ครู่ถัดมา สำนักเทียนซือ
“สิ่ง…สิ่งเหล่านี้คืออันใด” เจ้าสำนักสวีมองสิ่งของลักษณะแปลกประหลาดที่กองอยู่ใจกลางโถงดุจดั่งภูเขาขนาดเล็ก ส่วนใหญ่แล้วล้วนมีลักษณะสี่เหลี่ยม มีเล็กมีใหญ่ อีกทั้งส่วนใหญ่เป็ นสีเงินและสีดำ ดูจากภายนอกมีความเงาอย่างมาก มองไม่ออกว่าเป็นวัสดุอะไร สิ่งสำคัญคือด้านบนไม่มีแม้แต่พลังลมปราณ อีกทั้งไม่มีคลื่นค่ายกลแม้แต่น้อย
“อาวุธใหม่” ซื่อไป๋พูดด้วยสีหน้าเรียบเฉย “วันนี้ตอนสอน พวกข้าทั้งสองสัมผัสได้ถึงคลื่นจากสมบัติต่างแดนปรากฏ ดังนั้นจึงเดินทางไปดู ถึงได้พบ…อาวุธเหล่านี้”
“ผู้อาวุโสทั้งสอง…” เจ้าสำนักสวีปากกระตุกเล็กน้อย ก่อนจะหยิบกล่องที่มีลักษณะคล้ายก้อนอิฐขึ้นมา พูดด้วยความสงสัย “ข้าว่าสิ่งเหล่านี้ถึงแม้จะทำจากวัสดุพิเศษ แต่ไม่มีพลังลมปราณ ณหรือพลังเซียนแม้แต่น้อย ท่านทั้งสองมั่นใจว่าเป็นอาวุธ?”
“เพราะว่าพลังของเจ้าไม่มากพอจึงดูไม่ออกถึงความมหัศจรรย์ของอาวุธนี้!” ซื่อไป๋ยังคงยืนกรานว่าเป็นอาวุธ อย่างไรก็ตามสิ่งของจากต่างดินแดนนี้ เจ้าสำนักสวีคงดูไม่ออกว่ามีความผิดปก กติอย่างไร
เจ้าสำนักสวีกวาดตามองทั้งสองคนสลับไปมา ความสงสัยภายในดวงตายิ่งมีมากขึ้น เขาขมวดคิ้วพูดขึ้น “สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่ข้ออ้างที่ทั้งสองท่านนำมาใช้เป็นเหตุผลเลิกสอนเร็วใช่หรือไม่” เพร ราะถึงแม้ทั้งสองจะมีพลังมาก แต่ระดับการสอนทั่วไป
“เหลวไหล!” ซื่อไป๋หน้าแดงก่ำ เกือบจะหลุดออกมา “จะเป็นข้ออ้างได้อย่างไร ย่อมไม่ใช่…”
เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายใกล้จะหลุดความจริงออกมา อิ้งหลุนหูไวตาไว รีบดึงอีกฝ่ายกลับมา หยุดคำพูดที่กำลังจะหลุดออกมาของเขา อีกทั้งส่งสายตาดุจดั่งกำลังมองคนโง่ให้เขา จากนั้นเดิ นขึ้นหน้า พูดกับ
เจ้าสำนักสวีอย่างเคร่งขรึม “เรื่องเป็นเช่นนี้เจ้าสำนักสวี อันที่จริงสิ่งเหล่านี้คืออะไรข้าเองก็ไม่แน่ใจ”
“ไม่แน่ใจ! เช่นนั้น…” เจ้าสำนักสวีกำลังจะถาม
อิ้งหลุนก็แทรกขึ้นมาทันที “แต่สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ศิษย์ตัวน้อยอวิ๋นเจี่ยวให้พวกข้าส่งให้ท่าน!”
“อาจารย์อวิ๋น!” เจ้าสำนักสวีตะลึง “นางออกมาแล้วหรือ”
“ยัง!” อิ้งหลุนส่ายหัว “ศิษย์ตัวน้อยปิดประตูฝึกฝน กำลังถึงช่วงเวลาสำคัญ อาจยังต้องใช้เวลาอีกเล็กน้อย ครั้งนี้นางแค่นำสิ่งของเหล่านี้ให้พวกข้า บอกให้พวกข้ามอบให้ท่านเท่ านั้น”
“เป็นเช่นนี้นี่เอง…” เจ้าสำนักสวีถอนหายใจด้วยความผิดหวัง มองสิ่งของที่กองอยู่บนพื้นด้วยสายตาที่แตกต่างออกไป หากสายตาที่มองสิ่งของเหล่านี้ก่อนหน้านี้ดุจดั่งมองกองขยะ เวลา านี้สายตาของเขาดุจดั่งกำลังมองสมบัติอันล้ำค่า
ซาบซึ้งอย่างมาก! ถึงแม้อาจารย์อวิ๋นจะปิดประตูฝึกฝน แต่ภายในใจก็ยังระลึกถึงเสวียนเหมิน ยังไม่ลืมที่จะผลิตสิ่งของเหล่านี้ออกมาให้เหล่าลูกศิษย์ได้ใช้ศึกษา อืม! สาเหตุที่ไม่ได้ บอกอย่างกระจ่างว่าสิ่งเหล่านี้คืออะไร เพราะว่าอาจารย์อวิ๋นกำลังทดสอบพวกเขาอย่างแน่นอน เหมือนดั่งการออกข้อสอบในเวลาปกติ
ดังนั้นจึงเป็นไปได้ที่อาวุธเหล่านี้ไม่มีพลังลมปราณและพลังค่ายกลแม้แต่น้อย ข้อสอบ! ต้องเป็นข้อสอบอย่างแน่นอน!
เจ้าสำนักสวีเปลี่ยนท่าทีจากสงสัยเป็นเคร่งขรึมในทันที เขาหันไปกำชับลูกศิษย์ที่อยู่ด้านข้าง ก่อนจะออกคำสั่ง
“เร็ว แจ้งอาจารย์ทั้งหมดของห้องฝึกฝนอาวุธ รวมไปถึงเจ้าสำนักและผู้อาวุโสแต่ละสำนัก อีกครึ่งชั่วยามมารวมตัวที่ตำหนักใหญ่”
“อีกอย่าง ไปแจ้งหัวหน้าของโรงเรียนในดินแดนสวรรค์และยมโลก อีกครึ่งชั่วยามมารวมตัวที่ตำหนักใหญ่”
“อาวุธเหล่านี้มีมากเกินไป เรียกพวกเขามาก็คงยังไม่พอ ไปแจ้งถังเฉิน ให้เขาไปบูรพาสวรรค์เชิญอาจารย์เหวินชิงมา เขาเชี่ยวชาญอาวุธ อาจช่วยอะไรได้”
“อีกอย่าง! อาจารย์ของห้องค่ายกลและห้องยันต์ก็เรียกมาด้วย จากนิสัยของอาจารย์อวิ๋น คงไม่ใช่เรื่องอาวุธเท่านั้น”
“เรียกจี้เฟิงมาด้วย เขาเป็นเผ่าเทพ! รู้เรื่องมาก!”
“จริงสิ ไปยมโลกด้วย ถามอาจารย์หลงฉางว่าว่างหรือไม่ อาจารย์อวิ๋นและอาจารย์ไป๋ปิดประตูฝึกฝนร่วมกัน ไม่แน่ว่าเขาเข้าร่วมการออกข้อสอบ อาจเกี่ยวข้องกับวิชาเวทของยมโลก”
“อีกอย่าง…”
เจ้าสำนักสวีออกคำสั่งจำนวนมาก ราวกับสามโลกโกลาหลขึ้นมาในทันใด โดยเฉพาะเจ้าสำนักสวี คนทั้งคนเผยให้เห็นถึง เร็วเข้า พวกเราต้องเริ่มทำการบ้านแล้ว!
อิ้งหลุน “…”
ซื่อไป๋ “…”
ก่อนหน้านี้ที่พวกเขาพูด สุดท้ายสู้คำว่า เป็นคำสั่งของอวิ๋นเจี่ยวไม่ได้ รู้สึกจุกอกยิ่งนัก ไม่พึงพอใจอย่างยิ่ง
“เจ้าสำนักสวี…” อิ้งหลุนแทรกขึ้นมาในเวลาที่เหมาะสม “พวกข้าส่งสิ่งของเหล่านี้มาจึงต้องเลิกสอนก่อนเวลา…”
“ทั้งสองท่านได้รับสารจากอาจารย์อวิ๋น ส่งการ…เอ่อ อาวุธ! เหล่านี้มาให้โรงเรียน อีกทั้งยังนำมาซึ่งข่าวของอาจารย์อวิ๋น พวกข้าดีใจอย่างมาก จะถือว่าเลิกสอนเร็วได้อย่างไร” เจ จ้าสำนักสวีรีบโบกมือ “ทั้งสองท่านวางใจ เรื่องนี้ข้าจะแจ้งให้เหล่าลูกศิษย์ทั้งโรงเรียนรับรู้ถึงสาเหตุการเลิกสอนเร็วของพวกท่าน”
อิ้งหลุน และ ซื่อไป๋ อืม สบายใจ!